- หน้าแรก
- ระบบสร้างเทพ เริ่มต้นด้วยการถล่มวังหลวง
- บทที่ 32 - ค้อนละแปดสิบ
บทที่ 32 - ค้อนละแปดสิบ
บทที่ 32 - ค้อนละแปดสิบ
บทที่ 32 - ค้อนละแปดสิบ
แต่ ก็ช่างหัวมันเถอะ!
เผชิญหน้ากับแม่น้ำซางกานที่ไร้เจ้าของ ในฐานะเผ่ามังกร ไม่ต้องมีตราประทับ จางเคอก็สามารถยึดอำนาจเทพเจ้าแม่น้ำบางส่วนมาได้
ได้อำนาจแม่น้ำซางกานมา บวกกับตัวเองคุมแม่น้ำหุนที่เป็นสาขา ตามหลักแล้วนี่คือโอกาสทองที่เขาจะยึดแม่น้ำซางกาน
อย่างน้อยๆ ช่วงลำน้ำหลักร้อยกว่ากิโลเมตรทั้งบนและล่างนี้เขายึดได้แน่ พอกางอาณาเขตแล้ว ถึงตอนนั้นพวกคนนอกจะมีปัญญาอะไรมาสู้เขา?
แต่ น่าเสียดายที่ร่างนี้มีเวลาจำกัด
พอลูกแก้วมังกรหมดพลัง เขาก็ต้องกลับไปอยู่ในสภาพร่อแร่เหมือนเดิม
ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ ต่อให้ไม่มีใครกล้าออกมาขวาง ปล่อยให้เขาวิ่งยึดที่ตามใจชอบ จะยึดได้สักกี่น้ำ?
พอหมดเวลา เผยร่างจริง ฐานะเปิดเผย เขาจะกลายเป็นเป้ากระสุนตก โดนสหบาทาจากทุกขุมกำลังแน่นอน
เผลอๆ ดีไม่ดี ตอนนี้ข่าวอาจจะถูกส่งขึ้นไปข้างบนแล้ว... รอให้ถึงตอนนั้น พุทธกับเต๋าจับมือกันมา...
ไม่จำเป็น
มองดูรากษสที่กินศพเพิ่มขนาดตัวอย่างรวดเร็ว เขาแสยะยิ้ม ยกตราประทับฟาดเปรี้ยงเข้ากลางกบาลมัน ทิ้งรอยบุบขรุขระเอาไว้
รากษสไม่เหมือนปีศาจจระเข้
ตัวหนึ่งเป็นปีศาจ อีกตัวเป็นมาร
จางเคอไม่ได้หวังว่าจะใช้ตราประทับทุบมันให้ตาย
สิ่งที่ตามมา การสะกดด้วยน้ำวิเศษต่างหากคือหัวใจสำคัญ
ชีพจรวารีของแม่น้ำหุนเกินครึ่ง และชีพจรวารีใต้ทางแพร่ง ล้วนถูกเขาใช้อำนาจดึงขึ้นมา อาศัยจังหวะที่รากษสมึนงง ยัดใส่หน้ามันตรงๆ!
ชีพจรวารีเคลื่อนที่ แม่น้ำสองสายบ้าคลั่ง
บนร่างจางเคอ บาดแผลที่เคยซ่อมแซมปริแตก เลือดมังกรไหลซึมออกมาเป็นสาย
แต่เขาไม่สน ชีพจรวารีสองสายถูกเขาจับมารัดร่างรากษส ยิ่งรัดยิ่งแน่น
ขณะเดียวกัน โคลนตมก้นแม่น้ำก็พลิกตลบ ความลึกของท้องน้ำลดต่ำลงเรื่อยๆ
รากษสรู้ทันความคิดของจางเคอ มันกรีดร้องโหยหวน ไม่สนแม้แต่จะกินสมบัติ (ศพ) ที่สะสมมา ตะเกียกตะกายหันหลังจะหนี
แต่จางเคอก็ตามมาติดๆ ร่างมังกรอันยาวเหยียดเลื้อยพันแขนทั้งสองข้างของรากษส
กรงเล็บตรึงแขนขา น้ำวนใต้น้ำกดรากษสให้จมดิ่งลงก้นแม่น้ำ
เมื่อถูกจำกัดการเคลื่อนไหว รากษสก็หมดโอกาสเดินออกจากบ่อศพอีกตลอดกาล มันจมลงไปช้าๆ พร้อมกับจางเคอ ด้วยความโกรธจนสติแตก รากษสอ้าปากกว้างกัดเข้าที่ลำตัวของเขา
เกล็ดฉีกขาด เนื้อหลุดกระเด็น ได้ยินเสียงฟันกระทบกระดูกดัง "กร๊อบๆ" ชัดเจน
ความเจ็บปวดแล่นพล่าน จางเคอชูตราประทับทุบหัวรากษสซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พร้อมกับบีบให้น้ำรอบๆ กรอกเข้าปากเข้าจมูกรากษส
แต่รากษสตัวนี้ดื้อด้านยิ่งกว่าเต่า ไม่ว่าจางเคอจะทุบตียังไง มันก็กัดกระดูกเอวเขาไม่ปล่อย
และพร้อมกับการกัดฉีก น้ำลายก็หยดลงบนบาดแผล
อาจเป็นเพราะกินศพมาเยอะ?
แม้น้ำลายยังเป็นสีดำแดง ส่งกลิ่นเหม็นคาวคลุ้ง
แถมยังมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง
หยดลงบนตัว ความเจ็บปวดแสบร้อนที่ปะทุขึ้นรุนแรงยิ่งกว่าตอนโดนแทะกระดูก
เลือดเนื้อกำลังเน่าเปื่อย
กระดูกค่อยๆ ผุพัง
อาหารที่เคยเคี้ยวยาก พอนุ่มนิ่มน่ากินขึ้น รากษสก็ไม่เกรงใจมุดหัวเข้าไป กัดกระดูกมังกรของจางเคอหลุดออกมาครึ่งท่อน
ได้กินอาหารที่ถึงจะไม่สดใหม่นัก แต่บนใบหน้าอัปลักษณ์ของรากษสกลับฉายแววพึงพอใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!
มิน่าล่ะ ตับมังกรไขกระดูกหงส์ ถึงเป็นอาหารที่เฉพาะทวยเทพเท่านั้นที่มีบุญได้ลิ้มลอง
แม้จะยังไม่ได้ชิมตับมังกร แต่แค่รสชาติของเลือดเนื้อและกระดูกก็ล้ำเลิศกว่าอาหารทุกอย่างที่เคยกินมา ต่อให้เป็นเครื่องเซ่นไหว้ของ... ก็ยังเทียบมื้อนี้ไม่ได้เลย!
โดนทุบหัวแตก โดนทุบปางตาย ก็ช่างหัวมัน!
ยังไงซะ ตั้งแต่โดนชีพจรวารีสองสายกดทับ มันก็รู้ชะตากรรมตัวเองแล้ว ยิ่งพอขัดขืน ไอ้เจ้ามังกรเวรนี่ก็พุ่งเข้ามาแนบชิด แบกตราประทับทุบเอาๆ
ตราประทับบ้านแกเขาเอาไว้ใช้เป็นค้อนเหรอฟะ?
ในเมื่อมันไม่รอด ก็อย่าหวังว่าอีกฝ่ายจะสบายตัว!
ต่อให้ต้องลงไปอยู่ในที่มืดมิดไร้แสงตะวัน ก่อนจะจมดิ่งก็ขออิ่มท้องสักมื้อเถอะวะ
เสียงมังกรคำรามด้วยความเจ็บปวด
จางเคอคิดไม่ถึงว่ารากษสจะเด็ดขาดขนาดนี้ ปัญหาใหญ่กว่าคือรูปร่างมันคล้ายมนุษย์ วิธีที่ใช้กับปีศาจจระเข้พอมาใช้กับเจ้านี่ แม้จะสำเร็จ แต่รากษสก็ยังเหลือความสามารถในการตอบโต้
แต่ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้คิดจะสู้ตาย กลับทำตัวเหมือนพวกอันธพาล อาศัยจังหวะที่จางเคอกำลังกดมันลง หันมาแว้งกัดเขาแทน
เจ็บน่ะเจ็บแน่
ฟื้นคืนชีพชั่วคราว ความเจ็บปวดทางกายย่อมส่งผลถึงวิญญาณมังกร ความทรมานจากการถูกทุบกระดูกดูดไขสันหลัง แทบไม่ต่างจากตอนโดนแขวนคอครั้งนั้นเลย
แต่เขาไม่มีทางเลือก
ถ้าปล่อยรากษสตอนนี้ ที่เจ็บตัวไปเมื่อกี้ก็สูญเปล่า
แถมเมื่อกี้ทุบไปตั้งสิบกว่าที ยังทุบกะโหลกรากษสไม่แตก จางเคอก็รู้แล้วว่าไอ้ตัวนี้ถึกกว่าเจ้าปีศาจจระเข้เยอะ ขืนแลกหมัดกันต่อ นอกจากจะเจ็บตัวแล้ว ยังเสียเวลาแน่นอน
ในเมื่อไม่อยากเสียแรงฟรี และอยากประหยัดเวลาลงไปดูวิวข้างล่าง
จางเคอเลยได้แต่ปล่อยให้รากษสมันกัดไป
รอจนกระทั่งชีพจรวารีที่ไขว้กันทับร่างรากษสจนมิด เขาถึงคลายหางที่ถูกกินจนเลือดโชก แล้วปล่อยหมัดทุบรากษสจมลงไป
พอเห็นของฟรีหลุดลอยไป
รากษสที่ถูกตบลงไปและปากว่างแล้ว ก็เงยหน้าแยกเขี้ยวเปื้อนเลือดแสยะยิ้ม "สมเป็นของสวรรค์ ไม่ขาดทุน ไม่ขาดทุนจริงๆ!"
ยิ้มระรื่น ไม่มีท่าทีเจ็บใจที่โดนสะกดสักนิด
นี่เป็นเรื่องที่จางเคอไม่เข้าใจ การถูกสะกดมันก็แบ่งสถานที่ แบ่งยุคสมัยเหมือนกัน
ไม่ต้องย้อนไปไกล แค่ย้อนไปไม่กี่ร้อยปีสมัยราชวงศ์ซ่ง คำว่าสะกดคือสิ่งที่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอ แต่ตอนนั้นมันยุคไหน ตอนนี้มันยุคไหน?
ตอนนั้น กฎสวรรค์แค่เสื่อมถอย ถ้าโดนสะกด นอกจากจะมีโชคใหญ่ หรือมีคนใหญ่คนโตเห็นค่า ไม่งั้นคงต้องรอจนน้ำแห้งหินกร่อน
แต่ตอนนี้ กฎสวรรค์พังทลาย พลังวิญญาณเสื่อมถอย ไม่รู้วันไหนโลกแตกจะเป็นวันสิ้นยุคธรรม!
เวลานี้การถูกสะกด ถือเป็นทางรอดที่ไม่เลวเลย
ไม่เห็นเหรอพวกเทพเซียนเก่งๆ มีเส้นสาย ถ้าไม่ "จุติ" หนีไปโลกเบื้องบน ก็เก็บตัวเงียบในถ้ำสวรรค์
มันแค่หมาจนตรอกที่ถูกทิ้ง ย่อมไม่มีโอกาสแบบนั้น เดิมทีคิดจะสร้างรัง อาศัยแรงอาฆาต ไอความตาย ลองยื้อชีวิตดู แต่ใครจะคิดว่าจะมีเทพมาส่งสวัสดิการถึงที่
ไม่เพียงจะเนรเทศมันไปอยู่จิวโจวเก่า ก่อนไปยังเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่อีก
พ่อพระ!
พ่อพระตัวจริง!
มองดู "ท้องฟ้า" ที่ค่อยๆ ปิดลง ใบหน้าอัปลักษณ์ของรากษส ยิ้มจนแก้มปริ
แต่พอมันตกลงถึงพื้น รอยยิ้มก็หุบฉับ ย่อร่างเล็กลงแล้วรีบมุดเข้าซอกมุมทันที
วินาทีก่อนหน้ารากษสหายตัวไป วินาทีถัดมาหางขนาดยักษ์ก็ฟาดลงมาจากฟ้า กระแทกพื้น ดินแดนโดยรอบหลายสิบลี้พังทลายราบเป็นหน้ากลอง...
ต่อจากนั้น ในป่ารกร้างที่ดินถล่มทลายและเต็มไปด้วยต้นไม้แห้งเหี่ยว ก็มีเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้น
ร่างหลังค่อม ตัวสีเทาขาว รูปร่างเหมือนลิงแต่หัวเป็นคน กระโดดเด้งดึ๋งมาจากต้นไม้ไกลๆ ทีละตัวๆ
[จบแล้ว]