เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (4) [31-01-2020]

บทที่ 270 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (4) [31-01-2020]

บทที่ 270 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (4) [31-01-2020]


บทที่ 270 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (4)”

การรวบรวมสมาชิกส่วนที่เหลือของกองกำลังปราบปรามก็เป็นไปอย่างราบรื่นเช่นกัน เนื่องจากว่ามหาภัยพิบัติตามปกติแล้วจะเกิดขึ้นครั้งหนึ่่งในเวลาร้อยปีหรือกระทั่งพันปี ทำให้มีโลกไม่มากนักที่จะเจอกับการเปลื่ยนแปลงใหญ่ๆขึ้น

แล้วก็คนที่อยู่ในโลกเดิมทีก็มีพันธสัญญากับกองทัพสวรรค์อยู่ทำให้ไม่มีใครมาทำร้ายคนบนโลกของยูอิลฮานได้เลย เพราะแบบนี้ทำให้มีคนที่ตายไปในต่างโลกน้อยมา

"นี่มันน่าทึ่งมาก คุณยูอิลฮาน ดูเหมือนคุณจะ... ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้วสินะ"

หลังจากเห็นยูอิลฮานบัญชาการป้อมปราการผู้พิทักษ์ข้ามมิติไปโลกต่างๆและได้เห็นซัคคิวบัสที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ยุนแดฮานก็ได้แต่พูดออกมาอย่างไร้พลัง ยังไงก็ตามคำตอบของยูอิลฮานยิ่งทำให้เขาหมดแรงยิ่งกว่าเดิม

"ฉันก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์มาตั้งแต่แรกแล้ว"

"ตะ ตั้งแต่แรก?"

"ใช่ อาจจะนับตั้งแต่ที่ฉันเกิดแล้วก็ได้"

"นะ น่าทึ่ง..."

"จริงไหมล่ะ?"

[พรืดดดดดดด]

หากมีคนอื่นมาได้ยิน พวกเขาก็คงจะคิดว่ายูอิลฮานกำลังโม้แน่ แต่ว่าเฮเรียน่าที่รู้ถึงความสามารถในการซ่อนตัวของเขาที่มีมาตั้งแต่แรก และนอกไปจากนี้ยังรู้ถึงสิ่งที่เขาอย่างจะบอกด้วยทำให้เธอได้แต่หัวเราะออกมา ยูอิลฮานได้ถามยุนแดฮานอีกครั้งหนึ่งโดยไม่สนใจเฮเรียน่าเลย

"เหลืออีกแค่ทีเดียวงั้นหรอ? ร้อยเอกฮานเยรังกับคนอื่นๆสินะ"

"ตอนนี้เป็นพันเอกฮานแล้ว เธอได้เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วเลยล่ะ"

"ใช่แล้ว เป็นที่กุนเดีย พันเอกฮานๆกับคนอื่นอยู่ที่นั่น"

"ใช่แล้ว นี่มันเป็นปาฏิหาริย์มากๆเลยที่กองกำลังปราบปรามได้มารวมตัวกันอีกครั้ง แล้วก็ภายในเวลาน้อยกว่าหนึ่งวันอีกด้วย..."

"ในอนาคตจะต้องมีคนมาเข้าร่วมกับเราเพิ่มขึ้นแน่"

ตราบใดที่ยูอิลฮานมีบันทึกเกี่ยวกับโลกนั้น เขาก็จะไม่มีปัญหาใดๆในการใช้สกิลข้ามมิติ สิ่งที่สำคัญทีสุดคือชักชวนคนกลับมาต่างหาก

ในแง่นี้กองกำลังปราบปรามเป็นองค์กรที่น่าทึ่ง สมาชิกทุกคนของกองกำลังปราบปรามทุกๆคนต่างมีสนใจที่จะมาเข้าร่วมกับยูอิลฮานในทันทีที่พวกเขาได้ฟังยูอิลฮานอธิบายถึงสถานการณ์บนโลกที่เหมือนนรก

เพราะแบบนี้ทำให้ยูอิลฮานคิดว่าเขาเลือกพันธมิตรได้ถูกมาก ถ้าหากทหารอีกสิบสองคนที่อยู่กับพันเอกฮานได้เข้าร่วมกับเข้าในโลกสุดท้ายนี้ด้วย พวกเขาก็จะได้คลาส 3 อย่างน้อย 200 คนมาแล้ว

[แล้วที่รักจะทำให้คนพวกนี้เป็นกองกำลังที่มีศักยภาพจริงๆงั้นหรอที่รัก?]

"ไม่ต้องห่วงหรอก เธอยังมีเวลาได้กลับไปคิดใหม่อีกเยอะ"

"ฟุฟุ"

คิมเยซอลดูจะชอบการตอบกลับแบบไม่สนใจของยูอิลฮานที่ตอบเฮเรียน่ากลับไปจะน่ารักมากทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ยูอิลฮานได้เปิดใช้งานสกิลข้ามมิติโดยไม่สนใจสายตานี้ ในตอนนี้เองเขาก็มาที่โลกกุนเดียที่ฮานเยรังกับคนอื่นๆอยู่ แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจ

มันมีปัญหาเกิดขึ้นที่นี่

"เวรล่ะ"

"อะไรงั้นหรอ?"

ยุนแดฮานที่เฝ้าดูยูอิลฮานเชื่อมต่อบันทึกกับโลกใบนี้ได้มีปฏิกิริยาออกมาเป็นคนแรก ฮานเยรังตายงั้นหรอ? ยิ่งหลังจากเขาได้ยินคำตอบของยูอิลฮานเขาก็ได้เงียบไป

"มนุษยชาติเกือบจะสูญพันธ์แล้ว"

"...อะไรนะ"

"แต่ว่าพันเอกฮานเยรังยังมีชีวิตอยู่ แล้วก็ทหารคนอื่นๆส่วนใหญ่ก็รอดอยู่เหมือนกัน..."

ยูอิลฮานได้เกาหัวและหยุดอธิบายลง โอกาสที่ข้อมูลที่เขาได้รับมาจากบันทึกมีโอกาสผิดน้อยมากๆ

"นับตั้งแต่มหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 ก็ผ่านมาถึง 4 ปีแล้ว ผู้คนที่นี่ปรับตัวเข้ากับมันไม่ได้"

"นี่มัน... โชคร้ายมาก"

ช่วงต้นของมหาภัยพิบิติเป็นช่วงเวลาที่มีความวุ่นวายากที่สุดแล้ว เนื่องจากความเข้มข้นของมานาเพิ่มขึ้นทำให้จำนวนของมอนสเตอร์ได้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน และได้มีภัยพิบัติธรรมทุกชนิดเข้ามาโจมตีทุกชีวิตบนโลกนี้ หลังจากเกิดมหาภัยพิบัติพวกเขาจะต้องรอให้ผ่านไปซัก 30 ปีเท่านั้นถึงจะเข้าสู่ช่วงสเถียรภาพได้ และหากว่าพวกเขาทนได้ถึงตอนนั้นประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติถึงจะได้ถูกสานต่อไป

ยังไงก็ตามมนุษยชาติในโลกใบนี้ทนไม่ได้ถึงตอนนั้น

"และในทางกลับกันนี่ได้กลายมาเป็นโอกาสใหญ่สำหรับมอนสเตอร์ นี่มันส่งผลให้มนุษยชาติ 99.9% ได้ตายไปในเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้นเอง"

"..."

ต่อให้เขาจะมองลงไปที่กุนเดียจากด้านบนของป้อมปราการผู้พิทักษ์ แต่ยุนแดฮานไม่อยากจะเชื่อคำๆนี้เลย

โศกนาฏกรรมมานาเกิดขึ้นในโลกที่ดูจะสงบสุขแบบนี้ได้ยังไงกัน? เฮเรียน่าได้พูดขึ้นอย่างเย็นชาราวกับมองความคิดนี้ของพวกเขาออก

[สาเหตุหลักของความโกลาหลนะมักมาจากมนุษยชาติเสมอนั่นแหละ มานาของที่โลกนี้สงบเกินไป]

"ยังไงก็ตาม ความโกลาหลก็ได้ทำให้เกิดการพัฒนาน้อยลงเช่นกัน โลกจะไม่พัฒนาขึ้นหากมนุษยชาติสูญพันธ์"

[ที่รัก ความคิดของที่รักก็น่ารักเหมือนกัน]

"แต่นี่มันก็น่าขำ ที่มนุษยชาติได้สูญพันธ์ไปเพราะไม่อาจจะทนต่อการพัฒนาของโลกได้..."

[ดูเหมือนว่ากองทัพสวรรค์ก็เคยยอมแพ้ในเรื่องนี้มานานแล้วเหมือนกัน ฉันไม่ได้รู้สึกถึงความไม่พอใจของพวกนั้นในเรื่องแบบนี้เลย]

"เธอพูดถูก พวกนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่เลย"

ยูอิลฮานได้ยิ้มแห้งๆออกมา เมื่อดูจากวันสิ้นโลกแบบนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกมากๆ เขารู้สึกว่าโลกของเขาอาจจะกลายมาเป็นแบบนี้ในสักวันหนึ่ง และเขาก็ยังรู้สึกไม่คุ้นเคยกับตัวเขาเองมากๆที่กำลังเฝ้าดูการตายของคนนับไม่ถ้วนนี้โดยไม่รู้สึกอะไรสักนิด มันเหมือนกับในตอนที่เขากำลังดูหนังหรืออะไรทำนองนี้

[...]

เฮเรียน่าได้หยุดเล่นและถอยไปเงียบๆเมื่อได้รู้ถึงสิ่งที่เขารู้สึกอยู่ เมื่อคำนึงถึงการที่เธอปฏิบัติกับมนุษยชาติ อารยธรรม และโลกตามปกติแล้ว ทำให้การกระทำต่างๆนี้ของเธอได้พิสูจน์แล้วถึงความรักที่เธอมีต่อยูอิลฮาน

"ถ้างั้นเราจะทำอะไรกันต่ะล่ะ?"

"น่าเสียดายที่ไม่มีอะไรที่เราทำได้มากนัก การกวาดล้างมอนสเตอร์ที่มีอยู่ทั้งหมดออกไปก็เป็นไปได้อยู่ แต่ว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้มอนสเตอร์ไม่เกิดขึ้นมาอีกซะหน่อย"

ยูอิลฮานได้คิดครู่หนึ่งก่อนจะเสริมออกมา

"แล้วก็นะ... บางทีพันเอกฮานก็อาจจะไม่กลับมาที่กองกำลังปราบปราม"

เลเวลของฮานเยรังคือ 190 เธอเป็นคนที่มีเลเวลสูงสุดในหมู่มนุษยชาติที่รอดชีวิตอยู่ในกุนเดีย และเธอยังเป็นคนที่มีเลเวลสูงกว่าทหารทุกๆคนที่อยู่กับเขาที่นี่ นอกไปจากเธอแล้วพลตรียุนแดฮานที่มีเลเวล 173 คืออันดับที่สอง เพราะแบบนี้นี่คือสิ่งที่บ่งบอกได้ดีถึงความลำบากที่เธอต้องเจอมา

"พูดอีกอย่างก็คือพันอกฮาน...?"

"เธออาจจะกลายมาเป็นศูนย์กลางของมนุษยชาติในโลกใบนี้ไปแล้ว ก่อนหน้านั้นเราก็ได้ดูเธอกันก่อนเถอะนะ"

ยูอิลฮานได้เปิดใช้สกิลข้ามมิติไปในทันที

เขาได้ใช้เวลาไม่นานนักก็ได้มาถึงที่ที่มนุษยชาติของโลกนี้อยู่ ซึ่งนั่นคือสนามรบที่ไร้ปราณีกำลังเกิดขึ้นอยู่

[ก๊าซซซซซซซซซซ!]

"ทางด้านขวา! มันเข้ามาแล้ว!"

"ย๊ากกกกก!"

"ใจเย็นๆ! ถ้ากำลังใจเรายังแข็งแกร่งอยู่ ศัตรูจะถอยไปเอง!"

การคาดเดาของยูอิลฮานถูกต้อง ฮานเยรังคือผู้หญิงที่อยู่หน้าสุดของสนามรบและเป็นเสียงสั่งการทุกๆคน เธอในตอนนี้กำลังใส่เกราะพังๆที่ยูอิลฮานสร้าง เหวี่ยงดาบยักษ์ทำให้ศัตรูต้องถอยไป

"พันเอกเท่มาก"

"เธอแกร่งเป็นบ้าเลย... แต่ว่าภาพรวมแล้วพวกเธอกำลังเสียเปรียบอยู่"

สมาชิกของกองกำลังปราบปรามได้ผงะไปเมื่อได้เห็นผู้คนกำลังต่อต้านมอนสเตอร์ พวกเขาคงจะไม่กระโดดลงไปเมื่อยุนแดฮานตะโกนคำว่า 'บุก' ออกไปหรอกนะ? ยูอิลฮานได้คิดอยู่แว๊บหนึ่ง และหนึ่งในสมาชิกของทหารก็ตะโกนออกมา

"พลตรี เราจำเป็นต้องไปช่วย!"

"พลตรีครับ!"

"...คุณยูอิลฮาน?"

"ทุกๆคนอยู่เฉยๆนั่นแหละ พวกนายไม่ต้องเคลื่อนไหวหรอก"

ยูอิลฮานได้ยิ้มแห้งๆก่อนที่จะยกมือขึ้นมา ในตอนนี้เองป้อมปราการผู้พิทักษ์ก็ได้เปลื่ยนทิศทางไปก่อนที่จะพุ่งเข้าไปกระแทกพื้นดินด้วยความเร็วที่มหาศาล

[ก๊าซซซซซซซซซซซ!]

[ก๊าซซซซซซ!]

สิ่งที่ยูอิลฮานทำก็ง่ายมากๆ เขาได้เลือกที่ที่ไม่มีคนอยู่ และเป็นที่ที่มีมอนสเตอร์เยอะที่สุดเพื่อพุ่งไปชน

[ติดคริติคอล!]

[ติดคริติคอล!]

[ติดคริติ...]

หลังจากใช้น้ำหนักและพลังเวทย์กวาดล้างมอนสเตอร์ไปป้อมปราการผู้พิทักษ์ก็เผยตัวออกมา ผู้คนที่กำลังสู้กับมอนสเตอร์กันอยู่ที่กำแพงหินที่ถูกสร้างขึ้นมาได้แต่เบิกตากว้าง

"นี่มันอะไรกัน...?"

"ดะ ดาวหาง? ไม่สิ!"

"คุณควรจะบอกเราก่อนนะ"

"ไม่เป็นไรเลยนี่ ในเมื่อดูแล้วพวกนายก็เตรียมตัวกันอยู่นี่นา"

"มันไม่ใช่ไม่เป็นไรนะครับ!"

"เอาล่ะถ้างั้นก็"

ยูอิลฮานได้ยิ้มให้กับสมาชิกกองกำลังปราบปรามที่กลิ้งจากแรงกระแทกและเริ่มใช้พลังของป้อมปราการผู้พิทักษ์จัดการกับมอนสเตอร์

แน่นอนว่าหากเทียบกับป้อมปราการลอยฟ้าแล้วป้อมปราการผู้พิทักษ์ยังด้อยกว่า แต่นั่นก็เพราะว่าป้อมปราการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่พลังในการต่อสู้ แต่เป็นการเคลื่อนย้ายกำลังพลต่างหาก ยังไงก็ตามถึงจะเทียบป้อมปราการลอยฟ้าไม่ได้ แต่แค่อาร์ติแฟคเล็กๆน้อยๆก็มากพอที่จะกวาดล้างมอนสเตอร์ที่นี่แล้ว

[ก๊าซซซ]

[ก๊าซซซซซ]

[ก๊าซซซซ]

เสียงร้องของมอนสเตอร์ได้ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนคล้ายกับเสียงดนตรีที่ยูอิลฮานเป็นคนควบคุมมันเอาไว้

หายนะสำหรับมนุษยชาติในโลกใบนี้ได้กลายเป็นของเล่นของเขาไปในทันที นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นมาหลายต่อหลายครั้งแล้วต่อหน้ายูอิลฮาน

"อย่าบอกฉันนะว่านี่..."

ฮานเยรังที่ได้เจอกับเรื่องนี้ในระหว่างกำลังบัญชาการคนอื่นๆอยู่ สัญชาตญาณของเธอได้ตื่นขึ้นมาหลังจากผ่านไปนานแล้ว

"คุณยูอิลฮาน?"

"นั่นใครกัน?"

"...ไม่"

เธอได้ยินคำข้างๆเธอถามออกมาอย่างสับสน แต่เธอก็ได้แต่ส่ายหัวออกไป

ไม่เพียงแค่โอกาสที่เขามาปรากฏตัวที่นี่จะต่ำมากๆเท่านั้น แต่ต่อให้เขาจะปรากฏตัวจริงๆเธอก็ไม่อาจจะตัวสั่นให้คนอื่นๆเห็นได้ในเมื่อเธอคือคนที่แบกความหวังของโลกใบนี้เอาไว้อยู่ เธอไม่ใช่ร้อยโทคนเดิมที่พร่ำแต่คำว่า 'ฉันอยากแต่งงาน' อยู่ตลอดเวลาอีกต่อไปแล้ว

"ไม่มีอะไรทั้งนั้น อย่าลดการระวังลง ผลักดันมอนสเตอร์กลับไป แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าไปเข้าใกล้ปราสาทนั่น!"

ไม่นานหลังจากนั้นการรบก็ได้จบลง หรือจะพูดให้ถูกก็คือป้อมปราการผู้พิทักษ์ได้ทำการสังหารหมู่มอนสเตอร์ทั้งหมดไป

"พวกมัน..."

"หายไปแล้ว ฝูงมอนสเตอร์น่ากลัวนั่นหายไปหมด..."

แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่นับเป็นอะไรสำหรับยูอิลฮานที่เคยต่อสู้ในสงครามสิ่งมีชีวิตชั้นสูงมาแล้ว แต่ว่าสำหรับคนบนโลกใบนี้นี่มันไม่ต่างไปจากปาฏิหาริย์เลยสักนิดเดียว คนที่รอดอยู่ได้แต่มองไปที่ป้อมปราการผู้พิทักษ์ที่หยุดอยู่นิ่งหลังจากกำจัดมอนสเตอร์ไป พวกเขาไม่กล้าจะเข้าไปใกล้ป้อมปราการนี้ด้วยทั้งความกลัวและความชื่นชม

"เรากวาดล้างพื้นที่นี้แล้ว ฉันจะไปเก็บกวาดส่วนที่เหลืออีกให้ เพราะงั้นฝากคุณพลตรีไปอธิบายกับคุณฮานทีนะ"

"ดะ ได้"

บาเรียที่คลุมป้อมปราการผู้พิทักษ์ได้หายไปและทหารสองสามคนรวมถึงตัวยุนแดฮานก็ได้โผล่ออกมา คนของโลกใบนี้ได้ตั้งท่าระวังตัวในทันทีแต่ว่าฮานเยรังก็ได้หยุดเอาไว้

นี่มันไม่ใช่เพราะว่าการไปเป็นปรปักษ์กับคนที่กวาดล้างมอนสเตอร์น่ากลัวได้ง่ายๆมันไม่ใช่เรืองดีเลย แต่เป็นเพราะว่าคนที่โผล่มาเป็นคนคุ้นเคยของเธอ

"พลตรี!?"

"เป็นไปได้ยังไงกัน เป็นพลตรีล่ะ!?"

สมาชิกของกองกำลังปราบปรามคนอื่นๆที่อยู่ที่กุนเดียกับฮานเยรังก็ยังจำยุนแดฮานได้และแสดงความดีใจกันออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่แน่นอนว่าเนื่องจากฮานเยรังอยู่ในตำแหน่งที่สูงมากๆทำให้เธอพยายามไม่แสดงอาการออกมา แต่ว่าเมื่อได้เห็นยุนแดฮานเธอก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมา

การต่อสู้เมื่อสองสามปีนี้ที่เธอเป็นผู้นำมาตลอดมันโหดร้ายเกินไป ในที่สุดตอนนี้เธอก็ได้เจอกับสหายของเธอแล้ว

"พลตรี นี่คุณ...?"

"อย่างที่คุณคิดนั่นแหละ นี่ไม่ใช่ความสามารถของผมหรอก ผมได้มาที่นี่กับคุณยูอิลฮาน"

"อ่า..."

เมื่อได้ยินเรื่องนี้เธอก็ไม่อาจจะซ่อนความดีใจบนใบหน้าได้อีก เธอได้พยายามระงับเอาไว้สุดๆแล้วแต่เธอก็ทำไม่ได้

ยุนแดฮานกำลังคิดที่จะบอกความจริงที่โหดร้ายกับเธอเรื่อง 'สำหรับเธอมันเป็นไปไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้ข้างๆเขามีราชินีซัคคิวบัสอยู่แล้ว' แต่ว่าสุดท้ายเขาก็เลือกไม่ทำ

ตอนนี้ควรปล่อยให้เธอดีใจไปก่อน กว่าจะมาถึงตอนนี้เธอจะต้องมีเรื่องเศร้ามากกว่าเรื่องดีใจแน่นอน

"แต่ว่าพลตรี... ทำไมคุณยูอิลฮานไม่ออกมาล่ะ?"

"เขา..."

พอยุนแดฮานกำลังจะพูดอะไรออกมา ตัวป้อมปราการผู้พิทักษ์ก็ได้หายไปกลางอากาศ เมื่อเห็นแบบนี้ทุกๆคนก็ได้ตกตะลึงไปทำให้ยุนแดฮานได้อธิบายมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

"เขาบอกว่าเขาจะไปเก็บกวาดโลกนี้ซะนิด"

"โลกนี้...?"

"ใช่แล้ว"

ยุนแดฮานได้อธิบายออกมากับเธอโดยที่ไม่ให้โอกาสเธอได้เข้าใจผิดเลย

"คุณคงจะไม่ได้เจอมอนสเตอร์อะไรในโลกใบนี้อีกไปซักพักแล้วล่ะ เพราะงั้น... เราไปคุยกันจนกว่าเขาจะกลับมาดีกว่านะพันเอกฮานเยรัง"

หลังจากผ่านไป 13 ชั่วโมง ยูอิลฮานก็ได้กวาดล้างมอนสเตอร์ทุกๆตัวบนกุนเดียออกไปและเขาก็ได้กลับมาที่แห่งนี้้

จบบทที่ บทที่ 270 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (4) [31-01-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว