- หน้าแรก
- เซียนทมิฬ คำสาปอมตะ
- บทที่ 47 - รูปปั้นดินปั้นสีขาวซีด
บทที่ 47 - รูปปั้นดินปั้นสีขาวซีด
บทที่ 47 - รูปปั้นดินปั้นสีขาวซีด
บทที่ 47 - รูปปั้นดินปั้นสีขาวซีด
หลี่โม่เข้าใจดีว่า หัวผีลูกเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ผู้บำเพ็ญเพียรแห่กันมาที่แดนลึกลับก็จริง แต่สาเหตุหลักยังคงเป็นความโลภของมนุษย์
ดูจากทิศทางลมในตลาดมืดก็รู้ การผ่าตัดปลูกถ่ายดวงตากำลังเป็นที่นิยม หัวผีลูกแค่ไปราดน้ำมันลงกองไฟให้ลุกโชนยิ่งขึ้น
หลังจากหลี่โม่หนีไป หน้าถ้ำที่เขาเคยอยู่ก็มีผู้บำเพ็ญเพียรจากแก๊งงูแมวเซาในตลาดมืดจิตอสูรนับสิบคนมายืนล้อม
สวี่กวงเฉิง หัวหน้าแก๊งงูแมวเซา ยืนปะปนอยู่ในกลุ่ม ผู้บำเพ็ญเพียรรอบข้างต่างเงียบกริบ ไม่กล้าส่งเสียงต่อหน้าเขา
สวี่กวงเฉิงแทบไม่มีเค้าโครงมนุษย์เหลืออยู่ ลักษณะเด่นชัดที่สุดคือเกล็ดงูที่ปกคลุมผิวหนัง และขาทั้งสองข้างที่อ่อนปวกเปียกเหมือนไร้กระดูก
ใต้รักแร้ของเขามีหัวผีลูกงอกออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ใช้อาวุธวิเศษของหลี่โม่เช่นกัน
สวี่กวงเฉิงแลบลิ้นสีแดงสดออกมา เล่นกับวัสดุวิญญาณระดับต่ำที่เพิ่งขุดได้ น้ำลายเหม็นคาวไหลย้อยออกมาโดยไม่รู้ตัว
ที่ผ่านมา แก๊งงูแมวเซาไม่เคยคิดจะยุ่งกับแดนลึกลับกระถางเหล็ก
แต่ด้วยแรงกระตุ้นจากผลประโยชน์ สวี่กวงเฉิงก็อดใจไม่ไหวต้องกระโดดลงมาร่วมวง เกณฑ์ผู้บำเพ็ญเพียรที่เฝ้าตลาดมืดมาเกือบหมด
แต่เนื่องจากอุโมงค์เหมืองส่วนใหญ่มีขุมกำลังต่างๆ จับจองไปหมดแล้ว แก๊งงูแมวเซาจึงต้องเลือกอุโมงค์เหมืองร้างที่ค่อนข้างอันตรายกว่า
"สถานการณ์เป็นไง?"
"เรียนท่านหัวหน้า มีนักพรตบ้าคนหนึ่ง... มาปิดด่านฝึกตนที่นี่ ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าพวกเรามา ก็เลยหนีไปทันทีขอรับ"
"ปิดด่าน?"
สวี่กวงเฉิงยิ้มเยาะ ใครหน้าไหนจะมาปิดด่านฝึกตนในแดนลึกลับที่เต็มไปด้วยอันตราย หรือว่าเบื่อชีวิตแล้ว?
แต่ดูจากข้าวของเครื่องใช้ในถ้ำ ก็น่าจะเป็นเรื่องจริง
ถ้ำถูกขุดขึ้นมาชั่วคราว พื้นปูด้วยหญ้าแห้ง ตรงกลางมีหลุมลึกสองเมตร ดูเหมือนเกิดจากแรงสะท้อนกลับของการฝึกวิชาอาคม
สวี่กวงเฉิงบิดขี้เกียจ พูดส่งๆ ว่า "ฟังนะ รีบตามหาตัวมันให้เจอ ไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตาย"
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรรับคำเสียงดัง แต่ก็อดมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่ได้ ใครจะไปรู้ว่าในอุโมงค์เหมืองนี้มีอันตรายอะไรรออยู่บ้าง
พูดยังไม่ทันจบ แววตาของสวี่กวงเฉิงก็ฉายแววอาฆาต
เขาเช็ดเลือดบนฝ่ามือ ถ้าเขารู้ถึงประโยชน์ของอาวุธวิเศษหัวผีลูกเร็วกว่านี้ แก๊งงูแมวเซาก็คงไม่ต้องถ่อมาถึงแดนลึกลับกระถางเหล็ก แค่ขายอาวุธวิเศษก็รวยเละแล้ว
สวี่กวงเฉิงฆ่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ยักยอกของไปแล้ว ศพถูกแขวนประจานไว้หน้าปากถ้ำ
เขาไม่สนใจหลี่โม่เลยสักนิด หนูตัวเดียวจะมีพิษสงอะไร อย่างมากก็คงเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระที่สติแตกเพราะความน่ากลัวของแดนลึกลับ
ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ
สวี่กวงเฉิงหารู้ไม่ว่า หลี่โม่กำลังจับตามองทุกความเคลื่อนไหวของเขาผ่านทางหัวผีลูก
ในสายตาของหลี่โม่ แก๊งงูแมวเซาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ใช้แล้วทิ้ง ทันทีที่พวกมันก้าวเข้ามาในอุโมงค์เหมืองร้าง ชะตากรรมก็ไม่ได้อยู่ในมือพวกมันอีกต่อไป
หลี่โม่หามุมสงบ ให้พยัคฆ์ภูตขุดถ้ำแห่งใหม่
คราวนี้ขุดลึกลงไปใต้ดิน ขอแค่ปิดปากทางเข้าออก ก็จะไม่มีใครสังเกตเห็น มิดชิดกว่าเดิมมาก
หลี่โม่แบ่งจิตไปสิงร่างพยัคฆ์ภูต เพื่อสื่อสารกับหัวผีแม่
เขาสังเกตเห็นว่าในภูเขาศพมีผู้บำเพ็ญเพียรห้าคนที่ใช้หัวผีลูก สามคนถูกควบคุมโดยขุมกำลังจากตลาดมืด ไม่ได้รีบร้อนเข้าไปในส่วนลึก
กลับเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระสองคน ที่บุกเข้าไปลึกถึงสองพันเมตรแล้ว
คาดเดาได้ว่า ความเร็วในการเน่าเปื่อยของภูเขาศพจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก บนพื้นผิวเริ่มมีแผลพุพองบวมเป่งจำนวนมหาศาล
หลี่โม่รู้สึกเสียดายนิดหน่อย
เป้าหมายหลักของเขาคือสิ่งที่ทำให้ตำราจ้าวรังสรรค์ตื่นตัว แต่ถ้าทุ่มเทเวลาไปกับการขุดหาวัสดุวิญญาณ ป่านนี้คงได้วัสดุวิญญาณกองเท่าภูเขาแล้ว
หลี่โม่มองไปทางที่ผู้บำเพ็ญเพียรแก๊งงูแมวเซารวมตัวกัน ได้ยินเสียงเครื่องมือกระทบผนังหินดังแว่วมา แสดงว่าพวกมันเริ่มขุดแล้ว
"จริงๆ ก็ไม่เป็นไร ยังไงก็มีแก๊งงูแมวเซาอยู่"
"แรงงานฟรีชัดๆ"
ช่วงนี้หลี่โม่มีเรื่องกระทบกระทั่งกับแก๊งงูแมวเซาอยู่ตลอด เพราะช่างสร้างอาวุธเป็นแหล่งรายได้ชั้นดี บวกกับบัญชีแค้นเก่าของยินเสวีย เพียงแต่เกรงใจกฎของตลาดมืดเลยยังไม่ระเบิดออกมา
เขาเห็นว่าพยัคฆ์ภูตขุดถ้ำชั่วคราวเสร็จแล้ว ก็มุดลงไปในอุโมงค์ใต้ดิน แล้วใช้เศษหินและเลือดเนื้ออุดปากทางเข้า
หลี่โม่วางโหลแก้วไว้ตรงหน้า คอยเติมผงวัสดุวิญญาณลงไปเป็นระยะ
เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋ายังคงเติบโต คาดว่าอีกไม่กี่วันคงจะสมบูรณ์
หลี่โม่โคจรพลังไปพร้อมกับแบ่งสมาธิไปจับตาดูหัวผีลูกตามจุดต่างๆ การสำรวจภูเขาศพดำเนินไปอย่างเป็นระบบ
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า ความโลภของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด
แม้พวกเขาจะรู้ว่าส่วนลึกของภูเขาศพซ่อนความสยดสยองที่ไม่อาจบรรยายได้ แต่ขอแค่มีหัวผีลูก ก็พร้อมจะบุกเข้าไปโดยไม่เหลียวหลัง
จนถึงตอนนี้ หลี่โม่ยังไม่เจอ "รูปปั้นดินปั้น" ที่เล่าลือกันในตลาดมืดจิตอสูรเลย
เขาพยายามมองหาร่องรอยของรูปปั้นดินปั้นผ่านมุมมองของหัวผีลูก แต่ติดต่อกันหลายวัน ก็เห็นแต่ภาพผู้บำเพ็ญเพียรขุดแร่ที่น่าเบื่อหน่าย
หลี่โม่ตัดสินใจฝังจิตสำนึกไว้กับผู้บำเพ็ญเพียรอิสระที่เข้าไปลึกเกือบสามพันเมตร
ภายใต้อิทธิพลของพิษโลหะ ความโลภของผู้บำเพ็ญเพียรอิสระคนนั้นถูกขยายใหญ่ขึ้นนับไม่ถ้วน ในสมองเต็มไปด้วยความฝันเฟื่องเรื่องการบรรลุเซียน
หลี่โม่ลองบังคับหัวผีลูกให้กะพริบตา เมื่อเห็นว่าผู้บำเพ็ญเพียรอิสระยังคงจดจ่ออยู่กับการขุดแร่ ก็หมุนคอหัวผีลูกไปรอบๆ อย่างไม่เกรงใจ
ภาพรวมของอุโมงค์เหมืองปรากฏแก่สายตา
ขณะที่เขากำลังจะเลิกสนใจ ในความมืดไกลๆ ดูเหมือนจะมีร่างสีขาวซีดยืนอยู่
ท่าทางของร่างนั้นดูแปลกประหลาด ไม่เหมือนคนปกติ พินิจดูอยู่นานก็ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง
หัวผีลูกหันหน้าหนี แต่พอหันกลับมามองอีกครั้ง ร่างนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้หลายสิบเมตร เข้ามาในระยะร้อยเมตรของผู้บำเพ็ญเพียรอิสระแล้ว
หลี่โม่มองเห็นลางๆ ว่าร่างนั้นคือรูปปั้นดินปั้นที่ทำจากดินเหลืองธรรมดา ผิวมีรอยแตกร้าวจากการตากลม
รูปปั้นดินปั้นไม่มีหูตาจมูกปาก แต่เบ้าตาที่ลึกโหลกลับดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หลี่โม่ขนลุกซู่
ผู้บำเพ็ญเพียรอิสระคนนั้นก็สังเกตเห็นรูปปั้นดินปั้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวสุดขีด เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ค่อยๆ คลานถอยหลังกลับทางเดิม
มีหัวผีลูกจ้องอยู่ รูปปั้นดินปั้นก็ยืนนิ่งไม่ขยับจริงๆ
แต่ทุกครั้งที่ผ่านทางแยก พอหัวผีลูกคลาดสายตาจากรูปปั้นดินปั้น มันก็จะไปโผล่ในจุดบอดสายตาอย่างน่าประหลาด
ถ้าไม่มีหัวผีลูก ป่านนี้รูปปั้นดินปั้นคงไปอยู่บนหลังของผู้บำเพ็ญเพียรอิสระคนนั้นแล้ว
หลี่โม่ตรวจสอบหัวผีลูกอันอื่น กวาดสายตามองรอบๆ อย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นเรื่องน่าขนลุก นอกจากสวี่กวงเฉิงแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ ต่างถูกรูปปั้นดินปั้นจ้องมองอยู่
รูปปั้นดินปั้นไม่ได้มีแค่ตัวเดียว เป็นไปได้ว่ามีจำนวนไม่น้อย
ซึ่งหมายความว่า หากผู้บำเพ็ญเพียรถูกรูปปั้นดินปั้นสองตัวขึ้นไปประกบพร้อมกัน ต่อให้มีหัวผีลูก ก็คงไม่รอด
เขตปลอดภัยน่าจะอยู่ที่ระยะประมาณหนึ่งพันห้าร้อยเมตร
ไม่ต้องให้หลี่โม่เตือน ผู้บำเพ็ญเพียรในแดนลึกลับคงรู้ตัวกันในไม่ช้า แต่ขุมกำลังต่างๆ ที่ได้ลิ้มรสความหวานแล้วคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ
พวกเขาต้องหาทางรับมือแน่นอน
วิชาอาคมที่เพิ่มจำนวนดวงตา หรืออาวุธวิเศษคล้ายหัวผีลูก จะต้องเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดมืดจิตอสูร
ตอนนี้ยังดูท่าทีของเมืองหรงไม่ออก แต่อย่างน้อยถ้าสถานการณ์ดำเนินต่อไปแบบนี้ ก็เข้าทางหลี่โม่พอดี ยิ่งน้ำขุ่นยิ่งมีโอกาสจับปลา
หลี่โม่ยังระแวงอยู่บ้าง จึงเรียกสัตว์อสูรรอยสักทั้งหมดออกมาข้างนอก
เขาใช้พลังเลือดลมและปราณหล่อเลี้ยงในระดับต่ำสุด ทำให้สัตว์อสูรรอยสักมีขนาดเล็กจิ๋ว กระจายตัวอยู่ทั่วถ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีจุดบอด
การเปลี่ยนแปลงของเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าก็ค่อยๆ สงบลงตามกาลเวลา
หลี่โม่มองไม่เห็นร่องรอยของกระเพาะปลาคาร์ปกำเนิดหมอกแล้ว รูปร่างของมันเหมือนหัวใจประหลาดที่เต้นตุบๆ อยู่ในน้ำไม่หยุด
[จบแล้ว]