เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - ก่อตั้งสำนัก

บทที่ 20 - ก่อตั้งสำนัก

บทที่ 20 - ก่อตั้งสำนัก


บทที่ 20 - ก่อตั้งสำนัก

ก่อนลงเขา ตู้ซิงเหอไปหาปีศาจวานร เล่าเรื่องราวที่มาที่ไปโดยมีทั้งจริงและเท็จผสมกันให้ฟัง แล้วถามว่าอยากติดตามเธอเรียนรู้วิชาหรือไม่

ปีศาจวานรไม่เคยแม้แต่จะฝันว่าบรรพบุรุษของตัวเองจะเก่งกาจขนาดนั้น สัตว์วิญญาณก็แบ่งชนชั้น เช่น กิเลนเกิดมาก็มีสติปัญญา แต่ปีศาจวานรขึ้นอยู่กับวาสนา มันหวนนึกดู พ่อแม่ก็เป็นลิงธรรมดา อย่างมากก็แค่แข็งแรงและอายุยืนกว่าตัวอื่นนิดหน่อย มีเพียงตัวมันเท่านั้นที่แตกต่างจากตัวอื่น

พอเห็นตู้ซิงเหอยินดีรับมัน มันก็รีบคุกเข่าโขกหัวทันที รีบกราบอาจารย์นี้ไว้ก่อน กลัวเธอเปลี่ยนใจ

เพียงแต่หลังโขกหัว ปีศาจวานรก็ลังเล "ข้าไปแล้ว แล้วพวกมันจะทำอย่างไรเล่า?"

พวกมัน ก็คือลูกลิงทั้งฝูงในเขาสู่อวิ๋น

เจ้านี่ก็นับว่าเป็นปีศาจที่มีคุณธรรม

"ค่ายกลหลอมศพเมื่อก่อนถูกข้าทำลายไปแล้ว เดือนนี้เจ้าไม่เห็นหรือว่าทุกชีวิตบนเขาฟื้นตัวกลับมาหมดแล้ว? แต่ถ้าเจ้าตัดใจไม่ได้ ก็ช่างเถอะ"

ตู้ซิงเหอรับปากเทพวานรระดับจินตนาว่าจะช่วยดึงมันขึ้นมา แต่ถ้ามันไม่สมัครใจ เธอก็ไม่บังคับ

"ขออาจารย์รอข้าสักครู่ ข้าอยากไปลาลูกเมีย"

ดังนั้น ภายใต้การอนุญาตของตู้ซิงเหอ ปีศาจวานรกลับไปที่ถ้ำ ฝากฝังลูกเมียไว้กับตัวรองจ่าฝูง ขอให้ตัวรองจ่าฝูงเห็นแก่หน้ามัน รับเมียมันไปดูแล และช่วยดูแลชีวิตลูก ๆ ของมันด้วย กล้วยและผลไม้ที่มันสะสมไว้ก็ยกให้หมด

สำหรับฝูงลิง นี่เป็นการผลัดเปลี่ยนจ่าฝูงที่ปกติมาก ไม่ได้มีบรรยากาศเศร้าโศกอะไรเลย

"จัดการเรียบร้อยแล้ว?"

เห็นปีศาจวานรกลับมาหาเธอด้วยความดีใจ ตู้ซิงเหอจึงถาม

"เรียบร้อยแล้วขอรับ เมื่อก่อนบนเขาไม่มีอะไรกิน ข้าต้องหาทางลงเขาไปหาอาหาร ข้ากับมันเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตาย มันรับปากว่าจะดูแลเมียเก่าข้าอย่างดี รับรองว่าสามปีมีลูกสองคน ขยายเผ่าพันธุ์แน่นอน"

ตู้ซิงเหอกระตุกมุมปากเบา ๆ

ปีศาจพูดภาษาคนได้ ไปคลุกคลีในตำบลอวิ๋นซาน เรียนรู้สำนวนสี่ตัวอักษรมาแบบงู ๆ ปลา ๆ มีตรรกะและศีลธรรมปะปนกัน มุ่งเน้นความเรียบง่ายแบบขอแค่มีชีวิตรอดก็พอ

"ว่าไปแล้ว ฉันยังไม่ได้ถามชื่อเจ้าเลย"

ตู้ซิงเหอกำลังจะบรรจุปีศาจวานรเข้ากองทัพผู้ติดตาม แต่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่เคยถามชื่อ

"ข้าไม่มีชื่อหรอก อาจารย์ตั้งให้หน่อยสิขอรับ"

ตู้ซิงเหอก็ตั้งชื่อไม่เก่ง เธอเปิดระบบ ถามในใจว่ามีโปรแกรมสุ่มชื่อไหม

หนึ่งวินาทีต่อมา เธอมองหน้าจอที่เต็มไปด้วยชื่อต่าง ๆ เช่น "ชุนเซียง", "เซี่ยเซียง", "ชิวเซียง", "ตงเซียง", "ซือฉิน" ฯลฯ แล้วก็เงียบไป

รูปแบบการตั้งชื่อนี้มันรุนแรงเกินไป ตู้ซิงเหอสามารถตั้งชื่อนางกำนันได้เป็นโหลด้วยรูปแบบนี้

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตู้ซิงเหอก็ตั้งชื่อให้มันว่า 'เซินสุ่ย' มาจากดาวนักษัตรพยัคฆ์ขาว 'เซินสุ่ยหยวน' ปีศาจวานรไม่เข้าใจความหมาย แต่มันรู้สึกว่าตัวเองมีชื่อแล้ว ซึ่งแตกต่างจากลิงนับหมื่นนับพันตัว จึงดีใจเป็นล้นพ้น

"เซินสุ่ย เซินสุ่ย เซินสุ่ย..."

"เลิกเรียกได้แล้ว ขึ้นมา"

ตู้ซิงเหอร่ายเวท เหยียบลงบนกระบี่ที่ลอยอยู่ตรงหน้าเบา ๆ แล้วคว้าคอเสื้อด้านหลังของเซินสุ่ยขึ้นมาด้วย

ตอนนี้มันกลายเป็นร่างอนุภรรยาตระกูลลู่คนเดิม เพียงแต่ไม่ใส่เสื้อผ้า ดูแล้วช่างน่าปวดตาหน่อย ๆ ตู้ซิงเหอจึงให้มันยืนห่างออกไปบนกระบี่บิน "ต่อไปเจ้าไม่ต้องปรนนิบัตินายท่านลู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแปลงเป็นผู้หญิงก็ได้"

"ถ้าข้าแปลงเป็นผู้ชาย กลัวอาจารย์จะถีบตกกระบี่น่ะสิ"

เซินสุ่ยพูดอย่างรู้ดี

ในตัวมันมีสัญชาตญาณสัตว์ป่าอยู่บ้าง

ตู้ซิงเหอครุ่นคิดแล้วเห็นว่ามีเหตุผล จึงไม่ไปยุ่งกับมัน "พอไปถึงตำบลอวิ๋นซานแล้วค่อยหาเสื้อผ้ามาใส่ก่อน ทนเอาหน่อยก็แล้วกัน"

"ไม่เป็นไรขอรับอาจารย์ ข้าไม่ถือ"

ตู้ซิงเหอ: "แต่สายตาฉันถือ"

เซินสุ่ยดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจหน้าที่ของการใช้ผ้าปกปิดร่างกาย เมื่อก่อนมันแต่งตัวฉูดฉาดเพื่อดึงดูดนายท่านลู่ หากให้มันเลือกเสื้อผ้าเอง มันคงชอบชุดกันหนาวหนา ๆ ที่เน้นการใช้งานจริงมากกว่า

"งั้นรบกวนอาจารย์พาข้ากลับไปตระกูลลู่สักรอบ เสื้อผ้าข้าอยู่ที่นั่นหมดเลย"

ในจวนตระกูลลู่ นั่นมันชุดผู้หญิงล้วน ๆ

ตู้ซิงเหอชะงัก "เจ้าขอแค่ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ต่อให้เป็นผู้ชายฉันก็ไม่ไล่เจ้าหรอก"

แต่เซินสุ่ยดูออก ตอนที่มันอยู่ในรูปลักษณ์สตรี อาจารย์จะใจดีกับมันกว่าสามส่วน

แต่หารู้ไม่ว่า อาจารย์กำลังบันทึกชื่อมันลงในรายชื่อผู้ติดตาม——

【ครอบครองนางกำนันหนึ่งคน ได้รับคะแนน+100!】

......

อาชีฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ ก็ยิ่งเสียใจหนักกว่าเดิม "นายท่านยังตั้งชื่อให้มันด้วย!"

"เธอมีชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้อยู่แล้ว..."

"พ่อแม่ขายข้ามา ข้าเข้าสู่เส้นทางเซียนก็ตัดขาดจากอดีตแล้ว นายท่านตั้งฉายาทางธรรมให้ข้าเถอะเจ้าค่ะ"

อาจารย์ตั้งฉายาให้ศิษย์ ก็ถือว่าสมเหตุสมผล

ตู้ซิงเหอก็ตั้งตามชื่อดาวนักษัตร เพราะเธอเป็นเด็กผู้หญิง เธอจึงเลือกชื่อเพราะๆ ให้คือ 'ซินเย่ว์' "ดาวหัวใจธาตุไฟ รูปลักษณ์ดั่งจิ้งจอกเพลิง ตรงข้ามกับรากปราณของเจ้าพอดี"

รู้ว่าตู้ซิงเหอยอมรับนางเป็นศิษย์ แถมยังได้ฉายาทางธรรม ซินเย่ว์ก็ดีใจออกนอกหน้า:

"อาจารย์ลำบากแล้ว เดี๋ยวข้าไปต้มน้ำให้อาจารย์อาบนะเจ้าคะ"

พูดจบ ซินเย่ว์ก็ไปง่วนอยู่กับการทำงาน ช่วงนี้นางชินกับการทำงานบ้านด้วยมือเดียวแล้ว ไม่นานก็ต้มน้ำร้อนจัดเต็มถังให้อาจารย์ ตู้ซิงเหอถามนางว่าฝึกวิชาไปถึงไหนแล้ว มีอุปสรรคไหม

ซินเย่ว์คิดสักพัก "...ตอนเดินลมปราณ ดูเหมือนจะใช้เวลาน้อยกว่าที่อาจารย์บอกนะเจ้าคะ?"

ก็ตอนพลังวิญญาณไหลเวียนทั่วร่าง มันมีแขนให้เดินน้อยไปข้างหนึ่งนี่นา

ตู้ซิงเหอปลดเปลื้องเสื้อผ้า ลงไปแช่ในถังไม้

ซินเย่ว์เหลือบไปเห็นแผลที่ไหล่ของนาง ทั้งตกใจและปวดใจ เสนอตัวจะลองรักษาให้

"ลองดูก็ได้ แต่ตบะเจ้ายังตื้นเขิน ถ้าไม่ได้ผลก็ไม่ต้องท้อใจ"

ตู้ซิงเหอนึกถึงตอนนางรักษาแผลถลอกให้ตัวเอง จนเกือบแช่แข็งตัวเองเข้าห้องดับจิต

มือของซินเย่ว์แตะลงบนไหล่ของเธอเบาๆ ถ่ายทอดพลังวิญญาณที่มีอยู่น้อยนิดเข้าไปอย่างเก้งก้าง ใช้วิชารักษาที่แถมมากับ 'คัมภีร์กระบี่นิชาง' นางเพิ่งเรียนรู้พื้นฐานไปแค่นิดเดียว

ก็นางเสียมือขวาไป จะให้จับกระบี่คงไม่ได้

ไอเย็นแทรกซึมเข้าไป ทำให้ตู้ซิงเหอสบายตัวเหมือนฉีดยาชา ความเจ็บปวดพลันจางหายไปเกินครึ่ง แต่แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ซินเย่ว์ก็หน้าซีดเผือด เหงื่อไหลพราก เธอรีบห้าม: "พอแล้ว หยุดรักษาได้"

"อาจารย์ยังไม่หายดีเลย!"

ซินเย่ว์ดื้อดึง

ตู้ซิงเหอบีบแก้มเธอ ไม่ยอมให้เดินลมปราณอีก "ข้ายังไม่หายดี เจ้าก็จะหมดแรงเป็นลมไปซะก่อน"

พักผ่อนในห้องสักครู่ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ตู้ซิงเหอถึงให้เซินสุ่ยเข้ามาในห้อง จะสอนเพลงกระบองหลัวช่าให้ เพียงแต่เธอเผื่อใจไว้ ไม่ได้บอกเรื่องกระบองหลัวช่า เธอไม่ทำธุรกิจที่ไม่มีผลตอบแทน เทหมดหน้าตักให้ตั้งแต่แรก ใครเขาจะไปจำบุญคุณ

พอรู้ว่าหายนะของเขาสู่อวิ๋นเกิดจากผู้บำเพ็ญเพียรมนุษย์ เซินสุ่ยก็กระหายอยากครอบครองพลังแบบนั้นบ้าง จึงติดตามฝึกฝนอย่างซาบซึ้งใจ

การบำเพ็ญเพียรนั้นลำบาก ไม่เหมือนวันคืนที่กินดื่มนอนเที่ยวอย่างอิสระเสรีบนเขาเมื่อก่อน

แต่เซินสุ่ยบอกว่ามันทนความลำบากได้ มันกล่าวว่า "เมื่อก่อนลูกลิงบนเขาหิวตายตั้งเยอะ ว่าไปแล้วผู้บำเพ็ญเพียรนั่นก็ทำเพื่อบำเพ็ญเพียรไม่ใช่หรือ? ข้าอยากรู้ว่ามันดียังไง ข้าก็อยากมีอายุยืนยาว แล้วอาจารย์ล่ะขอรับ?"

ตู้ซิงเหอรวบผมเปียกไปด้านหลัง ดีดนิ้วทีเดียว ผมก็แห้งสนิทนุ่มสลวยในพริบตา

"ฉันเป็นเนื้อบนเขียงมานานเกินไป เลยอยากลองเป็นมีดปังตอดูบ้าง"

......

เช้าวันรุ่งขึ้น ตู้ซิงเหออำลากำนันและครอบครัว ก่อนไปก็บีบแก้มยาเอ๋อร์ที่ซูบผอมลงจนพอใจ อีกฝ่ายทำหน้าโกรธแต่ไม่กล้าพูด ทำให้เธออารมณ์ดีอย่างหาได้ยาก

กระบี่บินบรรทุกคนสามคนไม่ได้ ตู้ซิงเหอเลยซื้อม้าสามตัวใช้เดินทาง

ซินเย่ว์หวาดเกรง "ข้าเดินตามม้าเอาก็ได้ จะให้อาจารย์สิ้นเปลืองได้ยังไง"

เซินสุ่ยแรงเยอะ ยิ่งไม่กลัวเดิน

ตู้ซิงเหอไม่สนใจ ซื้อมาเลย

ประการแรก ม้าสามตัวราคาไม่เท่าไหร่ ประการที่สอง เธอรับไม่ได้กับภาพที่ตัวเองขี่ม้าแล้วมีลิงเดินตามข้างๆ มันจะทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระถังซัมจั๋ง

"อาจารย์จะไปไหนต่อ?"

ตู้ซิงเหอ: "ก่อตั้งสำนัก"

เธอต้องการสถานที่เงียบสงบในการบำเพ็ญเพียร และทดลองความคิดบางอย่างของเธอ

ก่อนหน้านี้ตอนเช่าถ้ำบำเพ็ญเพียรที่จุดบริการสมาคมการค้า เธอคิดเล่นๆ ว่าจ้างลิงมาเฝ้ายามก็คงดี ไม่นึกเลยว่าวาจาจะศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นจริงซะงั้น

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 20 - ก่อตั้งสำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว