เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 271 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (5) [02-02-2020]

บทที่ 271 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (5) [02-02-2020]

บทที่ 271 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (5) [02-02-2020]


บทที่ 271 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (5)

พอเขากลับมาก็เป็นเวลาตี 4 แล้ว หากเป็นโลกตามปกติทุกๆคนก็น่าจะกำลังหลับกันอยู่ แต่ว่าเหล่าคนที่อยู่ในกุนเดียวนี้ต่างก็ต้องปะทะกับมอนสเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เป็นปกติที่พวกเขาจะยังไม่นอนกัน

ยังคงมีแสงไฟตามที่ต่างๆของป้อมปราการและเหล่าคนเฝ้ายามต่างก็ไม่อาจจะลดการระวังยูอิลฮานกับป้อมปราการที่อยู่ๆก็โผล่มาจากการที่ยูอิลฮานยกเลิกการซ่อนตัวได้ ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าไม่มีทางเอาชนะได้ แต่ว่าพวกเขาก็ต้องระวังตัวอยู่ดี

[บรรยากาศที่นี่ดีนะ]

"ฉันเคยเห็นภาพแบบนี้แต่ในหนัง"

"ฉันบอกว่าฉันจะไปกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งหมดก่อนจะกลับมานี่นา ทำไมพวกเขาถึงยังอยู่นี่กันล่ะ?"

[ที่รักจะไปนอนหรอหากว่ามีคนแปลกหน้าจู่ๆก็เข้ามาบอกว่าเขาคนนั้นจะไปกวาดล้างกองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งหมดน่ะ?]

"น่าเศร้าแหะ แต่เธอก็พูดถูก"

ตอนแรกยูอิลฮานคิดว่าคนพวกนี้จะไม่ให้เขาเข้าประตูไปด้วยซ้ำ แต่ก็น่าจะเพราะมีคำสั่งมาจากฮานเยรังทำให้ยูอิลฮานเดินเข้ามาได้โดยไร้ซึ่งการขัดขวาง แต่แน่นอนว่ายังคงมีเสียงกระซิบกันอยู่ดี

"ชายคนนี้คือ..."

"ฉันมั่นใจแล้ว เขามีสตรีที่งดงามเคียงข้าง"

"ฉะ ฉัน"

คิมเยซอลได้ยิ้มออกมาหลังจากได้ยินคำว่า 'งดงาม' ยูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ แต่สิ่งที่เขากังวลเลยคือเฮเรียน่าอาจจะปลดพลังของเธอออกมาทำให้วุ่นวายได้ แต่ดูเหมือนว่าเธอก็ได้ซ่อนเอาพลังเวทย์ของเธอเอาไว้อยู่

"คุณมาแล้ว"

"โอ้ พลตรีแล้วก็..."

"ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"

เขาได้ทหารพามาในที่ที่พลตรียุนกับฮานเยรังอยู่ ฮานเยรังมีออร่าที่น่าประทับใจอยู่แม้ว่าเธอจะใส่เกราะพังๆอยู่ก็ตาม และเขายังได้เห็นความเป็นผู้นำจากตัวเธออีกด้วย แม้กระทั่งหลังจากได้เจอคิมเยซอลกับเฮเรียน่า เธอก็ยังไม่ถอยกลับและทักทายกับยูอิลฮานมา

"พันเอกฮานเยรัก"

"ฉันดีใจที่คุณสบายดี"

ฮานเยรังได้พูดออกมาอย่างมั่นใจกับยูอิลฮานอย่างเป็นธรรมชาติ หากในด้านความสัมพันธ์ส่วนตัวพวกเขาแทบไม่คุยกันเลย แต่หากเป็นในด้านการค้านับว่าพวกเขาสนิทกันมาก

"ฉันก็ดีใจเหมือนกันที่เธอสบายดี ตอนนี้ฉันได้จัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดไปแล้ว... แต่ว่าโลกใบนี้ยังไม่ได้สเถียรนักทำให้ ฉันไม่มั่นใจว่ามันจะโผล่มาอีกเมื่อไหร่"

"...นี่ก็น่าทึ่งมากแล้ว"

ฮานเยรังควรจะทำสีหน้ายังไงดีกับการที่ยูอิลฮานพูดออกมาว่าเขาได้สังหารมอนสเตอร์ทั้งหมดไปเหมือนกับการที่เขาไปถอนหญ้าหลังบ้านมา? แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะได้ยินเรื่องต่างๆจากยุนแดฮานแล้ว แต่ว่านี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอได้เจอกับช่องว่างความห่างฉันอย่างมหาศาลในโลกที่พวกเธอมีชีวิตอยู่ ยูอิลฮานได้พูดออกมาโดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

"เดิมทีฉันคิดจะมาพาตัวเธอกับสมาชิกทั้งหมดของกองกำลังปราบปรามกลับไปที่โลกเรา แต่ว่าในตอนนี้โลกเรา..."

"ฉันได้ยินทุกๆเรื่องมาแล้ว การพัฒนาของโลกกำลังเป็นไปอย่างรวดเร็ว และในอนาคตอันใกล้นี้ก็มีโอกาสที่โลกเราจะกลายไปเป็นโลกระดับสูง..."

ยูอิลฮานได้ยักไหล่และพูดต่อไป การที่ไม่ต้องอธิบายเพิ่มอีกเป็นเรื่องที่ดรมาก

"แต่ว่าฉันรู้สึกว่าพันเอกฮานมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำที่นี่อยู่ แต่แน่นอนว่าถ้าเธออยากจะตามมา ฉันก็จะพาเธอกลับไปที่โลกด้วย..."

"ไม่ล่ะ"

เธอได้ส่ายหัวออกมาอย่างไม่ลังเล นี่มันก็เป็นไปอย่างที่ยูอิลฮานคิดเอาไว้

"ตราบใดที่ผู้คนที่นี่ยังเชื่อในตัวฉัน ฉันจะไม่มีวันหนีพวกเขาไปแน่"

"นั่นจะไม่นับเป็นการหนีหรอกนะ สภาพแวดล้อมที่โลกเราโหดร้ายกว่าที่นี่มาก"

"แต่ที่นั่นมีคุณอยู่ คุณยูอิลฮาน แค่คุณคนเดียว โลกเราก็ปลอดภัยยิ่งกว่าที่นี่มากแล้ว"

การประเมินของเธอมันทำให้เขาตัวสั่นขึ้นมา ยังไงก็ตามต่อจากนั้นฮานเยรังก็ได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่กว่าเดิมออกมา

"งั้น... ทำไมคุณไม่รับเราทุกคนไปด้วยล่ะ?"

"...ว่ายังไงนะ?"

ยูอิลฮานได้ถามออกมามีครั้งราวกับได้ยินผิดไป แต่คำตอบกลับก็ยังคงเหมือนเดิม

"ผู้รอดชีวีตในป้อมปราการนี้มีแค่สามหมื่นคนเท่านั้น ในตอนนี้พวกเราแค่มีชีวิตอยู่ไปวันๆเท่านั้น... แถมเรายังไม่มีความหวังที่จะมีชีวิตมากนักด้วย"

เขาไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ การต่อสู้กับมอนสเตอร์และเตรียมตัวรบตลอดเวลา เรื่องแบบนี้มันไม่นับว่าเป็นการ 'ใช้ชีวิต' แล้ว

"แต่ว่าทั้งสามหมื่นคนนี่..."

"พวกเราจะตั้งถิ่นฐานกันเอง มีที่ดินมากมายบนโลกที่ยังไม่มีเจ้าของ ฉันก็แค่อยากจะได้การคุ้มกันจากคุณเท่านั้น คุณยูอิลฮาน ฉันอยากจะไปอยู่ในที่ที่คุณดูแลถึง"

"..."

ยูอิลฮานได้แต่มองไปที่ยุนแดฮานโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ยังไงก็ตามแทนที่เขาจะชักชวนฮานเยรังกลับกลายมาเป็นเธอได้เกลี้ยกล่อมเขาแทน

"จริงๆ เราก็ได้ตัดสินใจไปแล้ว ถ้าคุณอนุญาติเราทุกคนก็จะตามคุณกลับไปที่โลกคุณยูอิลฮาน"

"เธอรู้ใช่ไหมว่าโลกที่มีระดับสูงกว่ามันหมายความว่ายังไง ฉันบอกเธอไปแล้วนะว่าโลกเรากำลังเข้าสู่ช่วงสงคราม? ที่นั่นมันจะเป็นสนามรบของคนที่มีพลังมากจนเทียบกับโลกที่เธออยู่นี่ไม่ได้เลยนะ!"

"แต่ถึงแบบนั้นเราก็คิดว่ามันดีกว่าการปล่อยให้ตัวเองต้องการที่นี่แหละนะ"

"...นี่เธอ..."

เขาไม่อาจจะเข้าใจได้เลยว่าคนพวกนี้คิดอะไรกันอยู่ ยังไงก็ตามคิดเยซอลก็ได้ยิ้มพอใจอยู่ตลอดเวลา และเฮเรียน่าก็หัวเราะขึ้น

[นี่มันน่าสนใจจริงๆ ที่รักคือคนที่ทำให้มนุษยชาติเอาตัวเองเข้าไปสู่การทำลาย จากเดิมที่พวกเราดิ้นรนในสถานการณ์ปัจจุบัน พวกเขาได้วิ่งเข้าไปสู่สถานการณ์ที่แย่กว่าเดิมด้วยความคิดที่ว่าสิ่งใหม่ๆจะดีกว่า!]

"นี่มันไม่ต่างไปจากพวกกองทัพปีศาจวิบัติของเธอเลยสินะ"

[โอ้ ที่รักคิดแบบนั้นงั้นหรอ เป้าหมายของกองทัพปีศาจวิบัติน่ะคือการทำลายล้างนะ การทำลายก็คือการกลืนกินทุกๆอย่างไปแม้กระทั่งตัวเองก็ตาม นี่เป็นเหตุผลที่กองทัพปีศาจวิบัติไม่ขัดขืนต่อการถูกลงโทษไงล่ะ]

"พวกนั้นนี่มันบ้าไปแล้ว"

[ยังไงก็ตามที่รักน่ะต่างออกไป]

รอยยิ้มที่ยั่วยวนของเฮเรียน่าได้เข้ามาถึงหัวใจของยูอิลฮานแล้ว

[ที่รักไม่ได้คิดที่จะทำให้โลกของที่รักไปเจอกับหายนะใช่ไหมล่ะ?]

"ใช่ นั่นคือสิ่งที่ฉันหวังจะทำเลยล่ะ เธอพูดได้ถูก"

[เพราะแบบนี้ทำให้ผู้คนที่หลงใหลในพลังของที่รักเชื่อว่าที่รักจะทำในสิ่งที่คิดเป็นจริงได้ มันก็เป็นปกติที่คนอ่อนแอมักจะมาเป็นทาสของผู้แข็งแกร่งนี่นา]

เพราะแบบนี้คนบนโลกนี้ก็เลยเชื่อว่าตราบใดที่พวกเขาตามยูอิลฮานไป พวกเขาก็จะไม่ได้เลือกทางผิด เธออยากจะบอกแบบนี้งั้นหรอ ซับซ้อนจริงๆเลย

[ฟุฟุ หน้าตาตอนครุ่นคิดของที่รักนี่นารักเหมือนกันนะ...]

"ฮึ่ม"

ยูอิลฮานได้ดันหน้าของเฮเรียน่าที่ยื่นเข้ามาใกล้เขาออกไปอย่างไม่ลังเล เฮเรียน่าได้ฉีกยิ้มออกมาเพิ่มขึ้นในทันที

"เอาล่ะถ้างั้นก็ทั้งสามหมื่นคนจะไปที่โลกด้วยกันกับเรา นี่ไม่น่าจะยากอยู่แล้ว"

"ขอบคุณมาก"

หลังจากฮานเยรังได้เห็นเฮเรียน่าที่เธอเทียบไม่ติดทำตัวน่ารักกับยูอิลฮาน สีหน้าของเธอก็ได้มืดมนลงไป แต่ไม่นานนักเธอก็ได้รับคำอนุญาติจากยูอิลฮาน ทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างสดใสราวกับเรื่องก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การที่เธอจะทำตามอารมณ์ของเธอมันหมดไปนานแล้ว

ยูอิลฮานได้เดินไปที่กำแพงป้อมปราการพร้อมกับสหายของเขา เสียงกระดิ่งได้ดังออกมาอย่างช้าๆเพื่อเตือนว่ามีเวทย์ถูกใช้งาน เหล่าคนที่ไปหลับอย่างเหนื่อยล้าได้ตื่นและเดินออกมาข้างนอกทั้งหมดในทันที เมื่อทุกๆคนได้ออกมารวมตัวกันแล้ว ฮานเยรังก็ได้ประกาศออกมาเสียงดัง

"นับจากนี้ไปเราจะไปที่โลกของฉัน โลกที่ฉันได้เกิดมา และยังเป็นที่ที่มีผู้ปกครองสูงสุดอยู่!"

"อ๊าาาาาาาาาาา!"

เสียงแสดงความยินดีได้ดังออกมาเต็มไปหมด ผู้ปกครองสูงสุดนี่หมายถึงเขางั้นสินะ ยูอิลฮานได้สลดลงไปทันที ยังไงก็ตามจากปฏิกิริยาของทุกๆคนที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต ทำให้เขาไม่มีแรงไปโต้แย้งกับพวกเธอ

"ถ้างั้นเราจะไปกันเดี๋ยวนี้แหละ พวกเราจะไปพร้อมกันในทีเดียว"

"จำนวนคนขนาดนี้... ในทีเดียว?"

"แน่นอนสิ"

ยูอิลฮานได้ข้ามมิติไปที่โลกหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าเขาจะพาคนไปมากแค่ไหนก็ไม่ต้องใช้มานามากเลย ยูอิลฮานได้ยกเลิกบาเรียจากป้อมปราการผู้พิทักษ์ของเขาและให้ทุกๆคนที่รอดอยู่ขึ้นไปในป้อมปราการ จากนั้นเขาก็เอาไอเทมสำคัญเก็บเข้าไปในช่องเก็บของ

ทุกๆคนได้ขึ้นมาบนป้อมปราการผู้พิทักษ์แล้ว โดยปล่อยป้อมปราการเก่าของของพวกเขาทิ้งล้างเอาไว้ เมื่อเห็นกุนเดียที่ไร้ซึ่งชีวิตทำให้เขาพีมพัมออกมา

"จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กันนะ?"

[อืมม? มันก็คงจะถูกทิ้งล้างแบบนี้ตลอดไป แม้ว่าจะมีมอนสเตอร์ปรากฏตัวขึ้นมาก็ตาม แต่พวกมอนสเตอร์ก็จะผ่านวงจรการเกิดและหายไปจากการทำลายตัวเอง เพราะแบบนี้ทำให้โลกใบนี้ไร้อนาคตแล้ว]

"บางทีนี่มันอาจจะหมายความว่าเวลาภายในโลกใบนี้ไม่ได้เดินอีกต่อไปแล้ว... ทุกๆอย่างบนโลกใบนี้ได้ยุดลง น่าเสียดายจริงๆเลยเนอะ"

คิมเยซอลได้พึมพัมออกมา จากคำพูดของเฮเรียน่าได้ทำให้เธอรู้สึกเศร้าใจ ยังไงก็ตามเฮเรียน่าก็ยังคงพูดไม่จบ

[แต่ว่าที่รักรู้อะไรไหม หากว่าเป็นที่รัก ที่รักอาจจะเปลื่ยนแปลงมันได้ก็ได้นะ]

"ยังไงล่ะ? เธออยากจะให้ฉันมากวาดล้างมอนสเตอร์ที่โลกใบนี้งั้นหรอ?"

[ไม่ ไม่ใช่หรอกที่รัก มนุษยชาติของโลกใบนี้ได้กลายมาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณไงล่ะ]

"แล้ว?"

[...ฟุฟุ เรื่องต่อจากนี้เป็นความลับ ถ้าเป็นที่รักอีกไม่นานคุณก็จะรู้เองแหละ]

"นี่เธอ..."

[ฟุฟุ]

เฮเรียน่าได้มองมาที่เขาหลังจากพูดจบ สายตานี้มันคุ้นเคยกับเขามาก นี่มันคล้ายกับสายตาที่เลียร่าชอบมองมาที่เขาเป็นปกติ ยูอิลฮานได้อ้าปากออกมาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่พูด

เขารู้สึกเหมือนว่าเขากำลังตกไปในบึงโคลนมากเมื่อเมื่อเขาเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนี้ เธอเป็นตัวตนที่ปฏิเสธในมุมมองและมาตราฐานการกรำตำของเขาอย่างตรงไปตรงมาก

เธอขัดต่อกฏธรรมชาติเอามากๆ นี่มันเป็นเพราะตัวเธอมาจากกองทัพปีศาจวิบัติงั้นหรอ? ทั้งๆที่เขาบอกว่าให้เธอมาอยู่ข้างๆเพื่อที่จะควบคุมตัวเธอก็ตาม แต่ว่าบางทีนี่อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดของเขาก็ได้ที่มาเธอมาด้วย

"ถ้างั้นเราจะไปโลกกันแล้วนะ"

"โลก นั่นจะเป็นโลกแบบไหนกันนะ?"

"มันเป็นโลกที่ถูกปกครองด้วยคนที่ทรงพลังมากๆ ที่นั่นจะโหดร้ายกว่าที่นี่อีก"

"แต่... แต่ว่าที่นั่นจะมีชีวิตที่ต่างออกไปรอเราอยู่สินะ"

"นายหญิงฮานเยรังก็ไปกับเราด้วย มันไม่มีอะไรให้เราต้องกลัว!"

ความเชื่อมั่นในตัวของฮานเยรังได้ฝังลึกลงไปในจิตใจของคนพวกนี้แล้ว ยูอิลฮานได้เปิดใช้งานสกิลข้ามมิติทั้งๆที่คิดว่าคนพวกนี้กำลังทำเรื่องบ้าๆกันอยู่

"โอ้ววว"

"ที่โลกนี่คือ..."

เมื่อพวกเขาได้กลับมาที่โลก ผู้คนบนป้อมปราการผู้พิทักษ์ก็ได้อุทานกันออกมาทุกคน

มีใบไม้หนาเต็มไปหมด รวมไปถึงหนาผาสูงชันอีกด้วย!

โพร่งที่เชื่อมน้ำทะเลไปสู่พื้นดินกับท้องฟ้า มีหมู่เกาะหินจำนวนนับไม่ถ้วนภายในโพร่งน้ำทะเลและสะพานสายรุ้งที่เชื่อมต่อไปยังเกาะต่างๆ! นี่มันเหมือนกับสรวงสวรรค์

"สวย"

"สวยงามมาก..."

"นี่คือโลกที่ผู้ปกครองสร้างขึ้น?"

ทุกๆคนได้มองมาที่ยูอิลฮานอย่างตกตะลึง ฮานเยรังก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แม้ว่าตัวเธอจะได้เรียนรู้การควบคุมอารมณ์แล้ว แต่ว่าต่อหน้าปรากฏการณ์แบบนี้ทำให้เธอไม่อาจจะซ่อนอารมณ์ไว้ได้เลย

"น่าทึ่งมาก คุณยูอิลฮาน..."

ยูอิลฮานได้พูดออกมาแห้งๆ เขาไม่อาจจะพูดได้เลยว่าเขานั่นแหละคือคนที่ตกตะลึงมากที่สุดในคนทั้งหมดนี้

ก่อนที่โลกจะได้ก้าวไปสู่โลกระดับสูงอย่างสมบูรณ์ เขาจะต้องรีบปรับสมดุลของโลกเดี๋ยวนี้เลย!

จบบทที่ บทที่ 271 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (5) [02-02-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว