เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - กระเป๋าหรูแลกบะหมี่ถ้วย

บทที่ 5 - กระเป๋าหรูแลกบะหมี่ถ้วย

บทที่ 5 - กระเป๋าหรูแลกบะหมี่ถ้วย


บทที่ 5 - กระเป๋าหรูแลกบะหมี่ถ้วย

“เซียวเฉิน เปิดประตูโว้ย!” เจ้าอ้วนเฝิงแหกปากตะโกนลั่นทางเดิน

เซียวเฉินหยิบหูฟังครอบศีรษะตัดเสียงรบกวน แล้วหันกลับไปจดจ่อกับเกมตรงหน้า

ประตูอัลลอยเสริมใยเหล็กกล้า ต่อให้เจ้าอ้วนไปหาซื้อสว่านไฟฟ้ามาเจาะก็ไม่มีทางสะเทือน

พอเห็นว่าทุบไปก็ไร้เสียงตอบรับ เจ้าอ้วนเฝิงก็เริ่มของขึ้น “เซียวเฉิน อย่ามาแกล้งตายนะเว้ย ฉันรู้นายอยู่ข้างใน เมื่อวานฉันอุตส่าห์ไปช่วยนายแบกของหลังแอ่น แถมบัตรเครดิตฉันนายก็เอาไปรูด ของพวกนั้นมันต้องมีส่วนของฉันด้วยสิวะ”

ปัง! ปัง! ปัง!

“เซียวเฉิน เพื่อนฝูงเขาทำกันแบบนี้เหรอวะ บล็อกไลน์ฉันอีก นายมันไม่ใช่คนแล้ว เปิดเดี๋ยวนี้!”

ความเงียบงันคือคำตอบเดียวจากห้อง 1201

เสียงโวยวายไปรบกวนห้องข้าง ๆ จนต้องตะโกนด่าออกมา “เฮ้ย! เลิกทุบสักที หนวกหูโว้ย คนจะหลับจะนอน”

เจ้าอ้วนเฝิงรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแหย ๆ ขอโทษขอโพยทันที

นี่คือนิสัยถาวรที่ติดตัวมาจากการเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านฟาสต์ฟู้ด เจอใครด่าต้องขอโทษไว้ก่อน หัวหดเหมือนเต่า

แต่พออยู่กับเซียวเฉินกลับทำตัวกร่าง วางท่าเป็นพี่ใหญ่

เจ้าอ้วนกัดฟันกรอด จ้องประตูตาเขม็ง อยากจะทุบต่อให้พังคามือ แต่ก็กลัวห้องข้าง ๆ จะออกมาเล่นงาน ลังเลอยู่พักใหญ่สุดท้ายก็ได้แต่เดินคอตกกลับลงไป

เซียวเฉินไม่ได้รับรู้เรื่องราวพวกนี้เลย

หูฟังราคาเหยียบสองพันที่เพิ่งถอยมาเมื่อวานทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยม ตัดเสียงรบกวนจากโลกภายนอกจนเงียบกริบ ให้เขาดำดิ่งสู่โลกของเกมได้อย่างเต็มที่

ปกติของฟุ่มเฟือยแบบนี้เซียวเฉินไม่มีทางควักกระเป๋าซื้อแน่

แต่นาทีนี้เงินทองคือเศษกระดาษ จะซื้อหูฟังหรือซื้อเครื่องบินก็ค่าเท่ากัน

ไม่ใช่แค่หูฟัง เขาจัดเต็มทั้งเครื่องเพลย์สเตชัน 6 รุ่นล่าสุดและแผ่นเกมอีกกองพะเนิน เตรียมพร้อมสำหรับการผลาญเวลาอันยาวนานในยุควันสิ้นโลก

ขณะที่เซียวเฉินกำลังเสวยสุขดุจราชาอยู่บนชั้น 28 บรรยากาศในห้อง 2306 กลับหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ

โม่เสี่ยวถงหิวจนตาลาย ขาสั่นพั่บ ๆ แทบไม่มีแรงเดิน

สองวันที่ผ่านมา เธอไล่ขออาหารจากเพื่อนทุกคน ได้มาแค่บะหมี่ถ้วยเดียวกับบิสกิตไม่กี่ชิ้น

ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือกินบะหมี่ไปได้ครึ่งเดียว เธอก็ดันกระแดะเททิ้งลงชักโครกเพราะทนรสชาติไม่ได้

ตอนนี้พอท้องร้องประท้วงโครกคราก เธอก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะยอมงมบะหมี่อืด ๆ จากคอห่านขึ้นมากินให้หมดเกลี้ยง

เธอหยิบมือถือส่งข้อความหาหลงปิงปิง ห้อง 2308 : ‘ปิงปิง ช่วยฉันด้วย ฉันหิวจนจะเป็นลมแล้ว’

เงียบ... ไร้สัญญาณตอบรับ

เธอกดวิดีโอคอลไปหา อีกฝ่ายก็ไม่รับสาย

เธอเริ่มสงสัยว่าหลงปิงปิงไม่ได้ไม่เห็นข้อความ แต่จงใจเมินเธอต่างหาก

พอทักไปหาเพื่อนห้อง 2305 กับ 2307 ผลลัพธ์ก็เหมือนโยนหินลงทะเล เงียบกริบ

ความหิวทำให้เธอต้องทิ้งศักดิ์ศรี ลุกเดินโซซัดโซเซไปเคาะประตูห้องตรงข้าม

เคาะอยู่นานก็ไม่มีใครเปิด

พอไปเคาะห้อง 2305 กว่าประตูจะแง้มออกมาได้ก็ปาเข้าไปสิบกว่านาที

ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นหอมฉุยของอาหารก็ลอยมาเตะจมูก “มี่มี่... เธอทำกับข้าวเหรอ หอมจัง”

ฟ่านมี่มี่หน้าเจื่อน ยิ้มแห้ง ๆ “จะเอาอะไรมาทำล่ะ ฉันเองก็หิวจนผอมไปหลายกิโลแล้วเนี่ย”

โม่เสี่ยวถงมองหน้าเพื่อนที่ยังดูอิ่มเอิบ ปากมันแผล็บมีคราบน้ำมันติดอยู่ ก็รู้ทันทีว่ายัยนี่ตอแหล

กวาดตามองรอบห้องกลับไม่เห็นเศษอาหารสักชิ้น

สายตาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มใต้เตียง เธอกำลังจะก้มลงดู แต่ฟ่านมี่มี่รีบเอาตัวมาบังไว้ “เอ่อ... ฉันไม่มีของกินจริง ๆ นะ เธอลองไปยืมปิงปิงดูสิ ก่อนหมอกลงฉันเห็นยัยนั่นหอบขนมมาเพียบเลย”

โม่เสี่ยวถงไม่ใช่คนโง่ เธอดูออกว่าฟ่านมี่มี่ถ่วงเวลาเปิดประตูเพื่อซ่อนของกินไว้ใต้เตียง

ความผิดหวังแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก แม้จะหิวเจียนตาย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ

เธอกัดฟันพูด “ช่างเถอะ ฉันกินน้ำลูบท้องเอาก็ได้ รัฐบาลคงไม่ทิ้งเราหรอก อีกวันสองวันคงมีคนมาช่วย”

พูดจบก็ปรายตามองเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด แล้วสะบัดหน้าเดินหนี

ฟ่านมี่มี่เริ่มรู้สึกผิด ลึก ๆ แล้วเธอก็ขอบคุณโม่เสี่ยวถงที่คอยช่วยเหลือตอนเธอเพิ่งเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ถ้าไม่มีเพื่อนคนนี้ เธอคงอยู่ไม่ได้จนถึงทุกวันนี้

คิดได้ดังนั้น เธอจึงล้วงบิสกิตชิ้นเล็ก ๆ ออกจากกระเป๋าเสื้อ “เสี่ยวถง... ฉันเหลือแค่นี้จริง ๆ เธอเอาไปเถอะ”

แค่บิสกิตชิ้นเดียว ความโกรธของโม่เสี่ยวถงก็มลายหายไปสิ้น “ขอบใจนะมี่มี่ เธอนี่ดีที่สุดเลย ไว้รอดไปได้ฉันจะเลี้ยงชุดใหญ่เลยนะ”

พอประตูปิดลง ฟ่านมี่มี่ก็ถอนหายใจ ลากกระทะไฟฟ้าออกมาจากใต้เตียง ในนั้นมีบะหมี่ต้มใส่ไข่หอมฉุย

“เฮ้อ... สุดท้ายก็ใจอ่อนจนได้ แม่ต้องด่าฉันแน่ ๆ เลย” บ่นพึมพำพลางซดเส้นบะหมี่เข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

ติ๊ง!

เสียงไลน์กลุ่มดังขึ้น

ชื่อกลุ่ม : ‘แก๊งนางฟ้า (ไม่มีโม่เสี่ยวถง)’

เธอมีกลุ่มแบบนี้อยู่สามกลุ่ม สลับกันไปมา

กลุ่ม ‘ไม่มีหลงปิงปิง’ กลุ่ม ‘ไม่มีโหย่วลี่หยา’

เธอเชื่อว่าอีกสามคนก็คงมีกลุ่ม ‘ไม่มีฟ่านมี่มี่’ เหมือนกัน

วิถีผู้หญิงก็แบบนี้แหละ ต้องมีพื้นที่ไว้สำหรับนินทาคนที่ตัวเองหมั่นไส้

หลงปิงปิง : ‘ลี่หยา มี่มี่ ยัยเสี่ยวถงไปขอของกินพวกเธอไหม’

โหย่วลี่หยา : ‘มาเคาะห้องฉันเหมือนกัน แต่ฉันทำเป็นไม่อยู่ ปกติก็ไม่รู้จักซื้อตุน ทำกับข้าวก็ไม่เป็น ดีแต่สั่งเดลิเวอรี่ สมน้ำหน้า ให้หิวตายซะบ้าง’

หลงปิงปิง : ‘ฉันก็หมดเกลี้ยงแล้ว อุตส่าห์แบ่งบะหมี่ของโปรดให้ไปซองนึง ยังไม่รู้จักพอ จะมาขอเพิ่มอีก ของฉันวันนี้ก็จะหมดแล้วเนี่ย’

ฟ่านมี่มี่อ่านแล้วพิมพ์ตอบกลับไป : ‘เมื่อกี้ฉันสงสารเลยให้ขนมชิ้นสุดท้ายไปแล้ว เฮ้อ... ตอนนี้ฉันเองก็ไม่มีจะกินแล้วเหมือนกัน ทำไงดีเนี่ย’

พิมพ์ไปมืออีกข้างก็คีบไข่ต้มเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ น้ำซุปกระเด็นเลอะมุมปาก

เธอมั่นใจว่าตอนนี้ทั้งหลงปิงปิงและโหย่วลี่หยา ก็คงกำลังนอนกินขนมสบายใจเฉิบไปพลางพิมพ์โกหกไปพลางเหมือนกัน

มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียน สิบประโยคเชื่อได้แค่ครึ่งประโยค

แต่ทุกคนก็เลือกที่จะรักษาน้ำใจ (จอมปลอม) ไม่ฉีกหน้ากัน

โหย่วลี่หยา : ‘ฉันก็หมดเกลี้ยงเหมือนกัน เมื่อไหร่ทหารจะมาช่วยเนี่ย อยากกินหมูกระทะจะแย่แล้ว’

หลงปิงปิง : ‘อย่าพูดถึงของกินสิ ยิ่งพูดยิ่งหิว’

ฟ่านมี่มี่โซ้ยบะหมี่คำโต รสชาติของบะหมี่ซองที่เคยยี้ วันนี้กลับอร่อยล้ำเลิศประหนึ่งอาหารฮ่องเต้ เธอพิมพ์ส่งไปว่า : ‘หิวเหมือนกัน ฮือ ๆ น่าสงสารพวกเราจัง’

...

วันที่สาม

เซียวเฉินตื่นขึ้นมาบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่น

ในขณะที่คนอื่นกำลังเผชิญนรกวันสิ้นโลก ชีวิตของเขากลับเหมือนพักร้อนในรีสอร์ตหรู

กินอิ่ม นอนอุ่น เล่นเกมโต้รุ่ง ตื่นสายโด่ง ชีวิตดี๊ดีจนน่าหมั่นไส้

หยิบมือถือมาดู ข้อความในกลุ่มพุ่งทะลุ 999+ อีกแล้ว

แต่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนไป จากการแลกเปลี่ยนข่าวสาร กลายเป็นการขอทานออนไลน์

พวกสายดราม่า : ‘พี่ ๆ ใจดีทุกคนคะ หนูเพิ่งย้ายมาใหม่ ยังไม่ได้ซื้อเครื่องครัวเลย หิวมาสามวันแล้ว ใครมีเศษอาหารเหลือแบ่งปันบ้างไหมคะ จะเป็นพระคุณอย่างสูง’

พวกสายเปย์ : ‘รับซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองละร้อยหยวน! มีเท่าไหร่รับไม่อั้น จ่ายสดโอนไว!’

พวกสายเนียน : ‘ผมมีเหลากานมา (น้ำพริกเผาจีน) ขวดนึง ใครมีหมั่นโถวเอามาแจมกันไหม แบ่งคนละครึ่ง อร่อยเหาะ’

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - กระเป๋าหรูแลกบะหมี่ถ้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว