เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 242 - แกน่ะตายไปแล้ว (5) [06-12-2019]

บทที่ 242 - แกน่ะตายไปแล้ว (5) [06-12-2019]

บทที่ 242 - แกน่ะตายไปแล้ว (5) [06-12-2019]


บทที่ 242 - แกน่ะตายไปแล้ว (5)”

จิตใจของเทลาก้าในตอนนี้กำลังสับสนวุ่นวายอย่างมาก ทั้งๆที่เขาได้ไปทั่วทั้งทวีปดาเรย์พร้อมกองทัพมังกรทั้ง 5,000 แต่ว่าสิ่งที่พวกเขาได้เจอกลับมีแต่การปะทะกับสวนอาทิตย์อัสดงเท่านั้น และเขายังจเอกับพวกกองทัพสวรรค์และกองทัพจรัสแสงที่กำลังเข้ามาอีกด้วย

เขากระทั่งยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่สร้างเรื่องวุ่นวายนี่เป็นใคร แต่ว่าจากการที่ฝ่ายสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งสี่ฝ่ายมารวมกันที่นี่แล้วทำให้ในมุมมองของเทลาก้าก็ยังต้องถอนหายใจ

[มันเป็นไปได้ด้วยงั้นหรอที่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำจะซ่อนตัวตนได้ดีแบบนี้? หรือว่าบางทีเจ้านั่นอาจจะตายไปในระหว่างสู้กับสวนอาทิตย์อัสดงไปแล้ว...?]

[ท่านเทลาก้า ทำไมเราไม่ขยายขอบเขตการค้นหากันล่ะ]

[ไม่ พวกนายต้องอย่างแยกกัน แค่ทูตสวรรค์ เทวดาตกสวรรค์ หรือผู้เฝ้าประตูของสวนอาทิตย์อัสดงแม้แต่แค่คนเดียวก็มากพอจะฆ่าพวกนายทั้งหมดแล้ว จำเรื่องนี้เอาไว้ด้วย]

[ขะ เข้าใจแล้วครับ]

ระหว่างทางเทลาก้าก็ยังได้รับการติดต่อมาจากค่ายของกองทัพปีศาจวิบัติอีกด้วย แต่แน่นอนว่าเขาไม่สนใจ พวกนั้นคงจะมาประจบเขาหลังจากเสียใจที่สร้างความขัดแย้งกับเทลาก้า แต่ว่าพวกพันธมิตรที่ไรประโยชน์มันอันตรายยิ่งกว่าศัตรูซะอีก เขาไม่อยากจะไปร่วมมือกับพวกนั้นอีกแล้ว

ยังไงก็ตามถ้าพวกระดับสูงรู้เรื่องนี้พวกนั้นคงจะโกรธแน่ และเพื่อป้องกันเรื่องนี้เขาก็จะต้องกันไม่ให้มีการติดต่อใดๆไปให้กับสำนักงานใหญ่ที่อยู่กำแพงแห่งความโกลาหล ตอนนี้พวกนั้นคงจะเจ็บปวดมากๆสินะ เขารู้สึกดีขึ้นนิดๆแล้วสิ

[ฮึ่ม นี่แหละคือสิ่งที่ต้องชดใช้สำหรับพวกงี่เง่านั่น]

แน่นอนว่าในตอนนี้ 'พวกงี่เง่า' นั่นได้ถูกกำจัดออกไปแล้ว แต่ว่าเทลาก้าไม่เคยจะคิดถึงเรื่องแบบนี้เลย โดยเฉพาะที่ว่ามีสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่เขากำลังค้นหาอยู่กล้าบุกเข้าไปในค่ายที่มีแต่สิ่งมีชีวิตชั้นสูง

[ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าหมอนี่มันใช้วิธีไหนซ่อน แต่ว่านี่มันแทบจะซ่อนตัวได้สมบูรณ์แบบแล้ว ฉันไม่ชอบแบบนี้เลยสักนิด แต่ว่าฉันก็ทำได้แต่ต้องเฝ้าระวังในสถานการณ์นี้... ไม่สิ]

เทลาก้าได้คิดนิดหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น

[นับจากนี้ไปเราจะไปโจมตีกองทัพสวรรค์ตรงๆ]

มังกรที่เหนื่อยเล็กน้อยจากการค้นหามาตลอด ได้แต่กระพริบตาสับสนกับคำประกาศก้าวของเทลาก้า

[ไม่ใช่ว่าท่านเพิ่งจะบอกว่าเราต้องเฝ้าระวังในสถานการณ์นี้หรอกหรอ?]

[ถ้าในโลกนี้มีแค่เรางั้นจะช้าหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ยังไงก็ตามในตอนนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้น หยุดไปคิดถึงพวกหลบซ่อนได้แล้ว ถึงพวกนายจะรู้ว่านี่ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลย แต่ว่าพวกนายก็ได้แต่ต้องก้าวไปต่อในเมื่อก้าวเท้าออกมาแล้ว]

อย่างน้อยที่สุดเทลาก้าก็ได้ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด ในโลกที่หยุดพัฒนาลง เขาได้ดิ้นรนกระเสือกกระสนจนกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ยิ่งหลังจากเขากลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ความฝันของเขาก็ยิ่งกว้างไกลยิ่งขึ้นไปอีก เขาได้เอาตัวเองเข้าไปในสนามรบแล้วสนามรบครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อที่จะไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้นไปอีกเขาก็แทบจะตายไปหลายครั้งแล้ว แต่ว่านี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงได้มาอยู่ในคลาส 6 ในเวลาไม่กี่ปีอีกด้วย

แน่นอนว่าการทำอะไรด้วยความเสี่ยงมันก็ไม่ดีเช่นกัน ดังนั้นเทลาก้าจึงอธิบายเหตุผลที่ทำไมเขาถึงไปโจมตีทูตสวรรค์ออกมา

[ภายนอกพวกเราในตอนนี้คือกำลังเป็นพันธมิตรกับกองทัพจรัสแสง ดังนั้นการไปเป็นศัตรูกับพวกนั้นจึงไม่เป็นเรื่องดีเลย การถูกพวกระดับสูงพวกกดลงมามันไม่ดีเลยสักนิด นอกไปจากนี้สวนอาทิตย์อัสดงก็น่าจะเคร็งเครียดจากการถูกโจมตีอยู่แล้วเช่นกัน ดังนั้นการไปยั่วยุพวกนั้นก็ไม่ได้อะไร ส่วนอีกด้านทางฝั่งกองทัพสวรรค์ที่เพิ่งมาถึงโลกใบนี้ทำให้พวกมันยังไม่ได้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของที่ดาเรย์ดีนะ นี่แหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วที่จะเข้าโจมตี แต่แน่นอนว่าฉันไม่ได้คิดที่จะไปสู้แบบเอาถึงตาย หลังจากที่การซุ่มโจมตีได้ผลแล้วเราจะถอยกันทันที]

[ทูตสวรรค์... เข้าใจแล้วครับ พวกเราจะไปเตรียมพร้อม]

[ถ้าเป็นเวทย์รวมพลังเวทย์ของเราทั้งหมด ต่อให้จะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็จะ...]

หลังจากได้ยินว่าพวกเขาจะต้องไปซุ่มโจมตีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงพวกเขาต่างก็ตึงเครียดขึ้นมา ในระหว่างเทลาก้ากำลังเปิดใช้งานเวทย์ค้นหามานาของทูตสวรรค์ที่เขาสัมผัสได้เมื่อครั้งล่าสุด พวกมังกรคนอื่นๆต่างก็ปลอบตัวเอง

แต่ก็แน่นอนว่ามีเวทย์แทรกแซงที่กองทัพสวรรค์ได้ร่ายเอาไว้ทั่วทั้งโลกเพื่อลบร่องรอย แต่เทลาก้าคือสิ่งมีชีวิตคลาส 6 และยังมีสายเลือดของมังกรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเวทมนตร์เป็นพิเศษอีก ทำให้เขามั่นใจว่าเขาจะหาได้เจอแน่นอน

[ดีล่ะ เจอแล้ว]

ริมฝีปากของเทลาก้าได้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มออกมา ในตอนนี้เขารู้ถึงที่อยู่ที่ทูตสวรรค์รวมกันอยู่แล้ว

[รวมเวทย์ทุกคนด้วยกันแล้วร่ายเวทย์ต้านการจดจำกับฉัน ฉันจะไปซุ่มโจมตีพวกมันทำให้เกิดความวุ่นวายก่อนแล้วพวกนายค่อยตามมา ไม่ว่าพวกนายจะอ่อนแอแค่ไหนแต่หากอยู่รวมกันอย่างน้อยก็จะต้องฆ่าได้สักสิบคน ยิ่งเราสู้ด้วยเอาชีวีตเข้าแลกพวกนายก็จะแกร่งขึ้น]

[เข้าใจแล้วครับ!]

[พวกเราจะเอาชีวิตไปทิ้งกัน!]

แม้ว่าจะมีคนไม่ชอบกับวิธีการของเทลาก้า แต่ว่าก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมา พวกเขาได้แต่ทำตามเท่านั้นเอง

เทลาก้าก็รู้ดีว่ามีคนที่ไม่ได้ภักดีกับเขามากขนาดนั้น แต่่ว่าเขาก็ไม่สนใจเลย ก็แค่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำทำไมเขาต้องไปสนใจด้วย

[พวกเรากำลังจะไปลบทุกๆอย่างกัน]

กองทัพมังกรได้เคลื่อนพลกันแล้ว การฆ่าทูตสวรรค์สักคนมันก็เพียงพจะยกระดับต่ำแหน่งในกองทัพปีศาจวิบัติให้เขาแล้ว! แต่ว่าเทลาก้าไม่ได้รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคพวกของเขาเลย เขาในตอนนี้กำลังฝันหวานอยู่

ในขณะเดียวกันยูอิลฮานที่เป็นผู้ทำลายฝันของเทลาก้าได้พาคนที่เหลือทั้งหมดเข้ามาในป้อมปราการทั้งสองพร้อมทั้งได้รับการติดต่อมาจากเอิลต้าและเผยตำแหน่งของเขาให้กับทูตสวรรค์รู้

[ไม่เจอกันนานเลยนะยูอิลฮาน]

โชคชะตามันช่างเล่นตลกอะไรกันนะ? คนที่มาหาเขาก็คือทูตสวรรค์ที่เป็นหนึ่งในคนที่ทำพันธสัญญากับเขา สเปียร่า

[นายแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ เอาเถอะ ในเมื่อนายทนผ่านสภาพแวดล้อมของโลกที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องมาได้นี่มันก็เป็นเรื่องธรรมแล้วล่ะเนอะ]

"ไม่เจอกันนานเลย สเปัยร่า"

ยูอิลฮานไม่มั่นใจในเรื่องการซ่อนสีหน้าของเขาเลย แต่จากการที่เห็นรอยยิ้มจากสเปียร่ามันก็ดูเหมือนว่าเขาจะทำสำเร็จ

[คนที่รู้ที่ที่นายอยู่มีแค่เอิลต้ากับฉันเท่านั้น ฉันเป็นคนที่อยากจะมาที่นี่และเอิลต้าก็ให้โอกาสนี้กับฉัน]

ใช่ จริงๆนั่นแหละ เขาได้คิดทั้งวันว่าจะจัดการกับเธอยังไง แต่ยังไงก็ตามสเปียร่าก็ดูจะไม่รู้เลย เธอแค่หยักหน้าด้วยความอึดอัดใจเท่านั้นเอง

[ถึงฉันจะไม่ได้ช่วยอะไรนายเลย แต่นายก็ได้เรียนรู้การหนีออกมาจากโลกนั่นด้วยตัวเองแล้ว นี่มันน่าทึ่งมากๆเลยนะ มันเป็นพลังที่ได้มาใหม่จากคลาสรองงั้นหรอ?]

"ใช่แล้ว"

[งั้นเอิลต้าก็พูดถูกสินะ นายน่ะอยู่เหนือกว่าที่ฉันคิดเสมอเลย... ฉันยินดีมากเลยจริงๆนะที่ได้มาเจอนายอีกครั้งแบบนี้]

"...อืม ฉันก็ด้วย"

ยูอิลฮานได้คิดว่าจิตใจของคนนั้นลึกลับมากๆ นี่มันเพราะว่าเขาไม่คิดว่าสเปียร่าจะโกหกเลย ในตอนนี้เธอรู้สึกยินดีจริงๆที่ได้มาเจอกับเขา และได้เห็นเขาปลอดภัย

ยูอิลฮานไม่รู้ว่าเธอมีบทบาทอย่างไรในการเจรจาระหว่างกองทัพสวรรค์กับฝ่ายอื่นๆ แต่ว่าจากการที่เห็นเธอเกลียดพวกทรยศมาก เขาก็พอจะเดาได้ว่าหากเป็นฝ่ายอื่นๆเธอคงไม่แสดงทัศนคติในแง่บวกแบบนี้แน่

แต่ถึงแบบนั้นการที่กองทัพสวรรค์ทอดทิ้งโลกของเขามันก็ยังเป็นเรื่องจริงด้วย และยังมีการที่พวกกองทัพสวรรค์ทอดทิ้งเด็กๆไร้เดียงสาโดยไม่แยแสเลยแม้แต่นิดอีกด้วย

แม้ว่าตัวสเปียร่าจะไม่ใช่คนที่จิตใจชั่วร้าย แต่เธอก็เห็นด้วยกับทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์กับองค์กรของเธอ นี่มันไม่ใช่ว่าเธอเป็นเหมือนพวกคลั่งศาสนางั้นหรอ? หรือว่าเพราะความเห็นของเธอคนเดียวมันไร้ความหมายในสังคมแบบนั้นกันนะ? ยูอิลฮานได้เริ่มกลัวกับกองทัพสวรรค์ เขายังกลัวว่ากองทัพของเขาเองก็จะเป็นแบบนั้นด้วย แต่ว่าพอคิดแบบนั้นแล้ว พวกเขาก็เป็นแบบนั้นไปแล้วเหมือนกัน

ระหว่างที่ยูอิลฮานกำลังคิดถึงทิศทางที่เขาจะนำกองทัพของเขาไปต่อในอนาคต สายตาของสเปียร่าก็คมกริบขึ้นมา

[แล้วนายได้เรียนหอกสะบั้นจักรวาลไหม?]

"ไม่ ฉันยังไม่ได้เรียน"

[นายยังมีพื้นที่ในการพัฒนาอีกมาก แต่ว่าทำไมนายถึงไม่เรียนหอกสะบั้นจักรวาลล่ะ! นายรู้ไหมว่าฉันจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อที่จะสอนเทคนิคนั่นให้กับนาย!]

ไม่หรอก บางทีในใจของเธอยูอิลฮานอาจจะเป็นคนที่มากกว่าคนที่เรียนเทคนิคของเธอไป ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมา เขาคิดว่าเธอคนนี้ก็แทบจะเหมือนกับเลียร่าเลย

[ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะสอนนายไม่ได้เพราะมีสงครามอยู่ แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เราทำให้สงครามเป็นชัยชนะของเราได้เมื่อไหร่ ตอนนั้นฉันก็จะสอนให้นายจริงๆจังๆได้ แล้วก็นะ... ใช่แล้ว ไปที่โลกนายก็ด้วย ฉันจะเป็นส่วนหนึ่งในพลังของนาย]

"ใช่แล้ว ไปที่โลกฉันด้วยกัน"

ยูอิลฮานได้หยักหน้ายอมรับคำพูดของเธอและยื่นมือออกไปจับมือเธอ

"ฝากตัวด้วยนะสเปียร่า"

[ฉันก็ฝากตัวด้วยยูอิลฮาน ฉันเริ่มจะชอบนายแล้วสิ ฉันจะรอวันที่นายจะเข้ามาในกองทัพสวรรค์นะ]

ทั้งสองคนต่างก็จับมือกันด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกัน การเป็นพันธมิตรแค่เพียงเปลือกนอกได้เกิดขึ้นมาแล้ว

[แล้วนายจะมารวมกับเราไหม?]

"ไม่หรอก เธอก็รู้นี่ว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉันก็คือการซ่อนตัว ฉันจะให้ความร่วมมือกับพวกเธอ แต่ว่าฉันจะรักษาระยะห่างระหว่างเรากับค่ายหลักของกองทัพสวรรค์"

[...นี่นายกำลังจะบอกว่านายจะซ่อนป้อมปราการขนาดใหญ่สองอันนี่จากสายตาของสิ่งมีชีวิตชั้นสูง?]

ยูอิลฮานได้เปิดช่องเก็บของเขาเล็กๆ เมื่อได้เห็นภูเขาซากศพภายในได้ทำให้สเปียร่าหมดคำพูดไป

[นี่มัน...]

"เพราะแบบนี้กองทัพปีศาจวิบัติก็น่าจะอ่อนแอลงไปแล้ว มังกรคลาส 6 ก็น่าอันตรายอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามมันก็ดีกว่าการเข้าไปโจมตีสวนอาทิตย์อัสดงแหละนะ"

[ฉันก็ไม่ได้ไม่ชอบการต่อสู้หรอกนะ แต่ว่าฉันตามการบุกของนายไม่ทันเลยจริงๆ... ฉันเข้าใจจุดยืนของนายแล้ว ทำตามนายต้องการเถอะ ไม่สิ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้การที่นายซ่อนตัวในเงามืดมันก็คงดีกับฉันมากกว่าซะอีก]

"แน่นอนสิ"

สเปียร่าได้ส่ายหัวออกมาและลงมายืนบนป้อมปราการ ทันใดนั้นเองเธอก็เอียงหัวออกมา

[นี่... เลียร่าอยู่ที่นี่?]

"เธอกำลังหลับอยู่ ฉันได้ยืมมือเธอสร้างผลลัพธ์ที่เธอเพิ่งเห็นไปนี่แหละเลยทำให้เลียร่าเหนื่อยมาก"

[...เธอกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำแล้ว?]

"ใช่แล้ว"

[แล้วเธอก็ได้นายไปแล้ว?]

"ใช่แล้ว"

รอยยิ้มบนริมฝีปากของสเปียร่าได้ขมขื่นขึ้นมา ยังไงก็ตามในเวลาต่อมาเธอก็หยักหน้ายิ้มเจิดจ้าให้กับยูอิลฮานอย่างไม่เคยมีมาก่อน

[ดีจังเลยนะ มันถึงเวลาเธอได้ปลดปล่อยแล้ว เธอแคร์นายมากยูอิลฮาน ถ้าเป็นนายในอนาคต... นายจะต้องปกป้องเธอได้แน่]

"เธอไม่ขอให้เลียร่ากลับไปที่กองทัพสวรรค์งั้นหรอ?"

[ตอนนี้ฉันเข้าใจว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่แล้ว เธออาจจะวางความคาดหวังที่เป็นไปได้ยากเอาไว้ แต่ว่านายกลับน่าทึ่งจนทำให้ความคาดหวังของเธอล้นจน 120% ไปแล้ว แต่ว่านะ... ฟุฟุ]

ยูอิลฮานมั่นใจเลยว่าในเวลานี้เขาได้เห็นสีหน้าของสเปียร่าคล้ายกับสีหน้าของคนที่เกลียดชังในตัวเอง

[ถ้านายเข้ามาในกองทัพสวรรค์ ถ้างั้นเลียร่าก็จะกลับมาเอง ฉันมั่นใจว่าเธอคงจะพูดอะไรอย่างการแต่งงานในสวรรค์แน่ ดังนั้นฉันก็คงไม่มีอะไรจะพูดกับเลียร่าแล้วล่ะ]

หลังจากพูดจบสเปียร่าก็หยิบหอกออกมายืนข้างๆยูอิลฮาน

[ไปกันเถอะยูอิลฮาน ฉันเคยคิดไว้ว่าจะได้สู้เคียงข้างนายก็ต่อเมื่อนายกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง แต่ว่าฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้]

"เธอพูดถูก ฉันก็ไม่เคยคิดเลยว่าวันแบบนี้จะมาถึง"

ชีวิตคือเรื่องตลก ในตอนที่ยูอิลฮานถูกทิ้งเอาไว้เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะกลายมาเป็นคนที่มีพลังมากขนาดนี้จนมามีส่วนร่วมในสงครามใหญ่ๆได้เพียงแค่เพื่อต้องการเอาชีวิตรอด เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขายังจะต้องมาปิดบังความตั้งใจจริงต่อสเปียร่าอีกด้วย

"มันตลกจริงๆเลยเนอะ"

[ก็จริงแหละนะ]

ทั้งสองคนได้ยิ้มให้กันสั้นๆและมองออกไปด้านหน้า ยูอิลฮานได้ทำให้ป้อมปราการทั้งสองเข้าสู่การปกปิดตัวตนและเปิดใช้งานวงเวทย์โดยไม่ลังเลใจ

ในสถานที่ที่พวกเขาได้ไปคือที่ที่มังกรกับทูตสวรรค์กำลังทำสงครามกันอยู่

จบบทที่ บทที่ 242 - แกน่ะตายไปแล้ว (5) [06-12-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว