- หน้าแรก
- ข้ามมิติพลิกแพลง ตำแหน่งเศรษฐีข้าขอรับ
- บทที่ 44 ถูกรางวัลที่หนึ่ง 10 ล้านหยวน?
บทที่ 44 ถูกรางวัลที่หนึ่ง 10 ล้านหยวน?
บทที่ 44 ถูกรางวัลที่หนึ่ง 10 ล้านหยวน?
“มีธุระอะไร? ไม่รู้หรือไงว่าฉันทำงานอยู่ มีอะไรทำไมไม่รอคุยตอนกลับบ้าน” น้ำเสียงรำคาญใจของชายหนุ่มดังลอดออกมาจากโทรศัพท์
ซ่งเจินเหลือบมองสีหน้าของน้องชาย แล้วตัดสินใจพูดออกไปแบบไม่สนใจอะไรแล้ว “เสี่ยวเฉินมา... คุณกลับมาหน่อยสิ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับเสียงต่ำ “อืม... งั้นคุณก็ต้อนรับน้องไปดีๆ แล้วกัน เลิกงานแล้วฉันจะกลับ”
พูดจบเขาก็วางสายไปดื้อๆ
ใบหน้าของซ่งเจินฉายแววอับอาย แม้เธอจะชินชากับท่าทีหยาบคายของชิวจื้อเสวียแล้ว แต่พอต้องมาถูกน้องชายเห็นตำตาแบบนี้ ก็อดรู้สึกขายขี้หน้าไม่ได้
และก็เป็นไปตามคาด ซ่งเฉินแค่นเสียงในลำคออย่างเย้ยหยัน “หึ... พี่ครับ ไอ้แซ่ชิวนี่มันไม่ไว้หน้าพี่เลยสักนิด พี่แน่ใจเหรอว่าจะทนอยู่กับคนพรรค์นี้ต่อไป?”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่กล้าพูดแรงขนาดนี้ เพราะไม่มีจุดยืนและไม่มีกำลังทรัพย์ ต่อให้พี่สาวหย่าร้างจริง เขาคงช่วยอะไรไม่ได้มาก จะมาดีแต่ปากก็ใช่ที่
แต่ตอนนี้มันต่างกันแล้ว เขามีเงิน! เขาเลี้ยงดูพี่สาวและหลานสองคนได้สบายๆ ขอแค่พี่สาวต้องการหย่า เขาพร้อมจะเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดให้เธอ
“เขา... เขาแค่ยุ่งเรื่องงานน่ะ ถ้าลางานเดี๋ยวจะโดนหักเงินเดือน...” ซ่งเจินแก้ต่างแทนสามีโดยสัญชาตญาณ
ซ่งเฉินไม่อยากฟัง จึงพูดสวนขึ้นมา “พี่เลิกแก้ตัวแทนมันเถอะ ถ้ามันสำนึกผิดสักนิด มันต้องรับปากว่าจะรีบกลับมาแล้ว”
เขากวักมือเรียกพี่สาว “พี่... เอาหูมาใกล้ๆ นี่ จริงๆ แล้วผมมีเรื่องหนึ่งยังไม่ได้บอกพี่กับพ่อแม่”
“เรื่องอะไร? หรือว่าแกมีแฟนใหม่แล้ว?” ซ่งเจินเงยหน้ามองน้องชายด้วยความคาดหวัง
ตั้งแต่รู้ว่าน้องชายเลิกกับแฟนสาวที่คบกันมานาน เธอก็เสียดายแทนและเป็นห่วงกลัวน้องจะทำใจไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าน้องรักจริงหวังแต่งแค่ไหน
แต่น้องชายก็ถึงวัยที่ควรแต่งงานแล้ว ถ้ามีแฟนใหม่จริง เธอก็ยินดีด้วยจากใจ
“โธ่... ไม่ใช่ครับ พี่คิดไปไกลถึงไหนเนี่ย” ซ่งเฉินทั้งขำทั้งระอา
ซ่งเจินหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยที่เดาผิด “อ้าว... ไม่ใช่เรื่องแฟนหรอกเหรอ งั้นเรื่องอะไรล่ะ ทำไมต้องทำท่าลึกลับขนาดนี้”
“อะแฮ่ม... แน่นอนว่าเป็นเรื่องดีสุดๆ ไปเลยครับ เมื่อไม่กี่วันก่อนผมซื้อหวยขูด แล้วถูกรางวัลแจ็กพอตตั้ง 10 ล้านหยวน! ต่อไปนี้พี่เตรียมหอบหลานมาเสวยสุขกับผมได้เลย” ซ่งเฉินยิ้มร่า
อากาศรอบตัวเงียบกริบลงถนัดตา ซ่งเจินจ้องหน้าน้องชายตาค้าง ไม่พูดไม่จา
“พี่... ทำไมไม่ตอบสนองหน่อยล่ะ?” ซ่งเฉินเกาหัวแกรกๆ หรือจำนวนเงินมันเยอะเกินไป จนพี่สาวช็อกจนเอ๋อไปแล้ว?
เพี้ยะ!
ซ่งเจินฟาดฝ่ามือลงบนหน้าผากน้องชายดังป้าบ “พอได้แล้ว เลิกล้อเล่นสักที มุกนี้ไม่ฮาเลยนะยะ”
ซ่งเฉินถึงบางอ้อ ที่แท้พี่สาวไม่ได้ดีใจจนพูดไม่ออก แต่ไม่เชื่อเขาต่างหาก
“พี่ครับ ผมถูกรางวัลที่หนึ่งจริงๆ นะ ตั้งใจว่าจะหาเวลาเหมาะๆ บอกข่าวดีกับพี่และพ่อแม่ แต่ดันมารู้เรื่องที่พี่โดนไอ้ชิวจื้อเสวียซ้อมซะก่อน ผมเลยรีบบึ่งรถกลับมานี่แหละ”
น้ำเสียงของเขาจริงจังขึงขัง ไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย ซ่งเจินเริ่มลังเล
“แกถูกรางวัล 10 ล้านจริงๆ นะ? ไม่ได้หลอกพี่ใช่ไหม?” เธอถามเสียงสั่นเครือ กึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
“จริงแท้แน่นอนครับ ผมจะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นทำไม ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวเปิดแอปฯ ธนาคารให้ดูยอดเงินเลยเอ้า” ซ่งเฉินทำท่าจะหยิบมือถือขึ้นมา
ทันใดนั้น ซ่งเจินก็กรีดร้องเสียงหลงออกมา “กรี๊ดดดด! น้องชายฉันเป็นเศรษฐีเงินล้านแล้ว!”
ซ่งเฉินรีบยกมืออุดหู “พี่! เบาๆ หน่อย เดี๋ยวโลกรู้กันหมด”
“เอ้อ! ใช่ๆ ต้องเงียบไว้ รวยเงียบๆ กินเรียบคนเดียว” ซ่งเจินรีบตะครุบปากตัวเอง แต่ดวงตานั้นเปล่งประกายด้วยความปิติยินดีจนปิดไม่มิด
เห็นพี่สาวมีความสุข ซ่งเฉินก็พลอยยิ้มตาม “เพราะงั้นนะพี่... ถ้าพี่อยากหย่ากับไอ้ชิวจื้อเสวีย ก็หย่าได้เลยไม่ต้องกลัว มีผมอยู่ทั้งคน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเงินเลี้ยงหลาน”
ซ่งเจินชะงักกึก ไม่คิดว่าน้องชายจะวกกลับมาเรื่องนี้ ความตื่นเต้นเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น
เธอเหม่อมองไปทางอื่น พึมพำเสียงเบา “เสี่ยวเฉิน... การหย่าร้างมันไม่ได้ง่ายอย่างที่แกคิดหรอกนะ ลูกๆ ขาดพ่อไม่ได้...”
ซ่งเฉินแค่นหัวเราะ ถามกลับด้วยความผิดหวัง “แล้วพี่ล่ะ? พี่ต้องการสามีที่พร้อมจะซ้อมพี่ได้ตลอดเวลาอย่างงั้นเหรอ? พี่ไม่ได้เป็นแค่แม่ของเสี่ยวเย่ว์เย่ว์นะ พี่เป็นลูกสาวของพ่อแม่ เป็นพี่สาวของผม และที่สำคัญ... พี่ก็คือตัวพี่เองนะ!”
“เอาเถอะ พี่ลองกลับไปคิดดูดีๆ ถ้าต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ก็บอกผม แต่เรื่องที่ผมถูกหวย พี่ห้ามบอกไอ้ชิวจื้อเสวียเด็ดขาด”
ขืนไอ้หมอนั่นรู้ว่าเขารวย ต่อให้พี่สาวอยากหย่า มันก็คงไม่ยอมปล่อยมือไปง่ายๆ แน่ เหมือนปลิงดูดเลือดนั่นแหละ
ซ่งเจินพยักหน้ารับปากรัวๆ “อื้ม พี่รู้ความหนักเบาดี เรื่องนี้พี่จะไม่บอกใคร”
ซ่งเฉินรู้สึกผิดหวังในตัวพี่สาวลึกๆ และไม่อยากจะก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวของเธอมากไปกว่านี้ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องจนโดนเกลียดขี้หน้าเอา
“ผมกลับบ้านไปหาพ่อแม่ก่อนนะ ถ้าว่างก็พาหลานมาเล่นที่บ้านบ้าง” พูดจบซ่งเฉินก็ลุกขึ้นเดินออกจากบ้านไป
ซ่งเจินมองตามแผ่นหลังของน้องชายที่ห่างออกไป น้ำตาก็ไหลพรากอาบแก้ม เธอรู้ดีว่าน้องชายผิดหวังในความอ่อนแอของเธอ แต่เธอ...
เมื่อซ่งเฉินกลับถึงบ้าน ก็เจอกับคำถามชุดใหญ่จากพ่อแม่ทันที
“พี่สาวแกเป็นยังไงบ้าง? เจ็บหนักไหมลูก?”
“ไม่เป็นไรมากครับ ผมพาไปตรวจที่โรงพยาบาลแล้ว” ซ่งเฉินตอบเลี่ยงๆ ไม่ให้พ่อแม่กังวล
“งั้นก็ดี แล้วเจอพี่เขยแกไหม? มันว่ายังไงบ้าง ยอมรับผิดหรือเปล่า?” จางเยี่ยนชุนถามด้วยความคาดหวัง
ซ่งเฉินส่ายหน้าด้วยอารมณ์ขุ่นมัว “ไม่เจอครับ มันไปทำงาน ผมไม่อยากนั่งรอเลยกลับมาก่อน”
จางเยี่ยนชุนไม่ทันสังเกตอารมณ์ของลูกชาย ร้องอ้อด้วยความผิดหวัง “งั้นวันหลังแม่จะหาเวลาไปเยี่ยมพี่สาวแกเอง”
“พ่อครับ แม่ครับ ผมมีเรื่องจะบอก”
ซ่งเฉินเล่าเรื่องถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแบบรวบรัดตัดตอน สองผู้เฒ่าฟังแล้วก็ตะลึงงันจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
10 ล้านหยวน! เงินจำนวนมหาศาลที่คนธรรมดาหาทั้งชาติก็ไม่มีวันได้เห็น
ซ่งเฉินไม่รอให้พ่อแม่ตั้งสติ จัดการโอนเงินให้แม่ทันที 2 แสนหยวน “แม่เอาไปใช้ก่อนนะ ถ้าไม่พอค่อยบอกผม”
“เฉินเฉิน บอกความจริงพ่อมา แกถูกหวยจริงเหรอ?” ซ่งหย่งคังจ้องลูกชายเขม็ง กลัวเหลือเกินว่าลูกจะหลงผิดไปทำเรื่องผิดกฎหมาย
ซ่งเฉินหลบสายตาแวบหนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง ตอบด้วยน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุด “จริงสิครับพ่อ เรื่องแบบนี้ใครจะกล้าเอามาล้อเล่น”
ซ่งหย่งคังยังรู้สึกเหมือนฝันไป แต่สัญชาตญาณบอกว่าลูกชายไม่ได้โกหก
เขาถอนหายใจยาว “เอาเถอะ ในเมื่อสวรรค์เมตตาประทานโชคให้ แกก็ต้องรักษาบุญกุศลนี้ไว้ให้ดี อย่าเอาไปใช้ในทางที่ผิด หรือไปทำเรื่องไม่ดีข้างนอกล่ะ”
“รู้แล้วครับพ่อ พ่อวางใจเถอะ เรื่องเลวร้ายผมไม่ทำแน่นอน”