เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 ปลอบศิษย์พี่ไป่ 2

ตอนที่ 33 ปลอบศิษย์พี่ไป่ 2

ตอนที่ 33 ปลอบศิษย์พี่ไป่ 2


พูดตรงๆ เย่อันผิงเองก็ไม่คิดว่าตอนเขาทำงานปลอบศิษย์พี่ไป่ในโลกนี้ ไป่เยวี่ยซินจะนอนข้างคืน

มีห้องนอนแค่ห้องเดียวที่นี่

เวลานี้ การพาไป่เยวี่ยซินไปโรงเตี๊ยมในตลาดเพื่อเช่าห้องต้องทำให้เกิดความเข้าใจผิด เขาเลยได้แต่พานางไปห้องนอนด้านหลัง เขาจะให้นางใช้ห้องนอนนี้ ส่วนเขาจะนอนบนเตียงในห้องกายภาพบำบัด

แต่ก่อนหน้านั้น เขายังต้องมอบของขวัญให้นางสามชิ้น

ถ้าของขวัญสามชิ้นไม่สามารถปลอบนางได้ เขาจะเสียคูปองส่วนลด20% และจะต้องหาศิษย์คนอื่นไว้คอยวิ่งงานให้เขา

“ข้าเพิ่งจัดห้องนอนนี้เมื่อวาน มันเทียบไม่ได้กับที่พักในดาวดำ แต่หวังว่าจะไม่ถือสา”

ไป่เยวี่ยซินตามเด็กหนุ่มที่สูงถึงคางนางเข้าห้องและพยักหน้า

“ข้าจะไปเอาของทานเล่นมาให้”เย่อันผิงประสานมือและไปเอาของสามชิ้นที่เตรียมไว้

หลังเขาไป ไป่เยวี่ยซินก็ตรวจสอบห้องนอน นางอยากดูว่าเย่อันผิงเป็นคนยังไง ถ้าเขาเป็นแบบที่นางคิด เขาจะเป็นคนที่สะอาด

นางนอนหมอบ มองใต้เตียง จากนั้นก็ใต้หมอน พยายามหาว่าเขามีหนังสือโป๊อะไรไหม เด็กหนุ่มส่วนใหญ่จากสำนักดาวดำที่อายุเท่าเขาจะมีนิสัยชอบซ่อนหนังสือภาพไว้ สำนักจะส่งคนไปตรวจสอบห้องทุกครั้ง และนางก็ตรวจสอบมาเยอะแล้ว

เด็กหนุ่มมักซ่อนหนังสือไว้ใต้หมอนหรือใต้เตียง แต่นางไม่เจออะไรที่นี่ ทั้งห้องสะอาด ข้าวของวางเป็นระเบียบ สะอาดกว่าห้องนอนนางอีก

“เขาเป็นเด็กดีจริงๆ”ไป่เยวี่ยซินยิ้ม จากนั้นก็เดินไปตู้เสื้อผ้า เปิดและดูข้างใน

และจากนั้น…

ท่ามกลางชุดเจ็ดหรือแปดตัวที่แขวนในชุด นางเห็นกะโปรงเขียวที่เหมาะกับเด็กสาว

“..”

นางตัวแข็งทื่อ รีบเอากะโปรงออกมา เห็นว่าไม่ใช่แค่กะโปรง ยังมีปิ่นปักผม ลิปมัน และรองเท้าที่มุมตู้

เอี้ยด

“พี่สาว ลองชิมเค้กขาวที่ข้าทำเองเมื่อวานสิ..”เย่อันผิงเพิ่งกลับมาและเห็นฉากนี้

เขากลืนน้ำลาย พยายามทำหน้าตายให้มากที่สุด ใครขยับก่อนจะเป็นคนที่ต้องอึดอัด!

หลังยืนนิ่งอยู่นาน ไป่เยวี่ยซินก็ทนไม่ไหวอีก นางรีบแขวนกะโปรงกลับเข้าตู้ ยิ้มขอโทษ

“ขอโทษ ข้าแค่อยากรู้ เจ้ามีรสนิยมแบบนี้เหรอ?”

เย่อันผิงยิ้มและปิดตู้ด้านหลัง เดินเข้ามาพร้อมสุราและเค้กข้าวในมือ”ไม่ นี่แค่เพื่อธุรกิจ’

“หะ?เจ้าหมายความว่ายังไง?”

“เหมือนครั้งก่อนที่ข้านวดให้ท่าน ชายหญิงโดนเนื้อตัวกันไม่ค่อยได้ ยังไงซะ ข้าก็ดูแลร้านคนเดียว มันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะไม่รับลูกค้าหญิง”เย่อันผิงอธิบายอย่างสงบ“ดังนั้น ข้าเลยคิดว่าถ้าเป็นลูกค้าหญิง ข้าจะเปลี่ยนเป็นชุดนี้เพื่อต้อนรับ และถ้าเป็นลูกค้าชาย ข้าจะใส่ชุดตามปกติ”

ไป่เยวี่ยซินมองเย่อันผิงขึ้นและลง

เขาผอมจริงๆ และอายุ15 ยังไม่โต เสียงยังม่แตกหนุ่ม อีกสองปีอาจใช้ไม่ได้ แต่ตอนนี้ มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกแยะว่าเขาเป็นชายปลอมเป็นหญิง

“ทำไมเจ้าถึงทุ่มเทนัก?”

“ก็ ข้าต้องหาเงิน”

ไป่เยวี่ยซินพยักหน้าและนั่งลง“ไม่ใช่ว่าเจ้าคือนายน้อยของสำนักร้อยดอกบัวเหรอ?เจ้าไม่ควรขาดเงินสิ”

ประเด็นคือสำนักร้อยดอกบัวเลี้ยงน้องเขาไม่ไหว

แม้จะไม่ใช่สิ่งที่พูดไม่ได้ แต่ไป่เยวี่ยซินเพิ่งแพ้น้องสาวเขา เขาคิดว่ามันดีกว่าที่จะไม่พูดถึงนาง

“ข้าไม่อยากพึ่งพาพ่อข้า”เย่อันผิงข้ามเรื่องนี้และส่งเค้กข้าวให้นาง”ลองชิมเค้กที่ข้าทำเองสิ’

ไป่เยวี่ยซินตกตะลึง จากนั้นก็ตระหนักว่าเค้กที่เขาเอามาไม่ใช่คุณภาพดีสุด

“อา..เค้กข้าว?”

เย่อันผิงสังเกตสีหน้านางและเห็นว่ามันมึนงงหลังเห็นเค้กข้าว เขาสงสัยว่าทำไมเค้กขาวถึงสามารถใช้เป็นการปลอบนางได้

หลังหยุด เขาก็ถาม“ท่านเคยกินไหม?ใช่..ไม่มีที่ขายของเช่นนี้ในตลาดเซียน ส่วนใหญ่จะเป็นคนธรรมดาที่ทำกินที่บ้านระหว่างเทศกาล แต่รสชาติก็ไม่เลว..ข้าทำเมื่อวาน”

“ข้า..เคยกิน”

“เคย?”

“ใช่..นานมาแล้ว”ไป่เยวี่ยซินรับมาอย่างเบามือและกัด“พ่อแม่ข้าเคยทำให้ข้าและน้องชายข้า”

“โอ้?พ่อแม่ท่านเป็นคนปกติเหรอ?”

“คือ..บ้านข้าเคยยากจน น้องชายไปโรงเรียนไม่ได้ ข้าเลยร่ายรำกระบี่บนถนนทุกวันเพื่อหาเงิน ต่อมา มีเซียนผ่านมาเห็นว่าข้ามีรากปราณเดี่ยว เขาเลยรับข้าเข้ามา ข้าเกือบลืมเรื่องพวกนี้ไปแล้ว..”

“แล้ว ตอนนี้พ่อแม่ท่านทำอะไรอยู่?”

“ข้าไม่รู้”ดวงตาของนางแสดงความโดดเดี่ยว

ไม่ต้องพูดเรื่องช่องว่างระหว่างผู้บ่มเพาะเซียนกับคนทั่วไป

เย่อันผิงไม่พูดอะไร เขาหยิบสุราหอมหมื่นลี้ขึ้นมาและรินให้นาง

“พี่สาวไป่ ลองชิมสิ”

ไป่เยวี่ยซินรับแก้วมาลจิบ จากนั้นก็ลดมันลงและขมวดคิ้ว“เจ้าจงใจงั้นเหรอ?”

“หะ?จงใจ?”

“เจ้าจงใจมอบของพวกนี้ให้ข้ากิน เพื่อพยายามโน้มน้าวข้าให้กลับไปดาวดำสินะ”ไป่เยวี่ยซินกัดริมฝีปาก“ตอนข้าออกจากบ้าน พ่อแม่บอกข้าว่าการบ่มเพาะเป็นเซียนคือเส้นทางที่ยากลำบากมาก แต่เพราะข้าถูกเซียนสังเกต มันเลยหมายความว่าข้ามีชะตาจะเดินตามบนวิถีเซียนและพวกเขาก็ภาคภูมิใจข้า..”

เย่อันผิงเงียบไปสักพัก จากนั้นก็เบือนหน้าหนีและตอบ“พี่สาวไป่ ข้าจะไปรู้ได้ไงว่าตอนนั้นพ่อแม่ท่านพูดอะไร?แต่..ถ้าของสองสิ่งนี้สามารถโน้มน้าวท่านให้กลับไปสำนักดาวดำได้ นั่นคงดี วิถีเซียนยากลำบาก อย่ายอมแพ้แค่เพราะเรื่องนี้เลย”

“เจ้าก็แค่เด็ก”ไป่เยวี่ยซินพองแก้มและบ่น“แต่เจ้าพูดเหมือนอาจารย์ข้าเลย”

หลังพูดจบ นางก็หลับตา หยิบเค้กข้าวขึ้นมายัดเข้าปากด้วยรอยยิ้ม

พอเห็นสีหน้านาง เย่อันผิงก็ถอนหายใจโล่งอก

ดูเหมือนคูปองส่วนลดจะได้รับแล้ว ฮี่ๆ

ในเมื่อเขากำลังจะเปิดร้านพรุ่งนี้ เขาก็พร้อมจะเก็บเกี่ยว เขาเลยลุก ประสานมือ“ราตรีสวัสดิ์ พี่สาว ข้าขอตัวไปนอนในห้องบำบัด”

ไป่เยวี่ยซินจ้องเขาและพยัหกน้า แต่จากนั้นก็มีแสงแวบผ่านตานางราวกับนางคิดอะไรได้

และพอเย่อันผิงกำลังจะเปิดประตูออกไป นางก็พลันดีดตัว คว้าไหล่เขา

“หะ?”

โดยไม่รอให้เขาตอบสนอง นางสะบัดแขนเสื้อ เทียนในห้องนอนพลันดับและเย่อันผิงก็โดนนางลากไปนอนบนเตียง

เย่อันผิงผงะ แต่พบว่ามือของนางรัดรอบอกเขาแน่น เขาขยับตัวไม่ได้เลย และพลันรู้สึกถึงแตงโมน้อยสองลูกที่กดหลังเขา

“พี่..พี่สาว?!ท่านทำอะไรนะ?”

ไป่เยวี่ยซินกอดแน่นกว่าเดิม ถูคางบนหัวเขาและกระซิบ“ข้าบอกเจ้าว่าข้ามีน้องชายที่บ้าน”

“อา..อืม”

“งั้น..คืนนี้เจ้าช่วยเป็นน้องชายข้าได้ไหม?ข้าเคยนอนแบบนี้ตอนข้าเด็ก กอดเขาไว้แบบนี้และนอนเบียดบนเตียงเดียวกับพ่อแม่”

เย่อันผิงผงะ คิดถึงตุ๊กตาที่ต้องมอบให้ไป่เยวี่ยซินในเกม

และตอนนี้มันดูเหมือนว่าตุ๊กตาที่เขาเตรียมไว้จะไม่มีประโยชน์แล้ว

เขากลายเป็นตุ๊กตาไปซะเอง

“พี่สาวไป่..”

“ไม่ได้เหรอ?”

เพื่อส่วนลด ข้าต้องทน!เย่อันผิงกัดฟัน รู้สึกถึงลมหายใจอ่อนข้างหู ผ่อนคลายและพูด“ก็ได้..ถ้ามันจะทำให้ท่านรู้สึกดีขึ้น..”

“เรียกข้าว่าพี่สิ”

“..พี่”

จบบทที่ ตอนที่ 33 ปลอบศิษย์พี่ไป่ 2

คัดลอกลิงก์แล้ว