- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นซุปตาร์ตกอับกับระบบจับคนเข้าซังเต
- บทที่ 39 - ศึกเทพชนเทพ แต่ผีซวย! กลับคำให้การ
บทที่ 39 - ศึกเทพชนเทพ แต่ผีซวย! กลับคำให้การ
บทที่ 39 - ศึกเทพชนเทพ แต่ผีซวย! กลับคำให้การ
บทที่ 39 - ศึกเทพชนเทพ แต่ผีซวย! กลับคำให้การ
"คือ... เรื่องทายว่าเป็นลู่เย่น่ะไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ว่า..."
หลี่จวิ้นต๋าเห็นบรรยากาศเริ่มมาคุเลยรีบหัวเราะกลบเกลื่อน พยายามจะเอ่ยปากต่อรอง แต่สวีจื้อซุ่นกลับไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ
"ดี! จวิ้นต๋าพูดรู้เรื่องดีนี่!"
คุณชายใหญ่แห่งเล่ออวี่มีเดียตบโต๊ะปัง หัวเราะร่าอย่างพอใจพลางลุกขึ้นยืน
"ตกลงตามนี้ รอบหน้าพวกนายแค่พูดชื่อลู่เย่ออกมา รางวัลจะถูกส่งไปให้ถึงที่ทันที แต่จำไว้... รับปากแล้วถ้าเกิดตุกติกทีหลัง ผมไม่ใช่คนใจดีที่ชอบให้ใครมาลูบคมเล่นหรอกนะ!"
ทิ้งท้ายด้วยคำขู่เสียงเหี้ยม สวีจื้อซุ่นก็เดินอาดๆ ออกจากห้องไปโดยไม่รอฟังคำตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น ทิ้งให้สองนักวิจารณ์นั่งหน้าซีดเผือดมองตามหลังตาปริบๆ
"เดี๋ยวสิ นี่มัน..."
หลี่จวิ้นต๋ากว่าจำตั้งสติได้ก็หันมาโวยวายใส่เพื่อนเสียงหลง "เฮ้ย! ฉันไปตกลงกับมันตอนไหนวะ"
นี่มันมาขอให้ช่วยตรงไหน... นี่มันมัดมือชกชัดๆ! เอาปืนจ่อหัวแล้วยัดเยียดงานให้ทำกันหน้าด้านๆ เลยนี่หว่า!
"แม่งเอ๊ย ศึกระหว่างหน้ากากตัวตลกกับฟางเจี้ยน ทำไมพวกเราต้องมาซวยด้วยวะ"
จางเหวินหยางบ่นอุบ ความดีใจที่จะได้งานใหญ่หายวับไปกับตา ฟังจากน้ำเสียงเมื่อกี้ ดูท่าไอ้หน้ากากตัวตลกคงไปเหยียบตาปลาเข้าจังเบอร์แน่ๆ ถึงขนาดคุณชายเล่ออวี่ลงทุนลงแรงจะเขี่ยทิ้งด้วยตัวเองขนาดนี้
"นายเชื่อที่มันพูดไหมว่าไอ้หน้ากากนั่นคือลู่เย่" หลี่จวิ้นต๋าถอนหายใจเฮือกใหญ่ หน้าตาบอกบุญไม่รับ
"เชื่อก็ควายแล้ว!"
"นายก็ฟังอยู่เต็มสองหูเมื่อวันศุกร์ เสียงระดับนั้นมันระดับตำนานชัดๆ แถมเพลงที่แต่งเองนั่นอีก ลู่เย่จะเอาปัญญาที่ไหนมาทำได้"
จางเหวินหยางหงุดหงิดจนกระดกไวน์เข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว ศึกเทพชนเทพแท้ๆ แต่ผีผู้น้อยอย่างพวกกูต้องมารับเคราะห์แทน เจริญพรเถอะโยม!
"แล้ว... รอบหน้าเราจะทายว่าเป็นลู่เย่ไหม" หลี่จวิ้นต๋ากระดกไวน์ตามบ้าง "ถ้าขืนทายมั่วซั่วว่าเป็นลู่เย่ เสียเครดิตแย่เลยนะเว้ย"
ชาวบ้านชาวช่องเขาเดากันว่าเป็นระดับราชาเพลงป๊อป หรือนักร้องแถวหน้า อยู่ดีๆ พวกเขาโพล่งขึ้นมาว่าเป็นดาราตกอับอย่างลู่เย่... มีหวังทัวร์ลงยับแน่ๆ จะแถก็ต้องมีลิมิตหน่อยไหม
"ถ้าไม่ทาย ก็เตรียมตัวตกงานถาวรได้เลย..."
พอนึกถึงสายตาอำมหิตของสวีจื้อซุ่น จางเหวินหยางก็รินไวน์เพิ่มอีกแก้ว ชื่อเสียงของคุณชายคนนี้ในวงการเลื่องลือจะตายเรื่องความโหด อยากจะเล่นงานใครไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล แค่เหม็นขี้หน้าก็พอแล้ว
เฮ้อ...
สองคู่หูนักวิจารณ์ถอนหายใจพร้อมกัน นึกว่าจะมีลาภลอยหล่นทับ ที่ไหนได้ ดันเป็นก้อนหินหล่นทับเท้าซะงั้น
...
พริบตาเดียวก็ถึงวันพุธ
วันนี้เป็นวันนัดไต่สวนคดีที่บริษัทบัญชีจินไป่ลี่ยักยอกทรัพย์และหลีกเลี่ยงภาษีของลู่เย่
ลู่เย่ตื่นแต่เช้าตรู่ กินข้าวเช้าเสร็จก็เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังศาลเขตตะวันออก เขาถูกพาตัวไปยังห้องพิจารณาคดี จำเลยอย่างหลี่เจี้ยนตง หวงคุน พร้อมทนาย และผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีต่างมากันพร้อมหน้าแล้ว ไม่นานคณะผู้พิพากษาก็เข้ามาประจำที่
การถ่ายทอดสดเริ่มขึ้น
ด้วยความช่วยเหลือจากกรมตำรวจและสำนักงานยุติธรรมที่ช่วยประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า ยอดคนดูในไลฟ์ตอนนี้พุ่งสูงกว่า 40 ล้านคน ถึงจะไม่เยอะเท่าตอนดาราสาวหลี่เสี่ยวเฟยออกมาบีบน้ำตาขายดราม่า แต่ก็ถือว่ามหาศาล
"คนประเทศเรานี่ชอบเสือก... เอ้ย ชอบมุงกันจริงๆ"
ลู่เย่แอบชำเลืองมองยอดคนดูในมือถือแล้วอดขำไม่ได้ ในจำนวนนี้จะมีแฟนคลับเขาจริงๆ สักกี่คนเชียว ส่วนใหญ่ก็พวกไทยมุงรอดูหายนะของคนอื่นทั้งนั้น แต่ก็ดี ยิ่งคนดูเยอะ ยิ่งเข้าทางเขา
เขาเก็บมือถือแล้วกวาดตามองรอบๆ
"บรรยากาศคุ้นๆ แฮะ"
ไม่รู้บังเอิญหรือตั้งใจ ห้องพิจารณาคดีนี้ดันเป็นห้องเดียวกับตอนที่เขาทะลุมิติมาวันแรก แม้แต่ผู้พิพากษาและเสมียนศาลก็ยังเป็นชุดเดิม ต่างกันแค่สถานะ วันนี้เขานั่งฝั่งโจทก์ ส่วนคนอื่นนั่งหน้าซีดอยู่ฝั่งจำเลย
"ศาลลงนั่ง!"
"คดีข้อพิพาทภาษีระหว่างบริษัทจินไป่ลี่กับนายลู่เย่ เริ่มพิจารณาได้"
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะมองลู่เย่ด้วยสายตาเห็นใจแวบหนึ่ง ก่อนจะเคาะค้อนเริ่มกระบวนการ หลังจากโจทก์และจำเลยแถลงเปิดคดี ก็เข้าสู่ช่วงซักถาม
'เปิดใช้งานสกิล ลวงใจ'
'เปิดใช้งานสกิล ลวงใจ'
ลู่เย่ฉวยจังหวะที่หลี่เจี้ยนตงและหวงคุนหันมามอง สาดสกิลใส่ทั้งคู่ทันที พร้อมกับใช้สกิลใส่ผู้พิพากษาและแชร์อำนาจการซักถามให้ท่านเปาจำเป็นไปด้วย
"จำเลยหลี่เจี้ยนตง คุณได้รับการว่าจ้างจากนายหวงลี่เจ๋อ อดีตผู้อำนวยการมู่หยางเอนเตอร์เทนเมนต์ ให้ทำการหลีกเลี่ยงภาษีและยักยอกเงินภาษีของโจทก์ นายลู่เย่ เป็นจำนวนเงิน 13.27 ล้านหยวน ใช่หรือไม่"
คดีนี้หลักฐานมัดตัวแน่นหนา การถามครั้งนี้เป็นเพียงขั้นตอนตามระเบียบเท่านั้น ใครๆ ก็คิดว่าคงแค่ตอบรับแล้วจบ แต่จู่ๆ หลี่เจี้ยนตงที่ก้มหน้าเงียบมาตลอดก็เงยหน้าขึ้นขวับ ส่ายหัวดิก
เขาปฏิเสธคำให้การเดิมที่เคยให้ไว้กับตำรวจอย่างสิ้นเชิง "ไม่ใช่หวงลี่เจ๋อจ้างผม แต่เป็นไอ้ชาติชั่วหวงคุนกับกู่ฟู่เอานต่างหากที่บีบให้ผมทำ!"
คนทั้งศาลชะงักกึก
คำตอบนี้... ไม่ตรงกับสำนวนการสอบสวนนี่หว่า?
"แค่ก!"
ทนายจำเลยสำลักน้ำลายตัวเอง หันขวับไปมองลูกความอย่างไม่อยากเชื่อหู
"กู่ฟู่เอานคือใคร? แล้วทำไมเขาต้องบังคับคุณ?" ผู้พิพากษาสูดหายใจลึก ตั้งสติถามต่อ
"กู่ฟู่เอานก็เจ้าของจินไป่ลี่ไงครับ!"
"ถามว่าทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะมันอยากได้เงินก้อนนั้นไง ตั้งสิบล้านกว่าหยวน ใครจะไม่ตาลุกวาว"
ใบหน้าของหลี่เจี้ยนตงเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ตะโกนด่ากราด "ไอ้สารเลวสองตัวนั้นฮุบเงินไปสิบล้าน แต่โยนเศษเงินให้กูแค่ห้าแสน! พอเกิดเรื่องก็ถีบกูออกมารับหน้าเสื่อคนเดียว ถุย! หน้าไม่อาย!"
"..."
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพิจารณาคดี ทุกคนตกตะลึงกับคำสารภาพอันดุเดือดนี้
พวกคุณเป็นบริษัทบัญชีนะเว้ย แอบอมเงินลูกค้า ทำให้เขาเดือดร้อนแสนสาหัส แทนที่จะสำนึกผิด ดันมานั่งด่ากันเรื่องแบ่งเงินไม่ลงตัวกลางศาลเนี่ยนะ? ไอ้หลี่เจี้ยนตงนี่มันอยากนอนคุกจนตัวสั่นหรือไง ถึงได้ปากดีขนาดนี้
"ในเมื่อกู่ฟู่เอานกับหวงคุนเป็นคนสั่ง แล้วทำไมตอนแรกคุณถึงให้การซัดทอดหวงลี่เจ๋อแห่งมู่หยางเอนเตอร์เทนเมนต์" ผู้พิพากษาขมวดคิ้วถามเสียงเครียด
"ก็ไอ้แก่กู่ฟู่เอานมันสั่งไง มันบอกว่าถ้าผมกัดไม่ปล่อยว่าหวงลี่เจ๋อเป็นคนจ้าง แล้วยอมรับผิดคนเดียว... รอมันออกจากคุก มันจะจ่ายค่าชดเชยให้ผมสิบล้าน!"
พอมียอดเงินสิบล้านเข้ามาเกี่ยวข้อง แววตาของหลี่เจี้ยนตงก็เปลี่ยนเป็นโลภโมโทสันน่าขนลุก "ติดคุกสิบปีแลกกับเงินสิบล้าน คุ้มจะตายชัก!"
คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและหยาบโลนนี้ ทำเอาทุกคนในศาลและคนดูทางบ้านอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้ทั้งรัง
[จบแล้ว]