- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีขอใช้ชีวิตดี๊ดีในวันสิ้นโลกด้วย ระบบตุนเสบียง
- บทที่ 36 - มิตรภาพพลาสติกของแก๊งนางฟ้า
บทที่ 36 - มิตรภาพพลาสติกของแก๊งนางฟ้า
บทที่ 36 - มิตรภาพพลาสติกของแก๊งนางฟ้า
บทที่ 36 - มิตรภาพพลาสติกของแก๊งนางฟ้า
ในกลุ่มแชทรวมของตึก
1303 (กู้เจิ้งกั๋ว) : เพื่อให้หน่วยลาดตระเวนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมขอเสนอให้มีการเก็บภาษีส่วนกลางครับ ผมคิดว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นตัวเลขที่เหมาะสม
1816 (โจวหงต๋า) : ยี่สิบเปอร์เซ็นต์! บ้าไปแล้ว รัฐบาลยังไม่เก็บโหดขนาดนี้เลย นี่มันขูดรีดกันชัดๆ
1017 (ป้าอาสาสมัคร) : ป้าก็ว่าเยอะไปหน่อยนะ สักสิบเปอร์เซ็นต์กำลังดีไหมลูก
0520 : งั้นฉันไม่ไปแลกของแล้ว ใครอยากแลกทักส่วนตัวมาละกัน
1303 : ไม่เยอะหรอกครับ หน่วยลาดตระเวนมีตั้งหลายสิบชีวิต พวกเขาต้องเสียสละเวลาและเสี่ยงตาย จะให้คนทำงานต้องเสียเลือดเสียเหงื่อฟรีๆ เหรอครับ
0713 (เจ้าอ้วนเฝิง) : ผมสนับสนุนกัปตันกู้ครับ! พวกเราหน่วยลาดตระเวนก็ต้องกินต้องใช้ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์นี่ถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ!
2806 : สนับสนุนกัปตันกู้
1614 : สนับสนุนกัปตันกู้
...
ข้อความอวยไส้แตกไหลมาเป็นพรวน
ธรรมชาติของมนุษย์ก็แบบนี้แหละ ชอบสยบยอมต่อผู้มีอำนาจ ตอนนี้กู้เจิ้งกั๋วคือผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในตึก การเลียแข้งเลียขาเขาจึงกลายเป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอด
โดยเฉพาะเจ้าอ้วนเฝิง รายนี้เลียเก่งจนลิ้นเป็นมันแผล็บ
ห้อง 2808
เซียวเฉินปิดหน้าจอมือถือ เงยหน้ามองไปทางครัว
โม่เสี่ยวถงในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งของเขากำลังง่วนอยู่กับการทำมื้อเช้า ชายเสื้อที่ยาวคลุมสะโพกไม่อาจบดบังเรือนร่างเย้ายวนและเรียวขาขาวผ่องได้เลย
ในวันสิ้นโลกแบบนี้ การมีสาวใช้ส่วนตัวคอยดูแลช่างเป็นความสุขที่หาที่เปรียบไม่ได้ ต่างจากชีวิตบัดซบในชาติที่แล้วราวสวรรค์กับนรก
ไม่นานอาหารเช้าหน้าตาน่าทานก็ถูกยกมาเสิร์ฟ
ขนมปังปิ้ง โจ๊กข้าวโอ๊ต เบคอนทอด และไข่ดาว
เมนูเบสิกที่ทำง่ายแสนง่าย ขนมปังแค่โยนใส่เครื่องปิ้ง ข้าวโอ๊ตแค่เทน้ำร้อนใส่ เบคอนทอดไฟอ่อนๆ แป๊บเดียวก็ได้กิน แต่พอมันถูกจัดวางอย่างตั้งใจ มันก็ดูดีมีระดับขึ้นมาทันตา
เซียวเฉินโปะเบคอนกับไข่ดาวลงบนขนมปัง ทาด้วย 'ซอสเหล่ากานมา' ฉ่ำๆ แล้วประกบด้วยขนมปังอีกแผ่น กลายเป็นแซนด์วิชสไตล์จีนรสจัดจ้าน
เขากัดคำโต เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย พลางซดโจ๊กร้อนๆ ตามลงไป
"อ่านแชทกลุ่มหรือยัง" เขาถามทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก
โม่เสี่ยวถงพยักหน้า "อ่านแล้วค่ะ ตอนนี้ทุกคนดูโล่งใจที่มีกัปตันกู้ออกมานำทีม ตึกเราขาดผู้นำที่เข้มแข็งแบบนี้มานานแล้ว"
เธอแอบชำเลืองมองเจ้านายหนุ่มแล้วรีบแลบลิ้นแก้เกี้ยว "แต่แน่นอนว่า... คุณเซียวเหมาะจะเป็นผู้นำที่สุดค่ะ"
เซียวเฉินไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขากินมื้อเช้าจนหมดเกลี้ยงแล้วค่อยเอ่ยปาก
"คุณไม่คิดว่าไอ้แซ่กู้นี่มันทะแม่งๆ บ้างเหรอ"
"คะ? ยังไงคะ" โม่เสี่ยวถงถามพลางเก็บจาน จังหวะที่เธอก้มลงเก็บของ ความเว้าโค้งของสรีระก็ปรากฏชัดเจนจนเซียวเฉินต้องลอบกลืนน้ำลาย
"ทหารบ้าอะไรสอนวิชาสะเดาะกุญแจ แถมยังเสนอหน้ามาเก็บภาษี ทั้งที่ก่อนหน้านี้หายหัวไปเป็นสิบวัน จู่ๆ ก็โผล่มาตอนบ้านเมืองวุ่นวาย... หึ ดูยังไงก็ไม่ชอบมาพากล"
เซียวเฉินลุกขึ้นเดินเข้าหาหญิงสาว
โม่เสี่ยวถงร้องอุทานเบาๆ รีบถอยฉากหนีด้วยความตกใจ ร่างกายที่แข็งแกร่งเกินมนุษย์ของเขามันน่าเกรงขามเกินไปสำหรับเธอ
เขาหัวเราะในลำคอ ไม่คิดจะไล่ตามให้กระต่ายตื่นตูม หันหลังเดินเข้าห้องทำงานพร้อมทิ้งท้ายคำสั่ง
"มื้อเที่ยงขอเป็นกับข้าวผัดๆ นะ ไม่เอาสเต๊กแล้ว"
โม่เสี่ยวถงยืนหน้าเครียด
ผัดผัก? เธอทำเป็นที่ไหนล่ะ!
สเต๊กน่ะง่ายแค่จี่กระทะให้สุก แต่ผัดผักต้องคุมไฟ ต้องปรุงรส ยากกว่าเยอะ แต่เจ้านายดันเบื่อสเต๊กแล้ว จะทำยังไงดี
เธอหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ขอความช่วยเหลือในกลุ่มเพื่อนสาว : "ช่วยด้วย! จ้าวตึก อยากกินกับข้าวผัดๆ แต่ฉันทำไม่เป็น ทำไงดี ฮือๆๆ"
แชทกลุ่มเด้งรัวๆ
ฟ่านมี่มี่ : แม่เจ้า... เธอยังมีหน้ามากลุ้มใจเรื่องทำกับข้าวไม่เป็นอีกเหรอ ฉันนี่อดข้าวมาสองวันแล้ว กินแต่น้ำจนนมแฟบหมดแล้วเนี่ย!
หลงปิงปิง : เธอทำสเต๊กเป็นไม่ใช่เหรอ ก็ทำให้เขากินต่อไปสิ
โม่เสี่ยวถง : เขาเบื่อแล้วน่ะสิคะ อยากเปลี่ยนรสชาติ
โหย่วลี่หยา : ช่างเรื่องกับข้าวเถอะ วันนี้กัปตันกู้นำทีมลาดตระเวนด้วย พวกเราออกไปแลกของกินกันไหม
หลงปิงปิง : ฉันลังเลจัง
ฟ่านมี่มี่ : ฉันต้องไปแล้วล่ะ ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย กัปตันกู้ดูเป็นคนพึ่งพาได้ ฉันว่าไม่น่ามีปัญหา
หลงปิงปิง : ฉันว่าระวังตัวไว้ก่อนดีกว่า ถ้าโดนพวกคนเลวเพ่งเล็งขึ้นมา ผลที่ตามมามันไม่คุ้มกันนะ
โหย่วลี่หยา : มีกัปตันกู้อยู่ทั้งคน ไม่ต้องกลัวพวกกุ๊ยหรอกน่า
โม่เสี่ยวถง : แต่ฉันสังหรณ์ใจแปลกๆ กับกัปตันคนนี้นะคะ พวกเธอคิดดูสิ หน่วยรบพิเศษที่ไหนสอนสะเดาะกุญแจ แล้วทหารเขาถือคติไม่เอาเปรียบประชาชนไม่ใช่เหรอ แต่นี่มาถึงก็รีดภาษียับเลย มันแปลกๆ นะ
หลงปิงปิง : ฉันก็ตะหงิดๆ เหมือนกัน หายหัวไปเป็นสิบวัน เพิ่งโผล่มาตอนคนกำลังแตกตื่น แล้วก็สถาปนาตัวเองเป็นหัวหน้า มันดู 'จัดฉาก' เกินไป
โหย่วลี่หยา : เขาก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้อ่านไลน์กลุ่ม
หลงปิงปิง : เหอะ... เชื่อก็ออกลูกเป็นควายแล้ว หมอกลงมาสิบกว่าวัน คนปกติต้องกระวนกระวายหาข่าวสารแล้ว ใครมันจะใจเย็นไม่แตะมือถือได้ขนาดนั้น
คำพูดของหลงปิงปิงทำเอาทุกคนชะงัก
จริงด้วย... ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ใครบ้างจะไม่เช็กข่าวสาร
โหย่วลี่หยา : พอเธอพูดแบบนี้ ฉันก็เริ่มระแวงแล้วสิ งั้นวันนี้ฉันไม่ลงไปแลกของแล้ว รอดูสถานการณ์ก่อน
ฟ่านมี่มี่ : แล้วเธอจะเอาอะไรกินล่ะ ฉันจะเอาของไปแลกกับเธอเอง ฉันหิวจนจะแทะถุงพลาสติกกินได้แล้วเนี่ย
โหย่วลี่หยา : เอิ่ม... ฉันกะจะเอากระเป๋าไปแลกของกินน่ะ ฉันเองก็ไม่มีของกินเหลือแล้วเหมือนกัน
...
ห้อง 2305
ฟ่านมี่มี่อ่านข้อความล่าสุดด้วยความเจ็บปวด เธอสลับไปที่ 'กลุ่มที่ไม่มีโหย่วลี่หยา' แล้วพิมพ์ระบาย
ฟ่านมี่มี่ : ยัยลี่หยาต้องกะจะเอาอาหารไปแลกกระเป๋าแบรนด์เนมแน่ๆ สมฉายา 'พลาสติกซิสเตอร์' จริงๆ เพื่อนจะอดตายอยู่แล้วยังห่วงแต่ของสวยงาม
โม่เสี่ยวถง : มี่มี่... หรือเธอจะมาเป็นแม่ครัวให้จ้าวตึกดีไหม ฉันทำไม่เป็นจริงๆ กลัวเขาจะเบื่อแล้วทิ้งฉัน
ฟ่านมี่มี่ : แต่เขาไม่รับแอดฉันเลยนะ
โม่เสี่ยวถง : เดี๋ยวฉันลองคุยให้อีกที
ฟ่านมี่มี่กำลังจะพิมพ์ตอบ แต่ 'กลุ่มที่ไม่มีโม่เสี่ยวถง' ก็เด้งเตือนขึ้นมา
หลงปิงปิง : มี่มี่! อย่าหลงกลยัยเสี่ยวถงนะ ห้ามไปห้องจ้าวตึกเด็ดขาด ไปแล้วไม่ได้กลับออกมาแน่
ฟ่านมี่มี่ : แต่ดูจากรูปการณ์แล้ว เสี่ยวถงก็ดูมีความสุขดีนะ ไม่เหมือนคนโดนขังเลย
หลงปิงปิง : รู้จัก 'Stockholm Syndrome' ไหม อาการที่ตัวประกันหลงรักคนร้ายน่ะ ยัยเสี่ยวถงโดนล้างสมองไปแล้ว เธออย่าไปบ้าตามนะ
โหย่วลี่หยา : คุยไรกันอยู่อ่ะ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง
ฟ่านมี่มี่วางโทรศัพท์ลงด้วยความสับสนและหิวโหย
ท้องร้องโครกครากจนตาลาย จะเชื่อใครดี จะไปทางไหนดี ชีวิตในวันสิ้นโลกมันช่างโหดร้ายเหลือเกิน
[จบแล้ว]