เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ออกจากบ้านมาแล้ว ระดับพลังก็ต้องอุปโลกน์ขึ้นมาเอง

บทที่ 3 - ออกจากบ้านมาแล้ว ระดับพลังก็ต้องอุปโลกน์ขึ้นมาเอง

บทที่ 3 - ออกจากบ้านมาแล้ว ระดับพลังก็ต้องอุปโลกน์ขึ้นมาเอง


บทที่ 3 - ออกจากบ้านมาแล้ว ระดับพลังก็ต้องอุปโลกน์ขึ้นมาเอง

ศิษย์สำนักจิ่วหยางทั้งสามคนตกตะลึง

โดยเฉพาะเว่ยอี๋

เขาคิดไม่ถึงว่า ศิษย์พี่ตู้ที่พรสวรรค์ธรรมดา หลังจากลาออกจากสำนักแล้วยังจะเลื่อนขั้นได้อีก!

สายตาคมกริบ ก้าวเข้าสู่การสร้างรากฐานไปครึ่งก้าว

ชั่วพริบตา พวกเขาต่างสงสัยว่าตาฝาดไปเอง

"เจ้าอยู่ขั้นกลั่นลมปราณสูงสุดแล้ว? อย่างเจ้าน่ะนะ? เป็นไปได้ยังไง?"

เสียงแหลมสูงของเว่ยอี๋ ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรสำนักอื่นในห้องโดยสารหันมามอง

ตู้ซิงเหอดึงสายตากลับ ถามกลับไปว่า:

"ยากเหรอ? เป้าหมายของข้าคือสามปีจินตนา ห้าปีหยวนอิง (ทารกวิญญาณ) สิบปีมหายาน"

การบำเพ็ญเพียรคือการฝึกฝนวิถีของตนเอง ผู้คนในทวีปผิงอวิ๋นมักระมัดระวังคำพูดเรื่องเป้าหมายการฝึกฝน ต่อให้เป็นคนโอหังแค่ไหนก็น้อยนักที่จะกล้าพูดจาอวดดี วาจาที่ลั่นออกไปย่อมก่อให้เกิดผลกรรม ต่อให้ประโยคนี้จะดูไร้สาระแค่ไหน ก็ยังทำให้ทุกคนสะท้านเฮือก

นางเป็นคนต่างถิ่น ไม่มีภาระทางใจเรื่องนี้

ออกจากบ้านมาแล้ว ระดับพลังก็ต้องอุปโลกน์ขึ้นมาเอง

"สหายเต๋าตู้ลาออกแล้วกลายเป็นคนชอบพูดตลกไปตั้งแต่เมื่อไหร่"

ตู้ซิงเหอยังคงท่าทีสบายๆ ทำให้คนของสำนักจิ่วหยางทั้งสามเริ่มไม่มั่นใจ

สามปีจินตนา เชื่อถือไม่ได้เลยสักนิด!

แต่นางเพิ่งจะอยู่ขั้นแปดไปเมื่อไม่นานมานี้ ตอนนี้กลับก้าวเข้าสู่การสร้างรากฐานครึ่งก้าวแล้ว และพวกเขารู้ดีว่า แม้ตู้ซิงเหอจะเป็นศิษย์ของปรมาจารย์หยวนหมิง แต่เพราะนางมีสามรากปราณที่ถือว่าธรรมดา จึงไม่เคยได้รับความสำคัญบนหน้าผาเวิ่นเทียน และไม่ได้รับทรัพยากรสนับสนุน

"ท่านปรมาจารย์หยวนหมิงก็เป็นนักพรตขั้นจินตนา สหายเต๋าตู้หมายความว่าอีกสามปี ท่านจะเก่งกว่าเขา?"

เว่ยอี๋ถามไล่ต้อนอย่างดุดัน

ในชั่วอึดใจ ความคิดสองอย่างแล่นผ่านใจตู้ซิงเหอ

หนึ่งคือคำพูดนี้รับไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าปรมาจารย์หยวนหมิงรู้แล้วจะมาฆ่านางทิ้ง แค่ศิษย์ร่วมสำนักจิ่วหยางคนอื่นก็เอาเรื่องนี้มาโจมตีนาง รบกวนการฝึกฝนได้

สองคือถ้าไม่มุ่งเป้าจะเก่งกว่าทุกคน แล้วจะบำเพ็ญเพียรไปทำไม?

ผ่านไปหนึ่งอึดใจ รอยยิ้มจางๆ ก็ผุดขึ้นบนริมฝีปากบาง ตู้ซิงเหอกล่าวว่า "คนเรามีวาสนาของใครของมัน ข้าคืนชีวิตให้ท่านจอมปราชญ์ไปหนึ่งชีวิตแล้ว บุญคุณความแค้นไม่ติดค้างกัน สำหรับข้าตอนนี้ เขาเป็นเพียงผู้อาวุโสแปลกหน้าที่น่าเคารพท่านหนึ่ง หรือว่าในสำนักจิ่วหยางของพวกเจ้า ผู้อาวุโสในตระกูลสามารถเอามาเปรียบเทียบกับสหายเต๋าได้ตามใจชอบ? ท่านระวังปากหน่อยจะดีกว่า"

"ถ้าข้าไม่มีความมั่นใจ จะลาออกทำไม?"

ตู้ซิงเหอรักษามารยาทให้ครบถ้วน แล้ววางมาดคลุมเครือ ให้พวกเขาเข้าใจผิดว่านางมีแบ็คดี

และก็ได้ผล สีหน้าของพวกเขาฉายแววตื่นตระหนกและไม่แน่ใจ

ยิ่งมีรากปราณเยอะ ต้นทุนเวลาในการฝึกฝนก็ยิ่งสูง ตู้ซิงเหอสามารถก้าวหน้าได้ในเวลาสั้นๆ ต้องมีวาสนาอื่นแน่

"เป็นผู้น้อยที่บุ่มบ่ามไป ขอสหายเต๋าตู้โปรดอภัย"

หลังจากชั่งน้ำหนักแล้ว เว่ยอี๋ก็เก็บสีหน้าเย่อหยิ่งเมื่อครู่ลง "ในเมื่อสหายเต๋าไม่อยากระลึกความหลัง พวกเราก็ไม่รบกวนแล้ว"

แต่ตู้ซิงเหอไม่สนใจพวกเขาเลยสักนิด

ระบบ: [โฮสต์มีแววเรื่องการแก่งแย่งชิงดีมาก]

ตู้ซิงเหอมองออกไปนอกหน้าต่างชั้นล่าง

เรือเหาะกำลังบินผ่านชั้นเมฆสายฟ้า เมฆดำทมึนมีฟ้าแลบฟ้าร้อง บรรยากาศแปรปรวนน่ากลัว

"แววพรรค์นั้นข้าไม่ต้องการหรอก"

ที่นางใช้วาจาหว่านล้อมคนของสำนักจิ่วหยาง ก็เพราะตอนนี้ตัวคนเดียวแถมยังไม่สร้างรากฐาน

รอให้นางแข็งแกร่งพอ จะทำอะไรก็ไม่ต้องเกรงใจใคร

การแก่งแย่งชิงดีเป็นลูกไม้ของคนอ่อนแอ ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงใช้กำลังสยบทุกสิ่ง!

ความอำมหิตพาดผ่านดวงตาของตู้ซิงเหอ "บัญชีแค้นระหว่างข้ากับสำนักจิ่วหยาง ยังไงก็ต้องชำระให้สิ้นซาก"

......

เมื่อเรือเหาะมาถึงทางเข้าแดนหิมะขั้วโลก ในห้องโดยสารเหลือคนไม่ถึงสิบคน

ประตูห้องค่อยๆ เปิดออก ลมและหิมะถูกกั้นไว้นอกค่ายกลป้องกัน แต่ยังมองเห็นนกหิมะกินซากศพบินโฉบผ่านท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ส่งเสียงร้องแหลมแหบพร่า

"ไหนบอกว่าแดนหิมะขั้วโลกมืดมิดตลอดปี ข้างบนนั่นทำไมมีแสง"

ผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งมองขึ้นไปข้างบนด้วยความดีใจ

จุดแสงวิบวับกระจายอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่องสว่างนำทางให้นักเดินทาง

"ระวัง! นั่นมันแสงจากครีบหลังของปลาราตรีจร มันใช้แสงล่อเหยื่อ"

เว่ยอี๋เตือน

สิ้นเสียง นกหิมะตัวหนึ่งก็ถูกแสงดึงดูด บินเข้าไปใกล้เกินไป พริบตาเดียวก็ถูกปากขนาดใหญ่ในความมืดดูดเข้าไป หายวับไปกับตา

ทุกคนขนลุกซู่

"สภาพแวดล้อมในแดนขั้วโลกโหดร้าย สัตว์วิญญาณเพื่อความอยู่รอด มักมีวิธีการล่าและลักษณะพิเศษในการปรับตัวที่อันตรายกว่าในทวีปผิงอวิ๋น! แต่ยังดีที่พวกมันไม่อยากสิ้นเปลืองพลังงาน จึงไม่ค่อยโจมตีก่อน ขอแค่เดินอ้อมหน่อย ก็ยังปลอดภัย" ผู้บำเพ็ญเพียรอีกคนกล่าว

"ไปเถอะ มุ่งหน้าสู่แดนลับระดับอิ๋ง"

ก่อนจะสร้างรากฐาน ผู้บำเพ็ญเพียรเดินในแดนหิมะขั้วโลกแทบไม่ได้ ภายใต้อุณหภูมิต่ำสุดขีด ลูกตาจะรู้สึกเจ็บเหมือนโดนเข็มทิ่มแทง หนาวตายได้ง่ายๆ ต้องพึ่งของภายนอกช่วย เท่ากับเผาผลาญหินวิญญาณทุกนาที ดังนั้นจึงมีผู้บำเพ็ญเพียรมาแดนลับระดับอิ๋งแถบนี้น้อยมาก และไม่มีสำนักไหนยึดครองเป็นของตัวเอง ดังนั้นก่อนเดินออกจากเรือเหาะที่มีค่ายกลคุ้มครอง บางคนก็กินยาต้านความหนาว บางคนก็ใช้ยันต์กันหนาว

แม้จะป้องกันแล้ว พวกเขาก็ยังใส่เสื้อผ้าหนาเตอะ

คนของสำนักจิ่วหยางมองมาทางตู้ซิงเหอเหมือนรอดูเรื่องสนุก

นางไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิด

พลิกมือซื้อ [ผิวน้ำแข็งกระดูกหยก] จากร้านค้าเมนูวังหลัง

[ผิวน้ำแข็งกระดูกหยก]: หลังใช้จะไม่กลัวความหนาวเย็นใดๆ ภายในหนึ่งวัน ร่างกายเบาสบาย ความเร็วในการเคลื่อนที่บนน้ำแข็งเพิ่มขึ้น 20% สะดวกสำหรับสาวงามที่จะใส่เสื้อผ้าบางเบาร่ายรำเชื้อเชิญความโปรดปรานกลางหิมะ แนะนำให้ใช้ในโอกาสเล่นน้ำแข็ง (ปิงซี)

ภายใต้สายตาของทุกคน ตู้ซิงเหอเดินเข้าสู่พายุหิมะโดยไม่มีการป้องกันใดๆ

ใต้แสงจากปลาราตรีจรที่ส่องสว่างท้องฟ้า ร่างที่เย็นชาและหยิ่งทระนงของนางทำให้ทุกคนนึกถึงคำบรรยายใน "เซียวเหยาโหยว" ของจวงจื่อที่ว่า "ณ เขาเหมียวกูเช่อ มีเทพธิดาพำนักอยู่ ผิวพรรณดั่งน้ำแข็งและหิมะ อ้อนแอ้นดั่งสาวบริสุทธิ์" ไม่แปดเปื้อนทางโลก

เห็นดังนั้น คนของสำนักจิ่วหยางยิ่งเชื่อว่านางมีวาสนาอื่นหลังจากลาออก

เว่ยอี๋ลอบดีใจที่เมื่อครู่ยั้งม้าหน้าหน้าผาทัน นึกขึ้นได้ว่าระดับพลังของอีกฝ่ายสูงกว่าตน ไม่ได้ล่วงเกินนางจนถึงตาย!

พวกเขาไม่รู้ว่า ตู้ซิงเหอที่เดินทอดน่องกลางหิมะกำลังบ่นพึมพำ

ระบบเตือน: [ขณะใช้ผิวน้ำแข็งกระดูกหยก กรุณาโฮสต์เต้นรำด้วย ไม่งั้นผลลัพธ์ลดลง 50%!]

ตู้ซิงเหอ: "เต้นแล้วๆ"

ตู้ซิงเหอ: "แถมรำท่าหมุนมือให้ด้วยเอ้า"

นางประสานมือหมุนสองที ราวกับกำลังประสานอิน

ฟังคำอธิบายของนางจบ ระบบก็ตกอยู่ในความเงียบงันยาวนาน

คลิปวีดีโอที่สนมรักจิตป่วยรำท่าหมุนมือนี้ถ้าอัปโหลดไปที่เซิร์ฟเวอร์หลัก พวกมันคงคิดว่านี่ไม่ใช่ระบบที่จริงจังแน่ๆ!

ตู้ซิงเหอ: "ข้าเต้นมูนวอล์กได้ด้วยนะ—"

ระบบปล่อยวาง: [โฮสต์เดินเอาเถอะ]

ทางเข้าแดนลับระดับอิ๋งในแดนหิมะขั้วโลกไม่ใช่ความลับ ลงจากเรือเหาะแล้วเดินไปทางเหนือเรื่อยๆ ก็เจอ ตู้ซิงเหอมาถึงชายขอบป่าจิ้งอวี่ (ป่าวจนะสงบ) อย่างรวดเร็ว เงาไม้ซ้อนทับกัน ลำต้นล้วนจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

นางดีดนิ้ว เปลวไฟกลุ่มหนึ่งก็ลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้ว

รอบด้านพลันสะท้อนเงา "ตู้ซิงเหอ" ในมุมต่างๆ นับไม่ถ้วน แต่นางไม่สนใจ เดินตรงไปทางทิศเหนือ

ตามหลักฟิสิกส์แล้ว เพราะฝุ่นละอองในอากาศจะแข็งตัวอยู่ในน้ำแข็ง และดัชนีหักเหแสงของน้ำแข็งต่ำ น้ำแข็งจึงไม่สามารถใช้เป็นกระจกได้

แต่ทว่าน้ำแข็งที่เกาะตัวในป่าจิ้งอวี่ กลับเหมือนกระจกเงา

ขอเพียงนักเดินทางถือตะเกียง ย่อมสะท้อนเงาของตนเองออกมา ทุกปีจะมีผู้จิตใจไม่มั่นคงหลงทางอยู่ที่นี่

"เดินไปทางเหนือ หยุดที่หน้ากระจกน้ำแข็งบานที่ใหญ่ที่สุด..."

ตู้ซิงเหอคิดในใจ

ในที่สุดหลังจากเดินไปสองร้อยก้าว ก็มาถึงจุดหมาย

น้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาจับตัวเป็นน้ำแข็ง มีแสงประหลาดซึมออกมาจางๆ

มันสูงหลายพันเมตร แม้จะแหงนหน้าจนสุดก็มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของน้ำตก ราวกับมังกรน้ำแข็งบินออกมาจากช่องเขา

ตู้ซิงเหอเหยียบเศษหินเดินไปข้างหน้า "ตู้ซิงเหอ" ในกระจกน้ำแข็งและตัวนางเดินเข้าหากัน ในจังหวะที่กำลังจะชนกัน นางกลับเดินทะลุไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างไร้อุปสรรค กลิ่นอายรอบตัวเปลี่ยนไปทันที พลังวิญญาณอันเข้มข้นพัดปะทะใบหน้า ราวกับได้รับการชาร์จแบตจนเต็มอิ่ม ทั้งพอใจและเสพติด

นี่คือข้อดีของการเข้าสู่แดนลับ!

หากไม่ใช่เพราะผู้บำเพ็ญเพียรแต่ละคนสามารถอยู่ข้างในได้เพียงห้าวันในทุกๆ ร้อยวัน บวกกับข้อจำกัดมากมาย คงมีผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนยอมทิ้งตัวอยู่ในแดนลับไม่อยากออกมา

แต่ถึงจะเป็นแดนลับระดับอิ๋ง ข้างในก็เต็มไปด้วยอันตราย

แผนที่และข้อควรระวังในแดนลับ เป็นข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่มีค่ามาก ไม่บอกคนนอกง่ายๆ ถือเป็นทรัพยากรการฝึกฝนของสำนัก กลุ่มคนสำนักจิ่วหยางดูแคลนตู้ซิงเหอ เหตุผลหนึ่งก็เพราะคิดว่านางที่ไร้คำชี้แนะจากสำนักจะต้องตายในแดนลับ

ผ่านน้ำตกเข้ามา คือถ้ำหินปูนที่ชื้นและหนาวเย็น

หินงอกหินย้อยนับไม่ถ้วนห้อยย้อยลงมา ราวกับดาบดามอคลีสที่แขวนอยู่เหนือหัว ข้างหน้ามีทางแยกมืดตึ๊ดตื๋อสี่ทาง เส้นทางในถ้ำซับซ้อนราวกับรังมด แต่ตู้ซิงเหอกลับนิ่งมาก นางเคาะเรียกระบบ:

"ข้ามารับสวัสดิการรายเดือน"

สวัสดิการรายเดือนของระบบวังหลังไร้เทียมทาน [ส่องรอยจักรพรรดิ]

[ส่องรอยจักรพรรดิ]: ต่อให้มีรูปโฉมล่มเมือง ถ้าไม่เจอฮ่องเต้ก็เปล่าประโยชน์! ขอเพียงเปิดใช้งานออร่านี้ ก็จะนำทางคุณไปสู่ที่ประทับของจักรพรรดิ ตัดหน้า! ชิงความโปรดปราน! ไม่ใช่เรื่องยาก!

ตู้ซิงเหอเคยทุ่มเทเวลาศึกษาหาบั๊กของระบบ

ในนิยามของระบบ จักรพรรดิไม่ใช่บุคคลที่เจาะจง แต่เป็นวาสนาจักรพรรดิที่อยู่บนตัว เจ้า [ส่องรอยจักรพรรดิ] นี่จะตรวจจับโอรสสวรรค์ที่มีวาสนาสูงสุดในขอบเขตวังหลัง นี่เพื่อป้องกันกรณีฮ่องเต้ตายกะทันหัน แล้วโฮสต์ไม่มีเป้าหมายให้จีบ แต่ดันโดนนางเจาะช่องโหว่เข้าให้

ตัดหน้าชิงรักอะไรกัน?

นี่มันเครื่องมือค้นหาสมบัติ ตามหาวาสนาชัดๆ!

เบื้องหน้าตู้ซิงเหอ ปรากฏเข็มทิศที่มีจุดแสงสีทองลอยอยู่

เข็มแม่เหล็กบนเข็มทิศหมุนช้าๆ ชี้ไปที่ทางแยกที่สอง นางจึงเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล

ในถ้ำหินปูนที่มืดมิดและเงียบสงัด ทุกย่างก้าวพาความชื้นลื่นติดตามมา เสียงหัวใจเต้นถูกขยายจนดังสนั่น เพราะไม่รู้ว่าอันตรายจะมาเมื่อไหร่ แม้จะรู้ว่าเดินมาถูกทาง แต่นางก็ไม่กล้าเดินเร็วนัก

สุดทาง กลับมีทางแยกอีกหกทาง!

ตู้ซิงเหอ: "......"

นางความจำไม่ค่อยดีซะด้วยสิ

ได้แต่ร่ายคาถา ใช้นิ้วคีบแสงมาเป็นน้ำหมึก เขียนตัวเลขทางที่เดินผ่านมาไว้บนแขนซ้าย

ขณะที่ตู้ซิงเหอเดินไปข้างหน้าอย่างเด็ดขาด ผู้บำเพ็ญเพียรกลุ่มอื่นที่ช้ากว่าหนึ่งก้านธูปก็เข้ามาในถ้ำ รวมถึงสามคนจากสำนักจิ่วหยางด้วย

"เราอาจจะเจอสหายเต๋าตู้ข้างหน้าก็ได้"

ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงหน้ากลมกล่าว

"นางไม่มีคำชี้แนะจากสำนัก การมาครั้งนี้มีแต่ตายกับตาย!"

เว่ยอี๋โบกมือ "เป้าหมายของเราคือหาสมุนไพรวิญญาณที่มีประโยชน์ในสองชั้นแรกเท่านั้น เจอสัตว์วิญญาณถ้าสู้ได้ก็ลองดู ไม่ไหวก็เลี่ยง! ทุกนาทีในแดนลับห้ามเสียเปล่า ข้าพลังสูงที่สุด พวกเจ้าสองคนต้องฟังข้า ห้ามวิ่งเพ่นพ่าน ถ้าหลงเข้าไปในทางแยกที่ยังไม่มีใครสำรวจ หรือลงไปลึกกว่านี้ สุดทางจะมีวาสนาหรือทางตัน ก็บอกไม่ได้แล้ว"

เวลาเดียวกัน ตู้ซิงเหอเดินมาถึงทางแยกชั้นที่สี่

ระบบ: [ทำไมโฮสต์เดินมาตั้งนานยังไม่เจอฮ่องเต้?]

ตู้ซิงเหอ: "พระราชวังมันใหญ่น่ะ"

ระบบ: [พระราชวังใหญ่แค่ไหนก็ไม่มีเหตุผลให้เดินลงข้างล่าง]

ตู้ซิงเหอ: "แล้วถ้าข้ากำลังตามหารอยจักรพรรดิในสุสานหลวงล่ะ?"

ระบบเงียบไปอีกครั้ง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - ออกจากบ้านมาแล้ว ระดับพลังก็ต้องอุปโลกน์ขึ้นมาเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว