เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 พี่ชายข้าเป็นคนสอน

ตอนที่ 25 พี่ชายข้าเป็นคนสอน

ตอนที่ 25 พี่ชายข้าเป็นคนสอน


“แม่นางเพ่ย ทำไมเจ้าส่งคำตอบเร็วจัง?ข้ายังไม่มีเวลาส่งคำตอบให้เจ้าเลยนะ”

“ไม่ต้อง ข้าเขียนเสร็จแล้ว”

“หะ?”เฟิงหยูเตี๋ยมองนางด้วยความชื่นชมและเริ่มประจบนาง”แม่นางเพ่ย เจ้าสุดยอดจัง เจ้าตอบคำถามที่ยากแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?’

เสี่ยวเทียนที่ลอยข้างเฟิงหยูเตี๋ยพูด“หยูเตี๋ย ที่นางเขียนนั้นเหมือนที่ข้าอ่านเจ้าให้ไม่มีผิดเลย”

“หะ?”

เหมือนเป๊ะ?

ขณะที่เฟิงหยูเตี่ยกำลังสงสัย มือเหี่ยวสองข้างก็พลันวางบนไหล่นางกับเพ่ยเหลียนเสวี่ย และหวังเส้าเหรินก็ปรากฏ

“เจ้าสองคน..”

“อา ผู้อาวุโสหวัง”เฟิงหยูเตี๋ยยิ้มและถาม“เราจะไปไหนกันต่อ?”

หวังเส้าเหรินกัดฟัน“ข้าเตือนเจ้าแล้วไม่ใช่หรือไงตอนเข้าโถงทดสอบว่าห้ามโกง ไม่งั้นจะโดนตัดสิทธิ์?”

“อา?”เฟิงหยูเตี๋ยหดคอ“แต่เราไม่ได้โกง..”

“งั้นทำไมเจ้ากับเพ่ยเหลียนเสวี่ยถึงตอบเหมือนกัน?!ท่านฉีโกรธมากและอยากใช้หมอซักถามกับเจ้า!”

พอได้ยิน เพ่ยเหลียนเสวี่ยก็ผงะ

นางเขียนมันตามที่พี่ชายเคยสอนนางไม่ใช่เหรอ?ทำไมเฟิงหยูเตี๋ยถึงตอบเหมือนนาง?

เป็นไปได้ไหมว่าพี่ชายนางจะให้คำตอบแก่เฟิงหยูเตี๋ยด้วย?แต่ตอนไหน?พวกเขาใช้เวลาด้วยกันตอนไหน?

“ผู้อาวุโสหวัง เราไม่ได้โกงจริงๆ”เฟิงหยูเตี๋ยป้องกันตัวเองกับเพ่ยเหลียนเสวี่ย

‘ความจริงคือ เจ้าโกง ส่วนเพ่ยเหลียนเสวี่ยไม่ได้โกง’เสี่ยวเทียนถอนหายใจ’เจ้าพึ่งพาข้าเพื่อตอบคำถาม ส่วนนางเขียนเอง แม้ข้าจะไม่รู้ว่านางทำได้ไงก็เถอะ’

พอเห็นสีหน้าของเฟิงหยูเตี๋ย หวังเส้าเหรินก็หยุด จากนั้นก็ขมวดคิ้วถามเพ่ยเหลียนเสวี่ย“ยัยหนูเพ่ย เจ้าแน่ใจนะว่านางไม่ได้ให้คำตอบเจ้า?”

“ไม่แน่นอน”เพ่ยเหลียนเสวี่ยตอบ

“ขอข้าเตือนเจ้าไว้ก่อน เจ้าไม่สามารถโกหกได้ต่อหน้าหม้อซักถามนะ”หวังเส้าเหรินขมวดคิ้วและถามใหม่“เจ้าโกงหรือไม่?”

“ไม่แน่นอน!ข้าเขียนมันด้วยตัวข้าเอง”

“อืม..”หวังเส้าเหรินพ่นลมหายใจและพยักหน้า“เอาล่ะ เจ้าสองคนจำไว้ว่าต้องพูดความจริงต่อหน้าหม้อซักถาม ห้ามโกหกเด็ดขาด”

ทั้งสองพยักหน้าและหวังเส้าเหรินก็พาทั้งสองกลับไปหาฉีไป่ซือในโถงทดสอบ

ในขณะเดียวกัน ฉีไป่ซือก็ได้เตรียมหม้อไว้แล้ว

มันเป็นหม้อใหญ่ที่พอจะต้มเพ่ยเหลียนเสวี่ยกับเฟิงหยูเตี๋ยไปพร้อมกัน สลักด้วยลายมังกรขียวที่กำลังเล่นไข่มุก แค่เข้าใกล้มัน ทั้งสองก็รู้สึกถึงความร้อน

“เจ้า ก้าวมายืนข้างหน้าหม้อ”ฉีไป่จื่อมองทั้งสองอย่างเย็นชา และทำท่าให้เพ่ยเหลียนเสวี่ยก้าวมา

“เจ้าค่ะ”เพ่ยเหลียนเสวี่ยกลืนน้ำลายอย่างประหม่า

จากนั้นฉีไป่ซือก็หยิบพู่กันทองด้วยมือขวา และสะบัดแขนเสื้อ หยดหมึกจากปลายพู่กันกระทบลูกตาของมังกรเขียวบนหม้อ

วินาทีต่อมา มังกรเขียวตัวยาวก็บินออกจาหม้อ ขดตัวในอากาศ และหยุดตรงหน้าเพ่ยเหลียนเสวี่ย ดวงตามังกรของมันจับจ้องนาง

เพ่ยเหลียนเสวี่ยรู้สึกว่าตัวนางขยับไม่ได้ และมังกรเขียวก็ค่อยๆขยายใหญ่ต่อหน้านาง ใหญ่จนบดบังดวงตะวัน

เวลานี้ การซักถามเพ่ยเหลียนเสวี่ยสามารถเริ่มได้แล้ว แต่ฉีไป่ซือยังรอเวลา

อำนาจของมังกรไม่ใช่สิ่งที่ใครทั่วไปจะทนได้ แม้กระทั่งผู้บ่มเพาะแก่นแท้บางคนก็ยังขาสั่นต่อหน้ามังกรเขียว ขณะที่ผู้บ่มเพาะก่อตั้งรากฐานส่วนใหญ่จะคุกเข่าลงด้วยความกลัวโดยตรงและอ้อนวอนขอความเมตตา ต้องใช้เวลาหลายวันสภาพจิตใจถึงกลับเป็นปกติ

เขาคิดว่าถ้าเพ่ยเหลียนเสวี่ยทนไม่ได้ นางก็จะยอมรับมันก่อนและช่วยเขาประหยัดหินปราณที่ต้องใช้เพื่อถามมังกร แต่ปฏิกิริยาของนางเหนือความคาดหมาย

ตอนแรก นางแสดงความตื่นตระหนกและความกลัว แต่ก็รีบสะกดมันไป

ความมุ่งมั่นนี้เหนือคนธรรมดา ฉีไป่ซือลูบเครา พยัหกน้าและถาม“เจ้าโกงหรือไม่?”

“ไม่”

ฉีไป่ซือมองมังกร และเห็นว่ามันไม่ตอบสนอง เขาจึงขมวดคิ้วและถามใหม่”งั้น เจ้าคิดคำตอบเองงั้นเหรอ?’

“เปล่า..เจ้าค่ะ”

“เจ้าอ่านมันในตำรา?”

“เปล่าเจ้าค่ะ”

“งั้น เจ้ารู้คำตอบได้ยังไง?”

“คือ..พี่ชายข้าสอนข้า”

หลังตอบประโยคนี้ ใบหน้าของเพ่ยเหลียนเสวี่ยก็ซีด

ฉีไป่ซือมองมังกร และหลังยืนยันว่านางไม่โกหก เขาก็หยุดถาม เขาสามารถเห็นได้ว่าถ้าเขายังใช้หม้อซักถามนี้กับนางอีก ที่คำถามต่อไป นางอาจหมดสติ

เขาสะบัดแขนเสื้อ มังกรเขียวบินกลับเข้าหม้อไป

หลังมังกรหายไป เพ่ยเหลียนเสวี่ยก็ก้าวถอยหลัง กุมหน้าอกตัวเอง และสูดหายใจลึกหลายทีเพื่อประคองสติ

ฉีไป่ซือเดินไปหานาง”งั้น พี่ชายเจ้าก็เป็นคนสอนเจ้า?’

“เจ้าค่ะ พี่ชายข้าขอให้ข้าจดจำคำตอบไว้”เพ่ยเหลียนเสวี่ยตอบ“แต่ ข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจมัน…”

“พี่ชายเจ้าเป็นใคร?”

“พี่ชายข้าชื่อเย่อันผิง”

ฉีไป่ซือตกตะลึง”..แล้วเย่อันผิงเป็นใคร?’

‘พี่ชายของข้า”

“..”

เพ่ยเหลียนเสวี่ยประหม่ามาก เหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นครั้งแรกที่นางได้คุยกับผู้บ่มเพาะวิญญาณแรกก่อตั้ง ดังนั้นหวังเส้าเหรินจึงก้าวมาอธิบาย”นั่นคือนายน้อยแห่งสำนักร้อยดอกบัวขอรับ’

“อิม…”ฉีไป่ซือพยักหน้า จดจำชื่อไว้

หลังคิดสักพัก เขาก็หยิบขวดยยาออกมาและส่งให้เพ่ยเหลียนเสวี่ย

“รับไป ถือเป็นค่าชดเชยจากข้า’

“ผู้อาวุโส ท่านไม่ต้องทำแบบนี้..นี่…”

“เจ้าบรรลุขั้นสมบูรณ์ในอาณาจักรหลอมลมปราณแล้ว และยานี่ก็จะช่วยเจ้าในการก่อตั้งรากฐาน”

ฉีไป่ซือยิ้ม ลูบเคราและสั่น“รับไป หรือเจ้าจะปฏิเสธความจริงใจของข้า?”

“โอ้..”เพ่ยเหลียนเสวี่ยจ้องขวดยาสักพักและรับมันมา“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

ฉีไป่ซือพยัหกน้า จากนั้นก็ตรวจเพ่ยเหลียนเสวี่ยด้วยจิตสัมผัส วางแผนจะชี้แนะการบ่มเพาะนาง แต่ พอเห็นรากปราณนาง เขาก็สับสนหน่อย

‘นี่มันสามรากปราณ น้ำ ไม้และดิน?แต่ทำไมสามรากปราณเหล่านี้ถึงดูแปลก?น้ำกับไม้แข็งแกร่งมากจนข่มดินเอาไว้?’

หลังหยุด ฉีไป่ซือก็ถาม“เจ้ามีสามรากปราณรึ?”

“เจ้าค่ะ ข้ามีรากปราณน้ำ ไม้และดิน”

“เจ้าอายุเท่าไร?”

“..14 กำลังจะ15ในอีกไม่กี่เดือน”

“15 และบรรลุขั้นสมบูรณ์ของหลอมลมปราณแล้ว?”

“เอ่อ…”เพ่ยเหลียนเสวี่ยเม้มปาก สับสนกับคำถามของเขา“เจ้าค่ะ”

“..”

ฉีไป่ซือเงียบ มันหายากที่จะเห็นผู้บ่มเพาะสามรากปราณที่ก้าวหน้าเร็วขนาดนี้ ผู้บ่มเพาะประเภทนี้ต้องเกิดในตระกูลรวยและได้รับการสนับสนุนด้วยเม็ดยาราคาแพงจำนวนมากหรือส่งเสริมด้วยเคล็ดบ่มเพาะพิเศษ

แต่สำนักร้อยดอกบัวไม่มีทางมีทรัพยากรมากขนาดนั้น ดังนั้น ถ้าไม่มีโอกาสเช่นนี้ รากปราณของนางก็ต้องไม่ธรรมดา

นอกจากนี้ เด็กหนุ่มเย่อันผิงก็ดูเหมือนจะเป็นคนน่าสนใจเช่นกัน

หลังคิดสักพัก ฉีไป่ซือก็ตบไหล่นาง พูดอย่างอ่อนโยน“กลับไปพักเถอะ การคัดเลือกพรุ่งนี้จะเหนื่อยมาก เส้าเหริน จัดเตรียมที่ดีๆให้ทั้งสอง”

หวังเส้าเหรินเลิกคิ้ว“เอ่อ นั่นไม่ขัดต่อกฎเหรอครับ?ผู้บ่มเพาะที่เข้าร่วมในการคัดเลือกจะได้พักในกระโจม…”

ฉีไป่ซือตวัดตามองและพูดย้ำ“ข้าบอกว่า ที่ดีๆ”

“ครับ”

ปล.กลุ่มเปิดแล้วน้า ติดตามได้ที่เพจเลย

จบบทที่ ตอนที่ 25 พี่ชายข้าเป็นคนสอน

คัดลอกลิงก์แล้ว