เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 บังเอิญไปไหม

ตอนที่ 24 บังเอิญไปไหม

ตอนที่ 24 บังเอิญไปไหม


ขณะที่ผู้สมัครสอบก่อนหน้าพวกเขายังนั่งเกาหัวคิดคำตอบ เฟิงหยูเตี๋ยกับเพ่ยเหลียนเสวี่ยก็เขียนเสร็จแล้ว

เห็นได้ชัดว่านี่คว้าความสนใจขของผู้อาวุโสหวังและชายชราเคราขาวข้างเขา ชายชราลูบเครายาวและถาม“เส้าเหริน เด็กสาวสองคนนั้นมันอะไร?เจ้าถึงกับพาพวกนางเข้าห้องสอบเอง”

หวังเส้าเหรินก้มหัว“เด็กสาวผมเงินเป็นคนที่ปรมาจารย์ไท่สวี่แนะนำ ข้าเลยดูแลนางโดยเฉพาะ?”

“ไท่สวี่?นางรับศิษย์รึ?”

“ขอรับ ชื่อของนางคือเฟิงหยูเตี๋ย นางมีรากปราณสวรรค์ สำหรับอีกคน นางคือคนติดตาม”

ดวงตาของชายชราทที่ซ่อนใต้คิ้วยาวเบิกกว้าง เขาเหลีบมองเฟิงหยูเตี๋ยอีกครั้งและยิ้ม

“พอเจ้าพูด ข้าถึงเห็นความดื้อของไท่สวี่ในตัวนาง”

ชายชราเคราขาวชื่อฉีไป่ซือ เป็นผู้นำของหอดาวมังกรแห่งสำนักดาวดำ เขาอยู่ในช่วงกลางของวิญญาณแรกก่อตั้ง ซึ่งไม่ใช่ระดับสูงสุดในดาวดำ แต่เพราะผู้อาวุโสของสำนักเคยเป็นศิษย์เขามาก่อน แม้กระทั่งประมุขก็ยังเรียกเขาว่าท่านฉี

หวังเส้าเหรินก้าวไปและรินชาให้เข ภาวนาในใจให้เฟิงหยูเตี๋ยกับเพ่ยเหลียนเสวี่ยตอบมันตรงๆ ไม่เล่นพิเรณ

ไม่งั้น ท่านฉีคงโกรธพอรู้

แต่ เฟิงหยูเตี๋ยกำลังคิดว่าจะส่งคำตอบให้เพ่ยเหลียนเสวี่ยยังไง

“เสี่ยวเทียน ไปดูสิว่าแม่นางเพ่ยทำอะไรอยู่และดูว่ามีทางส่งคำตอบให้นางไหม”

เสี่ยวเทียนเก็บคัมภีร์เต๋าสวรรค์ไปอย่างช่วยไม่ได้และบินตรงไปหาเพ่ยเหลียนเสวี่ย คาถาบนโต๊ะไม่อาจหยุดมันได้

“ไหนดูหน่อย”เพราะเพ่ยเหลียนเสวี่ยกับเฟิงหยูเตี๋ยอยู่ไกลกัน เสี่ยวเทียนเลยต้องใช้เวลากว่าจะมาถึง

พอเห็นว่านางกำลังตั้งใจเขียน มันก็คิดว่านายน้อยเย่ต้องเตรียมตัวให้นางก่อนมา เหนือสิ่งอื่นใด เด็กนั่นดูเหมือนจะรู้หัวข้อทดสอบของสำนักดาวดำจากที่ไหนสักแห่ง

แต่ ตอนนางเห็นเนื้อหาที่เขียนบนกระดาษ เสี่ยวเทียนก็อึ้ง คำตอบที่เพ่ยเหลียนเสวี่ยเขียนเหมือนกับข้อความที่มันเพิ่งอ่นาให้เฟิงหยูเตี๋ยฟังผ่านคัมภีร์เต๋าสวรรค์

“นี่..”

มีคำตอบนับไม่ถ้วนบนคำถามที่ว่า’หัวใจเต๋าคืออะไร’(เปลี่ยนจากเต๋าหัวใจ) แต่อันที่มันอ่านให้เฟิงหยูเตี๋ยฟังคือความเข้าใจของเต๋าสวรรค์ต่อหัวใจเต๋า และไม่มีใครจะตอบได้ตรงเป๊ะ

อาจมีผู้บ่มเพาะในโลกที่เข้าใจข้อความนั้น แต่โดยทั่วไปจะเป็นผู้บ่มเพาะที่ฝึกฝนมานับพันปี ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะถ่ายทอดความหมายของหัวใจเต๋าในห้าร้อยคำแบบที่เต๋าสวรรค์ทำ

เด็กสาวคนนี้รู้คำตอบได้ไง?

เสี่ยวเทียนขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าเพ่ยเหลียนเสวี่ยจะตอบเอง และต่อให้นายน้อยสำนักร้อยดอกบัวจะให้คำตอบนางล่วงหน้า นางก็ไม่มีทางเขียนได้ถูกขนาดนี้

ในขณะเดียวกัน เพ่ยเหลียนเสวี่ยก็เขียนคำสุดท้ายเสร็จ ลงชื่อนาง โดยไม่ลังเล นางตรวจห้าร้อยคำที่นางเขียนและพูดเบาๆ’ตอบเสร็จ’

แสงห่อหุ้มนาง และนางก็ถูกส่งออกไป

ในระยะไกล เฟิงหยูเตี๋ยที่เขียนคำตอบเสร็จด้วยความช่วยเหลือของเสี่ยวเทียนเห็นเพ่ยเหลียนเสวี่ยออกไป นางจึงกระซิบ’ตอบเสร็จ’ และถูกส่งออกไปพร้อมเสี่ยวเทียน

หวังเส้าเหรินที่ดูจากใจกลางลานแปลกใจที่เห็นทั้งสองส่งกระดาษหลังเขียนได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

“เร็วไปไหม?”

เขาเลิกคิ้ว อยากไปดูคำตอบ แต่ก่อนจะได้ทำ ฉีไป่ซือก็โบกมือ เอากระดาษของเฟิงหยูเตี๋ยกับเพ่ยเหลียนเสวี่ยมาแล้ว

“เส้าเหริน ทั้งสองได้หัวข้อ’หัวใจเต๋า’ใช่ไหม?”

“อา..ใช่”หวังเส้าเหรินประสานมือ

“แนวคิดของหัวใจเต๋าคลุมเครือสำหรับคนอายุเท่าทั้งสอง และข้าไม่รู้เลยว่าไท่สวี่สอนนางยังไง..”

“งั้น โปรดเมตตาตอนให้คะแนนด้วย ทั้งสองอายุแค่ คำถามนี้อาจยากเกินไป”

“ข้ารู้ว่าต้องทำอะไร”

ฉีไป่ซือลูบเครา นำกระดาษทั้งสองมาดู

เขาอ่านของเฟิงหยูเตี๋ยก่อน และตอนเขาเห็นลายมือไก่เขี่ย เขาก็ถอนหายใจ และพลันรู้สึกเหนื่อยใจ

“ลายมือนี่..”

หวังเส้นเหรินโน้มตัวมาดูและพูด“ฮ่าๆ..เด็กสาวคนนี้เลียนแบบลายมืออาจารย์นางมาแล้ว ลายมือของไท่สวี่ก็เหมือนคนด้อยปัญญาแบบนี้เลย”

“เห้อ ในเมื่อเป็นศิษย์อาจารย์กัน ก็ย่อมคล้ายกัน..”ฉีไป่ซือถอนหายใจ และเริ่มอ่านเนื้อหา

แต่ขณะอ่าน เขาก็ขมวดคิ้ว คำตอบสมบูรณ์แบบจนต่อให้เขาอยากหาจุดผิด เขาก็หาไม่เจอ

ฉีไป่ซือถอนหายใจ“สมกับเป็นไท่สวี่”

เขาไม่เชื่อว่าเฟิงหยูเตี๋ยจะสามารถเข้าใจความหมายของหัวใจเต๋าได้ เขาเลยมองว่าไท่สวี่ต้องเป็นคนสอนและขอให้นางจำ

หวังเส้าเหรินถอนหายใจโล่งอกและยิ้ม“เหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นการสอนส่วนตัวของปรมาจารย์ไท่สวี่เอง”

แต่วินาทีต่อมา ตอนฉีไป่ซือเห็นคำตอบของเพ่ยเหลียนเสวี่ย เขาก็พลันตบโต๊ะ

ปัง!

“นี่มันจะเกินไปแล้ว!”

หวังเส้าเหรินตกใจและถามทันที“มีอะไรหรือขอรับ?”

“ดูเอาเองสิ!”ฉีไป่ซือโยนกระดาษทดสอบสองใบให้หวังเส้าเหริน

พอเขาดู เขาก็สูดหายใจ

ลายมือของเพ่ยเหลียนเสวี่ยประณีตและงดงาม แต่คำตอบเหมือนกับเฟิงหยูเตี๋ยเป๊ะ

แม้การทดสอบจะเริ่มพร้อมกัน แต่การเขียนของทั้งสองเหมือนกันไม่มีผิดเลย แม้กระทั่งการหยุดในประโยคก็ยังเหมือนกัน

“..”

หวังเส้าเหรินอดดุในใจไม่ได้ เด็กโง่สองคนนี้ ถ้าอยากคัดลอกคำตอบกัน ก็ควรเปลี่ยนบางคำหน่อยสิ

หลังหยุด เขาก็พบข้ออ้างให้เพ่ยเหลียนเสวี่ย“นี่อาจเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า?”

“บังเอิญ?”ฉีไป่ซือมองเขา“ไม่ว่าจะเป็นคนที่ส่งคำตอบหรือคนรับ ทั้งสองจะโดนลงโทษเป็นศูนย์คะแนนและโดนตัดสิทธิ์จากการสอบเข้า”

“อา..ท่าน…นี่..เฟิงหยูเตี๋ยคือศิษย์ของไท่สวี่..”

“นางเป็นใครแล้วไง?ข้าจะไม่มีวันยอมละเมิดกฎ”

หวังเส้าเหรินโน้มตัวไป กระซิบ“แต่ เฟิงหยูเตี๋ยไม่ใช่แค่ศิษย์ของไท่สวี่นะขอรับ นางยังเป็นทายาทของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์..”

“ทายาทของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์.?”ฉีไป่ซือหรี่ตา แต่ยังไม่เปลี่ยนการตัดสินใจ“แล้วไง?หรือว่าประมุขจะอยากพานางเข้าผ่านประตูหลัง?อืม งั้นเจ้าก็ไปขอให้ประมุขมาคุยกับข้าเองแล้วกัน”

“…”

หวังเส้าเหรินพูดไม่ออก

ประมุขขอให้เขาดูแลเฟิงหยูเตี่ยและช่วยนางสักนิด แต่ตอนีน้ ถ้านางโดนฉีไป่ซือตัดสิทธิ์จริง มันคงแปลกถ้าเขาไม๋โดนต่อว่าจนตาย

หลังครุ่นคิด“ไม่ว่านี่จะบังเอิญไหม มันยังไม่ชัดเจน เราควรใช้หม้อซักถามเพื่อตรวจสอบ ถ้ามันบังเอิญจริงเล่า?”

ฉีไป่ซือเงียบไป“งั้นเจ้าก็นำตัวทั้งสองมา และข้าจะถามทั้งคู่ด้วยหม้อซักถามเอง”

“โอ้..”

จบบทที่ ตอนที่ 24 บังเอิญไปไหม

คัดลอกลิงก์แล้ว