- หน้าแรก
- ข้ามมิติพลิกแพลง ตำแหน่งเศรษฐีข้าขอรับ
- บทที่ 32 ถ้าแม่ไม่ให้ผมแต่งกับเขา ชาตินี้ผมก็จะไม่แต่งงานกับใครอีก!
บทที่ 32 ถ้าแม่ไม่ให้ผมแต่งกับเขา ชาตินี้ผมก็จะไม่แต่งงานกับใครอีก!
บทที่ 32 ถ้าแม่ไม่ให้ผมแต่งกับเขา ชาตินี้ผมก็จะไม่แต่งงานกับใครอีก!
พอได้ยินว่าพี่สาวจะต้องแต่งงานกับนักเลงหัวไม้ ฉินเหวินคังก็ร้อนรนจนน้ำตาแทบไหล เขาถลึงตาใส่เหมียวชุ่ยฮวาด้วยความโกรธ “คุณน้าพูดมั่ว! พี่สาวผมไม่มีวันแต่งงานกับคนแบบนั้นหรอก!”
เหมียวชุ่ยฮวาสะดุ้งโหยงกับท่าทีเกรี้ยวกราดของเด็กน้อย ก่อนจะเบะปากอย่างขัดใจ “เด็กกะโปโลอย่างเธอจะไปรู้อะไร พี่สาวเธอตกปากรับคำไปแล้วย่ะ”
ความจริงแล้ว ในตอนแรกฉินเหวินซูก็ไม่ยินยอมท่าเดียว แต่ทนความร้ายกาจของแม่เจ้าหลี่ต้าเฉียงไม่ไหว นางมาอาละวาดที่บ้านพักยุวปัญญาชนอยู่หลายรอบ บีบคั้นจนฉินเหวินซูต้องจำใจพยักหน้า
แม้เพื่อนๆ ยุวปัญญาชนอยากจะยื่นมือเข้าช่วย แต่ก็ไม่มีใครกล้าพอจะไปงัดข้อกับแม่ของหลี่ต้าเฉียง ยัยป้านั่นขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เนื้อติดมีด’ (คนหน้าด้านใจดำที่ไม่มีใครอยากตอแย) ขนาดหัวหน้ากองพลผลิตยังจนปัญญาจะจัดการ เพราะพ่อของหลี่ต้าเฉียงเคยสละชีพเพื่อปกป้องทรัพย์สินของกองพลฯ
ส่วนชาวบ้านคนอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีใครคิดจะช่วยคนต่างถิ่นอย่างยุวปัญญาชนหรอก ทุกคนต่างคิดเหมือนกันหมดว่า ในเมื่อฉินเหวินซูเป็นสาวเป็นนาง โดนหลี่ต้าเฉียงกอดรัดฟัดเหวี่ยงขนาดนั้นแล้ว ก็มีแต่ต้องแต่งให้เขาเท่านั้นแหละ
“พี่ซ่งทำยังไงดีครับ พี่สาวผมจะแต่งงานกับคนพรรค์นั้นไม่ได้นะ” ฉินเหวินคังขอบตาแดงก่ำ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ท่าทางเหมือนพร้อมจะไปแลกชีวิตกับใครสักคน
“ใจเย็นๆ ก่อน ไปดูสถานการณ์จริงกันก่อนเถอะ” ซ่งเฉินตบไหล่ปลอบใจ
พูดตามตรง ในฐานะคนยุคปัจจุบัน พอได้ยินเรื่องแบบนี้เขารู้สึกว่ามัน ‘บ้าบอคอแตก’ สิ้นดี
ก็แค่ช่วยคนจมน้ำ ไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงร้ายแรงขนาดต้องจับแต่งงานกันเลยล่ะ?
แต่ในเมื่อยังไม่เห็นตัวเจ้าทุกข์ และยังไม่รู้ทัศนคติของฉินเหวินซู เกิดฝ่ายหญิงเขายินดีจะแต่งงานกับพ่อหนุ่มต้าเฉียงนั่นจริงๆ คนนอกอย่างเขาเข้าไปยุ่งคงกลายเป็นการทำคุณบูชาโทษ
พอเดินมาถึงหน้าประตูบ้านพักยุวปัญญาชน เสียงทะเลาะวิวาทรุนแรงก็ดังลอดออกมา
“ไม่ได้! ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้หลานสาวแต่งงานเด็ดขาด!”
“ไม่ยอม? ตาแก่อย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาไม่ยอมฮะ? คนทั้งกองพลเขาเห็นกันหมดว่านังยุวปัญญาชนฉินโดนลูกชายฉันลูบคลำไปทั้งตัวแล้ว ถ้าไม่แต่งให้ลูกชายฉัน หล่อนจะไปแต่งให้หมาที่ไหนได้อีก!”
“คุณ... คุณมันไร้เหตุผลสิ้นดี! การช่วยคนเป็นเรื่องดี ทางตระกูลเราย่อมต้องตอบแทนบุญคุณแน่ แต่จะให้เอาเรื่องนี้มาบีบให้หลานสาวฉันแต่งงานกับลูกชายคุณ ฝันไปเถอะ!”
“ฉันไม่สน! ยังไงนังฉินเหวินซูก็รับปากแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะให้ลูกชายแห่ขันหมากมารับตัว”
“การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ต้องผ่านความเห็นชอบจากพ่อแม่และแม่สื่อ ในเมื่อฉันไม่ตกลง งานแต่งนี้ก็ไม่มีทางเกิดขึ้น!”
...
ฉินเหวินคังเขย่าแขนซ่งเฉินยิกๆ “เสียงปู่นี่ครับ พี่ซ่ง รีบเข้าไปข้างในกันเถอะ”
ลานบ้านเล็กๆ ของกลุ่มยุวปัญญาชนอัดแน่นไปด้วยฝูงชนที่มามุงดู ทั้งสองต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะเบียดเสียดเข้าไปถึงวงใน
คุณตาฉินกำลังยืนโต้เถียงกับหญิงปากร้ายอย่างดุเดือด จู่ๆ ก็เห็นหลานชายคนเล็กเบียดฝูงชนเข้ามา ดวงตาของชายชราเบิกกว้างด้วยความตกใจ “เหวินคัง? เสี่ยวซ่ง? พวกเธอมาได้ยังไง?”
“คุณปู่... ผมให้พี่ซ่งพามาเองครับ” ฉินเหวินคังหลบสายตา ไม่กล้าสู้หน้าปู่ด้วยความรู้สึกผิด
คุณตาฉินถลึงตาใส่หลานชาย เจ้าเด็กคนนี้ชักจะเอาใหญ่แล้ว กล้าหนีเรียนข้ามจังหวัดมาไกลขนาดนี้
แล้วไหนจะเสี่ยวซ่งอีก ทำไมถึงไปบ้าจี้ตามใจเด็กมันได้นะ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายชัดๆ
“คุณปู่ฉินครับ จัดการธุระตรงหน้าก่อนเถอะครับ เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” ซ่งเฉินถูกจ้องจนทำตัวไม่ถูก จึงรีบแตะจมูกแก้เก้อแล้วเตือนสติ
เขามองข้ามไหล่คุณตาไปเห็นหญิงสาวที่ถูกปกป้องอยู่ด้านหลัง ผิวขาวผ่อง รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้น ดูแล้วน่าทะนุถนอมและรังแกง่าย ตอนนี้เธอกำลังยืนสะอื้นไห้ไหล่สั่นเทา เหมือนได้รับความอยุติธรรมที่สุดในโลก
เมื่อเบนสายตาไปอีกทาง ข้างกายหญิงปากตลาดที่กำลังยืนเท้าสะเอวด่าคุณตาฉิน มีชายคนหนึ่งยืนอยู่... น่าจะเป็นพระเอกของเรื่องฉาวโฉ่นี้สินะ
กะจากสายตา หมอนี่อายุราวๆ ยี่สิบกว่า สูงเต็มที่คงไม่เกิน 165 เซนติเมตร ผิวตัวดำเมี่ยม ตาตี่ ปากหนาเตอะ เรียกได้ว่าถ้าโยนเข้าไปในฝูงชน ก็จัดอยู่ในหมวด ‘ขี้เหร่’ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
ซ่งเฉินเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมป้าเหมียวถึงเปรียบเปรยว่าเป็น ‘คางคกกินเนื้อหงส์’... สภาพแบบนี้... อืม... นะ...
คุณตาฉินรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาดุหลาน จึงสูดหายใจเข้าลึกๆ หันไปเผชิญหน้ากับนางมารร้ายอีกครั้ง “สหายหญิง เรื่องที่ลูกชายคุณช่วยชีวิตหลานสาวผมไว้เป็นเรื่องจริง ตระกูลเราซาบซึ้งในบุญคุณนี้มาก และยินดีมอบเงิน 200 หยวนให้เป็นค่าตอบแทน แต่เรื่องจะให้หลานสาวผมแต่งงานกับเขา... เลิกคิดไปได้เลย!”
สิ้นคำประกาศ บรรยากาศรอบข้างก็ฮือฮาขึ้นมาทันที โดยเฉพาะชาวบ้านที่มามุงดู ต่างพากันมองหลี่ต้าเฉียงด้วยความอิจฉาตาร้อน ไอ้หมอนี่ช่วยคนทีเดียวเหมือนขุดเจอทองคำเลยวุ้ย
เงิน 200 หยวนมันมากมายขนาดไหน? เอาไปใช้ขอเมียแต่งงานได้สบายๆ แถมยังมีเงินเหลืออีกต่างหาก
พวกชายหนุ่มที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นต่างพากันตาแดงก่ำด้วยความเสียดาย ถ้ารู้ว่าช่วยคนแล้วจะได้ตั้ง 200 หยวน วันนั้นพวกเขากระโดดลงน้ำตัดหน้าไอ้หลี่ต้าเฉียงไปนานแล้ว!
ไช่เสี่ยวเฟิน (แม่ของหลี่ต้าเฉียง) ตาลุกวาวด้วยความโลภ หัวใจเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมา นางอยากจะตกปากรับคำเสียเดี๋ยวนี้
มีเงินตั้ง 200 หยวน ลูกชายอยากได้เมียแบบไหนก็จิ้มเลือกได้เลย จะไปง้อลูกคุณหนูอ้อนแอ้นที่แบกหามไม่เป็นทำไม ดูสารรูปนังยุวปัญญาชนนั่นสิ ลมพัดทีก็ปลิวแล้ว ทรงนี้มีลูกชายให้ตระกูลหลี่ไม่ได้แน่
หลี่ต้าเฉียงเห็นสีหน้าแม่ก็รู้ทันทีว่างานเข้าแล้ว แม่เขาใจอ่อนแน่ๆ
เขารีบกระซิบข้างหูแม่เสียงเบา “แม่ครับ ดูสิ ปู่ของยุวปัญญาชนฉินควักเงิน 200 หยวนออกมาได้หน้าตาเฉย แสดงว่าบ้านเขารวยมากนะแม่ ถ้าผมได้แต่งงานกับหล่อน ต่อไปแม่ได้นั่งกินนอนกินเสวยสุขบนกองเงินกองทองแน่”
ไช่เสี่ยวเฟินฟังคำลูกชายแล้วก็เริ่มลังเล เหตุผลของลูกก็ฟังดูเข้าท่า แต่ใจนางก็ยังตะขิดตะขวงใจ ไม่อยากได้สะใภ้สำอางแบบนี้
หลี่ต้าเฉียงเห็นว่าแม่ยังไม่คล้อยตาม จึงงัดไม้ตายออกมาใช้ “ถ้าแม่ไม่ให้ผมแต่งกับยุวปัญญาชนฉิน ชาตินี้ทั้งชาติผมจะไม่แต่งงานกับใครอีกแล้ว!”
“ไอ้ลูกบ้า! พูดจาเหลวไหลอะไรฮะ” ไช่เสี่ยวเฟินโมโหจนฟาดหลังลูกชายไปสองป้าบ
“ผมไม่ได้พูดเล่น! ถ้าไม่ได้ยุวปัญญาชนฉินมาเป็นเมีย ผมยอมเป็นชายโสดขึ้นคานไปจนตายดีกว่า” หลี่ต้าเฉียงยืดคอเถียงหน้าดำหน้าแดง
ไช่เสี่ยวเฟินรู้สึกจุกที่อกจนหายใจไม่ออก เมียก็ยังไม่ได้แต่ง แต่มันริจะเห็นเมียดีกว่าแม่แล้ว ถ้าได้แต่งเข้ามาจริงๆ มันจะยังเห็นหัวคนเป็นแม่อย่างนางอยู่ไหม?
นางมีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่คนเดียว หวังมาตลอดหลายปีว่าจะได้เห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา แต่ติดที่ฐานะทางบ้านยากจน ไม่มีสาวที่ไหนยอมแต่งเข้า พอสบโอกาสที่ลูกชายได้ ‘สัมผัสเนื้อตัว’ ยุวปัญญาชนฉิน นางถึงได้รีบป่าวประกาศไปทั่วกองพลฯ แล้วไปบีบบังคับถึงถิ่น หวังมัดมือชกให้แต่งงานกันให้ได้
แต่พอเห็นลูกชายหลงผู้หญิงหัวปักหัวปำขนาดนี้ นางก็เริ่มหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ
แต่จะทำยังไงได้ นางจะยอมให้ลูกชายเป็นโสดไปตลอดชีวิตไม่ได้เด็ดขาด
“เออๆ ตามใจแก!” ไช่เสี่ยวเฟินถอนหายใจยอมแพ้ในที่สุด
หลี่ต้าเฉียงยิ้มแก้มปริ “ขอบคุณครับแม่! ผมรู้ว่าแม่รักผมที่สุด เดี๋ยวพอผมแต่งเมียแล้ว ผมจะให้เมียมาปรนนิบัติแม่นะครับ”
“แม่ไม่ขออะไรมาก ขอแค่รีบๆ ปั๊มหลานชายให้แม่ได้อุ้มไวๆ ก็พอ”
ใบหน้าดำคล้ำของหลี่ต้าเฉียงปรากฏรอยแดงระเรื่อที่ดูน่าสงสัย “ฮิๆๆ แม่รอฟังข่าวดีได้เลย ปีหน้าแม่ได้อุ้มหลานชัวร์!”