- หน้าแรก
- จุติเทพธิดาวังหลัง พลิกวิถีสนมสยบหมื่นเซียน
- บทที่ 30 - กายศักดิ์สิทธิ์วิถีกสิกรรมโดยกำเนิด
บทที่ 30 - กายศักดิ์สิทธิ์วิถีกสิกรรมโดยกำเนิด
บทที่ 30 - กายศักดิ์สิทธิ์วิถีกสิกรรมโดยกำเนิด
บทที่ 30 - กายศักดิ์สิทธิ์วิถีกสิกรรมโดยกำเนิด
ห้องสี่ห้อง ห้องที่ใหญ่ที่สุดย่อมเป็นของตู้ซิงเหอ
ซินเย่ว์ดูขนาดห้องแล้วถามว่า "ในเมื่อมีฉากกั้น มิสู้ให้ข้านอนพื้นในห้องอาจารย์ จะได้คอยปรนนิบัติอาจารย์ได้ตลอดเวลา"
เซินสุ่ยงง "เจ้าอยู่กับอาจารย์จะปรนนิบัติอะไร ข้าเอาด้วย"
"กลางดึกอาจารย์หิวน้ำไม่ต้องลงจากเตียง ข้าไปตักน้ำต้มน้ำ ยกไปป้อนถึงเตียงได้"
"อาจารย์งดอาหารแล้ว ฝุ่นผงไม่เกาะกาย ต่อให้เจ้าจะซักผ้าให้อาจารย์ ก็ไม่เห็นต้องนอนห้องเดียวกันเลย"
นางโดนตอกกลับจนพูดไม่ออก ในใจก่นด่าไอ้ลิงบ้านี่ที่พูดภาษาคนได้แต่ไม่รู้ประสา น่าจะเอาเชือกผูกห้อยไว้บนต้นไม้ซะให้รู้แล้วรู้รอด นางหันไปมองตู้ซิงเหอด้วยสายตาน้อยใจ "อาจารย์ ท่านว่าไงเจ้าคะ?"
"ข้าว่าไง? ฟังเจ้าพูดจบ ข้าว่าข้าไม่ได้กำลังสร้างรากฐานแล้วล่ะ ข้าเป็นอัมพาตมากกว่า"
ช่างเป็นลูกศิษย์ที่ชอบคิดมากจริงๆ
ตู้ซิงเหอพอจะเข้าใจความกังวลของนาง ซินเย่ว์ยังคงฝังใจเรื่องที่ตู้ซิงเหอเป็นคนพิการ และรู้สึกติดหนี้บุญคุณอาจารย์มหาศาล กลัวว่าหากตนเองไม่มีประโยชน์จะโดนทอดทิ้ง ตู้ซิงเหอบอกซินเย่ว์ว่าอย่าคิดเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ "รากปราณฟ้าเอามาทำงานบ้านให้ข้าเสียของเปล่าๆ ตบะเจ้าสูงขึ้นเมื่อไหร่ มีโอกาสตอบแทนข้าอีกเยอะ... รอเจ้าถึงขั้นกลั่นลมปราณสูงสุดข้าจะให้ยาจู้จี เจ้าไม่ต้องโขกหัวขอบคุณหรอก เก็บความตั้งใจไว้ในใจ เส้นทางสายนี้ยังอีกยาวไกล"
นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากถุงเก็บสมบัติ ตัดเป็นรูปคนตัวเล็กหัวกลมๆ อัดพลังวิญญาณเข้าไป มันก็ม้วนตัวและลุกขึ้นมาช่วยยกของย้ายของในห้องอย่างขยันขันแข็ง
"แรงงานน่ะ เป็นสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดในโลกบำเพ็ญเพียร"
เห็นหุ่นกระดาษที่คล่องแคล่วว่องไว รูม่านตาของซินเย่ว์ก็หดเกร็ง
ตู้ซิงเหอบอกว่านางมีพรสวรรค์รากปราณฟ้า แต่นางรู้ดีกว่าใครว่าคนในโลกบำเพ็ญเพียรมองผู้บำเพ็ญเพียรหญิงรากปราณน้ำอย่างไร นางเกลียดฮ่องเต้ต้าเสวียนที่คิดจะใช้นางเป็นเตาหลอมมากแค่ไหน ก็ยิ่งเทิดทูนอาจารย์ที่ช่วยชีวิตและมอบชีวิตใหม่ให้นางมากเท่านั้น แทบอยากจะรับใช้อาจารย์ทุกอย่าง นางกล่าวขอโทษ "อาจารย์พูดถูก ข้าคิดน้อยไปเอง"
ตู้ซิงเหอส่ายหน้า "เจ้าแค่ยึดติดกับรูปลักษณ์เกินไป"
ซินเย่ว์ไม่เข้าใจความหมายของคำว่ายึดติดกับรูปลักษณ์ แต่นางจำคำนี้ไว้ใส่ใจ ความสามารถของนางมีประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น การบำเพ็ญเซียนจะมองแค่ที่ดินผืนน้อยตรงหน้าไม่ได้
ถ้ำบำเพ็ญเพียรต้องรอการฟื้นฟู ข้างล่างเป็นบึงโคลน รอบด้านเป็นหมอกพิษกัดกร่อนพลังวิญญาณ นี่ไม่ใช่ทำเลที่ดีเลยจริงๆ ข้อดีคือมันถูกค้นพบด้วย 【ส่องรอยจักรพรรดิ】 พลังวิญญาณเพียงพอ...
ถ้าเป็นที่ที่สวยงามและดีพร้อมทุกอย่างจริง ป่านนี้พวกสำนักใหญ่ที่ร่ำรวยคงยึดไปหมดแล้ว ไม่เหลือมาถึงมือตู้ซิงเหอหรอก หาที่ซุกหัวนอนเพื่อบำเพ็ญเพียรได้ขนาดนี้ นางก็พอใจแล้ว
รอบๆ ไม่มีแหล่งน้ำ นางโยนยารวมวารีที่ซื้อจากตลาดลงไปในบ่อ ก็ดูดซับน้ำจากฟ้าดินมาได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อจัดการเรื่องน้ำกินน้ำใช้เสร็จ ตู้ซิงเหอก็ให้เซินสุ่ยพรวนดินในพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ของถ้ำ หินกรวดในดินถูกนางดีดนิ้วทีเดียวกลายเป็นผงหิน แล้วเทดินวิญญาณที่เตรียมไว้ในถุงเก็บสมบัติลงไป
ซินเย่ว์ดีใจ "อาจารย์จะทำนาเหรอ? เรื่องนี้ข้าถนัด ที่บ้านข้าทำนามาก่อน ให้ข้าดูแลได้ไหม?"
"พืชวิญญาณกับการทำนาทั่วไปต่างกันนิดหน่อย ในเมื่อเจ้าถึงระดับกลั่นลมปราณแล้ว ข้าจะสอนวิชาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้... ดูให้ดี"
ตู้ซิงเหอยกมือขึ้น นิ้วมือพลิกแพลงก่อเกิดพลังวิญญาณ ละอองน้ำสีขาวรวมตัวกันเหนือแปลงนา เหมือนมีหมอกปกคลุมชั้นหนึ่ง พริบตาเดียว ดินที่ได้รับน้ำชุ่มฉ่ำก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม
"นาวิญญาณจะดึงดูดแมลงวิญญาณ ใช้มีดธรรมดากำจัดไม่ได้ ถ้าจะทำก็ต้องทำให้ดี ห้ามบ่นเหนื่อยนะ"
บนบึงโคลนพลังวิญญาณหนาแน่น ง่ายต่อการเกิดแมลงวิญญาณ
ซินเย่ว์ไม่กลัวเลยสักนิด นางคำนวณไว้เสร็จสรรพ "ก่อนหน้านี้ได้ยินอาจารย์บอกว่าข้าววิญญาณคืออาหารที่ผู้บำเพ็ญเพียรควรกิน ข้าช่วยเรื่องอื่นไม่ได้ การดูแลนาวิญญาณก็ได้ใช้วิชา ได้ทำประโยชน์ด้วย... งานดีนี่นา! ข้าทำเป็น อาจารย์ยกหน้าที่นี้ให้ข้าเถอะ"
พูดมาขนาดนี้ ตู้ซิงเหอก็ปล่อยให้นางทำไป
แต่ชื่อเจ้าของนาวิญญาณยังคงเป็นของนาง และยังคงได้รับผลจาก "รัศมีลูกดกพูนสุข" ต่อไป
เมื่อลงทะเบียนความเป็นเจ้าของถ้ำเรียบร้อย ป้ายหน้าถ้ำก็ค่อยๆ ปรากฏตัวอักษรขึ้นมา
"ตำหนักอย่ามาบ้าแถวนี้" ได้กลับมาปรากฏต่อสายตาผู้คนอีกครั้ง
ตู้ซิงเหอเว้นพื้นที่ไว้แค่ลานฝึกยุทธ์ ที่เหลือขุดเป็นนาวิญญาณทั้งหมด นางจะรีดเค้นสวัสดิการที่ระบบมอบให้จนหยดสุดท้าย ไม่ยอมให้เสียของ ภายใต้การจัดการของนาง คาแรคเตอร์ของนางในระบบวังหลังไร้เทียมทานจึงกลายเป็นสนมคนโปรดที่มีตำหนักส่วนตัวแต่ดันคลั่งไคล้การทำนา
โฮสต์อยากปลูกก็ปลูกไปเถอะ ในละครวังหลังมักเปรียบเปรยคนดั่งดอกไม้ ชีวิตนางเอกควรรายล้อมด้วยหมู่มวลดอกไม้สิ
ปัญหาคือนางปลูกแต่ข้าววิญญาณ
นางปลูกข้าวสวยร้อนๆ ล้วนๆ
ระบบขอร้อง: 【ปลูกดอกไม้ใบหญ้าสวยๆ หน่อยไม่ได้เหรอ?】
ตู้ซิงเหอเดาะลิ้น "ข้าวขาวเม็ดอวบอ้วนสวยจะตาย ของไร้รสนิยม"
ระบบบอกว่าดอกไม้มีความหมายแฝงพิเศษในวังหลัง ให้นางอย่ามาเสียใจทีหลังที่มัวแต่ปลูกข้าว
ตู้ซิงเหอไม่สนใจมัน
จะให้ว่าร้ายข้าวต่อหน้าคนจีน มันเนรคุณบรรพบุรุษเกินไปแล้ว
และแล้ว เมื่อข้าวสุกงอม ข้อมูลแนะนำตัวในหน้าต่างสถานะของนางก็เพิ่มมาอีกบรรทัด
【ต้นข้าว】——นางผู้มีความงามโดยกำเนิด หลังจากเข้าวังก็ได้ให้ผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์ ในกำแพงวังลึกแห่งนี้ นางคือรวงข้าวที่เม็ดอวบอิ่มที่สุด สีใสกระจ่าง และเป็นข้าวสวยของฮ่องเต้
......
หลังสร้างถ้ำที่เทือกเขาปาโยวหนาน ชีวิตก็เป็นระเบียบขึ้น
ตู้ซิงเหอสอนวิชาพื้นฐานให้ซินเย่ว์ นอกจากฝึกวิชาแล้วนางก็ดูแลนาวิญญาณ อัตราการเติบโตของนาวิญญาณสัมพันธ์กับความเข้มข้นของพลังวิญญาณโดยรอบ ที่นี่มันงอกงามดีมาก ไม่ถึงสองเดือนก็เก็บเกี่ยวได้
ตากแห้ง สีข้าวเสร็จ ได้ข้าววิญญาณตั้งห้าร้อยจิน!
"นี่คือวิชาเซียนหรือ?"
ซินเย่ว์มองผลผลิตอย่างเหม่อลอย นึกถึงเมื่อก่อนปีที่เก็บเกี่ยวไม่ดี หมู่บ้านตระกูลกงต้องอดอยาก บางครั้งได้ยินเสียงทารกร้องไห้จากบ้านข้างๆ แต่กลับไม่เห็นแม่บ้านข้างๆ อุ้มลูกออกมาเดินเล่น
เซินสุ่ยสงสัย "นี่ถือว่าเยอะเหรอ?"
"เยอะสิ ทั้งจวนรวมกันยังไม่ถึงหนึ่งหมู่เลยมั้ง ได้ขนาดนี้ชาวนาฝันหวานจนตื่นแน่"
ซินเย่ว์คิดในมุมของการปลูกข้าวธรรมดา นึกว่าข้าววิญญาณสมบูรณ์แบบ... ความจริงแล้ว ข้าววิญญาณสมบูรณ์แบบจริง แต่การปลูกเต็มไปด้วยความยากลำบาก นอกจากสุกเร็วที่เป็นข้อดีข้อเดียวแล้ว ต้นทุนสูง ผลผลิตต่ำ ราคาถึงได้แพง
ที่ได้ผลผลิตขนาดนี้ หลักๆ คือผลจาก "ลูกดกพูนสุข" รองลงมาคือการบำรุงจากพลังวิญญาณโดยรอบและรากปราณน้ำบริสุทธิ์ของซินเย่ว์ทุกวัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
ให้นักปลูกถ่ายวิญญาณในทวีปผิงอวิ๋นมาเห็นผลผลิตนี้คงคลั่งตาย
นับยอดผลผลิตเสร็จ ซินเย่ว์ก็เชิญตู้ซิงเหอมา รายงานผล
เพราะนางไม่รู้ว่าสำหรับนาวิญญาณแล้วนี่ถือว่ามากหรือน้อย ต้องรออาจารย์บอก
ตู้ซิงเหอพยักหน้า "อืม ทำได้ดี"
ความขยันของซินเย่ว์นางเห็นอยู่ในสายตา
คำชมว่าทำได้ดีเพียงคำเดียว ทำให้ซินเย่ว์ตาเป็นประกาย ตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ
"ข้าไปทำกับข้าวให้อาจารย์นะเจ้าคะ!"
ในดวงตาของนาง มีประกายตะขอลับๆ
ถึงระดับกลั่นลมปราณขั้นปลายได้เร็วขนาดนี้ นอกจากพรสวรรค์รากปราณเดี่ยวแล้ว ยังพิสูจน์ถึงจิตใจที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของนางด้วย
กลับเข้าห้อง ตู้ซิงเหอเปิดใช้งานแผ่นหยกสื่อสาร ตั้งกระทู้ถามในบอร์ดเสวนาธรรม
นิรนาม: ลูกหลานปลูกเล่นๆ หลังบ้าน ที่นาไม่ถึงหนึ่งหมู่ เก็บเกี่ยวข้าววิญญาณได้ห้าร้อยจิน ถือว่าอยู่ระดับไหนในหมู่นักปลูกถ่ายวิญญาณ?
【กายศักดิ์สิทธิ์วิถีกสิกรรมโดยกำเนิด ประโยคเดียวทำนักปลูกถ่ายวิญญาณอกแตกตายไปห้าคน】
【พูดงี้ละกัน มีพรสวรรค์นี้ต่อให้เจ้าเป็นรากปราณขยะ สามสำนักใหญ่ก็แย่งตัวกันรับเจ้าเข้าไปทำนา】
【วิธีดูถูกนักปลูกถ่ายวิญญาณมีตั้งหลายวิธี เจ้าเลือกวิธีที่โหดร้ายที่สุด... ช่างเถอะ ส่งลูกเจ้ามาที มาช่วยข้าปลูกนาทดลองเลื่อนขั้นหน่อย! ไหว้ล่ะ!】
【นาวิญญาณที่ข้าดูแลแทบตาย: วันนี้นักปลูกมองข้าเยอะไปนิด ข้าเหี่ยวตายดีกว่า
นาวิญญาณที่คนอื่นปลูกเล่นๆ: ถูไถมีชีวิตรอดไป ออกรวงเยอะๆ หน่อยไม่งั้นสูญพันธุ์แน่】
......
"ดูเหมือนนาวิญญาณของข้าผลผลิตใช้ได้ทีเดียว"
ตู้ซิงเหออ้างอิงคอมเมนต์ที่นักปลูกถ่ายวิญญาณบ่นอุบในกระทู้ แล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ
(จบแล้ว)