- หน้าแรก
- ระบบสร้างเทพ เริ่มต้นด้วยการถล่มวังหลวง
- บทที่ 1 - เกมวิวัฒนาการโลก
บทที่ 1 - เกมวิวัฒนาการโลก
บทที่ 1 - เกมวิวัฒนาการโลก
บทที่ 1 - เกมวิวัฒนาการโลก
นอกหน้าต่างแดดร้อนเปรี้ยง
จางเคอดึงคอเสื้อพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ความกลัดกลุ้มในใจกลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามแรงลมหายใจเลยแม้แต่น้อย
เผลอแป๊บเดียวก็จะผ่านไปสี่ปีแล้ว ยังจำได้ดีถึงวันที่อากาศร้อนระอุแบบนี้ วันที่พ่อกับแม่แบกกระเป๋ามาส่งเขาที่เมืองจินเหมินเพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
เรียนมาตั้งสี่ปี พอใกล้จะจบการศึกษากลับต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้
แม้ทางมหาวิทยาลัยจะบอกว่าพยายามประสานงานเต็มที่ แต่พวงานนัดพบแรงงานก็จัดขึ้นไม่กี่ครั้ง แม้จะมีอาจารย์มาบอกหลังไมค์ว่าพอมีช่องทาง แต่พอลองดูข้อมูลที่เพื่อนส่งมาให้ดู ปรากฏว่ามีแต่โรงงานทั้งนั้น
ให้ตายสิ เดี๋ยวนี้การหางานมันเข้าสู่ยุคใหม่แล้วหรือไง
ขนาดงานออฟฟิศที่ต้องเข้าเก้าโมงเช้าเลิกสามทุ่มสัปดาห์ละหกวันยังไม่มีให้ทำเลย
เรียนมหาวิทยาลัยเพื่อไปเข้าโรงงานเนี่ยนะ
ให้ไปยืนขันน็อต หมามันยังไม่ทำเลย!
เขานั่งอยู่หน้าโต๊ะ เหม่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยแววตาว่างเปล่า
ภาพหน้าจอเป็นรูปสาวน้อยนอนตะแคงเอามือเท้าคาง ถัดจากเรียวขาขาวและถุงน่องก็เต็มไปด้วยไอคอนโปรแกรมต่างๆ ทั้งเกมที่เขาเคยอดหลับอดนอนเล่น การบ้าน เอกสาร เรซูเม่... แต่จู่ๆ ก็มีกรอบสี่เหลี่ยมสีดำปรากฏขึ้นกลางหน้าจอ บดบังทัศนียภาพอันงดงามเสียมิด
"ไอ้นี่มันอะไรเนี่ย"
จางเคอขมวดคิ้วมองหน้าจอ ตั้งแต่เพื่อนร่วมห้องทยอยออกไปทำงานและไปอยู่กับแฟนจนไม่กลับมาที่หอพัก เขาก็เริ่มกล้าใช้ภาพหน้าจอที่คัดสรรมาเป็นพิเศษได้อย่างเปิดเผย
รู้ๆ กันอยู่ว่าการเซ็นเซอร์ภาพมันขัดใจฟ้าดิน...
หรือว่าตาอ้วนเกบ (เจ้าของ Steam) จะทนแรงกดดันไม่ไหวแล้ว
เขาลองเปิดโปรแกรมวอลเปเปอร์แล้วกดเปลี่ยนภาพในเวิร์กชอปดูหลายภาพ จางเคอก็พบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตาอ้วนเกบ แต่มันอยู่ที่คอมพิวเตอร์ของเขาเองต่างหาก
เขาเริ่มร้อนใจ มือเผลอเลื่อนเมาส์ไปคลิกที่กรอบสีดำนั้น
นิ้วชี้กดเบาๆ เสียงเมาส์ดังคลิก
พริบตาถัดมา ราวกับหยดหมึกลงในแก้วน้ำ สีดำสนิทแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งหน้าจออย่างรวดเร็ว
จางเคอหน้าถอดสีมองคอมพิวเตอร์ของตัวเอง ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นไปทำอะไรสักอย่าง จู่ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดดับลง
จางเคอหน้ามืดไปวูบหนึ่ง พอได้สติกลับมาก็พบว่าดวงตาของเขาดูเหมือนจะมีปัญหาเสียแล้ว
[ตรวจพบร่างสถิต กำลังดาวน์โหลดเกมวิวัฒนาการโลก... ดาวน์โหลดเสร็จสิ้น กำลังอ่านข้อมูลแพตช์...]
[การอ่านข้อมูลล้มเหลว เปิดใช้งานเทมเพลตสำรอง: มหาภัยพิบัติสิ้นยุค—จุดกำเนิดสรรพสิ่ง]
แผ่นดินรกร้าง เหล่าทวยเทพปกครองโลก สามราชาห้าจักรพรรดิ สถาปนาเก้าแคว้น วัฏจักรราชวงศ์ผลัดเปลี่ยน ทุกครั้งที่ระเบียบโลกเปลี่ยนแปลง เรื่องราวของยุคสมัยก่อนหน้าจะถูกฝังกลบจนสิ้น
ความรุ่งเรืองในอดีตล่มสลายท่ามกลางหายนะ ถูกกลบฝังไปพร้อมกับกาลเวลา เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยอันเลือนรางเพื่อพิสูจน์ว่าพวกมันเคยดำรงอยู่
แต่ไฟป่าไม่อาจเผาผลาญจนสิ้นซาก ลมใบไม้ผลิพัดพาให้ฟื้นคืน
เมื่อหายนะผ่านพ้น สรรพสิ่งจะงอกงาม ต้นกล้าใหม่จะหยั่งรากและเติบโตบนผืนดินเก่า
หมายเหตุ:
ข้อจำกัดของแพตช์ ฟังก์ชันบางอย่างเช่นการเลือกตัวละครและการบันทึกเกมจะไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
แพตช์นี้ปิดระบบเลือกตัวละครและเปลี่ยนเป็นโหมดสุ่มจับคู่ เพื่อเป็นการชดเชยจะมอบดันเจี้ยนมือใหม่และระบบแนะนำผู้เล่นใหม่ให้หนึ่งครั้ง
กลไกชดเชยของแพตช์ ในแพตช์นี้ดันเจี้ยนทุกด่านจะมีการฉายภาพยนตร์เปิดตัว (CG) เพื่อลดระดับความยากลง "บางส่วน" และเปิดให้ค้นหา "อีสเตอร์เอ็ก" ในระดับตื้นเพื่อขุดคุ้ย "เนื้อเรื่อง" นอกเส้นทางหลัก
แพตช์เสริมอื่นๆ จะถูกพิจารณาเพิ่มเติมหลังจากเกมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
ข้อความดูขลังๆ ชอบกล อ่านแล้วงงๆ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำเอาหัวใจเต้นรัว อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงปรี๊ด
ส่วนจะเป็นอาการกำเริบของโรคทางจิตเวชหรือเปล่านั้น ลองดูก็รู้
หลังจากตัวอักษรยาวเหยียดหายไป ก็มีสองตัวเลือกปรากฏขึ้น
อันหนึ่งคือ [เข้าสู่เกม] อีกอันคือ [เริ่มเกม]
ไม่มีอะไรต้องลังเล เขากดเลือก [เข้าสู่เกม] ทันที
หลังจากเลือก [เข้าสู่เกม] ตัวอักษรตรงหน้าก็แตกกระจาย โลกทั้งใบหมุนคว้าง
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง จางเคอก็มายืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เมฆหมอกสีเทาดำก่อตัวขึ้นเป็นประตูบานใหญ่สองบานตรงหน้า ภายในประตูมีเงาตะคุ่มๆ รูปร่างประหลาดซ่อนตัวอยู่หลังบานประตู แค่มองแวบเดียวก็ทำเอาขนลุกซู่
[แผ่นดินแตกสลาย]
[ความแค้นในบ่อสะกดมังกร] (ใหม่)
ตัวอักษรสีแดงเลือดปรากฏขึ้นกลางประตูที่ดูเหมือนเมฆหมอกนั่น บรรยากาศรอบตัวยิ่งดูวังเวงและบิดเบี้ยวพิกล
หลังจากตั้งสติจากอาการตัวแข็งทื่อได้ เขามองดูประตูที่ขยับไหวราวกับมีชีวิต จางเคอกัดฟัน ใบหน้ากระตุกเล็กน้อย
สุดท้ายก็หันหลังเดินไปหาประตูบานที่สอง
อย่างที่คนโบราณว่าไว้ สวรรค์ประทานให้หากไม่รับไว้ จะกลายเป็นภัยแก่ตน
มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้สุด
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู คำว่า [ความแค้นในบ่อสะกดมังกร] ที่ดูเหมือนเขียนด้วยหิมะก็ค่อยๆ ละลายหายไป พร้อมกับฉากตรงหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ความมืดรอบตัวจางหาย จางเคอมาโผล่อยู่ที่หน้าประตูเมืองโบราณแห่งหนึ่ง
แสงอาทิตย์แผดเผาอยู่เหนือหัว สูดกลิ่นอายความชื้นในอากาศ จางเคอกวาดสายตามองไปรอบๆ
ดอกไม้ใบหญ้า กำแพงเมือง ถนนปูหิน ชาวบ้านร้านตลาดที่เข้าออกเมือง... แม้จะรู้ว่าเป็นฉากคัตซีนก่อนเริ่มดันเจี้ยน แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะดำดิ่งไปกับบรรยากาศ
"สมจริงชะมัด! แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเสพงานศิลป์ เทียบกันแล้วไอ้พวกเกมฟอร์มยักษ์ที่เคยเล่นมากลายเป็นเศษเหล็กไปเลย"
ไม่ใช่แค่เกมนะ รวมไปถึงหนังและละครด้วย ขอโทษทีที่ต้องบอกว่าที่เหลือคือขยะ
ถึงมันจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ก็เถอะ
ความคิดของจางเคอฟุ้งซ่านไปไกล
ในฉากคัตซีนนี้ แม้เขาจะสัมผัสรับรู้ทุกอย่างรอบตัวได้ แต่กลับขยับตัวไม่ได้เลย ทำได้แค่เป็นผู้ชมที่ไร้ตัวตน ล่องลอยไปตาม "มุมกล้อง" เท่านั้น
ออกจากประตูเมือง
มุมมองถูกล็อกไว้ที่กลุ่มทหารกลุ่มหนึ่ง
ตามพวกเขาเดินไปตามถนนดิน เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาจนมาถึงหน้าวัดเก่าๆ แห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้าโบกมือ ให้คนอื่นๆ ถอยไป ส่วนตัวเขากระโดดลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้าไป
วัดดินดูทรุดโทรม นอกจากรูปปั้นพระโพธิสัตว์ดินปั้นแล้ว ก็มีเพียงหลวงจีนแก่ๆ สวมจีวรสีดำรูปหนึ่ง
"ท่านอาจารย์ ข้าน้อยคือเกาเลี่ยง ไม่ทราบว่าท่านให้คนไปตามข้าน้อยมาด้วยเหตุอันใดขอรับ"
ชายหนุ่มโค้งตัวลง น้ำเสียงนอบน้อม
สิ้นเสียงแนะนำตัว บนหัวของชายหนุ่มก็มีตัวอักษรลอยขึ้นมาสองคำ
[เกาเลี่ยง]
และที่ด้านหน้า บนหัวของหลวงจีนที่หันหลังให้พวกเขาอยู่ก็มีสัญลักษณ์ขึ้นมาเช่นกัน:
[เยา กว่างเสี้ยว]
อัครมหาเสนาบดีชุดดำ เยา กว่างเสี้ยว?
จางเคอตกตะลึง นี่มันสถานการณ์อะไรกัน หรือว่าเขาจะย้อนเวลามาสมัยราชวงศ์หมิง
ตัวละครที่เขาต้องสวมบทบาท คงไม่ใช่ไอ้หนุ่มที่ชื่อเกาเลี่ยงนี่หรอกนะ
ส่วนเยา กว่างเสี้ยว เขาไม่กล้าคิดหรอก และก็ไม่อยากเป็นด้วย กำลังเป็นวัยรุ่นหนุ่มแน่น ใครจะอยากกลายเป็นตาแก่กันเล่า
พอเริ่มสงสัย จางเคอก็ตั้งใจฟังมากขึ้น
จากนั้นก็เห็นเยา กว่างเสี้ยวหันกลับมา:
"มีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งจะวานให้เจ้าทำ พรุ่งนี้ยามเหม่า (05.00-07.00 น.) เจ้าจงขี่ม้าวนดูรอบเมือง หากระหว่างทางพบสองสามีภรรยาเฒ่าเข็นรถขนน้ำ บนรถมีตะข้องใส่ปลา อย่าได้ลังเล ให้เข้าไปแทงตะข้องให้ทะลุ
ทำเสร็จแล้วให้รีบหันหลังวิ่งหนี ห้ามหันกลับมามองเด็ดขาด!
อาตมาจะรอรับเจ้าอยู่ที่ประตูเมืองทิศตะวันตก เข้าใจหรือไม่"
เกาเลี่ยงพยักหน้ารับคำ แล้วหันหลังเดินจากไป ในขณะเดียวกัน จางเคอก็รู้สึกเหมือนถูกมือยักษ์จับเหวี่ยงขึ้นไปบนท้องฟ้า ปะทะกับลมแรงพุ่งทะยานสู่เมฆหมอก เบื้องล่าง วัดดินหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว เมืองโบราณก็เล็กลง ชาวเมืองกลายเป็นเพียงมดตัวจิ๋ว
มองลงมาจากเบื้องบน
เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นและตก เห็นทหารหนุ่มที่ชื่อเกาเลี่ยงใช้หอกแทงทะลุตะข้อง พลิกรถขนน้ำคว่ำ แล้วหันหลังควบม้าหนีไป วินาทีถัดมา มวลน้ำมหาศาลก็ทะลักทลาย สายน้ำเชี่ยวกรากบ้าคลั่ง ทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า...
[ปีรัชศกหย่งเล่อที่สิบหก ท้องฟ้าวิปริตแปรปรวน เงาพญามังกรทะยานขึ้นฟ้า น้ำท่วมใหญ่กรุงปักกิ่ง ประชาชนบ้านแตกสาแหรกขาด ผู้คนล้มตายจำนวนมาก]
[วันรุ่งขึ้น มีเทพลงมาจุติ อ้างนามเย่ว์อู่มู่ ร่วมมือกับราชครูสะกดมังกรไว้ในเมือง สร้างบ่อสะกดมังกร ถมทับตาแห่งทะเล]
[ประวัติศาสตร์จารึกว่า เยา กว่างเสี้ยวสะกดมังกร]
พริบตาต่อมา เมื่อเสียงบรรยายจบลง จางเคอก็ร่วงหล่นจากกลีบเมฆ ลมหนาวหวีดหวิวข้างหู เขาเหมือนดาวตกที่พุ่งตกลงมาด้วยความเร็วสูง ทะลุผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆ ร่วงดิ่งลงสู่บ่อน้ำที่เพิ่งสร้างเสร็จ
ตูม!
เสียงน้ำแตกกระจาย จางเคอจมดิ่งลงสู่ก้นบ่อ เขาเห็นเงาดำมหึมาวูบผ่านใต้เท้าไป
น้ำในบ่อเย็นเฉียบไหลวนอย่างบ้าคลั่ง โซ่ตรวนรอบด้านถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ
เรี่ยวแรงมหาศาลแค่ไหนก็ย่อมมีวันหมด เมื่อกระแสน้ำค่อยๆ "สงบ" ลง จางเคอก็จมลงสู่ก้นบ่อลึก
ในที่สุดเขาก็ได้เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตนนี้ อยู่ตรงหน้าพญามังกรแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
เขามีเขาเหมือนกวาง หัวเหมือนอูฐ ตาเหมือนกระต่าย คอเหมือนงู ท้องเหมือนหอยแครง เกล็ดเหมือนปลา กรงเล็บเหมือนอินทรี ฝ่าเท้าเหมือนเสือ หูเหมือนวัว...
บนผืนแผ่นดินนี้ ในตำนานที่เล่าขานกันมาเนิ่นนาน มันคือสัญลักษณ์ และจิตวิญญาณ
แน่นอนว่าบางครั้งพวกมันก็อาจจะเป็นเหมือนตอนนี้ ถูกขังอยู่ในบ่อด้วยเหตุผลบางอย่าง ถูกล่ามไว้ใต้สะพาน หรือแม้แต่ถูกตัดหัว เลาะเส้นเอ็น ถลกหนัง...
จางเคอมองระยะห่างที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และสีแดงจางๆ ที่ลอยมากับสายน้ำขุ่นมัว เขาเข้าใจแล้ว
[จบแล้ว]