- หน้าแรก
- เซียนจำลองข้ามภพ
- ตอนที่ 26 เบาะแสของคนสวมหน้ากากลึกลับ!
ตอนที่ 26 เบาะแสของคนสวมหน้ากากลึกลับ!
ตอนที่ 26 เบาะแสของคนสวมหน้ากากลึกลับ!
ตอนที่ 26 เบาะแสของคนสวมหน้ากากลึกลับ!
รากฐานที่สร้างมาอย่างยากลำบากกำลังจะพังพินาศเพราะน้ำมือเฉินอี้
สือซานถอดเสื้อโชว์กล้าม ถือดาบปังตอยักษ์สองเล่ม นำลูกน้องรุมล้อมเฉินอี้
ขณะปกป้องต้าชุน เฉินอี้ก็รับมือพวกมันได้อย่างสบายๆ
ไม่ใช่แค่ความต่างของระดับวรยุทธ์ แต่เป็นเหวที่คั่นกลางระหว่างทักษะและสัญชาตญาณการต่อสู้
เฉินอี้มีความทรงจำจากการจำลองสองครั้งและเคยเป็นทหารประสบการณ์โชกโชน เขาสามารถนำยุทธวิธีการรบมาใช้กับการตะลุมบอนนี้ได้
เขาเล่นงานพวกอันธพาลไร้การศึกษาเหล่านี้จนจับทิศเหนือไม่ถูก สุดท้ายถึงขั้นหาหัวตัวเองไม่เจอ
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เลือดพุ่งกระฉูดขึ้นฟ้า คมดาบไร้ความปรานี ดาบหนักเหล็กอัคคีตัดเหล็กราวกับตัดโคลน ทุกดาบคือการบั่นศีรษะที่เฉียบขาด!
เมื่อเฉินอี้โคจรปราณวิญญาณ ตัวดาบหนักเหล็กอัคคีจะร้อนระอุ แดงฉานราวกับเพิ่งดึงออกจากเตาหลอม
พรรคหินดำถูกดาบเล่มนั้นฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ
ศพกองพะเนินรอบตัวเฉินอี้
ตอนนี้ไม่มีใครกล้าก้าวเข้ามาอีกแล้ว
สือซานตะโกนกระตุ้น
"บุกเข้าไป! รออะไรกันอยู่?"
ใครบางคนทนไม่ไหวแล้ว
"ลูกพี่ ดูไม่ออกหรือไง? มันไม่ได้อยู่ขอบเขตหลอมกายา! ศาสตราวุธวิญญาณนั่นร้อนจนขาวโพลง มันกำลังโคจรปราณวิญญาณ มันอยู่ขอบเขตรวบรวมวิญญาณแล้ว!"
สือซานคำราม
"ข้าต้องให้เอ็งบอกรึไง? แล้วไงถ้าเป็นรวบรวมวิญญาณ มันก็เหนื่อยเป็นเหมือนกัน! บุกเข้าไป!"
ด้วยค่าแรงอันน้อยนิดที่ได้ในแต่ละเดือน สมาชิกพรรคที่เหลือไม่เต็มใจจะตายแทนเขาอีกต่อไป
"อยากตายก็ไปเองสิ!"
เสียงน้ำแตกดังตูมตาม เมื่อหน่วยเฝ้าเรือกระโดดลงแม่น้ำว่ายหนีไปฝั่งตรงข้าม
คนที่ปิดทางออกท่าเรือก็แตกฮือราวกับนกแตกรัง
ในพริบตา สือซานกลายเป็นแม่ทัพไร้กองทัพ
แต่เฉินอี้ยังคงก้าวเข้ามาทีละก้าว
สือซานกลืนน้ำลาย ถอยหลังกรูด
"เฉินอี้ อย่าเนรคุณ! ถ้าพี่น้องพรรคหินดำไม่ตกพวกแกขึ้นมาจากน้ำ ป่านนี้แกกับคนบ้านเดียวกันก็จมน้ำตายไปนานแล้ว!"
ก่อนเฉินอี้จะทันตอบ ต้าชุนก็แทรกขึ้น
"ใครว่า? ข้าตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งเอง แล้วใช้ท่อนซุงลากพี่อี้ขึ้นมา หลังจากนั้นพวกเจ้าถึงมาเจอพวกเราต่างหาก"
สือซานถลึงตาใส่ต้าชุน
"เฉินอี้ เจ้าทึ่มนั่นพูดมั่ว อย่าไปเชื่อมัน!"
เฉินอี้แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
"แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อใคร?"
สือซานหมดความอยากสู้ น้ำเสียงอ่อนลง
"ดูสิ เฉินอี้ ถ้าเจ้าบอกแต่แรกว่าเป็นจอมยุทธ์ แถมเก่งขนาดนี้ ข้ายกเก้าอี้หัวหน้าพรรคให้ไปนานแล้ว! ข้ายอมเป็นเบี้ยล่างเจ้าก็ได้! ทำไมต้องทำให้เรื่องมันบานปลายขนาดนี้? มีเงินกองอยู่ตรงหน้าไม่เอาก็โง่ตายชัก!"
"เงินที่โกงมาของเจ้า ข้าเอาแน่ ถือเป็นกำไรเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เพื่อข้า แต่เพื่อทุกคน!"
พูดจบ เฉินอี้หันไปหาพวกกรรมกรที่ยืนงงอยู่บนท่าเรือ
"ยังยืนบื้อกันอยู่ทำไม? พรรคหินดำจบเห่แล้ว!
ไอ้พวกอันธพาลที่เพิ่งหนีไป ตอนนี้กำลังรื้อค้นคลังสมบัติกันอยู่!
ขืนไปช้า ระวังจะอดแม้แต่น้ำแกง!"
ในที่สุดพวกกรรมกรก็ได้สติ
พวกเขาโขกศีรษะให้เฉินอี้หลายครั้ง
"ขอบคุณจอมยุทธ์เฉินที่ช่วยชีวิตพวกเรา!"
"ชาติหน้าพวกเราขอเกิดเป็นวัวเป็นม้าเพื่อตอบแทนท่าน!"
"รักษาตัวด้วย ท่านจอมยุทธ์!"
จากนั้น พวกเขาคว้าท่อนเหล็ก แผ่นไม้ ค้อน หรืออะไรก็ได้ใกล้มือ แล้ววิ่งกรูไปยังหอหลักของพรรคหินดำ
เฉินอี้ต่อสู้ฝ่าวงล้อมจากหอหลักมาจนถึงท่าเรือ เหลือสมาชิกพรรคอยู่ไม่กี่คน
ส่วนพวกจอมยุทธ์ เฉินอี้จัดการเป็นเป้าหมายแรก ใครที่เผยตัวออกมาก็ตายไปหมดแล้ว
พวกกรรมกรจะชิงทรัพย์จากผู้รอดชีวิตได้มากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเขาเอง
แต่ดูจากขวัญกำลังใจตอนนี้และความแค้นที่สั่งสมมานานหลายเดือน
พวกเขาคงรื้อพรรคหินดำจนราบเป็นหน้ากลองแน่
สือซานรู้สึกราวกับผ่านไปหลายชั่วอายุคน
เมื่อครู่เขายังเป็นหัวหน้าพรรคหินดำผู้ทรงอิทธิพลบนท่าเรือ
ตอนนี้เขากลายเป็นแม่ทัพไร้ทหาร อาณาจักรถูกคนอื่นแบ่งเค้กกันสนุกมือ
จบสิ้นแล้ว!
ตอนนี้เขาหวังเพียงว่าเฉินอี้จะไว้ชีวิต
ตราบใดที่ขุนเขายังเขียวขจี ก็ยังมีฟืนให้เผา!
สือซานเห็นเงาเฉินอี้วูบไหว และดาบหนักเหล็กอัคคีที่ร้อนระอุก็มาจ่อที่คอหอย
ขุนเขงขุนเขาอะไร ช่างหัวมันเถอะ!
"บอกข้ามา รู้จักสิ่งนี้ไหม?"
โอกาสรอด?
"รู้! รู้จัก! ข้ารู้จัก!"
โดยไม่ทันมองสิ่งที่เฉินอี้ถือ สือซานพยักหน้ารัวเร็ว
เมื่อเขาเพ่งมองดีๆ เขาก็ชะงัก
หน้ากากนี้โผล่มาจากไหน?
"ที่ไหน? เจ้าใส่ หรือคนอื่นใส่? ที่ไหน? พูดมา!"
สือซานอึกอัก เหงื่อท่วมตัว
คิดสิ! ไอ้สมองโง่!!
ภายใต้แรงกดดันจากความตาย สมองเขาแล่นเร็ว และเขาก็จำได้
"วันนั้น! นอกจากพวกเจ้าสองคน ยังมีศพผู้ชายอีกคนลอยตามน้ำมาด้วย! หน้ากากนี้อยู่บนหน้าศพนั้น ลูกน้องคนหนึ่งบอกว่ามันดูทนทาน เหมือนศาสตราวุธวิญญาณ เราเลยเก็บไว้!"
"ศพคนนั้นอยู่ที่ไหน?"
"เป็นศพไปแล้ว พวกเราขุดหลุมตื้นๆ ฝังมันไว้แถวๆ นั้นแหละ"
"พาข้าไป"
"จะ... เจ้าจะขุดศพมันขึ้นมาเหรอ?"
"หึ ไม่ใช่ข้า เจ้าต่างหาก"
ภายใต้คำขู่ของเฉินอี้ สือซานจำใจทำตาม นำทางไปที่หลุมศพและลงมือขุดด้วยตัวเอง
สามเดือนในดินทำให้ศพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล
แม้แต่ต้าชุนที่กินได้ทุกอย่างยังต้องอาเจียน
เฉินอี้ข่มความสะอิดสะเอียน ใช้ดาบหนักเหล็กอัคคีเขี่ยค้นหาร่องรอยที่ระบุตัวตนบนศพ
"เขามีของอย่างอื่นติดตัวอีกไหม? ป้ายหยก? เครื่องราง?"
"ไม่มี แค่ชุดดำกับหน้ากากนั่นแหละ"
ชุดดำ หน้ากากขาว เครื่องแบบเดียวกับกลุ่มลึกลับที่ฆ่าล้างหมู่บ้านหลัวติง
ในความทรงจำของเฉินอี้ พวกมันล้วนเป็นยอดฝีมือ จะมีคนตายลอยน้ำมาได้ยังไง?
ในโลกจำลอง เขาเคยถามเสิ่นชิงซานว่าทางการพบอะไรบ้าง คำตอบคือไม่พบอะไรเลย
เป็นไปได้ยากที่ทางการจะเจอตัวฆาตกรแล้วสังหาร
หรือว่ามียอดฝีมือพเนจรผ่านมาเห็นเหตุการณ์แล้วลงมือช่วย?
"หือ...?"
ท่ามกลางเนื้อหนังที่เน่าเปื่อย เฉินอี้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ
กระจุกผมกระจุกหนึ่งของชายคนนั้นเป็นสีแดง
ในโลกนี้ไม่มีสีย้อมผม ผมแดงต้องมีความหมายพิเศษแน่
เฉินอี้จดจำเบาะแสเดียวนี้ไว้ในใจเงียบๆ
"มันหนีแล้ว!"
จู่ๆ ต้าชุนก็ตะโกน เมื่อหันไป เฉินอี้เห็นสือซานฉวยโอกาสตอนเขาเพ่งสมาธิกับศพ แอบย่องหนีไป
เฉินอี้ยืนขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
"ข้าต่อให้เจ้าวิ่งก่อนพันเมตรเลย"
เมื่อหันกลับมาเห็นเฉินอี้ไม่ตามมา สือซานคิดว่ารอดแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย
"เฉินอี้! ไว้ข้าตั้งตัวได้เมื่อไหร่ เราจะได้ชำระแค้นเก่าแค้นใหม่กันแน่! ล้างคอรอกูไว้เถอะ ถุย!"
ทันใดนั้น เขาเห็นเฉินอี้เคลื่อนไหว... เร็วมาก!
สือซานตื่นตระหนก
"ขาบ้าเอ๊ย วิ่งให้เร็วกว่านี้สิวะ!!"
เขารีดเร้นพลังเลือดลมทุกหยดออกมา วิ่งหนีสุดชีวิตจนปอดแทบระเบิด!
"ฮ่าๆ ตามข้าไม่ทันหรอก มันตามไม่ทันหรอก..."
เมื่อหันกลับไปมองแวบหนึ่ง เขาเห็นมือที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงกวาดเข้ามา หมายจะคว้าตัวเขา!
"อะไรวะเนี่ย...?"
[จบตอน]