- หน้าแรก
- ระบบสร้างเทพ เริ่มต้นด้วยการถล่มวังหลวง
- บทที่ 46 - ข้าก็ไม่อยากทำหรอก แต่ใครใช้ให้มันโชว์หลอดเลือดล่ะ?
บทที่ 46 - ข้าก็ไม่อยากทำหรอก แต่ใครใช้ให้มันโชว์หลอดเลือดล่ะ?
บทที่ 46 - ข้าก็ไม่อยากทำหรอก แต่ใครใช้ให้มันโชว์หลอดเลือดล่ะ?
บทที่ 46 - ข้าก็ไม่อยากทำหรอก แต่ใครใช้ให้มันโชว์หลอดเลือดล่ะ?
เป็นไปตามที่จางเคอคาดไว้
อสรพิษเบ็ดนิรนามตัวนั้นมาจากแม่น้ำหย่งติ้งจริงๆ
ไม่รู้ว่าพญาตะพาบต้องเสียแรงไปขนาดไหน ถึงไปขุดเอาเจ้าตัวนี้ออกมาจากกองซากประวัติศาสตร์ได้
การต้องมาเสียท่าให้กับกระบี่สังหารมังกรดูจะไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องกำไรขาดทุน รู้ทั้งรู้ว่าระหว่างมันกับจางเคอต้องมีสักวันที่ต้องแตกหักกัน และกระบี่สังหารมังกรก็แขวนอยู่ที่ปลายแม่น้ำซางกาน
สะพานหินที่มันอยู่นั้น ห่างจากเขตแม่น้ำซางกานไม่ถึงสิบกิโลเมตร
สำหรับจางเคอแล้ว มันแทบไม่มีค่าอะไรเลย
แต่การมีอยู่ของกระบี่สังหารมังกร กลับทำให้พญาตะพาบไม่กล้าก้าวล่วงเข้ามา
ตราบใดที่กระบี่เล่มนี้ยังแขวนอยู่บนสะพาน พญาตะพาบก็ได้แต่ทำตาปริบๆ มองดูจางเคอขึ้นรับตำแหน่งเทพเจ้าแม่น้ำซางกาน
ถึงเวลานั้น จางเคออยู่ระดับเจ็ด ส่วนมันก็เพิ่งจะเกาะขอบระดับหก
ฝีมือไม่ห่างกันมาก อีกฝ่ายเป็นเผ่าพันธุ์มังกร ถึงตอนนี้จะดูร่อแร่ แต่ใครใช้ให้เผ่ามังกรเกิดมาก็เหนือกว่าชาวบ้านเขาล่ะ
ต่างคนต่างอยู่คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
เจ้าไม่ยุ่งกับข้า ข้าก็ไม่ยุ่งกับเจ้า
แต่ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองกำลังจะล่มสลาย
กฎเกณฑ์เหรอ
เหอะ นอกจากมนุษย์แล้ว เจ้าลองดูสิว่าใต้หล้านี้ยังมีใครเคารพกฎพวกนี้อยู่อีกบ้าง
เบื้องบนไม่มีเทพเซียนคอยควบคุม
แถมยังเคยเห็นมาแล้วว่าในยุคซ่งทั้งสอง เผ่ามังกรสี่คาบสมุทรจากที่เป็นสัตว์มงคล สัญลักษณ์แห่งอำนาจ ต้องตกต่ำจนถูกขังไว้ใต้ดินของเมืองหลวง แบกรับชะตาบ้านเมืองจนผอมโซลงทุกวัน
ต่อให้ตายไปแล้ว ก็ยังเอาไปทำอาวุธวิเศษ ปรุงยา ส่วนที่เหลือก็เอาขึ้นโต๊ะอาหาร
ในเมื่อมนุษย์พวกนั้นยังกินได้ แล้วข้าจะต่างจากพวกมันตรงไหน
กินมังกรน้อยตัวนี้ ชิงไข่มุกมังกรมา แถมตำแหน่งเทพเจ้าแม่น้ำซางกานก็ตกมาอยู่ในมือพอดี รวบรวมอำนาจแห่งสายน้ำ... แผนยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว เสียแค่อสรพิษเบ็ดตัวเดียว ไม่เห็นจะเป็นไร วันหลังค่อยไปขุดหาเอาใหม่ในดินก็ได้...
ไม่รู้ว่าพญาตะพาบให้ข้อเสนออะไรไปบ้าง
อสรพิษเบ็ดที่ถูกตัดหางขาดไปท่อนหนึ่ง บาดเจ็บสาหัส พักฟื้นอยู่ที่ก้นแม่น้ำสักพัก ก็เงยหน้าขึ้นพุ่งเข้าชนสะพานหินอีกครั้ง
ถึงจะมีปราณกระบี่ยิงลงมาอีก แต่อาศัยความหนังหนา อสรพิษเบ็ดแข็งใจใช้หัวที่โชกเลือดพุ่งชนตอม่อสะพานเต็มแรง
"โครม!"
เศษหินปลิวว่อน แรงกระแทกมหาศาลทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นบนตัวสะพาน ถึงจะยังไม่ถล่ม แต่ดูท่าคงต้านทานได้อีกไม่นาน
มันมองดูผลงานของตัวเอง ส่งเสียงคำรามคล้ายเสือ แล้วหันกลับไปรวบรวมพลัง ก่อนจะพุ่งชนสะพานหินอีกครั้ง
ครั้งที่สอง สะพานหินพังทลาย กระบี่สังหารมังกรก็ร่วงลงสู่แม่น้ำตามไปด้วย
จมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำตามแรงโน้มถ่วง
เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น มันเงยหน้าคำรามด้วยความตื่นเต้น ในหัวพอจะนึกถึงคำกำชับก่อนหน้านี้ได้ลางๆ มันจึงคิดจะว่ายเข้าหาฝั่งโดยสัญชาตญาณ เพื่อขึ้นไปหลบภัยบนบก
และถือโอกาส...
เมื่อกี้มันเห็นแล้วว่า บนฝั่งต้นน้ำมีคนมาชุมนุมกันเพียบ
ไม่ได้กินอาหารดีๆ มาหลายร้อยปี อสรพิษเบ็ดน้ำลายสอ ไม่สนหัวที่เลือดไหลอาบ ตะเกียกตะกายว่ายน้ำเข้าไป
แต่ในวินาทีถัดมา กระบี่สังหารมังกรที่กำลังจมลง จู่ๆ ก็ส่งเสียงกังวานใสดังขึ้น
จากนั้น โดยไม่มีใครควบคุม มันพลิกตัวกลับ พุ่งเสียบเข้าที่ท้องของอสรพิษเบ็ด
ท้องถูกกรีดเป็นแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่
เครื่องในสีสันแปลกตากับเลือดสีดำม่วงไหลทะลักลงแม่น้ำ
แต่อสรพิษเบ็ดไม่สนใจเรื่องนั้น ภายในร่างกายของมัน กระบี่สังหารมังกรพุ่งทะยานขึ้นไป เฉือนเนื้อ แทงทะลุอวัยวะภายใน จนกระทั่งถึงสมอง แล้วส่งเสียง "วิ้ง" ปล่อยปราณกระบี่สายสุดท้ายออกมา
พร้อมกับหัวของอสรพิษเบ็ดที่ระเบิดออกจะภายในสู่ภายนอก
กระบี่ยาวที่เต็มไปด้วยสนิมเขรอะ เหมือนแช่อยู่ในกรดเข้มข้นมานาน หมุนคว้างปักลงบนพื้นดินริมฝั่ง
มองดูซากศพไร้หัวไร้หางค่อยๆ จมลง พญาตะพาบที่เข้ามาใกล้เอ่ยด้วยความอาลัยอาวรณ์ว่า: "ภารกิจของเจ้าเสร็จสิ้นแล้ว!"
กระบี่สังหารมังกร! ในฐานะเครื่องมือชิ้นแรกที่ใช้ป้องกันมังกรกลายเป็นจระเข้แล้วก่ออุทกภัยทำร้ายมนุษย์ จะให้ปล่อยปราณกระบี่แค่สองสายแล้วจบกันได้ยังไง
ข้ามบนสะพานไม่เป็นไร แต่ถ้ามีปีศาจร้าย โดยเฉพาะพวกเผ่ามังกรคิดจะลอดใต้สะพาน ไม่มีทางรอดไปได้แน่
บทสรุปมีแค่สองทาง ไม่ปีศาจตาย ก็กระบี่หัก ไม่มีทางเลือกที่สาม
แน่นอนว่ากระบี่เล่มนี้ที่แม่น้ำซางกานเพิ่งจะแขวนได้ไม่นาน น่าจะช่วงราชวงศ์หงหวู่ ปราณกระบี่ยังคมกริบ พญาตะพาบไม่กล้าเสี่ยง เลยส่งอสรพิษเบ็ดมาลองเชิง ผลก็คือ... อสรพิษเบ็ดกลับบ้านเก่าไปแล้ว
ถึงเจ้านี่จะอดอยากมาหลายร้อยปี ไม่ดุร้ายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
แต่ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า สายตาของมันยังเฉียบแหลมอยู่!
ทีนี้ก็ได้เวลาจัดการเจ้ามังกรน้อยตาถั่วนั่นแล้ว!
พญาตะพาบเงยหน้าขึ้น ทันใดนั้นตาก็แทบถลนออกจากเบ้า
ในจังหวะที่สะพานหินถูกอสรพิษเบ็ดชนถล่ม จางเคอก็ทำลายไข่มุกมังกร สัมผัสถึงพลังชีวิตและพลังเวทที่ไหลบ่าเข้ามาในร่าง เนื้อหนังที่เย็นชากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขาฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม แล้วสะบัดมือ
ทันใดนั้น แม่น้ำซางกานก็เกิดคลื่นยักษ์ถาโถม
แอบๆ ซ่อนๆ มาตั้งนาน ก็เพื่อไอ้ตะพาบเฒ่าตัวนี้ไม่ใช่เหรอ
คราวที่แล้วเวลาจำกัด จางเคอกลัวว่าจะโดนอีกฝ่ายยื้อจนหมดแรง แต่ตอนนี้พลังเวทเต็มเปี่ยม ร่างกายสดใหม่ เขามีเวลาถมเถที่จะมาลองของกับไอ้ตะพาบเฒ่านี่
บนใบหน้ามนุษย์ของพญาตะพาบเผยให้เห็นความเสียใจและความเคียดแค้น ปากพึมพำคำสาปแช่งอันชั่วร้าย
จางเคอไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้น ยังไงก็ต้องเคารพผู้สูงอายุกันหน่อย
แต่ทว่า เมื่อตราหยกเล็กๆ ลอยออกมาจากคอของมัน จางเคอก็ตาโต
ไม่รู้ว่าตาฝาดไปหรือเปล่า
แวบหนึ่ง บนหัวของพญาตะพาบ เขาเห็นหลอดเลือดปรากฏขึ้นมา
ท้องฟ้าที่เคยโปร่งใส ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ถูกเมฆดำทะมึนปกคลุม
สายฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงฟ้าร้องคำราม
ไม่นานนัก ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา และดูเหมือนเม็ดฝนจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ ฝนตกหนักขึ้นทุกที
ท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำ ผู้คนบนฝั่งเปียกโชกจนหนาวเหน็บ เจ้าเมืองที่สลบไปรู้สึกถึงโคลนตมเหนียวเหนอะหนะใต้ร่าง ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ครางออกมาแล้วลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ
สายตาจับจ้องไปที่แม่น้ำซางกาน
ภายใต้ท้องฟ้ามืดมิด ลมแรงคลื่นสูง น้ำในแม่น้ำที่ขุ่นคลั่กกำลังเลียไล้ผืนดินริมฝั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดินทรายจำนวนมากถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากพัดพาไป
ใต้เขื่อนกั้นน้ำเดิมมีเสียงคลื่นซัดสาดดังมาไม่ขาดสาย
เขื่อนกั้นน้ำสั่นไหวเบาๆ ตามจังหวะคลื่น
ถ้าการสั่นของเขื่อนทำให้ใจหายแล้วล่ะก็ ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก็ทำให้เจ้าเมืองที่เพิ่งฟื้นเกือบจะสลบไปอีกรอบ
แค่มีฝูงปีศาจอาละวาดในเขตปกครอง ก็เสี่ยงจะหลุดจากตำแหน่งแล้ว
นี่เจอน้ำท่วมซ้ำเข้าไปอีก อย่าว่าแต่หมวกขุนนางเลย หัวจะยังอยู่บนบ่าหรือเปล่าก็ไม่รู้
หรือดวงเขาจะชงกับเทพไท้ส่วยปีนี้
เจ้าเมืองที่ถูกคนลากให้ออกห่างจากพื้นที่อันตราย คิดพลางมองไปที่แม่น้ำอันมืดมิด จังหวะพอดีที่สายฟ้าฟาดลงมาทำให้ท้องฟ้าสว่างวาบ
แสงสว่างจากสายฟ้าทำให้เขาเห็นสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาวูบผ่านไปในแม่น้ำ
วินาทีถัดมา เจ้าเมืองก็ได้ยินเสียงมังกรคำรามกึกก้อง
ในแม่น้ำที่มืดมิด จู่ๆ ก็เกิดคลื่นยักษ์สูงหลายร้อยเมตรม้วนตัวขึ้น ภายในเกลียวคลื่นมองเห็นเงาร่างมหึมาเลือนราง
และที่ฝั่งตรงข้าม ใต้แม่น้ำ ร่างกายสูงใหญ่ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ กำลังฝ่ากระแสน้ำทวนขึ้นมาทีละก้าว
[จบแล้ว]