- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นซุปตาร์ตกอับกับระบบจับคนเข้าซังเต
- บทที่ 27 - แขกรับเชิญคนนี้ดูคุ้นตาชอบกล
บทที่ 27 - แขกรับเชิญคนนี้ดูคุ้นตาชอบกล
บทที่ 27 - แขกรับเชิญคนนี้ดูคุ้นตาชอบกล
บทที่ 27 - แขกรับเชิญคนนี้ดูคุ้นตาชอบกล
[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับแพ็กเกจ EP อัลบั้ม 'สุภาพบุรุษ' ลิขสิทธิ์เพลงอยู่ระหว่างการจดทะเบียนคุ้มครอง ข้อมูลทั้งหมดในแพ็กเกจถูกส่งออกมาแล้ว...]
...
[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับแพ็กเกจเพลง 'เจียงหนาน' ลิขสิทธิ์เพลงอยู่ระหว่างการจดทะเบียนคุ้มครอง...]
ลู่เย่กดสุ่มต่อเนื่องอีกสองตาติด
สิ้นเสียงแจ้งเตือน รางวัลชิ้นใหม่ก็ไหลเข้ากระเป๋า
ไม่เลวเลย
"คำชมที่เปย์ให้ระบบเพื่อนรักไม่เสียเปล่า ในที่สุดก็ได้ถอนทุนคืนบ้าง"
"อัลบั้ม EP 'สุภาพบุรุษ' ถึงจะเป็นแค่มินิอัลบั้มที่มีแค่สามเพลงคือ 'สุภาพบุรุษ' 'ฝนตกแล้ว' และ 'นักแสดง'"
"แต่คุณภาพคับแก้วทุกเพลง"
"โดยเฉพาะ 'นักแสดง' นี่คือมาสเตอร์พีซระดับขึ้นหิ้งของตาเฒ่าเซวียเลยนะ"
แถมยังมี 'เจียงหนาน' เพลงแจ้งเกิดของ หลินจวิ้นเจี๋ย มนุษย์กินแผ่นซีดี
นี่คือเพลงเดียวที่หาญกล้าต่อกรกับ 'Nocturne' ของเจย์โชวได้ในยุคนั้น
คุณภาพไม่ต้องพูดถึง ระดับตำนานทั้งนั้น
"เหลืออีกห้าแต้ม เก็บไว้เป็นทุนสำรองดีกว่า"
กดไปห้าทีรวด
ได้เพลงมาทั้งหมดหกเพลง - 'เซียวโฉว', 'แค่เพียงธรรมดา', 'เจียงหนาน', 'สุภาพบุรุษ', 'นักแสดง' และ 'ฝนตกแล้ว'
บวกกับสกิลเทพ - [สุรเสียงร้อยลักษณ์]
ผลประกอบการรอบนี้ถือว่าน่าพอใจมาก
ตามธรรมเนียมของรายการ 'ศึกราชาหน้ากากนักร้อง' สองซีซั่นที่ผ่านมา
แต่ละซีซั่นจะมีทั้งหมดแปดตอน
เมื่อคืนเพิ่งถ่ายทำตอนที่ห้าจบไป เหลืออีกแค่สามตอน
ตอนนี้เขามีตุนไว้หกเพลง เหลือเฟือสำหรับการแข่งขันที่เหลือ
ส่วนเรื่องเสียงร้องยิ่งไม่ต้องกังวล
ลู่เย่สามารถใช้สกิล [สุรเสียงร้อยลักษณ์] เลียนเสียงต้นฉบับของเพลงที่สุ่มได้แบบเนียนกริบ
ซึ่งนักร้องต้นฉบับเหล่านั้นในโลกเดิมก็ล้วนเป็นตัวท็อปอยู่แล้ว
ยิ่งสกิลนี้ช่วยบัฟพลังเสียงให้อีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์
เสียงร้องที่ไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ บวกกับพลังเสียงระดับเทพที่อัปเกรดขึ้นไปอีก...
กรรมการกับชาวเน็ตจะเอาอะไรไปเดา?
ใครหน้าไหนจะมาล้มเขาได้?
ลู่เย่จัดเรียงต้นฉบับเพลงบนโต๊ะแยกตามหมวดหมู่
เก็บใส่แฟ้มเอกสารที่เตรียมไว้ แล้วนำไปล็อกเก็บในตู้เซฟพร้อมกับกระเป๋าหนังสีดำใบเล็ก
ทันทีที่ดึงกุญแจตู้เซฟออก
เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากสารวัตรอัน
"คุณลู่เย่ครับ คดีที่คุณแจ้งความเรื่องบริษัทจินไป่ลี่ฉ้อโกงทางธุรกิจและยักยอกทรัพย์ ตอนนี้ทางเราสืบสวนจนได้ข้อสรุปแล้วนะครับ"
"สรุปว่าเป็นหวงลี่เจ๋อที่ติดสินบนเจ้าหน้าที่สรรพากรที่ดูแลบัญชีของคุณที่ชื่อหลี่เจี้ยนตง กับผู้จัดการแผนกของเขาที่ชื่อหวงคุน ให้จงใจยักยอกและหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีของคุณ"
"ตอนนี้รายละเอียดของคดีชัดเจนแล้ว"
"คาดว่าจะเปิดศาลพิจารณาคดีในวันพุธมะรืนนี้ หรือก็คือวันที่ 31 เวลาเก้าโมงเช้าที่ศาลแขวงตะวันออก การพิจารณาคดีจะมีการถ่ายทอดสดด้วย รบกวนคุณมาให้ตรงเวลาด้วยนะครับ"
คดีนี้ไม่ใช่คดีอาญาแผ่นดินโดยตรง
ดังนั้นลู่เย่ในฐานะผู้เสียหายและโจทก์จึงต้องไปปรากฏตัวในศาล
"ขอบคุณสารวัตรอันที่แจ้งข่าวครับ ผมจะไปให้ตรงเวลาแน่นอน"
หลังจากวางสาย ลู่เย่ก็นั่งครุ่นคิด
หวงลี่เจ๋อเป็นคนสั่งการเหรอ?
ในทางทฤษฎีก็ดูสมเหตุสมผลอยู่
แต่ทว่า...
ลำพังศักยภาพของมู่หยางเอนเตอร์เทนเมนต์
แค่ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปินตัวเล็กๆ อย่างหวงลี่เจ๋อ จะมีปัญญาไปซื้อตัวคนในจินไป่ลี่ได้เชียวหรือ?
ต้องรู้ก่อนว่า
บริษัทภาษีเจ้านี้มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในวงการค่อนข้างสูง
ดาราดังๆ หลายคนก็ใช้บริการที่นี่ ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยมาก่อน
"ช่างมันเถอะ"
"ความจริงเป็นยังไง เดี๋ยววันขึ้นศาลค่อยใช้สกิล [ลวงใจ] ถามไถ่ดู เดี๋ยวความจริงก็ปรากฏเอง"
ลู่เย่ส่ายหัว ยิ้มมุมปากอย่างไม่ยี่หระแล้วลุกขึ้นยืน
เขาสวมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัย เดินลงจากโรงแรม
โบกแท็กซี่แล้วเริ่มโปรแกรมทัวร์จินหลิงตามที่วางแผนไว้
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วกับการเดินเที่ยวชมเมือง
เผลอแป๊บเดียวก็วนมาถึงวันพฤหัสบดี วันนัดซ้อมใหญ่ของรายการ
ลู่เย่มาถึงกระท่อมเก็บหน้ากากตามเวลาเป๊ะ
เขาสวมหน้ากาก 'ตัวตลกผู้เศร้าสร้อย' ของตัวเอง
แล้วเดินตามพนักงานต้อนรับสาว วังอวี้เซวียน ขึ้นรถตู้สีดำที่จอดรออยู่ด้านนอกอย่างคุ้นเคย
สิบนาทีต่อมา
แขกรับเชิญอีกคนในชุดสูทลำลองสีฟ้าอ่อน สวมหน้ากากหัวเสือโคร่ง ก็ก้าวขึ้นรถมา
"เฮ้"
ลู่เย่เอ่ยทักทายตามมารยาท
ทว่า...
อีกฝ่ายกลับทำหูทวนลมเหมือนไม่ได้ยิน
หย่อนก้นลงนั่งแล้วหลับตาพักผ่อนทันทีโดยไม่แยแส
บรรยากาศในรถอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น
แต่ลู่เย่หาได้ใส่ใจ เขาละสายตากลับมานั่งสงบปากสงบคำรอรถออก
รถแล่นมาถึงสถานีเจียงซูอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้ากากหัวเสือนั่นถูกพาแยกไปเข้าห้องซ้อมหมายเลข 7 ที่อยู่เยื้องไปฝั่งตรงข้าม
ส่วนลู่เย่ยังคงใช้ห้องซ้อมหมายเลข 3 ห้องเดิม
"เสี่ยวลู่ รอบนี้จะร้องเพลงคัฟเวอร์หรือเพลงใหม่จ๊ะ"
พวกหลี่ฮุยผู้อำนวยการดนตรีมารอกันพร้อมหน้าแล้ว
พอเห็นลู่เย่เดินเข้ามา ทุกคนก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม
"เพลงใหม่ครับ"
ลู่เย่ถอดหน้ากากส่งให้วังอวี้เซวียน
แล้วล้วงเอาต้นฉบับเนื้อร้อง ทำนอง และเรียบเรียงเพลง 'เซียวโฉว' ที่เตรียมไว้ออกมาจากเป้ ส่งให้หลี่ฮุย
"นี่นายแต่งเองอีกแล้วเหรอ"
ถึงหลี่ฮุยจะทำใจมาบ้างแล้ว
แต่พอได้เห็นเนื้อเพลงกับทำนอง ก็ยังอดตะลึงไม่ได้อยู่ดี
"ครับ"
ลู่เย่หัวเราะแห้งๆ "สถานการณ์บังคับน่ะครับ เลยต้องเข็นครกขึ้นภูเขาแต่งเองร้องเอง"
"ตาพวกผู้บริหารซิงไห่ฯ มันบอดสนิทจริงๆ"
หลี่ฮุยไล่อ่านโน้ตเพลงพลางส่งต่อให้ทีมงานคนอื่นดู ในใจก็นึกเสียดายแทน
ให้ตายสิ
คนที่มีพรสวรรค์ด้านการแต่งเพลงขนาดนี้ แทนที่จะปั้นให้เป็นสายศิลปินคุณภาพ ดันไปซื้อเพลงขยะมาให้ร้องเพื่อจะกอบโกยเงินเร็ว
เพลง 'เซียวโฉว' ที่ลู่เย่ส่งมาให้นี้
แม้ทำนองอาจจะไม่ถึงกับวิจิตรพิสดาร แต่เนื้อร้องนี่สิ คือของจริงระดับเทพ
ผลงานขึ้นหิ้งอีกแล้วสินะ
ลู่เย่ไม่ได้สนใจสีหน้าตกตะลึงของหลี่ฮุย
เขากระแอมเบาๆ แล้วเข้าสู่โหมดการซ้อมทันที
ในชาติก่อน
เพื่อให้ได้สัญญาจากเจ้านายที่เป็นมนุษย์บ้าคาราโอเกะ ลู่เย่แทบจะกวาดเพลงดังๆ ในวงการมาร้องจนพรุน จำทำนองได้ขึ้นใจทุกโน้ต
รวมถึงเพลง 'เซียวโฉว' นี้ด้วย
ติดก็แค่เขาเขียนโน้ตกับเรียบเรียงเสียงประสานไม่เป็น
ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องง้อระบบสุ่มรางวัล ก็คงสวมวิญญาณนักก๊อปเกรดเอได้สบายๆ
การซ้อมตลอดบ่ายราบรื่นไร้ที่ติ
เมื่อซ้อมเสร็จ
เขาก็หยิบหน้ากากตัวตลกขึ้นมาสวมแล้วผลักประตูเดินออกมา
กำลังจะก้าวขึ้นรถตู้ของกองถ่ายเพื่อกลับโรงแรม
สายตาก็เหลือบไปเห็นรถตู้ระดับผู้บริหารตกแต่งหรูหราจอดอยู่ข้างหน้า
แขกรับเชิญหน้ากากหัวเสือที่เจอกันเมื่อตอนกลางวัน กำลังถูกผู้ช่วยสองคนประคองซ้ายขวาพาขึ้นรถ
"เอ๊ะ?"
"ผู้ช่วยคนที่อยู่ทางซ้าย ทำไมหน้าคุ้นๆ จัง"
ลู่เย่เอียงคอครุ่นคิด
แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน
"อ๋อ หมอนั่นเอง"
กว่าสมองจะประมวลผลสำเร็จก็ตอนกลับถึงโรงแรมแล้ว ลู่เย่ถึงบางอ้อทันทีว่าไอ้ผู้ช่วยหน้าคุ้นคนนั้นคือใคร
[จบแล้ว]