- หน้าแรก
- จุติเทพธิดาวังหลัง พลิกวิถีสนมสยบหมื่นเซียน
- บทที่ 6 - ช้อปปิ้งฟรีในแดนลับ
บทที่ 6 - ช้อปปิ้งฟรีในแดนลับ
บทที่ 6 - ช้อปปิ้งฟรีในแดนลับ
บทที่ 6 - ช้อปปิ้งฟรีในแดนลับ
หลังจากความดีใจเพียงชั่วครู่ผ่านพ้นไป ตู้ซิงเหอก็อดกังวลไม่ได้
ตามข้อมูลที่นางเห็นในตำหนักสืบทอด การเลี้ยงกิเลนต้องใช้ของวิเศษจากฟ้าดินจำนวนมหาศาล... แน่นอนว่ากินแกลบกินรำก็โตได้ แต่มันจะโตช้ากว่ามาก—
เปรียบเหมือนเกมมือถือ ยิ่งตัวละครหายากเท่าไหร่ วัตถุดิบอัปเกรดก็ยิ่งหายากเท่านั้น ทุ่มทรัพยากรพื้นฐานลงไปมหาศาล ก็เหมือนโยนหินถามทาง หายเงียบ
ตอนนี้ สถานการณ์ที่ตู้ซิงเหอต้องเผชิญคือ:
ข่าวดี มือใหม่กดกาชาทีเดียวได้การ์ดแรร์
ข่าวร้าย จนกรอบ ไม่มีของอัปเกรดการ์ด
ถ้ามีโอกาส ตู้ซิงเหออยากจะถามแม่ไก่... เอ้ย แม่กิเลนที่วางไข่ไว้จริงๆ ว่าไม่ได้ทิ้งสมบัติไว้เลี้ยงลูกบ้างเหรอ? ให้มาแต่มรดกทางจิตวิญญาณล้วนๆ เลยเหรอ! นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก็นึกถึงประเด็นสำคัญขึ้นมาได้ "ความอันตรายในแดนลับระดับอิ๋งจะไม่เกินระดับผูกตาน (สร้างแก่น) แต่กิเลนฟักตัวในแดนลับ ไม่อยู่ภายใต้กฎข้อนี้ โดยพื้นฐานแล้วมันสามารถกวาดล้างพวกที่ต่ำกว่าจินตนา (แก่นทองคำ) ได้ราบคาบ..."
งั้นจะรออะไร?
ลุกขึ้นไปกวาดทรัพยากรสิ!
......
ครึ่งเค่อต่อมา กิเลนทำตามคำสั่งของตู้ซิงเหอ กินเปลือกไข่ตัวเองก่อน แล้วเผาข้อความบนผนังทิ้ง จากนั้นก็แบกนางออกสำรวจถ้ำหินปูน หินวิญญาณและหญ้าวิญญาณที่พบเห็นระหว่างทางถูกกลืนลงท้องจนเกลี้ยง สัตว์อสูรที่เดินผ่านมาไม่มีตัวไหนรอดพ้น
ส่วนตู้ซิงเหอนั่งหลับตาบำเพ็ญเพียรอยู่บนหลังกิเลน นานๆ ทีจะลืมตาขึ้นมา: "......เย่ฉี!"
[แบ๊ะ?]
เย่ฉีคาบกะโหลกมนุษย์ครึ่งซีกไว้ในปาก ลากเอาโครงกระดูกแตกๆ ติดขึ้นมาด้วยเป็นพวง
เจ้าของโครงกระดูกนี้คงเป็นผู้บำเพ็ญเพียรโชคร้ายสักคนที่มาทิ้งชีวิตไว้ในแดนลับ
มันเงยหน้าขึ้นมองตาใสซื่อ น้ำลายแทบจะไหลย้อยออกมา
"อันนี้กินไม่ได้"
ได้ยินดังนั้น เย่ฉีก็คายปาก กะโหลกกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้น
ไม่รู้ทำไม ทั้งที่นางนั่งอยู่บนสัตว์เทพวัยอ่อน แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังจูงหมาเดินเล่น แล้วต้องคอยจ้องไม่ให้มันแอบกินขยะข้างทาง
หนิงหลินยังรังเกียจพี่ชาย:
"กะโหลกแค่ระดับกลั่นลมปราณยังจะเอาเข้าปาก กินของดีๆ หน่อยสิ"
ตู้ซิงเหอเริ่มปวดขมับตุบๆ
กินไปได้ประมาณหนึ่งชั่วยาม กิเลนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะอิ่ม นางเปิดหน้าต่างทายาท พบว่าใต้ข้อมูลของเย่ฉีและหนิงหลินมีค่าสถานะเพิ่มขึ้นมาสองบรรทัด
......
[อายุ]: 0 ขวบ [มารดา]: ตู้ซิงเหอ [ส่วนสูง]: หนึ่งจ้างสองฉื่อ [พรสวรรค์]: ขจัดมารสลายซาทมิฬ [ค่าวิวัฒนาการ]: 41/10000 ......
[อายุ]: 0 ขวบ [มารดา]: ตู้ซิงเหอ [ส่วนสูง]: หนึ่งจ้างสองฉื่อ [พรสวรรค์]: ประหารมารสังหารโหด [ค่าวิวัฒนาการ]: 41/10000
ตู้ซิงเหอชะงัก
กิเลนเป็นสัตว์มงคลแห่งความเมตตา เป็นสัญลักษณ์ของสันติสุข อายุยืนยาว และเชี่ยวชาญการสลายพลังซาทมิฬ แต่หนิงหลินกลับแทบจะสลักคำว่า 'โคตรดุ' ไว้บนหน้าผาก มันเกิดข้อผิดพลาดตรงไหนกันนะ? แต่พอค่าสถานะถูกแสดงเป็นตัวเลข ตู้ซิงเหอก็สัมผัสได้ชัดเจนขึ้นว่าการเลี้ยงสัตว์เทพหายากมันผลาญเงินขนาดไหน นางเลยบอกว่า "ของที่นี่ฟรี กินเข้าไปเยอะๆ"
พร้อมกับเสียง "กร้วมๆๆๆ" ที่ไหนดังกิเลนผ่าน ที่นั่นราบเป็นหน้ากลอง
[ท่านแม่ เนื้อหนูเงาตัวนี้เหมาะกับท่านมาก]
เย่ฉีกัดคอหนูเงาขาด เหลือส่วนเนื้อที่นุ่มที่สุดไว้ แล้วถวายให้ตู้ซิงเหอ
มองดูเนื้อหนูโชกเลือด ตู้ซิงเหอได้แต่ยิ้มแห้ง "......ขอบใจนะ แต่ขอผ่านจ้ะ"
[โง่เขลาจริง! เนื้อต้องย่างก่อนถึงจะอร่อย เอาเนื้อดิบให้ท่านแม่กินได้ยังไง]
หนิงหลินดุพี่ชายไปพ่นไฟไป ย่างเนื้อหนูเงาจนส่งกลิ่นหอมฉุย แล้วนำมาถวายเหมือนของล้ำค่า
หนิงหลินที่ดุร้ายกับพี่ชาย กลับมองตู้ซิงเหอด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับ
บรรยากาศปูมาขนาดนี้ ถ้าไม่กินก็ดูจะเสียมารยาทไปหน่อย
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าในถ้ำหินปูนไม่มีท่อระบายน้ำ แถมหนูเงาก็เป็นสัตว์วิญญาณชนิดหนึ่ง ซึ่งรักสะอาดมาก... ตู้ซิงเหอสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจอยู่นาน สุดท้ายคำพูดนับพันก็กลั่นออกมาเป็นประโยคเด็ดที่ครอบครัวเอเชียรู้กันดี:
"ขอบใจจ้ะ แม่ไม่หิว ลูกกินเถอะ"
หนิงหลินซาบซึ้งใจมาก สวาปามเนื้อหนูเงาลงท้องไปในสองคำ
ระหว่างกวาดล้างแดนลับ ตู้ซิงเหอเก็บไว้แค่หนึ่งถึงสองส่วน เลือกเฉพาะหญ้าวิญญาณและผลึกหินที่มีคุณภาพดี เตรียมนำออกไปใช้เองหรือขายในตลาดผู้บำเพ็ญเพียร ส่วนที่เหลือลงท้องกิเลนไปหมด
เดินผ่านถ้ำหินปูนน้อยใหญ่ จู่ๆ ตู้ซิงเหอก็ได้ยินเสียงน้ำไหลเชี่ยว นางดีใจขึ้นมาทันที "หยุดก่อน ข้าจะฟังเสียงแหล่งน้ำ"
เงี่ยหูฟังครู่หนึ่ง นางก็แยกแยะได้ว่าเสียงมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ จึงเดินไปตามเสียง จนพบช่องทางแคบๆ บนผนังถ้ำ พอให้คนลอดผ่านได้คนเดียว กิเลนตัวใหญ่เบียดเข้าไปไม่ได้
นางครุ่นคิด "พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่"
หลังสร้างรากฐาน ร่างกายนางเบาสบาย ประสาทสัมผัสทั้งห้าแจ่มชัด ราวกับมีพละกำลังใช้ไม่หมด จิตวิญญาณได้รับการชำระล้างด้วยพลังวิญญาณ แต่ขณะเดียวกันของเสียในร่างกายก็ถูกขับออกมาจนตัวเหนียวเหนอะหนะส่งกลิ่นเหม็น อยู่ในแดนลับถ้าไม่มีที่อาบน้ำก็ต้องทน
แต่พอรู้ว่ามีแหล่งน้ำ และตอนนี้สร้างรากฐานแล้วพอมีกำลังป้องกันตัว นางจึงตัดสินใจเข้าไปสำรวจ
กุกกัก... กุกกัก...
ในช่องทางแคบมืดสนิท แต่ตู้ซิงเหอกลับรู้สึกว่ามองเห็นชัดเกินไป แม้แต่การเคลื่อนไหวของแมลงและมดบนผนังทั้งสองฝั่งก็ปรากฏชัดในประสาทสัมผัสที่เฉียบคมเกินเหตุหลังการสร้างรากฐาน "ด้วยระดับสร้างรากฐานขั้นหนึ่งของข้าตอนนี้ ดูเหมือนจะยังควบคุมเปิดปิดสัมผัสไม่ได้ดั่งใจ"
ประสาทสัมผัสทั้งห้าที่เพิ่มขึ้นหลังสร้างรากฐาน สำหรับคนธรรมดาแล้วก็เหมือนเปิดโปร
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ไปยืนในบ่อนใต้ดิน นางก็เป็นเซียนพนันที่มือไวที่สุดแล้ว
แต่โปรนี้กินไฟมหาศาล บังคับให้ต้องรับข้อมูลขยะจำนวนมากตลอดเวลา เหมือนมีต่อมรับรสงอกในลำไส้ เจ๋งไหม? เจ๋ง ทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้!
แต่ความสามารถนี้คงไม่มีใครอยากได้
ต้องถึงระดับสร้างรากฐานขั้นสอง ถึงจะปิดมันได้
สร้างรากฐานขั้นสาม ถึงจะควบคุมได้ดั่งใจ
......
ผ่านช่องแคบมาอย่างรวดเร็ว เบื้องหน้าคือแม่น้ำใต้ดิน สายน้ำเชี่ยวกราก สำหรับตู้ซิงเหอไม่ใช่เรื่องอันตราย นางปล่อยสัมผัสวิญญาณออกไป ตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีกลิ่นอายสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งในน้ำ จึงเดินลงไปในแม่น้ำ
สายน้ำเชี่ยวที่กัดเซาะหินผาจนเรียบลื่น ไม่อาจทำให้นางสะเทือนได้แม้แต่น้อย น้ำเย็นเฉียบชะล้างคราบสกปรกบนตัว เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องไร้ตำหนิ พลังวิญญาณซ่อมแซมรอยแผลสาหัสที่เคยได้รับบนหน้าผาเวิ่นเทียน แผ่นหลังเนียนนุ่มดั่งหยกมันแพะชั้นดี บริสุทธิ์และชุ่มชื้น
ซักเสื้อคลุมในแม่น้ำจนสะอาด ใช้วิชาเป่าจนแห้ง ตู้ซิงเหอก็ตัดสินใจเงียบๆ:
"พอกลับไปแล้ว ต้องเรียนคาถาที่ใช้ในชีวิตประจำวันบ้าง"
คาถาที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายไม่ใช่ความลับ แต่เจ้าของร่างเดิมมาจากเด็กเร่ร่อน ไม่มีใครบอกนางว่ามีวิชาสะดวกสบายแบบนี้ นางทำเป็นแต่ก้มหน้าก้มตาฝึกวิชาพื้นฐาน ปรมาจารย์หยวนหมิงและศิษย์พี่สำนักจิ่วหยางก็ไม่เคยคิดจะชี้แนะ หรือดูแลนาง เอาแต่ใช้งานนางเยี่ยงแรงงานทาส
อดีตดั่งควันไฟ บางครั้งก็มีเถ้าถ่านฟุ้งกระจายขึ้นมาบ้าง
ตู้ซิงเหอแต่งตัวเรียบร้อย จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากต้นน้ำ
"ศิษย์พี่เว่ยอี๋ ช่วยข้าด้วย!"
เสียงนี้ นางจำได้ว่าเป็นของศิษย์สำนักจิ่วหยางที่เจอบนเรือเหาะ
ตู้ซิงเหอละสายตาอย่างเฉยเมย เตรียมจะมุดกลับทางช่องแคบไปรวมกลุ่มกับกิเลน
ทว่า เสียงความเคลื่อนไหวกลับดังขึ้นเรื่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เสียงฝีเท้าเหมือนจังหวะกลองรัว กระแทกกระทั้นแก้วหูของนาง
"ซี้ด......"
"ต้องรีบทลวงขั้นสร้างรากฐานระดับสองให้เร็วที่สุดจริงๆ แล้วล่ะ"
เพียงชั่วพริบตา เงาดำกลุ่มหนึ่งก็พุ่งจากต้นน้ำลงมา ตรงดิ่งเข้าหาตู้ซิงเหอ!
(จบแล้ว)