เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 น้องสาวใกล้ถึงวัย

ตอนที่ 4 น้องสาวใกล้ถึงวัย

ตอนที่ 4 น้องสาวใกล้ถึงวัย


“ตามการประเมินของเย่อันผิง เวลาที่เขากับเพ่ยเหลียนเสวี่ยไปถึงเมือง พวกเขายังเหลือเวลาเตรียมการอีกเจ็ดวัน

แต่ในความเป็นจริง ทุกสิ่งเตรียมไว้หมดแล้ว

เขาวางแผนนี้มาสิบปี

เขาอยากถึงเมืองล่วงหน้า ไม่ใช่แค่เพราะกังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดคิด แต่ยังเพื่อให้เพ่ยเหลียนเสวี่ยผ่อนคลาย นางจะได้ไม่ประหม่าและทำพลาดในวินาทีสำคัญ

ไม่ต้องพูดถึงเพ่ยเหลียนเสวี่ย เด็กสาวอายุ14 แม้กระทั่งคนโตอายุ 35 อย่างเขาที่ชีวิตมายี่สิบปีก่อนจะข้ามมาใช้ชีวิตในโลกนี้อีก15ปีก็ยังประหม่า

เหนือสิ่งอื่นใด พวกเขากำลังจะไปจัดการกับผู้บ่มเพาะที่เหนือกว่าพวกเขาสองระดับ

เมื่อพวกเขาถึงเมือง เย่อันผิงก็ดีใจที่เลือกพานางมาล่วงหน้า

หลังเขาจองห้อง เขาอยากพานางไปเดินเล่น เป็นผลให้ ทันทีที่นางก้าวเหยียบถนน เพ่ยเหลียนเสวี่ยก็กลายเป็นระแวงทุกคนที่นางเห็น และทุกคนก็ดูเหมือนผู้บ่มเพาะมาร

พอเห็นผู้บ่มเพาะก่อตั้งรากฐานที่กำลังซื้อซาลาเปาอยู่ไม่ไกล นางก็ถามเย่อันผิง“พี่ คนคนนั้นใช่ผู้บ่มเพาะมารที่ท่านพูดถึงหรือเปล่า?”

“เปล่า แค่ผู้บ่มเพาะทั่วไป”

“โอ้..”เพ่ยเหลียนเสวี่ยพยักหน้า จากนั้นก็เห็นคนสะพายกระบี่บนหลังและถามใหม่“พี่ นั่นใช่เขาไหม?”

“นั่นคือนายอำเภอเมืองอู่ซี”

“แล้วคนโกนหัวละ?”

“นั่นแค่ขอทาน”

เย่อันผิงคิดว่านางน่ารักและยิ้ม“น้องพี่ ตอนนี้เจ้าเหมือนหนูเลย”

“เจ้าสิหนู!”เพ่ยเหลียนเสวี่ยหน้ามุ่ย“ข้าไม่ใช่..”

“กลัว?”

“กลัวสิ!เราต้องจัดการกับผู้บ่มเพาะมารระดับแก่นวิญญาณเลยนะ..”

เย่อันผิงลูบหน้านาง.”เจ้าต้องเชื่อในพี่ใหญ่ของเจ้า จะไม่มีปัญหาใด ลืมการคิดบวกแบบที่ข้าสอนแล้วเหรอ?’

“ข้าจำได้”

“พูดสิ”

“ตอนเจอกับความยากลำบาก อย่ากลัว ให้ยิ้มสู้ วีธีที่ดีสุดในการไล่ความกลัวคือสู้กับความกลัว!”เพ่ยเหลียนเสวี่ยเขย่ากำปั้นน้อย“ฮูเร่!”

“ใช่ อย่ากลัว”

“พี่ ข้าอยากถามมาตลอด ฮูเร่คืออะไร?”

“คือ..”เย่อันผิงหยุดและอธิบาย“คิดซะว่าเป็นคำพูดปลุกใจคนเฉยๆ”

“โอ้”

ทั้งสองเดินไปตามถนนสักพัก ตอนนั้นเอง เสียงกลองก็ดังจากข้างหน้า วันนี้ดูเหมือนจะมีงานแต่ง

ไม่นานนัก ขบวนเจ้าสาวก็ปรากฏ

เกี๊ยวแดงนำทาง ตามด้วยคนนับสิบที่ถือไก่ เป็ด ปลา เสียงกลองดังเหมือนงานเทศกาล

เย่อันผิงไม่พบมันในนิยาย แต่เพ่ยเหลียนเสวี่ยสนใจมาก นางจ้องมันด้านหน้า ความกลัวก่อนหน้าหายไป นางอยากจะนั่งบนเกี๊ยวแดงบ้าง

พูดก็พูด มันเป็นปกติ เพ่ยเหลียนเสวี่ยคือเด็กสาวจากตระกูลธรรมดา ในโลกนี้ เด็กสาวเช่นนางจะโตมาเพื่อหวังแต่งงานเข้าตระกูลดีๆตอนวัย15

ปีนี้นาง 14 แล้ว

หลังคิด เย่อันผิงก็ถาม“เจ้าอยากไปดูตรงนั้นไหม?น่าจะมีงานแต่งนะ”

นางรีบละสายตา และหลังลังเล นางก็ส่ายหัว”เรากำลังตามหาผู้บ่มเพาะมารกันอยู่นี่?เราจะไปมีเวลาดูคนอื่นแต่งงานกันได้ไง?’

“ไม่เป็นไร เจ้าคงไม่เคยเห็นงานแต่งมาก่อนใช่ไหมละ?”

“ข้าอ่านมันในหนังสือ”

“เราไปดูกันเถอะ”

เย่อันผิงลากนางไปหน้าประตูบ้านใครก็ไม่รู้ที่จัดงานแต่ง

เขาอธิบายกับอีกฝ่ายว่ามายินดีด้วย และหลังแสดงป้ายของสำนักร้อยดอกบัว พวกเขาก็ได้รับเชิญในที่พิเศษ

อย่างไม่คาดคิด ตอนเขานั่งที่โต๊ะ เขาตระหนักว่ามีผู้บ่มเพาะบางคนที่มากินเหมือนพวกเขา

พวกเขานั่งโต๊ะแปดคน เป็นผู้บ่มเพาะหมด และทันทีที่เย่อันผิงนั่งลง ชายหนุ่มข้างเขาก็เริ่มคุย

“พวกเจ้าว่างเลยมาดูคนอื่นแต่งงานกันใช่ไหม?”

“ฮี่ ผู้อาวุโสพูดถูก”เย่อันผิงพยักหน้า“น้องสาวข้าไม่เคยเห็นงานแต่งมาก่อน นางอยากรู้ ในเมื่อเรามา ข้าเลยพานางมาดู”

“โอ้ พวกเจ้าเป็นพี่น้องกันนี่เอง”

เย่อันผิงมองผู้บ่มเพาะคนอื่นที่โต๊ะ พร้อมทักทายพวกเขา และถามว่าได้ยินชื่ออู่โหยวกันไหม

แต่ตอนเขาเห็นชายในโต๊ะ เขาก็ตระหนักว่าไม่ต้องถามอีก

ชายคนนั้นมีทั้งเสน่ห์แบบผู้ชายและหญิง ใบหน้าดูเป็นกลาง ผมของเขามัดเป็นมวยยาวสองข้าง รูม่านตาสีม่วงฉายแสงชั่วร้าย

ไม่ต้องสงสัยว่าหน้าตานี้กับอารมณ์นี้ตรงกับปรมาจารย์ใหญ่ของสำนักพิษมารในเกม

แต่ปัญหาคือ ทำไมเขา ผู้บ่มเพาะมารถึงมางานแต่งของคนธรรมดาเพื่อกินข้าว?เขาว่างนักเหรอ?

เย่อันผิงไม่กล้าจ้องเขานาน หลังพยักหน้า เขากับเพ่ยเหลียนเสวี่ยก็มองเจ้าบ่าวเจ้าสาว ที่กำลังดื่มกับแขก

แต่ อู่โหยวริเริ่มคุยกับพวกเขา

“เห้ เจ้าหนู ข้าคิดว่าเจ้าอายุแค่ 14 15 แต่ก็ถึงขั้นสามของหลอมลมปราณแล้ว อนาคตเจ้าดูสดใสนะ”

“อ่า..”หลังได้ยินเสียงที่แยกเพศไม่ออก เย่อันผิงก็แกล้งเป็นเด็กหนุ่มขี้อาย“ขอบคุณสำหรับคำชม ผู้อาวุโส อาจารย์สอนข้ามาดี”

“ส่วนเด็กสาวคนนี้ก็ด้วย..ถ้าข้าเดาไม่ผิด นางบรรลุขั้นสมบูรณ์ของหลอมลมปราณแล้วใช่ไหม?”

“น้องสาวข้ามีพรสวรรค์และขยันฝึก”เย่อันผิงยิ้ม เกาหลังหัว จากนั้นก็ตบไหล่เพ่ยเหลียนเสวี่ย ลากสายตานางกลับจากเจ้าบ่าวเจ้าสาว“น้องพี่ ผู้อาวุโสท่านนี้กำลังชมเจ้า”

“อา…”เพ่ยเหลียนเสวี่ยมองอู่โหยวและพยักหน้า“ขอบคุณสำหรับคำชม ผู้อาวุโส”

อู่โหยวยิ้ม พยักหน้าให้ทั้งสอง ขยับไหสุรามาเติมชามด้านหน้าเย่อันผิงและเพ่ยเหลียนเสวี่ย

“สองพี่น้อง มังกรและหงส์ถูกลิขิตให้เป็นอัจฉริยะในอนาคต ถือซะว่าสุราสองชามนี้คือการสร้างมิตรภาพ”

เย่อันผิงพยักหน้าและยิ้ม มองสุราสองชามด้านหน้าเขากับเพ่ยเหลียนเสวี่ย

สุราภายในใส ไม่มีอะไรผิดปกติในแวบแรก แต่เขารู้ว่ามันต้องมีคาถา

มันดูเหมือนว่าอู่โหยวจะรู้แล้วว่ารากปราณของเพ่ยเหลียนเสวี่ยพิเศษ

แต่ ความพยายามสิบปีของเขากับเพ่ยเหลียนเสวี่ยไม่ได้สูญเปล่า หลังฝึกสิบปี รวมถึงกินยาพิษทุกชนิด นี่จะไม่มีผลกับพวกเขาเลย

“น้องพี่ ดูสิ ผู้อาวุโสรินสุราให้เรา’

“อา..โอ้ ขอบคุณ ผู้อาวุโส”

เพ่ยเหลียนเสวี่ยดื่ม ตบไหล่เย่อันผิงและร้อง“พี่ ดูสิ ดูนั่น เจ้าบ่าวเจ้าสาวทำความเคารพกันแล้ว!”

จบบทที่ ตอนที่ 4 น้องสาวใกล้ถึงวัย

คัดลอกลิงก์แล้ว