- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นซุปตาร์ตกอับกับระบบจับคนเข้าซังเต
- บทที่ 21 - รายการเตรียมรับงานขยะแล้วเหรอ
บทที่ 21 - รายการเตรียมรับงานขยะแล้วเหรอ
บทที่ 21 - รายการเตรียมรับงานขยะแล้วเหรอ
บทที่ 21 - รายการเตรียมรับงานขยะแล้วเหรอ
"เขาเป็นใคร"
กรรมการคนอื่น ๆ หันขวับมามองหลินรุ่ยต๋าด้วยความตื่นเต้น
"เจี่ยจิ่งฮุย เหล่าเจี่ยไง!"
"ใช่ ๆ ผมก็ว่าน่าจะเป็นเขา! ถึงจะพยายามดัดเสียง แต่ตอนเปลี่ยนคีย์ เขาชอบใช้เสียงขึ้นจมูกนิด ๆ แล้วก็มีการหยุดเสียงจังหวะหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์"
นักวิจารณ์เพลงจางเวินหยางรีบสนับสนุน "ไอ้จังหวะหยุดเสียงเมื่อกี้นี้มันชัดมาก"
สัปดาห์ก่อนเขาเพิ่งเขียนวิจารณ์เพลงใหม่ของเจี่ยจิ่งฮุยไปหมาด ๆ จึงจำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ได้แม่นยำ
ในบรรดากรรมการสี่คนที่เหลือ มีสองคนที่คุ้นเคยกับเจี่ยจิ่งฮุย
พอลองนึกย้อนดู ก็พบว่าใช่จริง ๆ ด้วย
ในที่สุด ทั้งหกคนก็ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ ฟันธงว่าหน้ากากนกฮูกคือเจี่ยจิ่งฮุย
"คณะกรรมการมั่นใจแล้วใช่ไหมคะ"
พิธีกรมองดูโพยในมือ พยายามจะให้โอกาสอีกสักหน่อย "จะไม่ลองคิดทบทวนดูอีกสักรอบเหรอคะ"
"ไม่เปลี่ยนแล้ว เหล่าเจี่ยชัวร์!"
ราชาเพลงป๊อปยืนยันหนักแน่น "ถ้าผมทายผิด ผมจะเลี้ยงไก่ทอดชิ้นยักษ์หน้ากากนกฮูกสิบชิ้นเลยเอ้า"
คนดูหัวเราะครืน
สมฉายาราชาไก่ทอด แม้แต่ตอนเดิมพันยังหนีไม่พ้นไก่ทอด
"เฮ้อ...หูทิพย์กันจริง ๆ นะคะกรรมการชุดนี้"
"ทายถูกอีกแล้วค่ะ"
พิธีกรทำหน้ายอมใจ สถิติเร็วสุดของกรรมการชุดนี้คือห้าวินาทีด้วยซ้ำ
"ขอแสดงความยินดีกับหน้ากากนกยูงสีน้ำเงินที่ได้ผ่านเข้ารอบอีกครั้งค่ะ!"
"เธอสามารถเอาตัวรอดจากสายตาเหยี่ยวของกรรมการมาได้ถึงสี่สัปดาห์ สุดยอดจริง ๆ"
เธอยิ้มให้ผู้เข้าแข่งขันอีกคน "และถึงเวลาเปิดเผยความจริงแล้วค่ะ ขอเชิญหน้ากากนกฮูกเปิดหน้ากากครับ"
"โธ่เอ๊ย!"
"พวกคุณนี่มันโหดจริง ๆ ไม่ไว้หน้ากันบ้างเลย"
เจี่ยจิ่งฮุยถอดหน้ากากนกฮูกออก เผยให้เห็นใบหน้ายิ้มแหย ๆ
ลู่เย่มองภาพบนหน้าจอแล้วได้แต่ปลง
ขนาดพยายามดัดเสียงแทบตาย
แค่หลุดลูกเอื้อนที่เป็นเอกลักษณ์นิดเดียว ก็โดนจับโป๊ะได้ทันที
แล้วไอ้ระดับลูกทุ่งอย่างเขาล่ะ...
ลู่เย่เริ่มใจแป้วขึ้นมาเป็นครั้งแรก
ในขณะเดียวกัน
ณ ไพรเวทคลับสุดหรูในกรุงปักกิ่ง
ภายในห้องวีไอพีที่ตกแต่งวิจิตรแต่แสงไฟสลัว
สวีจื้อซุ่นกำลังนั่งโอบซ้ายประคองขวาอยู่บนโซฟา ปาร์ตี้กำลังดำเนินไปอย่างสนุกสนาน
"พี่ชาย เลิกจ้องมือถือได้แล้วน่า"
"ไอ้หลานชายคนนั้นมันฉีกสัญญากับซิงไห่ไปแล้ว คืนนี้ไม่มีเพลงจะร้องด้วยซ้ำ"
"ต่อให้มันดันทุรังหาเพลงมาร้องได้ ด้วยเสียงเป็ดร้องแบบนั้น ไม่โดนทายถูกก็โดนโหวตออก ไม่มีทางพลิกฟื้นคืนชีพได้หรอก"
"ไม่รู้จะกังวลอะไรนักหนา"
สวีจื้อซุ่นยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ "วันนี้วันดี มาชนแก้วกันดีกว่า!"
"ที่คุณสวีพูดมาก็ถูกครับ"
"ไอ้ลู่เย่พลิกคดีในศาลได้ถือว่าฟลุ๊ค"
"แต่ในรายการ 'ศึกราชาหน้ากากนักร้อง' นี่ของจริง ถ้าโดนเขี่ยตกรอบ มันก็หมดไพ่ในมือแล้ว"
"ถึงตอนนั้นก็หวานหมูคุณสวี จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด"
ชายคนที่นั่งอยู่ในมุมมืด
วางโทรศัพท์ลง ยกแก้วไวน์ขึ้นด้วยสองมือ น้อมตัวชนแก้วกับสวีจื้อซุ่นเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง
"ไอ้พวกโง่หลี่เสี่ยวเฟยกับหวงลี่เจ๋อ ไม่มีน้ำยา!"
"เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ก็ทำพัง สมควรแล้วที่ต้องไปนอนคุก"
สวีจื้อซุ่นแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์
ดูเหมือนเขาจะรู้ข่าวการตัดสินจำคุกของสมุนทั้งสองแล้ว แต่ไม่มีความสงสารหรือรู้สึกผิดแม้แต่น้อย
ความโกรธพาดผ่านใบหน้าเพียงชั่วครู่ เขาก็กลับมายิ้มร่า
"แต่นายน่ะต่างออกไป นายจัดการเรื่องได้เนียนกริบ"
"เดี๋ยวรอไอ้ลู่เย่มันเปิดหน้ากาก เราค่อยส่ง IO ไปถล่มซ้ำเรื่องหนีภาษี นอกใจ เกาะผู้หญิงกิน"
"ฮึ รอบนี้ถ้าไม่เหยียบให้จมธรณี ฉันไม่ขอแซ่สวี"
"ถึงตอนนั้น นายก็ลอยลำมารับตำแหน่งที่เล่ออวี่ได้เลย อยากได้เก้าอี้ตัวไหนจิ้มเอา"
"ขอบคุณคุณสวีที่เมตตาครับ!"
ชายในมุมมืดตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น
เขาโยนโทรศัพท์ทิ้งไปข้างตัว กระดกไวน์รวดเดียวหมดแก้ว
...
ตัดกลับมาที่รายการ
คู่ที่สองแข่งจบแล้ว
หน้ากากหมาป่าสีเทา ปะทะ หน้ากากม้าลาย
รอบนี้หมาป่าสีเทาโชคไม่ดี
อาจเพราะชะล่าใจที่รอดมาได้สองวีค ตอนขึ้นเสียงสูงเผลอหลุดท่าทางประจำตัวออกมา เลยโดนจับได้
ส่วนหน้ากากม้าลาย กรรมการต้องระดมสมองกันอยู่นานกว่าจะทายถูก
ในที่สุดก็มาถึงคู่ที่สาม : หน้ากากกระต่ายขาว ปะทะ หน้ากากตัวตลกผู้เศร้าสร้อย
ตามธรรมเนียม
หน้ากากกระต่ายขาวผู้ชนะจากสัปดาห์ก่อนขึ้นเวทีก่อน
เพลง "พายุโหมกระหน่ำ" เวอร์ชันคัฟเวอร์ เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว
แม้แต่ลู่เย่ที่ฟังด้วยหูบ้าน ๆ ยังรู้สึกว่าเพราะจับใจ
พิธีกรให้กระต่ายขาวลงไปพัก
"ลำดับต่อไป ขอเชิญผู้ท้าชิงคู่ที่สาม หน้ากากตัวตลกผู้เศร้าสร้อย ขึ้นเวทีค่า"
ไฟบนเวทีดับวูบ แล้วค่อย ๆ สว่างขึ้นตรงกลาง
ลู่เย่สวมหน้ากากตัวตลกหน้าขาวจมูกแดง เดินเข้าไปยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟ
นี่เป็นครั้งแรกที่ร้องเพลงต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้
แต่ประสบการณ์จากการเป็นนักธุรกิจที่เคยพูดต่อหน้าพนักงานนับพันคน ทำให้เขาไม่ตื่นสนามแม้แต่น้อย
ดนตรีบรรเลงขึ้น
"เกลียวคลื่นไร้เสียง ถาโถมกลืนราตรีจมดิ่ง..."
"ท่วมท้นจนสุดมุมขอบฟ้า..."
"ปลาใหญ่แหวกว่าย ในรอยแยกแห่งความฝัน..."
"จ้องมองโครงหน้ายามหลับใหลของเธอ..."
"มองนภาจรดสมุทร ฟังเสียงลมเคล้าเสียงฝน..."
"..."
ท่วงทำนองที่งดงามราวกับภาพวาด สะกดคนดูตั้งแต่โน้ตตัวแรก
ยิ่งเนื้อร้องที่ไม่คุ้นหู ยิ่งทำให้ทุกคนชะงัก
กรรมการมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างฝ่ายต่างส่ายหน้ายืนยันว่าไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อน
นี่มัน...เพลงออริจินัลเหรอ?
มาร้องเพลงแต่งเองในรายการนี้เนี่ยนะ?
แต่ฟังจากทำนองและเนื้อหา
คุณภาพเพลงนี้ไม่ธรรมดาเลย จัดว่าเป็นเพลงระดับมาสเตอร์พีซได้สบาย ๆ
ต่อให้อยู่ในมือนักร้องระดับเทพสี่คนบนโต๊ะกรรมการ เพลงนี้ก็ดีพอที่จะเป็นเพลงโปรโมตหลักในอัลบั้มได้เลย
เอาของดีขนาดนี้มาร้องทิ้งร้องขว้างในรายการวาไรตี้เนี่ยนะ เสียดายของชะมัด
"แต่นักร้องคนนี้...ทักษะการร้องดูจะ...ธรรมดาไปหน่อยไหม"
เมิ่งจื่อไห่ปกติคุมคุณภาพรายการเข้มข้นจะตาย
สามซีซั่นที่ผ่านมา เชิญแต่นักร้องเสียงคุณภาพคับแก้ว
ทำไมรอบนี้ถึงหลุดมาตรฐาน?
หรือว่า...ทนกลิ่นเงินไม่ไหว เริ่มรับงานขยะแล้ว?
ราชาเพลงป๊อปหลินรุ่ยต๋าฟังไปบ่นในใจไป
ด้วยหูระดับเทพของเขา
เขาจับได้ทันทีว่าเทคนิคการร้องของลู่เย่นั้นอยู่ในระดับ "พอฟังได้" เท่านั้น
"แต่ก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว"
"อารมณ์เพลงถือว่าถ่ายทอดออกมาได้ดี เนื้อเสียงใสสะอาด"
"บวกกับทำนองสไตล์จีนโบราณที่สวยงาม ฟังแล้วก็เคลิ้มได้เหมือนกัน"
หลินรุ่ยต๋ากอดอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ตั้งใจฟังต่อไปด้วยความสงสัย
[จบแล้ว]