เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - เกี๊ยวฝีมือเมีย (จำเป็น) และการลุกฮือที่ล้มเหลว

บทที่ 18 - เกี๊ยวฝีมือเมีย (จำเป็น) และการลุกฮือที่ล้มเหลว

บทที่ 18 - เกี๊ยวฝีมือเมีย (จำเป็น) และการลุกฮือที่ล้มเหลว


บทที่ 18 - เกี๊ยวฝีมือเมีย (จำเป็น) และการลุกฮือที่ล้มเหลว

ติ๊ง!

ข้อความเข้า

0202 แอดเพื่อนมา : ‘นายท่าน ผมขอไปอยู่ด้วยได้ไหม มีที่ว่างไหมครับ’

เซียวเฉิน : ‘ฉันรับเฉพาะคนซื่อสัตย์ภักดีเท่านั้น’

0202 : ‘ถามจริง? นี่นายป่วยปะเนี่ย โลกจะแตกยังมาเล่นบทเจ้าขุนมูลนาย บ้าอำนาจชะมัด!’

เซียวเฉินพิมพ์ตอบกลับไปนิ่ง ๆ : ‘ดูทรงแล้วนายยังไม่จนตรอกพอ ไว้ใกล้ตายจริง ๆ ค่อยมาคุยกันใหม่นะ’

กดลบเพื่อนทันที

เขาไม่รีบ... ตอนนี้เพิ่งวันที่เจ็ด ความกลัวเริ่มก่อตัว แต่ยังไม่ถึงขีดสุด

ต้องรอให้สิ้นหวังกว่านี้ ให้หิวจนตาลายกว่านี้ ถึงตอนนั้นคนพวกนี้จะยอมคลานเข่ามาหาเขาเอง

...

ทางด้านชั้นสอง ห้อง 0202

ชายหนุ่มปามือถือลงบนโซฟาอย่างหัวเสีย “ไอ้เวรเอ๊ย! นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็พวกโรคจิตหลอกฟันสาว”

“ซื่อสัตย์บ้าบออะไร ปัญญาอ่อน!”

เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ทะเลหมอกขาวโพลนเหมือนปุยเมฆกำลังเลียไล้ขอบระเบียง

เงาตะคุ่มในหมอกเคลื่อนไหววูบวาบ ยิ่งมองยิ่งขนลุก

ชั้นล่างที่เป็นร้านค้าจมหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว

เขาตัดสินใจเดินไปเคาะห้องข้าง ๆ (0203)

หนุ่มร่างท้วมเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าเครียดจัด

“เพื่อน... หมอกมันขึ้นมาแล้ว อยู่ต่อมีแต่ตายกับตาย ชั้นเจ็ดมีห้องว่าง ไปพังประตูกันเถอะ” 0202 ชวน

0203 ส่ายหัวดิก “ไม่เอาอ่ะ ผิดกฎหมาย ฉันกลัวตำรวจ”

ปัง! ปิดประตูใส่หน้าเฉย

0202 สบถลั่น “ไอ้อ้วนขี้ขลาด! นอนรอความตายไปเถอะมึง!”

เขาไม่ยอมแพ้ เดินไปเคาะห้อง 0217 และห้องอื่น ๆ

ในที่สุดก็ได้แนวร่วมชายฉกรรจ์สิบกว่าคน ถือชะแลง ค้อน และท่อนเหล็กเดินอาดๆ ไปที่ลิฟต์ กดขึ้นไปชั้นเจ็ด

เซียวเฉินมองภาพจากจอมอนิเตอร์แล้วยิ้มมุมปาก

ความโกลาหลเริ่มแล้ว กฎระเบียบกำลังจะพังทลาย

นี่แหละสัญญาณของการเก็บเกี่ยวลูกน้องล็อตใหญ่

“ระบบ ติดตั้งกล้องที่ชั้นเจ็ดด่วน”

วิ้ง!

ภาพจากชั้นเจ็ดปรากฏบนจอ

กลุ่มชายฉกรรจ์ถืออาวุธเดินออกจากลิฟต์ด้วยท่าทางฮึกเหิม นำทีมโดย 0202 และ 0217

แต่จู่ ๆ พวกเขาก็ชะงักกึก

ทุกคนเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดตัวใหม่เอี่ยมที่เพิ่งโผล่มาติดบนเพดาน

สีหน้าของแต่ละคนถอดสี

ความกลัวกฎหมายยังคงฝังรากลึก

พวกเขาหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สุดท้ายก็พากันถอยกรูดกลับเข้าลิฟต์ไปอย่างเงียบ ๆ

เซียวเฉินหัวเราะหึ ๆ

คนพวกนี้ยังไม่หลุดพ้นจากกรอบเดิม ๆ ยังกลัวกล้อง กลัวหลักฐาน

แสดงว่าเขายังต้องรออีกหน่อย

...

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เช้าวันรุ่งขึ้น โม่เสี่ยวถงเคาะประตูห้องนอน

“นายท่านคะ... ตื่นหรือยัง มื้อเช้าพร้อมแล้วค่ะ” น้ำเสียงของเธอเจือความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด

เซียวเฉินเดินออกมา เห็นชามเกี๊ยวสองใบวางอยู่บนโต๊ะ

แต่เดี๋ยวนะ...

ชามของเขา เกี๊ยวอวบอ้วนเรียงตัวสวยงาม

แต่ชามของเธอ... เกี๊ยวรูปร่างประหลาด บิดเบี้ยว ไส้ทะลัก ดูเหมือนก้อนแป้งต้มเละ ๆ มากกว่าเกี๊ยว

ชัดเจนว่าเธอเพิ่งหัดห่อ แล้วคัดเอาอันสวย ๆ ให้เขา ส่วนตัวเองกินอันที่เละเทะ

ความภักดีระดับเต็มร้อยมันเป็นแบบนี้นี่เอง... เสียสละและเทิดทูน

ความรู้สึกอบอุ่นแล่นพล่านในอก เซียวเฉินยื่นมือไปเช็ดเหงื่อที่หน้าผากเธอ “เธอห่อเองเหรอ?”

โม่เสี่ยวถงพยักหน้าตาเป็นประกาย เหมือนเด็กน้อยรอคำชม

“ทำเป็นด้วยเหรอเราน่ะ?”

“ฉันตื่นมาเปิดคลิปดูตั้งแต่ตีสี่ค่ะ... หัดทำตาม” เธอตอบเสียงเบา แก้มแดงระเรื่อ

ตีสี่!

เพื่อจะทำอาหารเช้าให้เขากินเนี่ยนะ?

เซียวเฉินประทับจูบลงบนหน้าผากเธอเบา ๆ “ลำบากเธอแล้วนะ”

โม่เสี่ยวถงหน้าแดงก่ำ แต่แววตาเปี่ยมสุข

เขาหยิบตะเกียบ คีบเกี๊ยวขึ้นมาอันหนึ่ง

โม่เสี่ยวถงยืนบิดไปบิดมาด้วยความลุ้นระทึก จ้องมองเขาตาไม่กระพริบ ปากเผยอน้อย ๆ เหมือนจะช่วยลุ้น

เซียวเฉินส่งเกี๊ยวเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ

...คิ้วขมวดมุ่นทันที

รสชาติจืดชืดสนิท! ไม่มีรสเค็ม รสหวาน หรือรสอะไรเลยนอกจากรสแป้งกับหมูต้ม!

โม่เสี่ยวถงหน้าซีดเผือด “มะ... ไม่อร่อยเหรอคะ?”

เซียวเฉินกลืนลงคออย่างยากลำบาก “เธอใส่เกลือไปกี่ช้อน?”

“เกลือ? ต้องใส่เกลือด้วยเหรอคะ? ในคลิปไม่เห็นบอกเลย...” เธอทำหน้าตาตื่น

เซียวเฉินหลุดขำ

แม่คุณเอ๊ย... ดูคลิปยังไงให้พลาดเรื่องพื้นฐานขนาดนี้

เขาคีบเกี๊ยวอันหนึ่งไปจ่อที่ปากเธอ “ลองชิมดู”

โม่เสี่ยวถงงับเข้าปาก เคี้ยวไปสองทีก็ทำหน้าเหยเก “จืดสนิทเลย... แย่แล้ว ทำไงดีคะนายท่าน”

เธอมองเขาด้วยสายตาสำนึกผิดเหมือนลูกหมาโดนดุ

เซียวเฉินลูบหัวเธออย่างเอ็นดู “ไปหยิบ ‘เหลากานมา’ (น้ำพริกเผา) กับจิ๊กโฉ่วมา เอามาจิ้มกินแก้ขัดไปก่อน”

“ค่ะ!”

เธอรีบวิ่งไปหยิบขวดเครื่องปรุงมาวาง แล้วยืนนิ่งตัวตรงแหน็วอยู่ข้างโต๊ะ

เซียวเฉินเงยหน้ามอง “ยืนบื้อทำไม?”

“ก็... นายท่านบอกให้ ‘ยืนกิน’ (ยืน - จ้าน) นี่คะ”

เซียวเฉินกุมขมับ

ภาษาจีนนี่มันดิ้นได้จริง ๆ คำว่า ‘จิ้ม’ (จ้าน) กับ ‘ยืน’ (จ้าน) ออกเสียงเหมือนกันเปี๊ยบ

“ฉันหมายถึง ‘จิ้ม’ น้ำจิ้มกินโว้ย ไม่ได้ให้ยืนกิน! มานี่เลย!”

เขาดึงแขนเธอจนตัวปลิวลงมานั่งตัก

“ว้าย!” โม่เสี่ยวถงร้องเสียงหลง หน้าแดงซ่านเมื่อต้องนั่งซ้อนอยู่บนตักแกร่ง

เซียวเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง คีบเกี๊ยวจิ้มน้ำพริกเผาป้อนใส่ปากเธอ

บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหวาน (และรสเผ็ดของน้ำพริก)

มื้อเช้านี้ แม้เกี๊ยวจะจืดชืด แต่รสชาติของความรัก (แบบนายท่านกับสาวใช้) กลับกลมกล่อมกำลังดี

แน่นอนว่า... สิ่งที่ถูกกินจนเกลี้ยงไม่ได้มีแค่เกี๊ยว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - เกี๊ยวฝีมือเมีย (จำเป็น) และการลุกฮือที่ล้มเหลว

คัดลอกลิงก์แล้ว