- หน้าแรก
- ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ ข้าสำเร็จอรหันต์ในนิกายมาร
- ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 045 ข้าจะเป็นศิษย์เอก
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 045 ข้าจะเป็นศิษย์เอก
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 045 ข้าจะเป็นศิษย์เอก
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 045 ข้าจะเป็นศิษย์เอก
ในท้ายที่สุด กุ่ยหมอเจินเหรินก็ยังคงปฏิเสธข้อเสนอของลู่หลี่
เหตุผลนั้นง่ายมาก
หากไปขุดเถ้ากระดูกน้องชายของลี่จิ่งแล้วเทลงบ่ออุจจาระจริง ๆ ลี่จิ่งคงไม่โกรธจนตาย แต่จะโกรธจนบ้าคลั่ง ถือมีดหั่นแตงโมสองเล่มบุกมาฟันคนถึงหน้าประตูเป็นแน่
นี่มันนองเลือดเกินไป ไม่ค่อยสอดคล้องกับบรรยากาศที่สามัคคีปรองดองและช่วยเหลือเกื้อกูลกันของสำนักผีโลกันตร์เท่าใดนัก
ต่อเรื่องนี้ ลู่หลี่แสดงความเสียดายยิ่ง
“อีกอย่าง ศิษย์พี่สี่ของเจ้า ในปีนั้นก็พ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของลี่จิ่ง ซ้ำยังถูกกลั่นแกล้งหยอกเย้า จนสุดท้ายก็ตรอมใจตาย เจ้าต้องแก้แค้นแทนเขา อย่าให้ลี่จิ่งตายสบายนัก!”
กุ่ยหมอเจินเหรินกล่าวด้วยใบหน้าเย็นชา
“ศิษย์เข้าใจแล้ว ขอท่านอาจารย์โปรดวางใจ”
ลู่หลี่พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม รับปากภารกิจนี้
เห็นได้ชัดว่า นี่คือภารกิจที่กุ่ยหมอเจินเหรินมอบหมายให้เขา ไม่อาจปฏิเสธได้
หากปฏิเสธ เกรงว่ากุ่ยหมอเจินเหรินคงจะเรียกคืนโลหิตแท้เจียวเขียว และวรยุทธ์มารคุนเผิงที่เพิ่งถ่ายทอดให้ทันที
ภายใต้โทสะ กุ่ยหมอเจินเหรินอาจจะลงมือสังหารศิษย์ที่ไม่เชื่อฟังอย่างเขาเสียด้วยซ้ำ!
เขาทำได้เพียงรับภารกิจนี้ไว้
“ที่นี่มีหินวิญญาณระดับกลาง 1,000 ก้อน อาจารย์มอบให้เจ้า น่าจะพอให้เจ้าบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับสร้างรากฐานได้ เจ้ากลับไปตั้งใจบำเพ็ญเพียรเถิด หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ ก็มาหาอาจารย์ที่นี่ได้โดยตรง”
เวลานี้ กุ่ยหมอเจินเหรินกวักมือเรียก
ปลาวิญญาณกลืนกินที่อยู่ด้านหลังศีรษะของเขาอ้าปากคายออกมา พ่นกองหินวิญญาณระดับกลางกองใหญ่ออกมาโดยตรง ร่วงหล่นลงกลางโถง
หินวิญญาณระดับกลาง 1,000 ก้อน?
ก็ไม่เลว!
“ขอบคุณท่านอาจารย์!”
ลู่หลี่สะบัดมือ แสงสีเหลืองวาบผ่าน เก็บหินวิญญาณเข้าแหวนเก็บของโดยตรง แล้วป้องมือคารวะ “เช่นนั้นศิษย์ขอตัวกลับไปบำเพ็ญเพียรก่อน จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังแน่นอนขอรับ!”
“อืม ไปเถอะ”
กุ่ยหมอเจินเหรินโบกมือ
ครืน
เสียงฟ้าร้องดังขึ้น อาคมสายฟ้าที่ประตูถ้ำพำนักสลายไป
“ศิษย์ขอลา”
ลู่หลี่ป้องมือ หันหลังเดินจากไปทันที
“ช้าก่อน”
เพิ่งจะเดินถึงประตูถ้ำพำนัก กุ่ยหมอเจินเหรินก็ตะโกนเรียกขึ้นมาทันที
“ท่านอาจารย์ยังมีคำสั่งใดอีกหรือขอรับ?”
หัวใจของลู่หลี่กระตุกวูบ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย หันกลับไปป้องมือถาม
“โลหิตเจียวมีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัด หลังจากเจ้าหลอมรวมโลหิตแท้เจียวเขียวแล้ว พลังหยางจะเปี่ยมล้นพลุ่งพล่าน จำเป็นต้องผสานหยินหยางเสียหน่อย อาจารย์จะมอบสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มให้เจ้าสองคน ให้เป็นอนุภรรยาของเจ้าก็แล้วกัน”
กุ่ยหมอเจินเหรินกล่าว
หืม?
ถึงกับมีสวัสดิการเช่นนี้ด้วย?
ลู่หลี่ได้ยินดังนั้น คำตอบรับเกือบจะหลุดออกจากปาก
ทว่า ความคิดหมุนวน ตกอยู่ในห้วงครุ่นคิด
นี่คงไม่ใช่คนที่กุ่ยหมอเจินเหรินส่งมาจับตาดูเขาหรอกนะ?
“เป็นอะไรไป?”
เห็นลู่หลี่มีสีหน้าลังเล กุ่ยหมอเจินเหรินจึงถามด้วยความสงสัย “หรือว่าสองคนไม่พอ? เช่นนั้นก็มอบให้เจ้าสักยี่สิบคนเลยแล้วกัน พอหรือไม่?”
ยี่สิบคน?
ลู่หลี่ได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกปวดเอวขึ้นมาลาง ๆ ส่ายหน้าแล้วปฏิเสธทันทีว่า “ศิษย์ขอบคุณท่านอาจารย์ เพียงแต่สาวใช้ของท่านอาจารย์ ศิษย์มิกล้าล่วงเกิน หากศิษย์มีความต้องการ ไปหาศิษย์พี่แปดน่าจะดีกว่า ที่นั่นสาวงามก็มีไม่น้อย”
“ก็ได้ แต่ห้ามลุ่มหลงในนารีเด็ดขาด ไปเถอะ”
กุ่ยหมอเจินเหรินกำชับประโยคหนึ่ง แล้วสะบัดมือ
“ศิษย์ทราบแล้ว ศิษย์ขอลา”
ลู่หลี่ป้องมือรับคำ หันหลังลอยตัวออกจากถ้ำพำนัก
เฮ้อ
มองดูเมฆอัคคีที่บดบังท้องฟ้าเบื้องหน้า ลู่หลี่ถอนหายใจเบา ๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม หันกายลอยตัวมุ่งหน้าไปยังหอชมดาราบนยอดเขา
ทว่าในใจ กลับยังคงมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่จาง ๆ
ยังไงก็ต้องหนี!
มิเช่นนั้น ผีถึงจะรู้ว่ากุ่ยหมอเจินเหรินจะมอบหมายภารกิจอันตรายอะไรให้เขาอีก!
ขณะที่กำลังคิด ลู่หลี่ก็เห็นไป๋จินเฟยอยู่ในศาลาหินตรงทางแยกข้างหน้า
พอเห็นลู่หลี่ ร่างของไป๋จินเฟยก็วูบไหว ลอยพุ่งเข้ามา กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ยินดีด้วยศิษย์น้อง วันนี้เจ้าโดดเด่นยิ่งนัก อีกไม่นานคงมีชื่อเสียงโด่งดัง! ถึงเวลานั้น เกรงว่าจะมีศิษย์หญิงไม่รู้เท่าไหร่มาเสนอตัวให้ถึงที่! ยินดีด้วย ยินดีด้วย!”
“ศิษย์พี่ไป๋ ท่านอย่าล้อข้าเล่นเลย นี่เป็นเพียงการละเล่นเล็กน้อยระดับหลอมปราณ จะขึ้นโต๊ะโอ้อวดใครได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชื่อเสียงโด่งดังอะไรนั่นเลย”
ลู่หลี่กล่าวกลั้วหัวเราะ
“เฮอะ ๆ ศิษย์น้อง เจ้าอย่าถ่อมตัวไปเลย! พลังฝีมือของเจ้า ไร้เทียมทานในระดับหลอมปราณแล้ว ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานบางคน หากเจอเจ้าเข้า เผลอ ๆ อาจจะสิ้นชีพคาที่! แต่ว่า พูดก็พูดเถอะ เจ้าไปเก่งกาจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
ไป๋จินเฟยอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ง่ายมาก ข้าฝึกฝนวรยุทธ์เทพสูงสุดวิชาหนึ่ง ศิษย์พี่ท่านอยากรู้หรือไม่?”
ลู่หลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
“โอ้? ศิษย์น้อง อย่ามัวอมพะนำเลย! รีบว่ามา เจ้าฝึกวรยุทธ์เทพอะไร เป็นหนึ่งในสามเคล็ดวิชาเทพของสำนักผีโลกันตร์เราหรือไม่?”
ไป๋จินเฟยดวงตาเป็นประกาย ถามอย่างอดรนทนไม่ไหว
“ไม่ใช่ วรยุทธ์เทพนี้แข็งแกร่งมาก” ลู่หลี่ยิ้มพลางส่ายหน้า “เพียงแต่ ก่อนฝึกวรยุทธ์เทพนี้ มีเงื่อนไขเล็ก ๆ อยู่ข้อหนึ่ง”
“เงื่อนไขอะไร?”
“ตัดทิ้ง เรียกกันทั่วไปว่าตอนตัวเอง ตัดความเป็นชาย ขันที ตัดรากถอนโคน”
“...”
ไป๋จินเฟยพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เวลานี้ เขาก็เข้าใจแล้วว่าตนเองถูกปั่นหัวเข้าให้แล้ว
แต่ชั่วพริบตาถัดมา ไป๋จินเฟยผู้นี้ก็เลิกคิ้ว ถามยิ้ม ๆ ว่า “ฮี่ ฮี่ ฮี่ ศิษย์น้อง ท่านอาจารย์มอบโลหิตแท้เจียวเขียวให้เจ้า ได้ชี้แนะเจ้าสักหน่อยหรือไม่ ว่าให้เตรียมสาวงามไว้สำรองสักกี่คน?”
“มี”
ลู่หลี่พยักหน้า
“ต้องการให้ศิษย์พี่ช่วยหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรเต๋า นิกายพุทธ หรือภูตผีปีศาจต่าง ๆ ที่ว่ายบนฟ้า บินในน้ำ ศิษย์พี่อย่างข้าหามาให้เจ้าได้หมด!”
ไป๋จินเฟยตบหน้าอกรับประกัน
เส้นสายของเจ้านี่กว้างขวางขนาดนี้เชียว?
ลู่หลี่ได้ยินแล้วก็หวั่นไหวเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้า ยิ้มกล่าวว่า “ศิษย์พี่ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอาไว้คุยกันวันหลังเถอะ ท่านมารออยู่ที่นี่โดยเฉพาะ มีธุระอะไรหรือ?”
“มีจริง ๆ!”
ไป๋จินเฟยสีหน้าเคร่งขรึม “ศิษย์น้องลู่ ท่านอาจารย์มอบโลหิตแท้เจียวเขียวให้เจ้า ให้เจ้ารีบฝึกฝนจนถึงระดับสร้างรากฐาน เตรียมจะให้เจ้าไปลงชิงตำแหน่งศิษย์เอกใช่หรือไม่?”
เอ๊ะ ถึงกับเดาถูก?
ลู่หลี่ประหลาดใจในใจเล็กน้อย ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “ศิษย์พี่เดาถูกแล้ว ท่านอาจารย์ต้องการให้ข้าไปลงชิงตำแหน่งศิษย์เอกจริง ๆ”
“ความจริงนี่ก็เดาไม่ยาก ศิษย์น้องเจ้าล่วงเกินหวงเฉวียนเจินจวิน เฟยหูเจินจวิน และราชันมารสะท้านฟ้า เจินจวินถึงสามท่าน! คนในมรรคมารอย่างพวกเรา โดยกำเนิดแล้วใจคอคับแคบ พวกเขาต้องแก้แค้นแน่! มีเพียงไปลงชิงตำแหน่งศิษย์เอกเท่านั้น ถึงจะทำให้พวกเขาหวาดเกรง ไม่กล้าลงมือกับเจ้า”
ไป๋จินเฟยกล่าวอย่างจริงจัง
ลู่หลี่ได้ยินแล้วก็อึ้งไปเล็กน้อย
การลงชิงตำแหน่งศิษย์เอก ถึงกับเป็นยันต์คุ้มกันภัยเชียวหรือ?
เวลานี้ ไป๋จินเฟยก็กล่าวอีกว่า “สำนักผีโลกันตร์ของเราก่อตั้งมากว่าสามพันปี ผ่านเจ้าสำนักมาเก้ารุ่น ในจำนวนนั้นเจ็ดรุ่นล้วนเคยเป็นศิษย์เอกมาก่อน! ดังนั้น ทางสำนักจึงให้ความสำคัญกับศิษย์สายตรงที่ลงชิงตำแหน่งศิษย์เอกมาก ภายในหนึ่งเดือนของการคัดเลือก จะไม่ยอมให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย!”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!
ดูท่า การที่สำนักผีโลกันตร์ผงาดขึ้นมาได้ ก็ไม่ใช่เพราะโชคช่วยจริง ๆ
“หากศิษย์น้องจะลงชิงตำแหน่งศิษย์เอกจริง ๆ มีจุดหนึ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ” ไป๋จินเฟยกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ศิษย์พี่เชิญว่ามา”
ลู่หลี่เริ่มจริงจัง ป้องมือขอคำชี้แนะ
“วันเริ่มการคัดเลือก ศิษย์ทั้งสำนักจะมารวมตัวกัน ขอเพียงเป็นศิษย์สายตรงที่มีตบะระดับสร้างรากฐาน ก็สามารถขึ้นไปชิงตำแหน่งได้ แต่ทว่า ตำแหน่งศิษย์เอกไม่ใช่ใครก็เป็นได้ ทันทีที่ศิษย์น้องเจ้าขึ้นไป จะต้องมีคนไม่ยอมรับเจ้า สงสัยในคุณสมบัติการลงชิงตำแหน่งของเจ้า ซึ่งก็คือพลังฝีมือของเจ้านั่นเอง” ไป๋จินเฟยกล่าว
“พูดแบบนี้ วันคัดเลือก จะมีคนท้าประลองข้า? ข้าต้องสู้กับคนอีกแล้ว?”
ลู่หลี่ขมวดคิ้ว
เขาเดิมทีจิตใจดีงาม อยากจะชนะใจคนด้วยคุณธรรม
อนิจจา ทำไมไปที่ไหนก็มีแต่คนอยากจะตีกับเขา?
“ที่นี่คือลัทธิมาร พูดจาไม่เข้าหูก็เปิดฉากซัดกันเลย ไม่ใช่เรื่องปกติที่สุดหรอกหรือ?” ไป๋จินเฟยหัวเราะ
ก็จริง
ลู่หลี่ได้สติกลับมา
“ถึงข้าจะไม่ค่อยคิดว่าศิษย์น้องเจ้าจะเป็นศิษย์เอกได้ แต่ข้าก็ขอแสดงความยินดีกับศิษย์น้องล่วงหน้า ขอให้คว้าชัยชนะ เป็นที่หนึ่ง คว้าตำแหน่งศิษย์เอกมาครอง!”
ไป๋จินเฟยป้องมือแสดงความยินดี
“ขอบคุณมาก ว่าแต่ ศิษย์พี่ไป๋ ได้เป็นศิษย์เอก ก็เท่ากับมีป้ายทองละเว้นความตายใช่หรือไม่?”
ลู่หลี่ถามด้วยความสงสัย
“แน่นอน! ขอแค่ไม่ทำเรื่องทรยศสำนัก ต่อให้เจ้ายั่วยวนฮูหยินและบุตรสาวเจ้าสำนัก เจ้าก็ไม่ตาย! อีกอย่าง เจ้าอยากยืมเงิน ก็หาคนยืมได้ตามใจชอบ! แถมไม่ต้องคืนดอกเบี้ยด้วย!”
พอพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของไป๋จินเฟยก็เปล่งประกายแห่งเงินตราออกมา
“มีข้อดีแบบนี้ด้วย?”
ลู่หลี่อึ้งไปครู่หนึ่ง
“ใช่แล้ว แต่ว่า สำนักเลิศมารเจ้ารู้จักใช่ไหม ผู้นำสิบนิกายมาร มีอยู่ปีหนึ่ง ศิษย์เอกของสำนักเลิศมาร ดูเหมือนจะแซ่ลู่เหมือนกัน ยืมหินวิญญาณคนทั้งสำนักไปหลายร้อยล้าน แล้วก็หอบเงินหนีกลับพันธมิตรเต๋าไปดื้อ ๆ! ที่แท้เจ้านั่นเป็นสายลับของพันธมิตรเต๋า! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
ไป๋จินเฟยกล่าวด้วยใบหน้าสมน้ำหน้าเต็มเปี่ยม
แต่กลับไม่ทันสังเกตว่า เวลานี้ ในดวงตาของลู่หลี่ เปล่งประกายเจิดจรัสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ชั่วพริบตาถัดมา ประกายในดวงตาของลู่หลี่ก็เก็บซ่อนลง ป้องมือกล่าวว่า “ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้แนะ ข้าขอกลับถ้ำพำนักไปหลอมรวมโลหิตแท้เจียวเขียวก่อน อีกหนึ่งเดือนเจอกัน!”
พูดจบ ก็หันกายก้าวลอยออกไป กลายเป็นเงาภูตพราย วูบไหวไม่กี่ครั้งก็หายลับไป
“เอ๊ะ ศิษย์น้องลู่ทำไมจู่ ๆ ก็ฮึกเหิมขึ้นมาได้?”
ไป๋จินเฟยมองทิศทางที่ลู่หลี่หายไป พึมพำออกมา
จากนั้น เขาก็ส่ายหน้า หันกายบินขึ้นกลางอากาศ พุ่งกลับไปยังตำหนักทองหยกของตนเอง
เวลานี้ ลู่หลี่พุ่งมาถึงหอชมดาราของตนเองแล้ว
ในดวงตา เปล่งประกายแหลมคมอย่างหาที่เปรียบมิได้
ข้าจะบำเพ็ญเพียร!
ข้าจะเป็นศิษย์เอก!
จากนั้น ก็หอบเงิน... พาน้องเมียทั้งหลายของเขาหนีไป!