เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 ปลอบศิษย์พี่ไป่ 1

ตอนที่ 32 ปลอบศิษย์พี่ไป่ 1

ตอนที่ 32 ปลอบศิษย์พี่ไป่ 1


งานปลอบศิษย์พี่ไป่ในเกมง่ายมาก แถมยังสั้น ขอแค่ผู้เล่นพบกับศิษย์พี่ไป่โดยบังเอิญที่ยอดเขาเมฆาสวรรค์ พวกเขาจะได้รับงาน แค่วางของขวัญไว้ด้านหน้าห้องของนางทุกวันเป็นเวลาสามวันติด สุดท้าย นางจะออกมาจากบ้านเพื่อรับของ

ของขวัญสามชิ้นแค่ไหสุรา ตุ๊กตาผ้าและกล่องเค้กข้าว

แม้เย่อันผิงจะเตรียมของสามชิ้นไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอเห็นสภาพนางตอนนี้ เขาก็รู้สึกว่าถ้าเขาเลียนแบบเกมและมอบของสามชิ้นให้นางตรงๆ เขาไม่น่าจะเพิ่มกำลังใจให้นางได้

เขายังไม่รู้วิธีปลอบคน

“นี่..”

เย่อันผิงดึงชุดคลุมของไป่เยวี่ยซินออกเล็กน้อย เผยให้เห็นไหล่ขาวเนียน จากนั้นก็ใช้พลังปราณเพื่อกระตุ้นฤทธิ์กำยานที่เขาจุดในห้องและทาน้ำมันคลายกล้ามเนื้อฉบับทำเองบนหลังนาง ด้วยมือแสนอ่อน เขากดจุดบนตัวนางอย่างแม่นยำ

แม้ตอนแรกนางจะประหม่า แต่ด้วยฤทธิ์ของกำยาน ไม่ช้านางจึงรู้สึกดีขึ้น หัวโล่ง และเพลิดเพลินกับฝีมือการนวดของเย่อันผิง

ไม่นานนัก ความขมขื่นบนหน้าของไป่เยวี่ยซินก็หายไป

พอเห็นนางดีขึ้น เย่อันผิงก็ถาม”พี่สาวไป่ ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้เล่า?

“..ข้าออกจากสำนักดาวดำมาแล้ว”

“หะ?!”เย่อันผิงตกใจ

ไป่เยวี่ยซินออกจากสำนักดาวดำ?

แล้วส่วนลด20%เขาละ?

“นี่..ท่านควรคิดให้ดีก่อนนะ”เย่อันผิงพยายามโน้มน้าวนาง“ไม่มีทางกลับแล้วนะถ้าออกจากสำนักดาวดำ ท่านจะไม่ได้กลับมาอีกและสำนักอื่นก็จะไม่รับท่าน”

“คือ..ข้าคิดดีแล้ว คนอย่างข้าไม่สมควรจะฝึกฝนเลย”ไป่เยวี่ยซินยิ้มขมขื่น“ข้าคิดจะหาเมืองอาศัยในอนาคต ข้าจะไม่บ่มเพาะอีกแล้ว ข้าจะเปิดร้านเล็กๆด้วยเงินเก็บของข้า และจะหาสามีหรืออะไรทำนองนั้น..”

เย่อันผิงลังเล จากนั้นก็หยุดนวด แกล้งทำเป็นผิดหวัง

“ถ้าคนที่มีรากปราณดีๆเช่นท่านยังไม่เหมาะกับการบ่มเพาะ แล้วข้าเล่า?วันนี้เกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นหรือ?”

“วันนี้..ระหว่างทดสอบ ข้าเจอคนสองคน”ไป่เยวี่ยซินถอนหายใจ’คนสองคนนั้นระดับต่ำกว่าข้า และไม่ได้บ่มเพาะมานานเท่าข้า แต่..”

สองคน…

ในเกม การแพ้เฟิงหยูเตี๋ยควรทอดเงาให้นาง หรือว่าคนที่สองจะเป็น..

“ใครคือสองคนนั้น?”

“เฟิงหยูเตี๋ย เด็กสาวผมเงิน อีกคนคือเพ่ยเหลียนเสวี่ย ผู้บ่มเพาะตัวน้อยที่มีสามรากปราณ แพ้คนแรกข้ายังพอรับได้ แต่การแพ้ให้เพ่ยเหลียนเสวี่ย ข้าจะยังมีหน้าอยู่ในสำนักได้ไง ข้า ผู้บ่มเพาะรากปราณเดี่ยวเทียบกับคนสามรากปราณไม่ได้..ฮึก..”

ขณะพูด น้ำตาก็เริ่มเอ่อล้นในตานางอีกครั้ง นางหันหน้ามามองเย่อันผิงอย่างน่าสงสัย

เย่อันผิงลำบากใจ เขาลืมเพ่ยเหลียนเสวี่ยไปเลย

เขาควรบอกนางตอนออกสำนักร้อยดอกบัวให้ออมมือในการทดสอบกระบี่และแกล้งแพ้

“’จะมีเรื่องแบบนั้นได้ไง..เด็กสาวที่มีรากปราณสวรรค์คนนั้นยังไม่เป็นไร แต่ทำไมเด็กสาวสามรากปราณถึงร้ายกาจนัก?ข้าบ่มเพาะอย่างหนักทุกวันตามคำสั่งของอาจารย์ ข้าไม่ได้พลาดอะไรเลย ข้าจะแพ้เด็กสาวสามรากปราณได้ยังไง?พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรม”

“อา..นี่..คงเพราะเพ่ยเหลียนเสวี่ยมีสถานการณ์พิเศษกระมั้ง?”

“แต่นางมีสามรากปราณ!!”

เย่อันผิงยิ้มแห้งและให้กำลังใจ“งั้น ท่านก็ไม่ควรยอมแพ้แบบนี้ ถ้าท่านหนีไปตอนนี้ เท่ากับแสดงความอ่อนแอ?หลังจากนี้ สมาชิกดาวดำก็จะพูดว่าท่านโดนเด็กสาวสองคนไล่ไปสิ?แล้วสหายในสำนักท่านเล่า?ถ้าไป พวกเขาจะต้องเศร้าแน่”

“..”

ไป่เยวี่ยซินเม้มปาก ไม่สามารถเถียงได้ จากนั้นทิ้งตัวบนเตียง

“ยังไงซะ ข้าก็เขียนจดหมายลาไปแล้ว ไม่มีทางกลับไปได้ ข้าไม่อยากคิดเกี่ยวกับมันอีก ข้าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่”

“ในเมื่อพูดแบบนั้น นั่นก็หมายความว่าในใจท่าน ท่านไม่ได้อยากออกจากสำนักดาวดำสินะ?มันยังไม่สายเกินไปนะ”

“..’

ไป่เยวี่ยซินหยุดพูด เย่อันผิงเลยไม่โน้มน้าวต่อ เขาได้แต่เงียบ นวดตัวให้นาง

หลังผ่านไป 15 นาที การนวดก็จบ

“รู้สึกเป็นไงบ้าง?”

“อืม..เส้นชีพจรโล่งขึ้นเยอะ เท่าไรละ?”

“วันนี้ไม่คิด มันยังไม่เปิด ข้าจะเริ่มเก็บเงินหลังจากพรุ่งนี้ นี่คือของขวัญของข้า ท่านช่วยข้าเปิดร้าน ข้ายังไม่ได้ขอบคุณเลย”

ไป่เยวี่ยซินมองเขาเงียบๆ จากนั้นก็สะบัดข้อมือ โยนถุงหินปราณออกมา

“ไม่ รับไปซะ..ข้า..จะไปละ”

พอพูด นางก็รีบแต่งตัวให้เรียบร้อย ประสานมือให้เย่อันผิงและกำลังจะไป

เย่อันผินนั่งตรงนั้น ลังเล แต่รู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยนางไปได้

ลืมเรื่องส่วนลดที่เขาคิดมาตลอดได้เลย

เขาไม่ใช่ศิษย์ของสำนักดาวดำและไม่อาจเข้าประตูภูเขาได้ ถ้าอยากสื่อสารกับน้องสาวเขาในอนาคต เขาต้องการคนวิ่งส่งจดหมาย

ไป่เยวี่ยซินมีนิสัยบริสุทธิ์ ไม่มีเจตนาร้ายใดๆ ความคิดนางยังตื้นเขิน นอกจากนี้ นางต้องมีชื่อในสำนักแน่

นี่คือคนชั้นดีที่จะวิ่งส่งจดหมายและเงินให้เขา

เย่อันผิงรีบวิ่งไป ดึงแขนเสื้อนางด้วยรอยยิ้ม

“มีอะไร?”

“อา..พี่สาว ท่านก็เห็นว่ามันดึกแล้ว ทำไมคืนนี้ไม่พักที่นี่และไปพรุ่งนี้ละ?ถ้าท่านอารมณ์ไม่ดี กระบี่บินของท่านอาจตกลงมาได้นะ?”

“..”

พอได้ยินคำเชิญให้พักค้างคืน ไป่เยวี่ยซินก็ตื่นตัว

แต่พอมองใบหน้าเด็กน้อยที่ยังไม่โตและฟังเสียงที่ยังไม่แตกหนุ่ม นางก็คลายความระมัดระวัง

และ..ถ้าเขามีเจตนาร้ายจริง…มันก็ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้..ยังไงซะ นางก็ไม่ใช่ศิษย์สำนักดาวดำอีกแล้ว

แถมม..หนุ่มน้อยนี่ยังเป็นนายน้อยของสำนักร้อยดอกบัว..และ..และ..นิสัยดี ..แม้จะเจอกันไม่นาน เขาก็ดูดี..

ถ้าเขาอยากทำอะไรจริง งั้นเขาก็ต้องรับผิดชอบ!การบริหารร้านกับเขาในอนาคตก็ฟังดูดี

“ไม่ ไม่ ไม่ ข้าคิดบ้าอะไรเนี่ย!”ไป่เยวี่ยซินตบหน้าตัวเองและส่ายหัวไม่หยุด

“???”

เย่อันผิงไม่รู้ว่านางจินตนาการอะไรถึงได้ตบหน้าตัวเอง

“พี่สาว?”

“อา..”ไป่เยวี่ยซินได้สติ ลังเล จากนั้นก็มองท้องฟ้าด้านนอกบ้าน“จริง..มันสายแล้ว มันไม่รบกวนเจ้าใช่ไหมถ้าข้าจะค้างคืน?”

“ไม่ ไม่ใช่ปัญหา ไม่ต้องห่วง”

“งั้น..ข้าจะนอนที่ไหน?”

จบบทที่ ตอนที่ 32 ปลอบศิษย์พี่ไป่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว