- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นซุปตาร์ตกอับกับระบบจับคนเข้าซังเต
- บทที่ 38 - ล้วงตับกลับด้าน
บทที่ 38 - ล้วงตับกลับด้าน
บทที่ 38 - ล้วงตับกลับด้าน
บทที่ 38 - ล้วงตับกลับด้าน
"ดีมาก ฉันก็ว่าลำพังแค่ผู้อำนวยการต๊อกต๋อยอย่างแก จะไปมีความกล้าทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง"
ลู่เย่จดชื่อทุกคนในมู่หยางเอนเตอร์เทนเมนต์ลงบัญชีหนังหมาในใจเงียบๆ ส่วนเรื่องจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพื่อเอามาแลกแต้ม หรือจะรอให้ปีกกล้าขาแข็งแล้วค่อยกลับมาขยี้ให้จมดินทั้งบริษัท ค่อยว่ากันอีกที
"แล้วแกรู้ความลับเน่าๆ ของพวกมู่หยางฯ บ้างไหม มีอะไรเด็ดๆ อีกหรือเปล่า"
เห็นเวลาสกิล [ลวงใจ] ยังเหลือเฟือ ลู่เย่เลยถือโอกาสล้วงความลับบริษัทคู่แข่งเสียเลย ข้อมูลพวกนี้คืออาวุธชั้นดีในอนาคต
"เจ้าของบริษัทฉันน่ะเหรอ..."
จู่ๆ หวงลี่เจ๋อก็หัวเราะคิกคักอย่างน่าขนลุก กวักมือเรียกให้ลู่เย่ขยับเข้าไปใกล้กระจก ก่อนจะป้องปากกระซิบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนสะใจ
"มันแอบเลี้ยงอีหนูไว้ตั้งสี่คน สองในสี่คลอดลูกชายให้มันแล้วด้วย แต่นางเมียหลวงจอมโง่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด"
"แล้วก็ยัยนักร้องตัวแม่เบอร์หนึ่งของบริษัทน่ะ แอบกิ๊กกับฉันด้วยนะเว้ย เมียฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"อ้อ แล้วก็ไอ้ดาราหน้าใหม่ที่กำลังดังๆ คนนั้นน่ะ ตอนยังไม่ดังเคยโดนเสี่ยแก่ๆ อายุห้าสิบรับเลี้ยงดูปูเสื่อมาก่อน..."
ผู้คุมยิ่งฟังยิ่งหน้าถอดสี "..."
เดี๋ยวนะ นี่มันห้องเยี่ยมผู้ต้องขังนะโว้ย
พวกแกเล่นเม้าท์มอยเรื่องบัดสีบัดเถลิงกันโจ่งแจ้งขนาดนี้ เห็นหัวผู้คุมอย่างฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง
แล้วไอ้หวงลี่เจ๋อนี่มันเป็นบ้าอะไร เมื่อกี้ยังทำท่าจะกินเลือดกินเนื้อลู่เย่แทบตาย เผลอแป๊บเดียวดันคายความลับออกมาหมดไส้หมดพุง แถมทำหน้าฟินเหมือนภูมิใจนักหนา
มีชู้กับนักร้องในค่ายตัวเองมันน่าภูมิใจตรงไหนวะ
ปากรั่วอย่างกับก๊อกน้ำแตก สมควรแล้วที่ต้องมานอนคุก
"หมดเวลาเยี่ยม! ยุติการสนทนาเดี๋ยวนี้!"
ผู้คุมทนฟังไม่ไหว ตะโกนสั่งเสียงเข้มพร้อมกับจ้องหน้าลู่เย่อย่างตำหนิ
เฮ้อ... เสียดายชะมัด
เวลาสกิลยังเหลืออีกตั้งสิบกว่านาที ใช้ไม่คุ้มเลย
ลู่เย่มองหวงลี่เจ๋อที่โดนหิ้วปีกกลับไปด้วยความเสียดาย เขาลุกขึ้นเดินออกจากห้องเยี่ยม เซ็นเอกสารตามระเบียบแล้วเดินออกจากเรือนจำ เรียกรถกลับโรงแรมด้วยหัวใจที่พองโต
สะใจเป็นบ้า
ถึงจะโดนตัดบทไปหน่อย แต่ข้อมูลที่ได้จากปากหวงลี่เจ๋อก็ถือว่าคุ้มค่ามาก เรื่องเน่าเฟะพวกนี้แหละที่จะกลายเป็นมีดดาบเอาไว้เชือดคอหอยพวกมู่หยางฯ ในวันหน้า
...
ณ กรุงปักกิ่ง
ภายในห้องวีไอพีของร้านอาหารหรูส่วนตัว
จางเหวินหยางกับหลี่จวิ้นต๋านั่งตัวลีบอยู่ขอบโต๊ะอาหารด้วยความประหม่า คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสวีจื้อซุ่น คุณชายใหญ่แห่งอาณาจักรเล่ออวี่มีเดีย
"ไม่ทราบว่าคุณชายสวีมีธุระอะไรจะให้พวกเราสองคนรับใช้ครับ"
จางเหวินหยางฉีกยิ้มประจบประแจง เมื่อวานพอรู้ข่าวว่าทายาทเล่ออวี่มีเดียต้องการพบ ตัวเขากับหลี่จวิ้นต๋าก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน
เล่ออวี่มีเดียเชียวนะ หนึ่งในสามยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิง แค่เศษเนื้อข้างเขียงที่หล่นลงมา ก็พอให้พวกเขากินอิ่มไปได้ทั้งชาติ
"ได้ยินว่าพวกนายเป็นกรรมการรายการ 'ศึกราชาหน้ากากนักร้อง' อยู่ใช่ไหม ท่าทางจะรุ่งนี่นา"
สวีจื้อซุ่นเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือหมุนแก้วไวน์เล่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดัน
"เอ่อ..."
"คือว่า..."
พอได้ยินแบบนั้น หัวใจของทั้งคู่ก็กระตุกวูบ หรือว่า... คุณชายจะมาเช็คบิลเรื่องที่พวกเขาทีมงานโหวตให้หน้ากากตัวตลกแทนที่จะเป็นฟางเจี้ยนเมื่ออาทิตย์ก่อน
ซวยแล้วไง ไอ้หน้ากากตัวตลกนั่นดันเลียนเสียงฟางเจี้ยนจนเหมือนเปี๊ยบ คงไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้ว ทีนี้พวกเขาก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย
"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น ฉันไม่ได้มาทวงแค้นแทนศิษย์พี่ฟางหรอก"
สวีจื้อซุ่นเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของทั้งคู่ก็โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ที่เรียกมาวันนี้ เพราะมีเรื่องอยากจะรบกวนให้ช่วยหน่อย"
"ให้พวกเราช่วย?"
จางเหวินหยางกับหลี่จวิ้นต๋ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก คนระดับคุณชายสวีจะมีเรื่องอะไรให้มดปลวกอย่างพวกเขาช่วยได้
"พวกนายรู้ไหมว่าหน้ากากตัวตลกเป็นใคร"
"ไม่ทราบครับ" ทั้งสองส่ายหน้าพร้อมกัน
"มันคือลู่เย่" สวีจื้อซุ่นจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง
"บะ... บ้าน่า! เป็นไปไม่ได้ ลู่เย่ชนะคดีก็จริง แต่ยังมีคดีหนีภาษีกับเรื่องชู้สาวติดตัวอยู่นะครับ ผู้กำกับเมิ่งกล้าเอาคนแบบนี้มาออกรายการเหรอ"
ทั้งสองคนส่ายหน้าดิก การปั้นรายการให้ดังขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ใครจะกล้าเอาคนที่มีแผลเหวอะหวะมาร่วมรายการให้เสี่ยงโดนถอด ดีไม่ดีความพยายามที่ผ่านมาจะสูญเปล่าหมด
เมิ่งจื่อไห่จะยอมเอาชื่อเสียงรายการมาทิ้งเพราะลู่เย่เนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้
"เงินจ้างผีโม่แป้งได้ฉันใด ก็จ้างคนได้ฉันนั้น"
สวีจื้อซุ่นขบกรามแน่นเมื่อนึกถึงเมิ่งจื่อไห่ ตาแก่นั่นหลอกแดกทรัพยากรจากเขาไปตั้งเยอะ สุดท้ายกลับนกสองหัว ปล่อยให้ลู่เย่ถีบฟางเจี้ยนตกรอบหน้าตาเฉย
"ตะ... แต่เสียงร้องมันคนละเรื่องเลยนะครับ ลู่เย่ร้องเพลงห่วยจะตาย แต่ไอ้หน้ากากตัวตลกนั่น..."
ให้ตายยังไงจางเหวินหยางก็ไม่เชื่อ เขาเคยฟังอัลบั้มสมัยลู่เย่ดังๆ ถึงขั้นเคยเขียนวิจารณ์สับเละว่าเสียงหมาไม่แดก ใครซื้อไปฟังคือโง่ดักดาน แต่ไอ้หน้ากากตัวตลกเมื่อวันศุกร์น่ะ ระดับเทพเรียกพี่ ชนะฟางเจี้ยนที่เป็นถึงราชาเพลงป๊อปได้สบายๆ
ฟ้ากับเหวชัดๆ จะเป็นคนเดียวกันได้ยังไง
"จะเป็นหรือไม่เป็น ในรายการรอบหน้าพวกนายก็ทายชื่อลู่เย่ไปสิ เดี๋ยวพอมันเปิดหน้ากากออกมาก็รู้เอง"
พูดถึงเรื่องเสียงร้อง สวีจื้อซุ่นเองก็ยังงงไม่หาย เขาให้คนไปสืบเรื่องลู่เย่ในคุกมาแล้ว ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร
หรือว่าเมื่อก่อนมันแกล้งร้องห่วย? เพื่อรักษาภาพลักษณ์ไอดอลหน้าหล่อเนี่ยนะ?
เหตุผลควายๆ แบบนี้ใครจะเชื่อ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
"คุณชายหมายความว่า... จะให้พวกเราล็อคผลโหวตเหรอครับ"
จางเหวินหยางกับหลี่จวิ้นต๋าอ้าปากค้าง ปกติเวลาทายชื่อนักร้อง มันต้องมีหลักการบ้างสิ อย่างอาทิตย์ก่อนที่หลินรุ่ยต๋าทายว่าเป็นฟางเจี้ยน ก็เพราะเทคนิคการเปลี่ยนเสียงขึ้นจมูกที่เป็นเอกลักษณ์
แล้วไอ้หน้ากากตัวตลกนี่มีอะไรเหมือนลู่เย่บ้าง นอกจากเป็นผู้ชายเหมือนกัน ก็ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย!
แบบนี้มันมั่วซั่วชัดๆ
"เรียกว่าล็อคผลโหวตได้ยังไง" สวีจื้อซุ่นยิ้มเย็น "ต้องเรียกว่าช่วยกันกระชากหน้ากากศิลปินนิสัยเสีย กำจัดเนื้อร้ายออกจากวงการบันเทิงต่างหาก"
"อีกอย่าง พวกนายไม่อยากรู้เหรอว่าใต้หน้ากากนั่นคือใคร"
สายตาที่มองมาทำให้ทั้งคู่หนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
"วางใจเถอะ ขอแค่พวกนายยืนยันว่ามันคือลู่เย่ เล่ออวี่มีเดียจะป้อนงานระดับรายการหน้ากากนักร้องให้พวกนายคนละห้างานทันที"
"แต่ถ้าพวกนายไม่รู้จักกาลเทศะ..."
สวีจื้อซุ่นหมุนแก้วไวน์เล่น ไม่พูดอะไรต่อ แต่ความหมายชัดเจนแจ่มแจ้ง
...ถ้าไม่ทำตาม ก็เตรียมตัวระเห็จออกจากวงการนี้ได้เลย
[จบแล้ว]