เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - เยี่ยชุ่นซิน เพื่อนเล่นในวัยเยาว์

บทที่ 10 - เยี่ยชุ่นซิน เพื่อนเล่นในวัยเยาว์

บทที่ 10 - เยี่ยชุ่นซิน เพื่อนเล่นในวัยเยาว์


บทที่ 10 - เยี่ยชุ่นซิน เพื่อนเล่นในวัยเยาว์

ในบริเวณใกล้ๆ กับต้นกล้าหลิว ปรากฏภาพเงาของต้นหลิวขนาดใหญ่มากมายกำลังไหวเอนไปตามสายลม

แต่แบบนี้มันจะไปเรียกว่าทักษะการต่อสู้ได้อย่างไร?

จางลู่รู้สึกงุนงงกับภาพที่ปรากฏขึ้นในหัวจนทำหน้าประหลาดใจออกมา

ทันใดนั้น

"ติ๊ง! โฮสต์เลือกทักษะเมล็ดต้นหลิว ได้รับการเสริมพลังด้วยน้ำยาเสริมพลังสารสกัดเมล็ดต้นหลิวหนึ่งครั้ง" เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น

จางลู่ถามด้วยความสงสัย "น้ำยาเสริมพลังสารสกัดเมล็ดต้นหลิวเหรอ? มันไม่เหมือนกับน้ำยาเสริมพลังสารสกัดเมล็ดพันธุ์แบบเดิมงั้นเหรอ?"

"การเสริมพลังด้วยน้ำยาเสริมพลังสารสกัดเมล็ดพันธุ์ ในแต่ละครั้งจะมีการระบุคุณลักษณะที่ตรงกัน และครั้งนี้เป็นน้ำยาที่ตรงกับเมล็ดต้นหลิวโดยเฉพาะ โฮสต์ต้องการใช้งานทันทีหรือไม่?"

จางลู่กวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้พันเซียวเกลังเอ่ยลาพวกเหอจื้อจวินอยู่ ในตอนนี้ยังไม่มีใครสังเกตเห็นเขา

เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า 'เงาหลิวไหวระเริง' คืออะไร จึงกัดฟันสั่งไปว่า "เสริมพลังให้ผมเลย!"

ทันใดนั้น จางลู่ก็เหงื่อไหลพรากไปทั้งตัว

อึก... เจ็บ!

ครั้งที่แล้วมันแค่รู้สึกคันหยิบๆ ราวกับถูกมดนับหมื่นตัวรุมกัดจนทรมานไปทั้งร่าง

แต่ครั้งนี้ ร่างกายเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่าเดิมมาก เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกฉีกกระชาก

เขารู้สึกราวกับว่ากระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อของเขากำลังถูกพลังที่มองไม่เห็นดึงให้ยืดขยายออก

ให้ตายสิ!

ทำไมมันถึงได้เจ็บขนาดนี้!

ใบหน้าอันหล่อเหลาของจางลู่เริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด

เหล่านักรบกองร้อยที่สามทะยอยมาถึงจุดหมายกันแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นท่าทางของจางลู่ ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสงสัย

"จางลู่เป็นอะไรไปน่ะ ดูเหมือนเขาจะดูทรมานมากเลย เหงื่อไหลเต็มหน้าผากไปหมด"

"ภารกิจที่แม้แต่ทหารรบพิเศษยังทำได้ไม่ยากเย็น แต่จางลู่กลับทำได้สำเร็จ คิดดูสิว่าเขาคงต้องทุ่มเทพละกำลังจนหมดตัวแน่นอน"

"ดูเหมือนเขาจะหมดแรงนะ หรืออาจจะเป็นเพราะร่างกายรับน้ำหนักที่มากเกินไปไม่ไหว จนเกิดความเจ็บปวดขึ้นมา"

"เพื่อกรม 128 ของเรา จางลู่ทุ่มสุดตัวจริงๆ คราวนี้ผมล่ะนับถือเขาเลย"

"เมื่อก่อนมัวแต่คิดว่าเขาที่เป็นทายาทเศรษฐีดูยังไงก็ไม่เหมือนทหาร แต่ดูผลงานวันนี้สิ เขาแมนสุดๆ ไปเลย!"

"คนอื่นจะเป็นทหารห่วยแตกหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่จางลู่ไม่ใช่แน่นอน!"

"..."

ผลงานของจางลู่ทำให้คนจำนวนมากเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขา และเริ่มมีความเลื่อมใสเกิดขึ้นในใจ

ในขณะที่จางลู่กำลังหลอมรวมน้ำยาเสริมพลังสารสกัดเมล็ดต้นหลิวเพื่อปรับปรุงร่างกายอยู่นั้น

เหอจื้อจวินก็เอ่ยชมผู้พันเซียวประโยคหนึ่ง "เหล่าเซียว ทำงานได้ไม่เลวเลยนะ รักษาจิตวิญญาณและภาพลักษณ์ของกรม 128 แบบนี้ไว้ให้ดี ทหารพวกนี้ใช้งานได้"

"ท่านผู้บัญชาการครับ ผมต้องขอตำหนิตัวเองที่ให้ความสนใจเหล่านักรบไม่มากพอ ทหารที่มีแววดีอย่างจางลู่ ผมกลับมองข้ามไปเสียได้"

ผู้พันเซียวเอ่ยด้วยสีหน้าละอายใจ "หลังจากนี้ผมจะให้ความสำคัญกับวิธีการฝึกทหารให้มากขึ้น เพื่อขุดศักยภาพของพวกเขาออกมา และพยายามส่งมอบทหารหัวกะทิให้เขตทหารให้มากขึ้นครับ"

เหอจื้อจวินจับมือกับผู้พันเซียวแล้วกล่าวว่า "วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน พวกเรายังต้องไปตรวจเยี่ยมกรมอื่นต่อ"

"ท่านผู้บัญชาการ เสนาธิการ หัวหน้าเหลย ถ้ามีเวลาว่างก็รบกวนมาช่วยให้คำแนะนำงานที่กรม 128 ของเราบ่อยๆ นะครับ พอถูกหัวหน้าเหลยกระตุ้นเข้าหน่อย ขวัญกำลังใจของทหารก็พุ่งสูงขึ้นมากเลยครับ" ผู้พันเซียวกล่าวปนยิ้ม

จะขวัญกำลังใจไม่สูงได้ยังไงล่ะ?

นี่มันเหยียบหน้าผมชัดๆ

เหลยจ้านใบหน้ามืดมนลง เขาหันหลังเดินตามเหอจื้อจวินทั้งสองคนออกไปทันที

เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เหอจื้อจวินก็หันมาพูดว่า "เหล่าฟ่าน ฉันให้เวลานายครึ่งชั่วโมง ไปคุยกับเจ้าจางลู่นั่นดู เจ้าเด็กนี่น่ะเป็นต้นกล้าทหารรบพิเศษที่ยอดเยี่ยมมาก"

ทักษะการยิงที่ข่มเหลยจ้านได้ และสภาพร่างกายที่ใกล้เคียงกับทหารรบพิเศษ

ต้นกล้าแบบนี้ หากได้เข้าหน่วยเม็ดเลือดแดง ฟ่านเทียนเหลยก็มั่นใจว่าจะสามารถปั้นอีกฝ่ายให้กลายเป็นยอดทหารรบพิเศษที่ยอดเยี่ยมได้

หรือแม้กระทั่งอาจจะเป็นพลซุ่มยิงที่เก่งกาจ!

เขาเองก็รู้สึกอยากได้คนเก่งเข้าหน่วยมานานแล้ว และมีความคิดที่จะชักชวนอยู่พอดี เขาจึงเตรียมจะเดินไปหาจางลู่

ทว่าเหลยจ้านที่ใบหน้ามืดมนกลับเสนอแนะว่า "เสนาธิการครับ คุณควรทดสอบฝีมือการต่อสู้ของเขาด้วยนะ ทหารรบพิเศษถ้าต่อสู้ไม่เก่ง ก็ไปสนามรบไม่ได้หรอก"

ฟ่านเทียนเหลยลังเลไปครู่หนึ่ง จากจังหวะการบรรจุกระสุนเขามองออกว่าจางลู่เป็นเพียงมือใหม่

แล้วฝีมือการต่อสู้ของมือใหม่จะไปดีเด่อะไรได้?

วิชามวยทหารที่พวกเขาเรียนกันมา ก็แค่พื้นฐานงูๆ ปลาๆ ท่าสวยแต่ใช้งานจริงลำบาก

และในตอนนั้นเอง ผู้พันเซียวที่กำลังอารมณ์ดีก็ประกาศเสียงดังให้สลายตัว เหล่าทหารต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องยินดี

"เจ้าพวกเด็กบ้าพวกนี้!"

ผู้พันเซียวส่ายหัวพลางยิ้ม ผลงานของกรม 128 ในวันนี้ถือว่าโดดเด่นมาก

เมื่อมีเหอจื้อจวินออกหน้าให้ ชื่อกรม 128 ก็ถือว่ารักษาไว้ได้แล้ว

คนที่เขาต้องขอบคุณมากที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นจางลู่

เขาเดินตรงเข้าไปหาจางลู่ด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น

"ติ๊ง! โฮสต์หลอมรวมน้ำยาเสริมพลังสารสกัดเมล็ดต้นหลิวเสร็จสิ้น คุณสมบัติทั้งหมดเพิ่มขึ้น 1 แต้ม"

ทหาร: จางลู่

อาชีพ: ทหาร

เลเวล: 2

คุณสมบัติ: กระดูกและเส้นเอ็น 3, ความเข้าใจ 3, สภาพร่างกาย 3, พลังกาย 3, ความเร็ว 3 (คนปกติ: 1)

ทักษะ: ความสามารถในการรับรู้ด้วยการสังเคราะห์แสง, เมล็ดต้นหลิว (เงาหลิวไหวระเริง)

ค่าประสบการณ์: 0/300

คุณสมบัติเพิ่มขึ้นอีก 1 แต้ม

จางลู่ยกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

หลังจากการปรับปรุงร่างกายด้วยน้ำยาเสริมพลังอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเขาก็ไม่ดูอ่อนแออีกต่อไปแล้ว

ด้วยสมรรถภาพร่างกายที่มากกว่าคนปกติถึง 3 เท่า แม้จะยังไม่ถึงเกณฑ์ของทหารรบพิเศษ แต่ในหมู่ทหารธรรมดานั้น เขาถือว่าเป็นระดับหัวกะทิเลยทีเดียว

การสร้างตึกสูงนับหมื่นชั้นต้องเริ่มจากรากฐาน เมื่อรากฐานร่างกายมั่นคงแล้ว ร่วมกับการได้รับทักษะใหม่มา จางลู่จึงมั่นใจมากว่าเขาจะสามารถก้าวไปเป็นทหารรบพิเศษที่มีเกียรติได้อย่างแน่นอน

เพียงแต่ทักษะการต่อสู้ 'เงาหลิวไหวระเริง' นี้จะใช้งานอย่างไร ตอนนี้เขายังไม่มีแนวทางเลย คงต้องหาเวลาฝึกซ้อมเป็นการส่วนตัวดูสักหน่อย

ในตอนนั้นเอง เขาเห็นผู้พันเซียวเดินตรงมาหาเขา

จางลู่นึกขึ้นได้ว่าเขายังมีเรื่องต้องจัดการ ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดอะไร เขาก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "ผู้พันครับ ผมอยากจะขอลากลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านหน่อยครับ"

ผู้พันเซียวเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อย "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งเขตทหารจะจับตามองมาที่แก แกบอกฉันสิว่าแกจะมาขอลางานในช่วงเวลานี้เนี่ยนะ?"

"ทั้งเขตทหารจะจับตามองผมก็ช่างเถอะครับ แต่พ่อแม่ของผมมีแค่ผมคนเดียวที่คอยใส่ใจ" จางลู่จ้องมองผู้พันเซียวพลางกล่าวเสียงเรียบ

เหตุผลที่มีน้ำหนักไม่จำเป็นต้องใช้เสียงดัง

ด้วยเหตุผลนี้ ผู้พันเซียวจึงหาข้ออ้างมาโต้แย้งไม่ได้ไปชั่วขณะ

"เจ้าเด็กคนนี้นี่!"

ผู้พันเซียวหัวเราะออกมา แต่รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกจนปัญญา

วันนี้จางลู่ได้กู้หน้าให้กรม 128 อย่างมาก และยังรักษาชื่อกรม 128 ไว้ได้อีก ถือเป็นผู้ทำคุณงามความดีครั้งใหญ่ให้กับกรม

และหลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้น การที่เขามีทหารที่เอาชนะราชาทหารของเขตทหารได้ คอยดูเถอะว่าผู้พันคนไหนจะกล้ามาคุยโวต่อหน้าเขาอีก ว่าทหารในกรมของพวกเขานั้นเก่งแค่ไหน หรือมีใครได้รับเลือกเข้าหน่วยรบพิเศษบ้าง

แค่เขาพูดประโยคเดียว ก็คงอุดปากพวกนั้นได้สนิท!

ผู้พันเซียวรู้สึกสะใจและภาคภูมิใจมาก จึงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา "อนุมัติ! แต่อีกสามวันแกต้องกลับมารายงานตัวให้ตรงเวลานะ!"

"ครับ ผู้พัน!"

จางลู่ทำความเคารพ แล้วเดินหันหลังออกจากกองบัญชาการกรมทันที

"จางลู่จะไปไหนน่ะ?"

"ฉันก็นึกว่าผู้พันจะชมเชยเขาชุดใหญ่เสียอีก ทำไมจู่ๆ ถึงออกจากกรมไปล่ะ"

"หรือว่าจะขอลางาน?"

"วันนี้เขาเอาชนะเหลยจ้านได้ คงจะกลับบ้านไปแจ้งข่าวดีให้พ่อแม่รู้ล่ะมั้ง"

เหล่าทหารข้างหลังต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ และแยกย้ายกันเดินคุยกันกลับไปยังหอพัก

ฟ่านเทียนเหลยที่เดินมาตามหาจางลู่ เมื่อครู่ยังเห็นจางลู่อยู่ตรงจุดหมายอยู่เลย แต่พอเขาเดินกลับมา แผ่นหลังของจางลู่ก็หายวับไปเสียแล้ว

"เจ้าเด็กนี่ หายหัวไปไหนแล้วนะ?" ฟ่านเทียนเหลยรู้สึกงุนงงอย่างยิ่ง

จางลู่เดินมาเกือบถึงประตูหน้ากรมแล้ว วันนี้เยี่ยชุ่นซินจะเดินทางมาหาเขาที่นี่

จากการขุดคุยความทรงจำของร่างเดิม จางลู่ก็รู้สึกขำขึ้นมา

เยี่ยชุ่นซินบอกว่าร่างเดิมน่ะไม่ได้ความ และพยายามบอกเลิกอยู่หลายครั้ง แต่ร่างเดิมกลับดื้อแพ่งไม่ยอมเลิกท่าเดียว คาดว่าวันนี้เยี่ยชุ่นซินคงตั้งใจจะมาตัดความสัมพันธ์ให้ขาดสะบั้นแน่นอน

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ เยี่ยชุ่นซินน่ะเป็นใคร เธอน่ะเป็นคนที่มีความหยิ่งทะโขงอยู่ในตัว

แต่อีกฝ่ายก็มีคุณสมบัติที่น่าภาคภูมิใจจริงๆ ทั้งเป็นนักศึกษาหัวกะทิจากมหาวิทยาลัยชิงหัว และยังเป็นพลซุ่มยิงของหน่วยอัคคีฟีนิกซ์อีกด้วย

ถ้าเยี่ยชุ่นซินไม่ขอเลิก จางลู่ก็คงคิดว่าอีกฝ่ายตาถั่วไปแล้ว

ร่างเดิมน่ะไม่คู่ควรกับเธอเลยสักนิด ฝีมือห่างชั้นกันเกินไป ต่อให้ฝืนคบกันต่อไป หลังแต่งงานไปก็คงไม่พ้นต้องถูกอีกฝ่ายข่มเหงแน่นอน

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 10 - เยี่ยชุ่นซิน เพื่อนเล่นในวัยเยาว์

คัดลอกลิงก์แล้ว