- หน้าแรก
- ระบบสร้างเทพ เริ่มต้นด้วยการถล่มวังหลวง
- บทที่ 26 - สูบกลืนพายุ
บทที่ 26 - สูบกลืนพายุ
บทที่ 26 - สูบกลืนพายุ
บทที่ 26 - สูบกลืนพายุ
สัญญาณเตือนภัยพายุระดับสีส้ม!!!
คาดการณ์ว่าในอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงข้างหน้า พื้นที่เทียนจินจะมีลมแรงเฉลี่ยระดับ 10 ขึ้นไป หรือลมกระโชกแรงระดับ 11 ขึ้นไป โปรดระมัดระวังการออกนอกบ้าน!
มองดูแจ้งเตือนในมือถือ จางเคอที่อยู่ริมหน้าต่างห้องนอนเงยหน้าขึ้นก็เห็นเพื่อนบ้านตึกตรงข้ามหลายคนยืนเกาะหน้าต่าง มองดูเมฆดำทะมึนราวกับม่านเหล็กบนท้องฟ้า ที่ถูกแรงกดดันจากพายุหมุนกดต่ำลงมาเรื่อยๆ ฟังเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านตึกสูง แรงมหาศาลฟาดกระทบผนังตึกเกิดเสียงดังทึบๆ
ทุกคนดูวิตกกังวลกันถ้วนหน้า!
แม้ฤดูร้อนของเทียนจินจะมีพายุฝนบ่อย
แต่สภาพอากาศที่มีแต่ลมคลั่งไม่มีฝนแบบนี้หาดูยาก โดยเฉพาะเมฆดำที่กดทับลงมา มันไม่ได้ไหลไปตามลมเหมือนปกติ แต่กลับหมุนวนช้าๆ เหมือนน้ำวน... น่ากลัวแต่ก็น่าตื่นเต้นพิลึก!
เพียงเวลาไม่กี่สิบนาที หัวข้อ "สหายเต๋าสำนักไหนมาข้ามด่านเคราะห์ที่นี่" ก็พุ่งทะยานติดเทรนด์บนแพลตฟอร์มต่างๆ ทันทีที่ปรากฏ
พวกอินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ ต่างรีบเกาะกระแส เข้าร่วมกองทัพแบ่งปันยอดวิวกันอย่างคึกคัก
โลกออนไลน์กำลังปาร์ตี้กันอย่างเมามัน ส่วนคนท้องถิ่นเทียนจินจะคิดยังไง พวกเขาไม่อยากรู้ และไม่สนด้วย
ยังดี นอกจากสภาพอากาศท้องถิ่น ก็ยังมีคนกลุ้มใจอยู่อีกคน
ถูกเตะออกจากเกม จางเคอรับรู้สถานการณ์ภายนอกแล้ว แต่เขาไม่เข้าใจว่า ร่างกายที่เปิดบอททิ้งไว้ในโลกจริง ทำไมถึงก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ได้?
สายลมแผ่วเบาที่เคยวนเวียนรอบกาย วันนี้กลับเกรี้ยวกราดเป็นพิเศษ ราวกับใช้กำลังฉุดกระชาก "ลม" นอกหน้าต่างเข้ามาในห้องนอน ยัดเยียดให้จางเคอ สูดดมผ่านจมูกและผิวหนัง ไหลเวียนผ่านอวัยวะภายในและกระแสเลือด แล้วขับออกมา
ประเด็นคือพอขับออกมาแล้ว
จากที่เคยน่ารักน่าเอ็นดู ตอนนี้กลับกลายเป็นป้าข้างบ้านปากจัด รวมหัวกับพวกพ้อง "ลมอันธพาล" กลุ่มก่อนหน้านี้ ฉุดกระชากลากถูสมาชิกรุ่นใหม่เข้ามาอีก
วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา
ลมยิ่งมายิ่งเยอะ ห้องนอนยัดไม่พอก็ล้นออกไปนอกหน้าต่างสู่ท้องฟ้า ร่างกายของจางเคอที่ถูกระบบควบคุมกลายเป็นต้นตอของความวุ่นวายนี้ ภายใต้โหมดนี้จางเคอราวกับไร้ขีดจำกัด กล้ามาก็กล้ากิน ย่อยให้หมด!
จนกระทั่งเขาได้สติ สภาพการกินล้างผลาญราวกับสัตว์ร้ายเทาเที่ยถึงได้หายไป ร่างกายค่อยๆ อิ่มตัว
ถึงตอนนี้ สายลมถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว ภายใต้การปลอบโยนของจางเคอ มันยอมละทิ้งส่วนที่อยู่ภายนอก กลับมาขดตัวสงบนิ่งอยู่รอบกายเขาอีกครั้ง
เขาพ่นลมหายใจออกมา
เมื่อไม่มีต้นตอ สภาพอากาศก็ไม่เลวร้ายลงไปกว่าเดิม
แน่นอนว่ากวนน้ำให้ขุ่นไปแล้ว จะให้หยุดง่ายๆ คงยาก เทียนจินคงต้องเจอกับวันลมแรงไปอีกสักพัก
แต่นั่นอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของจางเคอแล้ว
ตอนนี้เขามองดูห้องนอนที่เละเทะ คิ้วขมวดจนแทบผูกโบว์
เพื่อความสะดวก ตอนเปิดบอทในเกมให้สกิล [เรียกลม] ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หน้าต่างห้องเลยเปิดทิ้งไว้ หลังพายุสงบ พื้นห้องเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ปลิวว่อน เฟอร์นิเจอร์ล้มระเนระนาด
ยังไม่หมด พื้นห้องและของทุกชิ้นมีฝุ่นจับหนาเตอะ
สภาพนี้คนปกติเห็นแล้วปวดหัว คนรักสะอาดเห็นแล้วปวดตับ
โชคดีที่
เรื่องฝุ่น [เรียกลม] พัดมาได้ ก็พัดไปได้
แต่พวกเสื้อผ้า ของใช้ และเฟอร์นิเจอร์ที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เขาต้องเก็บกวาดเอง
เดิมทีโดนเตะออกจากเกมก็เซ็งจะแย่อยู่แล้ว อยู่ดีๆ ต้องมาทำบิ๊กคลีนนิ่ง อารมณ์ยิ่งดิ่งลงเหว
ข่าวดีเดียวคือ อุบัติเหตุการกินเกินขนาดครั้งนี้ ทำให้จางเคอรู้สึกว่าแถบความคืบหน้าของ [เรียกลม] เต็มหลอดในพริบตา พลังที่แปรเปลี่ยนมากำลังชำระล้างร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง ปรับแต่งกระดูกและกล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างละเอียด
ฉากนี้จางเคอเพิ่งเคยเจอครั้งแรก แต่เขารู้จักมันดี
การเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ถ้าใช้ภาษาเกมเขาเรียกว่า: ปูพื้นฐานร้อยวัน!
เมื่อเทียบกับในเกมที่ต้องผ่านพิธีกรรมซับซ้อนของแต่ละสำนักและใช้เวลานาน การปูพื้นฐานของจางเคอนั้นเรียบง่ายจนน่าเกลียด ไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ ทุกอย่างออโต้
แน่นอนว่าเทียบกับตัวเขาในเกมที่ห่างกันหลายลำดับขั้นไม่ได้ หน้าต่างสถานะต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่ในเกมเขาแค่สิงร่างคนอื่น ตอนนี้สิร่างกายตัวเองแท้ๆ!
รออีกไม่กี่วัน เขาก็จะไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป!
"แปะ แปะ แปะ!"
เสียงดังในห้องนั่งเล่นดึงจางเคอออกจากจินตนาการ พอเดินพ้นประตูห้องนอนมาก็เจอกับภาพที่ทำให้ความดันพุ่งปรี๊ด
ตู้ปลาที่เคยวางอยู่ในห้องนั่งเล่น
ตอนนี้กลายเป็นกองเศษกระจกอยู่บนพื้น
ปลาคาร์ปแฟนซีกับหอยกาบกระจายเกลื่อนพื้น หอยกาบยังพอทน แต่ปลาคาร์ปบางตัวโชคร้ายโดนกระจกทับนิ่งสนิทไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็ร่อแร่ อาการปางตาย
และเสียงที่เขาได้ยิน คือผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว เจ้าปลาคาร์ปตัวลายที่ดึงดูดให้เขาไปเดินตลาดนัดกลางคืน
มันยังคงดูพลังล้นเหลือ ดิ้นพราดๆ กระโดดไปมาอยู่บนกองน้ำที่พื้น
ไม่ทันได้คิดอะไรมาก
จางเคอรีบเข้าไปจับปลาคาร์ปที่ยังรอดชีวิตใส่กะละมัง
ระหว่างนั้นมือสัมผัสโดนเศษกระจกตลอด แต่จนจบภารกิจนิ้วมือของเขาก็ยังไร้ริ้วรอย ไม่มีเลือดออก ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
ผิดคาด แต่ก็สมเหตุสมผล ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่
เอาเครื่องทำออกซิเจนที่ล้างแล้วมาเสียบใส่กะละมังช่วยชีวิตปลาที่เหลือ หันไปเก็บกวาดซากปรักหักพังบนพื้น พร้อมโทรหาเฮียเจ้าของร้าน ให้ช่วยมาส่งตู้ปลาใหม่ให้หน่อย
เสร็จแล้วเขาถึงหันกลับมามองเหล่าปลาคาร์ปที่เกือบจะกลับดาว
พอกลับลงน้ำ ได้ออกซิเจนเต็มปอด ปลาคาร์ปที่เกือบเดี้ยงก็เริ่มหายใจคล่องขึ้น แต่ก็ยังดูซึมๆ
ผิดกับเจ้าปลาตัวลาย พอลงน้ำปุ๊บก็คึกปั๊บ
โดยเฉพาะตอนจางเคอขยับเข้าไปใกล้ มันรีบว่ายขึ้นมาผิวน้ำ ปากพะงาบๆ เหมือนขออาหาร
เดินเข้าไป นั่งยองๆ
มองดูเจ้าปลาลายที่คึกผิดปกติ
จางเคอสังเกตว่า เกล็ดที่เคยมีสีสันสะเปะสะปะ ตอนนี้ส่วนใหญ่กลายเป็นสีแดง หางและครีบก็ยาวเรียวกว่าตัวอื่น
พอลองเทียบกับเพื่อนร่วมตู้ตัวอื่น
จางเคอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงถูกมันดึงดูด
เขาแยกเจ้าปลาลายออกมาใส่ภาชนะอื่น
แบ่งผงกระดูกมังกรที่เหลือจากคราวก่อนนิดหน่อยโปรยลงน้ำ มองดูมันไล่กินผงที่ลอยอยู่ผิวน้ำจนหมดเกลี้ยง จากนั้นก็เหมือนเรือดำน้ำ จมดิ่งลงไปนิ่งสนิทอยู่ก้นภาชนะ
พอแน่ใจว่าเจ้าปลาลาย "อิ่ม" แล้ว เขาถึงเทผงที่ผสมน้ำจางๆ ลงไปในกะละมังของปลาตัวอื่น
ตอนนั้นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น
ตู้ปลา 500 ค่าส่ง 50
พร้อมกับการมาถึงของตู้ปลาใหม่
เงินในกระเป๋าของจางเคอก็ยิ่งแฟบลง เหลือไม่ถึงสามพัน ถ้าไม่นับว่าเขาไม่ต้องกินข้าว ก็น่าจะพอค่าเช่าห้องเดือนหน้า
พูดอีกอย่างคือ เขาต้องหาทางให้ตัวเองมีปัญญาจ่ายค่าเช่าห้องงวดต่อไปก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคม
จางเคอสูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ให้เข้าที่
[จบแล้ว]