- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีขอใช้ชีวิตดี๊ดีในวันสิ้นโลกด้วย ระบบตุนเสบียง
- บทที่ 8 - บะหมี่ครึ่งกิโลที่หายวับไปกับตา
บทที่ 8 - บะหมี่ครึ่งกิโลที่หายวับไปกับตา
บทที่ 8 - บะหมี่ครึ่งกิโลที่หายวับไปกับตา
บทที่ 8 - บะหมี่ครึ่งกิโลที่หายวับไปกับตา
หลังจากชั่งใจดูข้อเสนอทั้งหมด โม่เสี่ยวถงก็กัดฟันตอบตกลง
ความหิวไม่เคยปรานีใคร ทุกวันนี้แค่น้ำเปล่าลูบท้องมันไม่พออีกต่อไปแล้ว
อีกอย่าง กระเป๋าใบนี้ได้มาจากหนึ่งในบรรดาหนุ่มหน้าโง่ที่ตามจีบเธอ เธอไม่ได้ควักเงินซื้อสักแดงเดียว
แลกก็แลกวะ
เดี๋ยวสถานการณ์ดีขึ้นค่อยไปอ้อนให้พวกนั้นซื้อให้ใหม่ก็ได้
เธอส่งข้อความส่วนตัวหาคนรับแลก : ‘กระเป๋าหนึ่งใบแลกบะหมี่หนึ่งชั่ง แต่ต้องแถมเกลือ ผงชูรส น้ำมันงา แล้วก็ซีอิ๊วมาด้วยนะ’
ขืนให้กินบะหมี่ต้มน้ำเปล่าจืดชืด ต่อให้หิวจนตาลายเธอก็กลืนไม่ลง
อีกฝ่ายตอบตกลงทันที
ทั้งสองนัดแนะเวลาส่งของ ถึงเวลานัดโม่เสี่ยวถงก็เดินกุมท้องหิวโซลงไปข้างล่าง
ตอนนี้เธอผอมโซจนหนังท้องแทบติดหนังหลัง เดินเหินแทบไม่ไหว
พอได้บะหมี่มา เธอก็รีบกอดถุงวิ่งจู๊ดกลับห้องด้วยความหวาดระแวง กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนคุณป้าห้อง 1017 ที่โดนดักปล้น
บรรยากาศในตึกตอนนี้เริ่มไม่น่าไว้วางใจขึ้นทุกที
พอกลับถึงห้อง เธอก็จัดการต้มบะหมี่ครึ่งชั่งรวดเดียว แล้วโซ้ยแหลกด้วยความหิวโหย
คราวนี้ไม่มีการเททิ้ง เธอกินจนเกลี้ยงชามแทบจะเลียก้นถ้วย
บะหมี่ดิบที่เหลืออีกนิดหน่อยเธอรีบยัดใส่ตู้เย็นเก็บไว้กินพรุ่งนี้
กินอิ่มแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปชามเปล่าส่งไปเย้ยเซียวเฉิน : ‘ไอ้ลามก! ฉันมีข้าวกินแล้วย่ะ เชิญฝันกลางวันไปคนเดียวเถอะ!’
กดส่งเสร็จก็บล็อกเขาทันที
"ไอ้กระจอกเอ๊ย หรือไม่ก็พวกตาแก่โรคจิต คิดจะมาเคลมฉัน ฝันไปเถอะย่ะ" โม่เสี่ยวถงเบ้ปาก ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม เตรียมหลับฝันดี
แต่พอนึกขึ้นได้ว่ากระเป๋า LV ใบหรู เพิ่งกลายสภาพเป็นบะหมี่ลงท้องไปแล้ว เธอก็นอนไม่หลับ
เสียดายชะมัด กว่าจะหลอกล่อให้ไอ้หน้าโง่นั่นซื้อให้ได้ ต้องลงทุนส่งรูปวับ ๆ แวม ๆ ไปให้ตั้งรูปนึง
...
วันที่ห้า
เซียวเฉินตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงแดดเจิดจ้า
มองจากหน้าต่างดูเหมือนโลกภายนอกจะสดใสไร้พิษภัย
แต่พอมองต่ำลงไปที่พื้นดิน ชั้นหมอกสีขาวขุ่นราวกับน้ำนมยังคงปกคลุมหนาทึบ
ดูเผิน ๆ เหมือนแดนสวรรค์ในหนังเทพเซียน
หมอกพวกนี้มีมวลหนาแน่นและหนักอึ้ง มันจึงลอยตัวต่ำเกาะกลุ่มกันอยู่ที่พื้น ไม่ฟุ้งกระจายขึ้นมาข้างบน
ยอดไม้ใหญ่โผล่พ้นทะเลหมอกขึ้นมา ดูแปลกตาและสวยงามอย่างประหลาด
แต่ภายใต้ความงามนั้น ใครจะรู้ว่ามีมฤตยูอะไรซ่อนอยู่
ทันใดนั้น นกตัวหนึ่งก็บินพุ่งขึ้นมาจากทะเลหมอก
มันกระพือปีกอย่างทุรนทุราย พยายามบินสูงขึ้นไปหาแสงแดด
เซียวเฉินคว้ากล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดูทันที
ภาพที่เห็นทำเอาเขาขนลุกซู่
นกตัวนั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือด ดวงตาของมันแดงฉานราวกับมีไฟนรกลุกโชนอยู่ภายใน บ่งบอกถึงความบ้าคลั่งไร้สติ
บินไปได้ไม่เท่าไหร่ เรี่ยวแรงก็หมดลง ร่างของมันร่วงหล่นกลับลงไปสู่ทะเลหมอกเบื้องล่าง
เซียวเฉินสูดหายใจลึก "สัตว์ปีกก็ติดเชื้อแล้วสินะ"
ที่ 0202 บอกว่าเห็นซอมบี้ในหมอก ท่าทางจะเป็นเรื่องจริง
ชาติที่แล้ว อีกไม่กี่วันทีวีจะเริ่มประกาศเตือนเรื่องหมอกเปลี่ยนคนให้เป็นบ้า ห้ามประชาชนออกจากบ้านเด็ดขาด
เขาเคยเห็นกับตาตัวเอง กลุ่มคนที่พยายามฝ่าหมอกออกไปหาอาหาร ถูกฝูงซอมบี้รุมทึ้งฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ
ไม่ใช่แค่คน สัตว์ทุกชนิดที่ถูกหมอกกลืนกิน จะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดกระหายเลือด
ตราบใดที่หมอกยังไม่จาง มนุษย์ก็เป็นได้แค่เหยื่อ
หยิบมือถือขึ้นมาดู กลุ่มแชตยังคงเดือด 999+ เหมือนเดิม
มนุษย์ว่างงานที่ไม่มีอะไรทำ งานอดิเรกเดียวที่เหลืออยู่คือการพิมพ์แชต
โชคยังดีที่รัฐยังเลี้ยงระบบอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า และประปาไว้ได้
ไม่อย่างนั้นคงมีคนสติแตกเป็นบ้าตายกันไปแล้ว
เขาลองเลื่อนดูข้อความเก่า ๆ เห็นรูปชามบะหมี่กับคำด่าของโม่เสี่ยวถงที่ส่งมาเมื่อคืน
พอกดจะพิมพ์ตอบ ระบบก็แจ้งเตือนว่าส่งไม่ผ่าน
โดนบล็อกตามคาด
เซียวเฉินยักไหล่ ไม่ยี่หระ
เจ็ดวันแรก สังคมยังพอมีระเบียบวินัย
สิบห้าวันแรก ศีลธรรมยังพอค้ำคอ
การปล้นฆ่าอาจจะมีบ้างแต่ยังหลบ ๆ ซ่อน ๆ
แต่หลังจากวันที่สิบห้า เมื่อความหวังจากรัฐบาลมอดดับลง ตึกนี้จะกลายเป็นนรกบนดินของจริง
ด้านมืดของจิตใจมนุษย์จะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่มีขีดจำกัด
เวลานั้นแหละ คือนาทีทองของการทำภารกิจระบบ
รอให้พวกมันหิวจนคลานเป็นหมา เมื่อนั้นการจะบีบให้ยอมจำนนก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย
กลับมาที่กลุ่มแชต บทสนทนายังคงวนเวียนอยู่เรื่องเดิม ๆ
คนพวกนี้ยังไม่ตระหนักว่าโลกใบเดิมได้ล่มสลายไปแล้ว
นี่ไม่ใช่วิกฤตโรคระบาดชั่วคราว แต่เป็นจุดจบของอารยธรรม
ชีวิตเดิม ๆ ไม่มีวันหวนคืนมา
2401 : ‘ทุกคน! ทราบข่าวกันหรือยัง ทางฝั่งเจียงเป่ย กองทัพเริ่มหย่อนเสบียงทางอากาศแล้วนะ นี่เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลคุมอยู่ อีกไม่นานความช่วยเหลือต้องมาถึงเราแน่นอน’
3205 : ‘เฮอะ โลกสวยอีกแล้วลุง อ่านข่าวให้ละเอียดหน่อยสิ ที่เขาไปหย่อนเสบียงน่ะมันย่านบ้านพักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ย่านคนรวยเขานู่น กว่าจะถึงคิวรากหญ้าอย่างเรา คงแห้งตายกันหมดก่อน’
2401 : ‘ก็เพราะมีคนคิดลบแบบนายเนี่ยแหละ สังคมถึงได้วุ่นวาย บอกไว้เลยนะ อีกไม่กี่วันทุกอย่างจะจบ รอดูได้เลย’
3205 : ‘งั้นมาพนันกันไหมล่ะ ถ้าอีกสามวันกองทัพไม่มา นายเอาเสบียงทั้งหมดของนายมาให้ฉัน แต่ถ้ามาจริง ฉันยกของฉันให้นายหมดเลย กล้าเปล่า?’
2401 : ‘แหม เสียงดีดลูกคิดดังไปถึงหน้าปากซอยเลยนะ ถ้ากองทัพไม่มา ของฉันก็เป็นของนาย แต่ถ้ากองทัพมา ของกินก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้วสิ นายกะฟันกำไรฝ่ายเดียวนี่หว่า หัวหมอจริง ๆ’
1515 : ‘บ้านฉันเกลี้ยงแล้ว ผักสักใบก็ไม่มี เหลือแค่เส้นบะหมี่แห้ง ๆ ไข่ก็ไม่มี ใครมีของกินบ้าง ฉันยินดีซื้อในราคาสูง’
3205 : ‘ตื่นค่ะ โลกแตกแล้ว เงินกระดาษเอาไปเช็ดก้นยังแข็งบาดตูดเลย เก็บเงินไว้เถอะ’
3205 คือตัวแทนของพวกมองโลกในแง่ร้าย (แต่ดันแม่นยำ)
ส่วน 2401 คือตัวแทนข้าราชการสายโลกสวย พูดจาดูดีมีความหวัง แต่ข้อมูลเชื่อถือไม่ได้สักอย่าง
ใครหลงเชื่อตานี่มีหวังได้นอนตายตาไม่หลับ
ติ๊ง!
แจ้งเตือนคำขอเป็นเพื่อนเด้งขึ้นมา
เซียวเฉินกดดู เป็นโม่เสี่ยวถง (2306) แอดมาใหม่
เขากดปฏิเสธทันที
สำหรับผู้หญิงคนนี้ ต้องใช้วิธี "ดัดหลัง"
ตอนหิวก็มาออดอ้อน พออิ่มก็ถีบหัวส่ง
นิสัยผู้หญิงเอาแต่ใจแบบนี้ ต้องปล่อยให้แห้งตายคาต้นสักพัก ถึงจะเชื่อง
ทางด้านห้อง 2306 โม่เสี่ยวถงจ้องหน้าจอที่ขึ้นสถานะถูกปฏิเสธด้วยความห่อเหี่ยว มองบะหมี่แห้งก้นถุงที่เหลือไม่ถึงขีดแล้วน้ำตาตก
ชีวิตนี้มันจะซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรขนาดนี้
บะหมี่หนึ่งชั่งที่แลกมา เมื่อวานซัดไปครึ่งหนึ่ง ตกดึกทนไม่ไหวซัดไปอีกเกือบหมด
ความหิวมันทรมานจนเกินต้านทาน
ปกติกินข้าวมื้อละทัพพียังบ่นว่าอิ่ม แต่ตอนนี้กินเท่าไหร่ก็เหมือนถมไม่เต็ม
เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมคนสมัยก่อนถึงยอมกินเปลือกไม้กินดินเวลาเกิดทุพภิกขภัย
พอความหิวเข้าครอบงำ อะไรที่เข้าปากได้มันอยากจะกลืนลงไปให้หมด
เช้านี้กินส่วนที่เหลือไปอีกหน่อย ตอนนี้เหลือแค่บะหมี่แห้ง ๆ กำมือเดียว
กินมื้อนี้หมด... ก็เท่ากับอดตาย
ทำยังไงดี?
เธอเปิดกลุ่มแชตแก๊งนางฟ้า พิมพ์ข้อความด้วยมือสั่นเทา : ‘จะอดตายแล้วพวกแก ทำไงดี?’
พร้อมแนบรูปเศษบะหมี่ก้นถุงประกอบความรันทด
2307 ตอบกลับมาไวว่อน เป็นรูปตู้เย็นโล่งโจ้ง : ‘ตู้เย็นฉันว่างเปล่ากว่าหัวใจแฟนเก่าอีก ทำไงดี?’
2305 ส่งรูปมาบ้าง : ‘เหลือมาม่าซองสุดท้ายแล้วแม่ ทำไงดี?’
2308 ก็ไม่น้อยหน้า : ‘แอปเปิลลูกสุดท้ายของชีวิต ทำไงดี?’
เห็นรูปพวกนี้แล้วโม่เสี่ยวถงเบ้ปาก ไม่เชื่อสักนิด
ยัยพวกนี้ต้องแอบซุกของดีไว้แน่ ๆ
ปกติกินทิ้งกินขว้าง ขนมกองเป็นภูเขา จะมาหมดพร้อมกันได้ยังไง
แต่ในเมื่อทุกคนเล่นบทนางเอกผู้ยากไร้ เธอก็ต้องเล่นตามน้ำ
เธอกดส่งข้อความเสียง : "หมอกบ้านี่ไม่ยอมจางสักที เราต้องนอนรอความตายกันแบบนี้เหรอ?"
ฟ่านมี่มี่ : ‘เสี่ยวถง ไอ้จ้าวตึกนั่นไง ที่มันคุยโวว่ามีของกินเยอะแยะ แกลองแอดไปหามันสิ’
โม่เสี่ยวถง : ‘พูดแล้วของขึ้น ฉันแอดไปแล้ว มันบอกให้เอาตัวเข้าแลก ฉันสงสัยว่ามันต้องเป็นตาแก่บ้ากามแน่ ๆ’
หลงปิงปิง : ‘จริงดิ? ทำไมพูดจาน่าเกลียดจัง’
โหย่วลี่หยา : ‘เล่ามาซิยังไง? อย่าบอกนะว่ามันขอให้แกไปนอนด้วย?’
หลงปิงปิง : ‘อี๋... ขยะแขยง’
โม่เสี่ยวถง : ‘ก็เออสิ มันบอกว่า "เอาคนมาแลก" คิดดูสิถ้าไม่ใช่เรื่องอย่างว่าแล้วจะเป็นอะไร ไอ้แก่ลามก!’
ฟ่านมี่มี่ : ‘ก็แลก ๆ ไปเถอะแก อาบน้ำล้างตัวก็สะอาดแล้ว อย่างน้อยก็ไม่อดตายนะเว้ย’
หลงปิงปิง : ‘ว้าย! ตายแล้ว มี่มี่พูดอะไรออกมารู้ตัวไหมเนี่ย’
โม่เสี่ยวถง : ‘ฟ่านมี่มี่! แกเป็นคนใจง่ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่’
โหย่วลี่หยา : ‘นั่นสิ มี่มี่ แกเปลี่ยนไปนะ’
ฟ่านมี่มี่ : ‘ฮ่า ๆ ๆ ล้อเล่นย่ะ ขำ ๆ หน่า... เสี่ยวถง แกก็งัดมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนออกมาใช้สิ อ่อยให้มันหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ให้มันกลายเป็นทาสรับใช้ ยอมถวายอาหารให้แกฟรี ๆ งานถนัดแกไม่ใช่เหรอ?’
โม่เสี่ยวถง : ‘ตอนนี้มันไม่รับแอดฉันแล้วเนี่ยสิ’
ฟ่านมี่มี่ : ‘งั้นเดี๋ยวฉันลองเอง จะพิสูจน์ให้ดูว่ามันจะหื่นกามขนาดไหน’
[จบแล้ว]