เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 น้องสาวบอกว่าพี่ชายคือสุดยอดวายร้าย

ตอนที่ 38 น้องสาวบอกว่าพี่ชายคือสุดยอดวายร้าย

ตอนที่ 38 น้องสาวบอกว่าพี่ชายคือสุดยอดวายร้าย


เย่อันผิงพบเหตุผลสุ่มๆที่จะส่งไป่เยวี่ยซินกลับดาวดำ จากนั้นก็ล็อคประตูศูนย์กายภาพ และแปะป้ายว่า’ไม่อยู่ มีเรื่องด่วน’ จากนั้นก็ตามกระบี่บินของเหลียงจู้ไปวัดบนภูเขาเพื่อพบกับอีกสี่

ตอนทุกคนมาถึง เหลียงจู้ก็ตรวจสอบรหัสของสำนักกับพวกเขา

หลังยืนยันตัวตนทุกคนก็แนะนำตัวเอง จากนั้นเหลียงจู้ก็นำไหสุราออกมาและขอให้ทุกคนดื่มเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันต่อหน้ารูปปั้นนักพรตของวัดร้าง

เรื่องนี้ทำให้เย่อันผิงพูดไม่ออก

แต่ในเมื่ออีกสี่รีบตกลง เขาจึงปฏิเสธไมได้ เขาต้องหยิบชามสุราขึ้นและกลายเป็นน้องหกของกลุ่ม

หลังพูดคุยกัน เย่อันผิงก็พาพวกเขาลงไปเส้นทางสายเล็กที่มีแค่เขาที่รู้ ผ่านกับดักเวทมนตร์ของสำนักดาวดำและศิษย์ลาดตระเวน เข้าภูเขาหลัง

..

ในถ้ำ ที่ไหนสักแห่งบนยอดเขาหิมะสูง ภูเขาหลังสำนักดาวดำ

กองไฟส่งเสียงปริแตก ลมเย็นพัดผ่านทางเขาถ้ำ

ยอดเขาหิมะสูงนี้คือสถานที่ที่กระแสเย็นจากภูเขาต่างๆของดาวดำมารวมกัน และท่ามกลางยอดเขาทั้งหลายของสำนัก มันถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สภาพแวดล้อมโหดสุด

ศิษย์ที่เข้าร่วมในการทดสอบร่างกายจะถูกส่งไปยอดเขาต่างๆของสำนักดาวดำแบบสุ่ม พวกเขาจะต้องกลับไปยอดเขาหลักภายในห้าวันเพื่อผ่านบททดสอบ

สำหรับคนอย่างเฟิงหยูเตี๋ย ต่อให้ใช้กระบี่บินไม่ได้ ก็ไม่ยาก

แต่ทันทีที่มาถึงยอดเขาหิมะสูง หิมะหนาที่ดูเหมือนจะอยากกินคนก็เริ่มตก

ดังนั้น เฟิงหยูเตี๋ยกับอีกสองจึงไม่มีทางเลือกนอกจากหาถ้ำใกล้ๆ และหลังจากไล่ครอบครัวสัตว์อสูรที่อาศัยที่นี่ พวกเขาก็พักพิงข้างในขณะรอให้หิมะบางลงก่อนเดินทางต่อ

แต่ ต่อให้จะซ่อนในถ้ำและก่อกองไฟ อากาศหนาวเย็นบนยอดเขานี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะทนได้ง่ายๆ

เพ่ยเหลียนเสวี่ยชินกับการฝึกทนความหนาวเย็นมาก่อน นางจึงไม่คิดมาก แต่เสี่ยวอวิ๋นหลัวทนไม่ได้

ตั้งแต่ต้น นางเอาแต่ถูไหล่ ฟันขบกัน

“ฟู่’”

เสี่ยวอวิ๋นหลังหดคอ เหลือบมองเพ่ยเหลียนเสวี่ยที่นั่งหลับตาทำสมาธิ พอเห็นสีหน้าสงบนั้น นางก็อดถามไม่ได้“เจ้า เจ้า…มะ..ไม่หน…หนาวเหรอ?”

เพ่ยเหลียนเสวี่ยลืมตา มองริมฝีปากสีฟ้านั่นและพูด“เจ้าสามารถฝึกเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นได้”

“ข้าทำแล้ว ไม่งั้นข้าคงตัวแข็งไปแล้ว”เสี่ยวอวิ๋นหลัวเม้มปากและค่อยๆขยับเข้าใกล้เพ่ยเหลียนเสวี่ย ขออย่างอายๆ“ข้าขอนั่งใกล้เจ้าได้ไหม?”

“เจ้าหนาวขนาดนั้นเลยเหรอ.?”

“มือข้าแข็งไปหมดแล้ว.>’

เพ่ยเหลียนเสวี่ยคิดสักพัก จากนั้นก็ถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออก ขยับเข้าใกล้เสี่ยวอวิ๋นหลัว ห่มรอบทั้งสอง จากนั้นก็จับมือนางและถูมันอย่างอ่อนโยน

เสี่ยวอวิ๋นหลัวที่โดนทำแบบนี้ตกตะลึงและก้มหัวด้วยใบหน้าแดงก่ำ

แต่ หน้าที่แดงของนางไม่ได้มาจากความเขินอาย แต่เป็นละอายใจ

นางคือลูกสาวของประมุข คุณหนูของสำนักดาวดำ และมีพรสวรรค์สูง นางเพลิดเพลินกับทรัพยากรไร้สิ้นสุดตั้งแต่เด็ก

ผู้อาวุโสทั้งหมดที่สั่งสอนนางชมว่านางมีพรสวรรค์โดดเด่น

นางมักภาคภูมิใจตัวเองและไม่เคยหย่อนยาน

นางไม่เสียเวลากับชีวิตเรื่อยเปื่อย ทุกครั้งที่นางฝึกกระบี่ นางจะฝึกหนักกว่าใคร

เสี่ยวอวิ๋นหลัวฝึกมาสิบปี ตั้งแต่ห้าขวบถึงสิบห้า

ดังนั้น ตอนนางพบเพ่ยเหลียนเสวี่ยครั้งแรก นางจึงมองว่านี่ไม่ใช่ผู้บ่มเพาะที่เก่งมาก และตอนนางคุยด้วยวันนั้น นางแค่อยากอวด

“ฮึ่ม ข้าสุดยอดไหม?ข้าทนได้15นาทีต่อหน้าผู้บ่มเพาะก่อตั้งรากฐานก่อนจะโดนซัดตกลาน!”

นั่นคือคำที่นางอยากพูดตอนทดสอบกระบี่ แต่จากนั้นนางก็เห็นเพ่ยเหลียนเสวี่ยซัดศิษย์พี่ไป่ตกลานในกระบวนท่าเดียว

ตอนนี้ พอเห็นเพ่ยเหลียนเสวี่ยไม่เป็นไรกับอากาศหนาวเย็นนี้ เสี่ยวอวิ๋นหลัวก็ตกใจอีกครั้ง

นางเม้มปาก ถามอย่างอิจฉา“ทำไมเจ้าถึงเก่งนัก..”

“หืม?”เพ่ยเหลียนเสวี่ยได้ยินไม่ชัดและเอียงหัว“อะไรเหรอ?”

“ข้าหนาวจะตาย แต่มือเจ้าอุ่นเหมือนเตาไฟเลย”เสี่ยวอวิ๋นหลัวขมวดคิ้ว และมองนาง“ทำไมเจ้าถึงเก่งนัก?!”

“ข้าเหรอ?”

“เจ้าแกล้งโง่เหรอ?หรือเจ้าอยากให้ข้าชมเจ้าเพิ่มหะ?”เสี่ยวอวิ๋นหลัวไม่พอใจ“เห็นได้ชัดว่าฐานบ่มเพาะเจ้าต่ำกว่าข้า เจ้าซัดศิษย์พี่ไป่ล้มได้ไง?เจ้าฝึกวิชากระบี่อะไรกันแน่?”

“..วิชาที่พี่ชายสอน”

“พี่ชายเจ้า..”

พอเห็นรอยยิ้มบนหน้านาง เสี่ยวอวิ๋นหลัวก็ขมวดคิ้ว

เด็กสาวคนนี้จะยิ้มทุกครั้งที่พูดถึงพี่ชาย

นางเห็นมันหลายครั้งแล้ว

เสี่ยวอวิ๋นหลัวกลายเป็นอยากรู้เกี่ยวกับพี่ชายนาง นางจึงพูดใหม่“สหายเพ่ย บอกข้าเกี่ยวกับพี่ชายเจ้าหน่อยสิ”

“บอกเกี่ยวกับพี่ชายข้า?”เพ่ยเหลียนเสวี่ยตกตะลึง“เจ้าอยากให้ข้าบอกอะไรเจ้า?”

“เขาเป็นคนยังไง?เจ้าสองคนมักทำอะไรกัน..แบบเนี่ย?”

“อืม..เขา..”เพ่ยเหลียนเสวี่ยกัดริมฝีปากและคิด อยากพูดด้านดีของพี่ชาย แต่ตอนนางเห็นใบหน้าสวยของเสี่ยวอวิ๋นหลัว นางก็เปลี่ยนใจ“พี่ชายข้าคืออันธพาล!”

“อันธพาล?”เสี่ยวอวิ๋นหลัวงุนงง

“ใช่ เขาบุกเข้ามาตอนข้าอาบน้ำ ทุบตีข้าจนเนื้อตัวช้ำ หักกระดูกข้า โยนข้าเข้ารังอสูร วางยาพิษข้า..”

“???”เสี่ยวอวิ๋นหลัวอึ้ง“นี่มันคนชั่วร้ายแบบไหนกัน?!”

“ใช่ พี่ชายข้าคือโคตรคนชั่ว เป็นมนุษย์ใจยักษ์มาร”เพ่ยเหลียนเสวี่ยพยักหน้า

พอมองสีหน้าจริงจังของนาง เสี่ยวอวิ๋นหลัวก็หยุดและถาม’งั้น อดีตเจ้าก็คงทรมานมากเลยใช่ไหม?”

“ใช่!ข้าทรมานมาก..”

“งั้นเหรอ..”เสี่ยวอวิ๋นหลัวพยักหน้าและถาม“งั้น ข้าช่วยเจ้าเอาไหม?”

“หะ?ช่วย..ช่วยข้า?ช่วยอะไร?”

“พอการทดสอบจบ ข้าจะบอกผู้อาวุโสเรื่องพี่ชายเจ้า และจากนั้น พวกเขาจะจับกุมเขา ข้ารับรองเลยว่าเขาจะต้องใช้ชีวิตที่เหลือในคุกสำนักดาวดำ”

หลังได้ยิน เพ่ยเหลียนเสวี่ยก็อ้าปากค้าง

นางแค่ไม่อยากให้เสี่ยวอวิ๋นหลัวคิดว่าพี่ชายนางเป็นคนดีและมีความคิดจะเข้าใกล้เขา มันลงเอยแบบนี้ได้ไง?

นางรีบโบกมือ“อา ไม่ ไม่เอานะ!”

“ขยะอย่างนั้นควรอยู่ในคุก’

“อา..ไม่..ข้า”เพ่ยเหลียนเสวี่ยตื่นตระหนก แต่ไม่รู้จะพูดอะไร สุดท้า ยนางเลยคว้าคอเสื้อของเสี่ยวอวิ๋นหลัว และขู่“อย่ามาจับพี่ชายข้านะ!!!”

“..”เสี่ยวอวิ๋นหลัวหดหัวกลัวๆ

“อา ขอโทษ”พอรู้ตัวว่านางขาดสติ เพ่ยเหลียนเสวี่ยก็รีบขอโทษ“คือ จริงๆแล้ว พี่ชายข้าไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก เขา ค่อนข้างดีเลยแหละ”

???

เสี่ยวอวิ๋นหลัวเลิกคิ้วและถาม“สรุปพี่ชายเจ้าดีหรือเลว?ไหนเจ้าบอกว่า..”

“คือ..”เพ่ยเหลียนเสวี่ยลังเลสักพัก จากนั้นก็ขมวดคิ้ว พูดขู่“ยังไงซะ ก็ห้ามใครจับกุมพี่ชายข้า!พี่ชายข้าเป็นของข้าคนเดียว!ไม่งั้น..”

“ไม่งั้น จะอะไร?”

เพ่ยเหลียนเสวี่ยมองมือขาวซีดของเสี่ยวอวิ๋นหลัวและพูด”ไม่งั้น ข้า..ข้าจะไม่อุ่นมือให้เจ้าอีก!’

“..”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวอ้าปากค้าง หลังคิดสักพัก นางก็เข้าใจว่าเพ่ยเหลียนเสวี่ยหมายความว่าอย่างไร

“โอ้ ข้าเข้าใจแล้ว!เจ้าอยากแก้แค้นเองใช่ไหม?”

“หะ?”

“เจ้าไม่อยากให้ข้าช่วยเพราะเจ้าอยากพึ่งพาตัวเองและตอนระดับบ่มเพาะเจ้าสูงขึ้น เจ้าจะกลับไปเอาคืนพี่ชายเจ้า”

“???”เวลานี้มันถึงคราวของเพ่ยเหลียนเสวี่ยที่อึ้งบ้าง

หลังหยุด นางก็พูด“เอิ่ม นั่นแหละ ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าจับกุมพี่ชายข้า”

“…”

“อย่าจับพี่ชายข้า!เจ้าได้ยินข้าไหม?พูดอะไรบ้างสิ!”

“ข้าได้ยินเจ้า..”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวถอนหายใจและรู้สึกสงสารนาง

จากนั้นก็มองไปที่ทางเข้าถ้ำและถาม“ว่าแต่ ทำไมไอโง่ผมขาวนั่นถึงยังไม่กลับมา?นางออกไปครึ่งชั่วโมงได้แล้วมั้ง?”

เพ่ยเหลียนเสวี่ยยิ้ม“ไอโง่นั่นอาจโดนหมีกินไปแล้วก็ได้”

“โอ้..”เสี่ยวอวิ๋นหลัวยักไหล่ พยายามไม่คิดถึง และเบียดเข้าใกล้เพ่ยเหลียนเสวี่ยขึ้น“เจ้ารู้สึกไม่สบายตัวไหมถ้าข้าจับเจ้าไว้แบบนี้?”

“ไม่ ถ้าเจ้าหนาวก็ขยับเข้ามาใกล้ได้เลย”

“เจ้าพูดแล้วนะ..”เสี่ยวอวิ๋นหลัวยิ้ม กอดเพ่ยเหลียนเสวี่ย วางหน้าบนไหล่นางและพูด“จากนี้เจ้าจะเป็นเพื่อนของข้า ถ้าเจ้าเจอปัญหาอะไรในสำนักดาวดำ แค่บอกชื่อข้าและจะไม่มีใครกล้ามารบกวนเจ้า”

“อา..ได้เลย”

จบบทที่ ตอนที่ 38 น้องสาวบอกว่าพี่ชายคือสุดยอดวายร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว