- หน้าแรก
- ข้ามมิติพลิกแพลง ตำแหน่งเศรษฐีข้าขอรับ
- บทที่ 8 สามแสนหยวน กับอาการป่วยหนักของพ่อ
บทที่ 8 สามแสนหยวน กับอาการป่วยหนักของพ่อ
บทที่ 8 สามแสนหยวน กับอาการป่วยหนักของพ่อ
กู๋ซือซือยิ้มบางๆ พร้อมกับยื่นมือมาจับทักทายกับซ่งเฉิน “สวัสดีค่ะ ฉันกู๋ซือซือค่ะ”
“สั่งเครื่องดื่มก่อนเถอะค่ะ แล้วค่อยคุยธุระกัน” เธอยื่นเมนูบนโต๊ะส่งให้เขา
ซ่งเฉินโบกมือปฏิเสธ “ผมไม่รับดีกว่าครับ มื้อเที่ยงกินมาซะอิ่มแปล้เลย”
เมื่อได้ยินดังนั้น กู๋ซือซือก็ไม่คะยั้นคะยอ เธอสั่งลาเต้ให้ตัวเองหนึ่งแก้ว แล้วเอ่ยเข้าเรื่อง “ขอดูสร้อยข้อมือหน่อยได้ไหมคะ?”
“ได้แน่นอนครับ” ซ่งเฉินล้วงกำไลหยกออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้ววางลงบนโต๊ะ
การกระทำของเขาทำเอากู๋ซือซือใจหายใจคว่ำ “นะ... นี่คุณยัดใส่กระเป๋ามาดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอคะ?”
แม่เจ้า นี่มันกำไลราคาหลักแสนนะ ถ้าเผลอกระแทกแตกขึ้นมาจะทำยังไง ต้องยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนี้ช่างกล้าบ้าบิ่นจริงๆ
ซ่งเฉินรู้ตัวว่าการกระทำของตัวเองดูซื่อบื้อไปหน่อย แต่กล่องไม้มันถูกขายไปแล้วนี่นา จะหาภาชนะใส่ที่เหมาะสมในเวลากระชั้นชิดก็หาไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้สะเพร่าขนาดจะยัดกำไลหยกใส่กระเป๋าเปล่าๆ หรอก จริงๆ แล้วเขาเก็บไว้ใน มิติ ซึ่งปลอดภัยกว่าที่ไหนๆ ต่างหาก
“เอาเป็นว่า... เรามาดูของกันก่อนดีกว่าครับ” ซ่งเฉินเปลี่ยนเรื่อง
กู๋ซือซือเห็นท่าทางไม่ยี่หระของเขา อยากจะบ่นสักคำสองคำแต่สุดท้ายก็หุบปากเงียบ เธอหยิบไฟฉายแรงสูงออกมาจากกระเป๋า แล้วเริ่มส่องตรวจสอบคุณภาพของหยกอย่างละเอียด
ซ่งเฉินนั่งเท้าคางมองดูเธอทำงานอย่างตั้งใจ เขาว่ากันว่าผู้ชายเวลาทำงานดูมีเสน่ห์ที่สุด เขาคิดว่าผู้หญิงเวลาตั้งใจทำงานก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน
แต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดเชิงชู้สาวกับหญิงสาวตรงหน้า เป็นเพียงการชื่นชมความงามตามธรรมชาติเท่านั้น
ไม่นานนัก กู๋ซือซือก็วางกำไลหยกกลับลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง “ฉันดูแล้วค่ะ กำไลวงนี้ไม่มีปัญหา ราคาตามที่ตกลงกันในแช็ต คุณโอเคไหมคะ?”
“ฉันขอบอกไว้ก่อนนะคะ กำไลวงนี้ฉันหาให้ลูกค้า ดังนั้นฉันจึงไม่ได้กดราคาคุณ ราคานี้ถือว่าจริงใจมากแล้ว คุณไปถามที่อื่นก็น่าจะไม่ได้สูงกว่าที่ฉันให้หรอกค่ะ” กู๋ซือซือกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
ซ่งเฉินเข้าใจดี เพราะราคาที่กู๋ซือซือเสนอนั้นสูงกว่าที่เฉียนตั๋วให้ถึง 8 หมื่นหยวน เห็นได้ชัดว่าจริงใจมาก
“ตกลงครับ” ซ่งเฉินตอบตกลงอย่างฉะฉาน
กู๋ซือซือเผยรอยยิ้มอย่างพอใจ เธอคิดว่าซ่งเฉินจะยื้อเวลาต่อรองอีกสักพัก ไม่นึกว่าเขาจะตกลงง่ายดายขนาดนี้
ความจริงแล้วกำไลวงนี้กู๋ซือซือหาให้ลูกค้าคนสำคัญที่ต้องการของด่วน พอเธอเห็นคลิปที่ซ่งเฉินส่งมาก็รีบบึ่งมาหาทันที
โชคดีที่ของจริงไม่ทำให้เธอผิดหวัง
เนื่องจากวงเงินซื้อขายค่อนข้างสูง กู๋ซือซือจึงนำสัญญาที่เตรียมไว้ออกมา เมื่อซ่งเฉินอ่านดูแล้วไม่มีปัญหาก็เซ็นชื่อลงไปทันที
หลังเซ็นสัญญา กู๋ซือซือก็โอนเงินเข้าบัญชีของซ่งเฉิน
ดูเหมือนเธอจะทำธุรกรรมยอดสูงแบบนี้บ่อย การโอนเงินจึงราบรื่นไม่มีสะดุด
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ถ้าคุณซ่งมีของดีๆ แบบนี้อีก ติดต่อฉันได้เสมอนะคะ” กู๋ซือซือยิ้มหวาน โบกมือลาซ่งเฉิน
บนข้อมือของเธอเองก็สวมกำไลหยกเนื้อใสอยู่เช่นกัน เมื่อต้องแสงไฟมันดูแวววาว ขับให้ข้อมือของเธอดูขาวผ่องและบอบบาง
ซ่งเฉินเผลอมองไปแวบหนึ่ง คิดในใจว่าถ้ามีโอกาสจะหาให้แม่สักวง
เขาเคยได้ยินว่าหยกช่วยเสริมบารมีและสุขภาพ แต่เมื่อก่อนไม่มีเงินแถมกลัวโดนหลอกขายของปลอม เลยไม่ได้สนใจ ตอนนี้มีช่องทางแล้ว คงต้องหามาให้แม่ใส่เล่นสักวง
บางครั้งคนเราก็ทนแรงบ่นถึงไม่ได้จริงๆ ซ่งเฉินเพิ่งขึ้นแท็กซี่ก็ได้สายเรียกเข้าจากแม่ทันที
พอกดรับสาย เขาก็ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของแม่ หัวใจเขากระตุกวูบ “แม่ครับ เกิดอะไรขึ้น อย่าทำให้ผมตกใจสิ พูดอะไรหน่อยครับ”
“ฮือๆ อาเฉินจะทำยังไงดีลูก หมอบอกว่าพ่อต้องผ่าตัดด่วน แต่ค่าผ่าตั้งเป็นแสน...” จางเยี่ยนชุนพูดไปสะอื้นไป ในใจรู้สึกผิดมหันต์ที่ต้องมารบกวนลูก
แต่เธอหมดหนทางแล้วจริงๆ หมอบอกว่าการผ่าตัดรอไม่ได้อีกแล้ว ขืนช้าไปพ่ออาจจะมีอันตรายถึงชีวิต
ลูกสาวคนโตฐานะทางบ้านก็ไม่ดี ต้องเลี้ยงลูกเล็กอีกสองคน เธอไม่กล้าเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ จึงทำได้เพียงหันหน้ามาพึ่งลูกชายคนเล็ก
ซ่งเฉินค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด รู้สึกโชคดีเหลือเกิน หากแม่โทรมาบอกเรื่องนี้เร็วกว่านี้สักสองสามวัน เขาคงไม่มีปัญญาหาเงินก้อนนี้แน่
แต่ประจวบเหมาะที่เขาเพิ่งได้เงินมาสามแสน พอสำหรับค่าผ่าตัดพ่อแน่นอน ไม่ต้องวิ่งวุ่นหาเงินให้หัวหมุน
“แม่ครับ แม่ใจเย็นๆ นะ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน รอผมกลับไปนะครับ” น้ำเสียงของซ่งเฉินหนักแน่นมั่นคง คำกล่าวที่ว่า ‘เงินคือความมั่นใจของมนุษย์’ นั้นไม่ผิดเลยจริงๆ
จางเยี่ยนชุนชะงักไป กลืนน้ำตาลงคออย่างยากลำบาก “แต่... แต่ลูกไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ... อาเฉิน ลูกอย่าไปทำเรื่องไม่ดีนะลูก พ่อรู้เข้าพ่อต้องไม่ยอมแน่ๆ”
ซ่งเฉินทั้งขำทั้งสงสาร รีบพูดตัดบทความคิดฟุ้งซ่านของแม่ “โธ่แม่ ลูกแม่เป็นคนยังไงแม่ไม่รู้เหรอครับ เอาเป็นว่าผมมีวิธีหาเงินที่สุจริต เดี๋ยวกลับไปถึงแล้วจะเล่าให้ฟังละเอียดๆ นะครับ”
“จ้ะ... จ้ะ แม่จะรอลูกกลับมานะ” จางเยี่ยนชุนไม่สนแล้วว่าจะรบกวนงานลูกหรือไม่ นาทีนี้เธอต้องการเสาหลักยึดเหนี่ยวจิตใจจริงๆ
หลังวางสาย ซ่งเฉินรีบเจรจากับคนขับแท็กซี่เพื่อเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง คนขับที่ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ก็เข้าใจสถานการณ์และตกลงทันทีโดยไม่ถามซักไซ้
ซ่งเฉินขอบคุณคนขับ แล้วกดมือถือจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงกลับบ้านเกิด
สามชั่วโมงต่อมา ซ่งเฉินก็มาปรากฏตัวที่หน้าห้องผู้ป่วยของพ่อ
“อาเฉิน? ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะลูก” จางเยี่ยนชุนขยี้ตาตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ เธอนึกว่าอย่างเร็วที่สุดลูกชายคงกลับมาถึงพรุ่งนี้
ซ่งเฉินโอบกอดแม่เบาๆ “ผมกลับมาแล้วครับแม่ ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องเงินค่าผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ต้องจ่ายตอนนี้เลยไหมครับ?”
“หามาครบแล้วเหรอ? หมอบอกว่าน่าจะต้องใช้สักแสนห้านะ” จางเยี่ยนชุนทำหน้าเศร้า รอยตีนกาที่หางตาเธอดูลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากความเครียด
ซ่งเฉินพยักหน้ายิ้มๆ แล้วงัดข้ออ้างที่เตรียมมาตลอดทางออกมาใช้ “ครบครับ ผมยืมเพื่อนรวยๆ มา”
เรื่องการข้ามมิติเขาบอกใครไม่ได้เด็ดขาด นี่เป็นความลับสุดยอด ไม่ว่าจะกับใครเขาก็ไม่คิดจะแพร่งพราย
เพราะความลับหากมีคนที่สองรู้ ไม่นานก็จะมีคนที่สาม ที่สี่... สู้ปิดให้เงียบสนิทที่สุดจะดีกว่า
ดังนั้นเรื่องที่มาของเงิน เขาต้องหาข้ออ้างที่ฟังขึ้น จะบอกว่าถูกหวยตอนนี้ก็ไม่ทันกาล ต้องกุเรื่องเพื่อนรวยขึ้นมาก่อน ไว้สักพักค่อยบอกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งสักล้านหยวน ทีนี้พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีก
จางเยี่ยนชุนกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น “เดี๋ยวพ่อผ่าตัดเสร็จ แม่จะรีบหางานทำนะลูก จะได้รีบเอาเงินไปคืนเขา”
“เรื่องนั้นไม่รีบครับ แล้วพ่อล่ะครับ ทำไมไม่อยู่ในห้อง?”
“หมอพาไปตรวจร่างกายจ้ะ”