- หน้าแรก
- ระบบสร้างเทพ เริ่มต้นด้วยการถล่มวังหลวง
- บทที่ 50 - เวอร์ชันใหม่
บทที่ 50 - เวอร์ชันใหม่
บทที่ 50 - เวอร์ชันใหม่
บทที่ 50 - เวอร์ชันใหม่
จะพูดยังไงดีนะ อย่างแรกเลยคือมันยอดมาก!
เป็นประสบการณ์ใหม่แกะกล่องที่ไม่เคยเจอมาก่อน! ถามความเห็นของน้องหอยน่ะเหรอ?
จางเคอก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะแม่สาวหอยกาบพวกนี้เปรียบเหมือนสินค้าเร่งโต สติปัญญาดีกว่าพวกมนุษย์ปลาที่เอาแต่แหกปากโวยวายอยู่นิดหน่อย
แม่สาวหอยกาบที่ยังนับเป็นปีศาจไม่ได้ด้วยซ้ำ สามารถแสดง "ความรู้สึก" ง่ายๆ ได้เหมือนหมาแมว ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
เรื่องพูดนี่ยิ่งไม่ต้องหวัง
การละลายกระดูกขวางคอ เป็นด่านสุดท้ายของเผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ก่อนจะแปลงร่าง
ต่อให้จางเคออดหลับอดนอนช่วยบำเพ็ญเพียร ก็ต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะทำได้
ไม่คุ้มค่าเหนื่อย!
สู้ให้เป็นแบบนี้ต่อไปดีกว่า เปลือกหอยขนาดเท่าหัวคนวางบนมือจางเคอได้พอดี แถมยิ่งอยู่ใกล้เขาก็ยิ่งดูดซับปราณวิญญาณระลอกแรกได้ดีขึ้นด้วย
เงื่อนไขจางเคอสร้างไว้ให้หมดแล้ว ส่วนจะหลุดพ้นจากความเขลาได้เร็วแค่ไหน จะกลายเป็นสาวน้อยร่างบางเสียงหวานช่างเจรจาเหมือนในนิทานได้หรือไม่
ก็ต้องพึ่งพาตัวเองแล้วล่ะ
และนี่ก็ไม่ใช่กรณีเดียว จนถึงตอนนี้ จางเคอได้จัดระเบียบแม่น้ำจื้อสุ่ยทั้งสายหลักและสายย่อยไปรอบหนึ่งแล้ว
ผลปรากฏว่า สถานการณ์สัตว์น้ำตกต่ำกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ!
พวกที่ไปถึงระดับหยินเสินมีน้อยจนแทบนับนิ้วได้
พวกที่เหมือนเฒ่าเต่า ที่อยู่มาสามสี่ร้อยปี มีไม่ถึงหลักร้อย
ที่เหลือส่วนใหญ่ก็ระดับเดียวกับมังกรคาร์ป อยู่มาร้อยกว่าปี สองสามร้อยปี พอมีวิชาติดตัวบ้าง อาศัยร่างกายแข็งแรงหากินไปวันๆ เป็นแค่ปีศาจน้อย
พูดไม่ได้ แต่พอสื่อสารรู้เรื่อง
แต่ต้องเป็นสัตว์น้ำด้วยกัน หรือไม่ก็เทพเจ้าสายน้ำอย่างจางเคอเท่านั้น
สภาพแบบนี้ ไม่ต้องถึงมือพวกภูตผีปีศาจหรอก แค่เจอพวกนักตกปลาที่มีอุปกรณ์ดีหน่อยก็หนีไม่ทันแล้ว
โดนตกขึ้นเรือ จับขูดเกล็ดควักไส้ กลายเป็นมื้อเย็น
น่าเวทนา
เดิมทีจางเคอคิดว่าแม่น้ำหุนมันเล็กไป ขยายอาณาเขตแล้วน่าจะดีขึ้น สรุปว่า... สุดท้ายเขาก็ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว
พอคิดว่าทั่วทั้งแม่น้ำจื้อสุ่ย มีปากท้องนับล้านๆ รอให้ป้อนข้าวป้อนน้ำ จางเคอก็ปวดหัวตุบๆ
เขามาเล่นเกมนะ ไม่ได้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก!
จางเคอนั่งอยู่บนเตียงหยกที่แกะสลักอย่างหยาบๆ นิ้วมือลูบไล้แม่สาวหอยกาบตัวจิ๋วในมือ การกระทำที่ค่อนข้างรุนแรงทำให้มันพยายามหลบเลี่ยงไม่หยุด แต่ก็แค่ขยับหนีไปนิดหน่อย แล้วอ้อมกลับมาแนบชิด พยายามกอดนิ้วของเขาด้วยสายตาเว้าวอน
จางเคอนั่งคิดอยู่นาน ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะหาประโยชน์อะไรจากพวกสัตว์น้ำในแม่น้ำจื้อสุ่ยได้บ้าง
สิ่งเดียวที่มีประโยชน์ ก็อยู่ในมือเขานี่แหละ
"ไม่รู้ว่าถ้าระบบร้านค้าเปิดแล้ว จะจับพวกเธอขายออกไปได้ไหมนะ..."
ถ้าทำได้จริง ขาดทุนน่ะขาดทุนแน่ เลี้ยงมาเองกับมือแต่ต้องซื้อกลับมาด้วยเงินตัวเอง เจ๊งยับ!
แต่ก็ถือว่าประหยัดเวลาในโลกจริง
ติดแค่ว่าสัตว์น้ำดูจะไม่ค่อยพอใช้ ก่อนจะแปลงร่างได้ สัตว์น้ำจะขาดน้ำนานๆ ไม่ได้
เฒ่าเต่าเป็นข้อยกเว้น เพราะเต่ามันเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอยู่แล้ว
ถ้าจะหาแม่บ้านในโลกจริง คงต้องหาสิ่งมีชีวิตบนบก
แถมต้องสวย และอ่อนแอด้วย
ไม่ได้กลัวว่าจะโดนแว้งกัดหรอก
แต่พวกที่เก่งเกินไป ในเกมเลี้ยงง่ายก็จริง แต่ในโลกจริงจางเคอคงหาทรัพยากรมาประเคนให้ไม่ไหว จะให้พวกมันดูดไอหยางประทังชีวิตก็คงไม่ได้ใช่ไหมล่ะ
แถมในนิยาย พวกปีศาจที่เคยลิ้มรสไอหยาง ก็เหมือนพวกติดยา ถอนตัวไม่ขึ้นมีแต่จะถลำลึก
จางเคอรู้ตัวดีว่าเขาตื่นเต้นเกินเหตุไปหน่อย
ตอนนี้เขาก็ไม่ต่างอะไรกับชาวเน็ตขี้เหงาที่เห็นสาวสวยแล้วเผลอจินตนาการไปไกลว่าลูกในอนาคตจะชื่ออะไรดี
แต่ว่า น้องหอยน่ารักจริงๆ นี่นา!
ตัวเล็กประณีต ขี้อ้อนแถมยังตอบสนองได้ สนุกกว่าเลี้ยงหมาแมวตั้งเยอะ!
ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อคืนเขาเห็นริมฝั่งแม่น้ำเริ่มมีบรรยากาศคึกคักขึ้นมา วันนี้เขาก็คงนั่งเล่นเกมเลี้ยงหอยอยู่แบบนี้แหละ
สองฝั่งแม่น้ำจื้อสุ่ย
ด้วยการหล่อเลี้ยงของปราณวิญญาณ ต้นไม้ใบหญ้าฟื้นคืนชีพ นกกาและสัตว์ป่าพากันอพยพมาอาศัย เริ่มมีเค้าโครงของบรรยากาศยุคบรรพกาลให้เห็นรำไร
แต่ตั้งแต่เมื่อคืน ความสงบสุขของเหล่าสรรพสัตว์ริมน้ำก็ถูกทำลายด้วยผู้บุกรุก
ดึกสงัด จู่ๆ นกก็บินว่อน สัตว์ป่าแตกตื่นวิ่งหนีตาย
ตามมาด้วยเงาร่างที่ปรากฏขึ้นกลางป่าเขารกร้าง เสียงสวดคาถาพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ ร่างกายแข็งทื่อตะเกียกตะกายขึ้นมาจากโลงศพ ดวงตาไร้แววเบิกโพลง พุ่งเข้าใส่ป่าอย่างบ้าคลั่ง ชนดะไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
อีกด้านหนึ่ง วิญญาณอาฆาตที่มาพร้อมกลิ่นคาวเลือดก็ลอยละล่องเข้ามา
สัตว์ยักษ์ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของป่าเขา คอยลอบสังเกตการณ์ ตัวประหลาดที่เหมือนคนแต่ไม่ใช่คนจ้องมองแม่น้ำตาไม่กะพริบ ราวกับสายตาจะทะลุผิวน้ำลงไปเห็นอะไรบางอย่าง
ความเป็นระเบียบเรียบร้อยดำรงอยู่ได้ไม่นาน ยังไม่ทันจะมีใครไปถึงริมน้ำ พวกมันก็เปิดฉากตีกันเองเละเทะ
วิชาไสยเวทสารพัดรูปแบบ งัดออกมาซัดกันจนตาลาย
แค่กวาดตามองรอบเดียว จางเคอก็รู้สึกหนังหัวชาวาบ ภาพภูตผีโหยหวน วิญญาณแค้นทวงชีวิตผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด เหมือนจะพุ่งกระแทกสมอง โชคดีที่วินาทีต่อมา ตราประทับเทพส่องแสงวาบ ภาพเหล่านั้นก็สลายไปพร้อมกับควันดำ
มือเผลอบีบแรงขึ้นจนน้องหอยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
จางเคอไม่ได้สังเกตเห็น เขาจ้องมองควันดำที่จางหายไป หน้าดำคร่ำเครียด
นี่มันโหดกว่าจอฟ้า 404 อีกนะเนี่ย!
แค่มองแวบเดียวถึงกับซวยเลยเหรอ
ยิ่งสถานการณ์บานปลาย ศพและโครงกระดูกที่จางเคอเคยฝังกลบไว้ริมฝั่ง พอได้รับแรงกระตุ้นจากไออาฆาตและกลิ่นคาวเลือด ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พวกที่เฮี้ยนอยู่แล้วถึงกับถีบฝาโลงออกมา ไล่กัดสิ่งมีชีวิตอย่างบ้าคลั่งเหมือนหมาบ้า
เลือดใหม่ที่เติมเข้ามา ทำให้สนามรบที่ตอนแรกยังพอยั้งๆ มือกันอยู่ กลายเป็นความโกลาหล
มีคนล้มลง แล้วก็ถูก "ปลุก" ขึ้นมา กลายเป็นเชื้อเพลิงเติมเข้าสู่สนามรบใหม่อีกครั้ง
ความตายและบาดเจ็บเพิ่มสูงขึ้น
แต่ไม่ว่าจะจางเคอ หรือตัวตนที่ซ่อนอยู่นอกป่า ต่างก็ไม่มีใครสนใจ
เพราะพวกเขารู้ดีว่า นี่เป็นแค่การอุ่นเครื่องก่อนจานหลัก... ก่อนจะเริ่มงานจริง มันต้องมีพวกตัวประกอบมารองมือรองเท้าก่อนเสมอ
จิตสัมผัสของจางเคอ ครอบคลุมสองฝั่งแม่น้ำอย่างเงียบเชียบ
ขณะเดียวกัน น้ำที่ต้นน้ำซึ่งเคยไหลเอื่อยๆ ก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นอย่างช้าๆ
เขากำลังรอ รอให้การต่อสู้จบลง แล้วจะชิงลงมือก่อน
ป่าไม้ที่อุตส่าห์ฟื้นฟูขึ้นมาโดนย่ำยีจนเละเทะไปหมดแล้ว จางเคอเลยไม่มีอะไรต้องกังวล งั้นก็ล้างบางด้วยน้ำท่วมไปเลย พวกที่รอดมาได้ถึงจะมีสิทธิ์ให้เขาชายตามอง
แต่น่าเสียดาย ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ กลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองกลุ่มหนึ่งก็เคลื่อนตัวเข้าหาแม่น้ำจื้อสุ่ยอย่างรวดเร็วมาจากขอบฟ้าไกล
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องอยู่เบื้องล่าง
พร้อมกับเมฆดำและเสียงฟ้าที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกที่เคยทำตัวนิ่งเฉยบนพื้นดินก็เริ่มร้อนรน คิดจะหลบหนีความเกรี้ยวกราด แต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว
[จบแล้ว]