เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 187 เกาะมารโลหิตจริงและปลอม

บทที่ 187 เกาะมารโลหิตจริงและปลอม

บทที่ 187 เกาะมารโลหิตจริงและปลอม


บทที่ 187 เกาะมารโลหิตจริงและปลอม

คิดปุบก็ลงมือทันที ความคล่องตัวเช่นนี้นับเป็นข้อดีอย่างยิ่งของลวี่หยาง

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรีบจัดการลงมือก่อนเกาะมารโลหิตจะร่วงจากแดนวางรากฐาน และสำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแดนลับ เขาก็มีแผนวางไว้แล้ว

โอบอุ้มบรรพต!

“วิชาเทพกำเนิดนี้หากแปรเป็นภาพลวงตาก็สามารถผนึกปิดวิชาได้ หากแปรเป็นจริงก็สามารถก่อเกิดยอดเขาขึ้นได้อย่างแท้จริง แต่ก่อนยังไม่เคยเผยให้ผู้ใดเห็น ครานี้เหมาะนักที่จะนำมาใช้เป็นแดนลับ!”

ยิ่งไปกว่านั้น โอบอุ้มบรรพตเมื่อแปรเป็นของจริง ยังมีคุณสมบัติสะกดพลังวิญญาณ เหตุกรรม และพรหมลิขิตในบริเวณโดยรอบอยู่ในตัว เช่นนี้จะไม่เหมาะกับการเป็นแดนลับได้อย่างไร? เมื่อลงมือเช่นนี้ ก็สามารถลวงให้ทุกคนเข้าสู่วิชาเทพกำเนิดของเขา ทำให้พากันเดินเข้ามาในกับดักด้วยตนเอง!

“แต่หากมีเพียงเท่านี้ รอยรั่วก็ยังมากเกินไป”

แม้โอบอุ้มบรรพตจะสามารถแปรเป็นของจริงได้ แต่โดยเนื้อแท้แล้วยังเป็นเพียงวิชาเทพกำเนิด และเหตุกรรมยังชี้ตรงมาที่ลวี่หยาง ยากจะต้านทานการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน

ลวี่หยางจึงตกอยู่ในภวังค์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่อเห็นดังนั้น บรรพชนอสูรวิญญาณข้างกายก็อดไม่ได้เอ่ยขึ้นว่า “เรื่องเหตุกรรมก่อนเลย เจ้าควรหาทางโยนเหตุกรรมไปให้เกาะมารโลหิต”

“ถูกเผง!”

ดวงตาลวี่หยางสว่างวาบ “บรรพชนกล่าวชอบแล้ว ทุกแดนลับต้องมีที่มา แดนลับที่ไร้เหตุไร้ผล ยากจะหลอกเจินเหรินวางรากฐานได้”

“แต่ปัญหาก็อยู่ตรงเหตุกรรมนี่แหละ” บรรพชนอสูรวิญญาณส่ายหน้า

“จะไปยากอะไร?”

ลวี่หยางแสยะยิ้ม “เกาะมารโลหิตนั่นก็ไม่ใหญ่อะไร ข้าขุดโพรงไว้ตรงกลางโอบอุ้มบรรพต แล้วยัดมันเข้าไปก็พอ!”

“เคล็ดแยกแยะต่างคล้ายของข้าไม่เพียงแต่แยกสิ่งที่คล้ายกันได้ ก็ย่อมหลอมรวมได้ด้วย! หากผสานโอบอุ้มบรรพตเข้ากับเหตุกรรมของเกาะมารโลหิตจนกลมกลืนเป็นหนึ่ง เช่นนี้ไม่ว่าใครจะคำนวณอย่างไร ก็ย่อมเห็นว่าโอบอุ้มบรรพตของข้าคือแดนลับที่เจินเหรินมารโลหิตทิ้งไว้!”

คำพูดของลวี่หยางหาใช่พูดลอย ๆ

หากเขาสามารถยัดเกาะมารโลหิตเข้าไปในโอบอุ้มบรรพตได้จริง วิธีนี้ย่อมมีความเป็นไปได้ เพราะภายในโอบอุ้มบรรพตมีเจินเหรินมารโลหิตอยู่จริง!

คิดปุ๊บลงมือทันที ลวี่หยางเริ่มเร่งเคล็ดวิชาโดยไม่รั้งรอ

ไม่นาน เงาภูผายิ่งใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในแดนวางรากฐาน จากภาพลวงตากลายเป็นของจริง กลายเป็นเปลือกห่อหุ้มรอบเกาะมารโลหิตอย่างมั่นคง

“เกาะมารโลหิตเดิมนั้นก็เล็กเกินไป”

“ไม่มีเค้าลางอะไรที่เหมาะจะเป็นแดนลับของเจินเหรินวางรากฐานขั้นปลายเลย ครั้นเมื่อมีโอบอุ้มบรรพตของข้าครอบไว้ จึงจะดูมีท่วงท่าอย่างแท้จริง”

ในตอนนี้เอง ภายใต้การจัดวางอย่างแยบยลของลวี่หยาง หากมองเพียงแวบเดียวก็เห็นชัดว่าเกาะมารโลหิตถูกฝังไว้กลางโอบอุ้มบรรพต กลายเป็นยอดเขาซ้อนเขาเชื่อมแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว แม้แต่เปลือกนอกยังถูกลวี่หยางแปลงเป็นวังใหญ่ ยิ่งเสริมความโอ่อ่าตระการตา

จากนั้น ลวี่หยางก็เริ่มโยนแสงวิเศษขึ้นแต่งเติม

อย่างไรก็ต้อง “ใหญ่เข้าไว้” เป้าหมายคือให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าเกาะมารโลหิตคือแก่นกลางของแดนลับ และขุมสมบัติทั้งหลายล้วนซ่อนอยู่ภายใน

“พอดีให้คนด้านนอกช่วยสำรวจทางให้ข้าด้วยเลย”

“ปล่อยให้พวกเขากับเจินเหรินมารโลหิตฆ่าฟันกันเอง!”

“เจินเหรินมารโลหิตผู้นี้! ไหนเลยจะกล้าทำอุกอาจถึงเพียงนี้ ข้าย่อมมั่นใจว่าเขาจะต้องเหลือกับดักไว้แน่!”

ลวี่หยางเป็นคนรอบคอบอย่างถึงที่สุด

เจินเหรินมารโลหิตวางหมากซ้อนซ่อนไว้กับเขาครานี้ หากลวี่หยางไม่ย้อนกลับไปซ้อนหลุมใส่คืน จะยังกล้าเป็นเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ได้อีกหรือ? ภายภาคหน้ายังจะมีหน้ากลับไปอยู่ในนิกายอีกหรือไม่?

ในเวลาไม่นาน โครงร่างแดนลับก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้น

เพื่อความสมจริง ลวี่หยางยังลงมือวางค่ายกลทะเลโลหิตกลบฟ้า และหมอกพรากจิตสลายวิญญาณลงไว้ภายในอีกด้วย กลายเป็นแดนภยันตรายสองจุดแฝงอยู่ในแดนลับ

“ชื่อก็ให้มันเรียกว่า ทะเลสาบโลหิตแดง กับ หุบผาพรากวิญญาณ เถอะ จุดหนึ่งเป็นทะเลสาบคลื่นโลหิตปั่นป่วน อีกจุดเป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยหมอกมึนมัวที่ทำให้แม้แต่เจินเหรินวางรากฐานยังเคลิบเคลิ้ม ถ้าเอาสมบัติใส่เข้าไปสักชิ้นสองชิ้น ก็ยิ่งชวนให้คนอยากฝ่าเข้าไป”

“แต่สมบัติเหล่านั้นไม่ต้องดีนักหรอก”

“ยังไงสมบัติของจริงก็อยู่ในเกาะมารโลหิตแล้ว ของข้างนอกจะดีเกินไปไม่ได้ ต้องพอให้โลภ แต่ไม่ถึงกับอิ่ม”

“มนุษย์นั้นยิ่งถูกล่อ ยิ่งหลงงมงาย”

“บวกกับแรงฆ่าฟ้าดินปกคลุมสติ รับรองว่าผู้ใดที่เข้าสู่แดนลับนี้ จะต้องสังหารแย่งชิงกันจนแตกหักแน่นอน!”

ลวี่หยางยิ่งออกแบบ ก็ยิ่งตื่นเต้น

“บรรพชน ท่านมีข้อเสนออะไรไหม?” ลวี่หยางหันมาถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “คิดว่ายังมีตรงไหนควรแก้บ้างหรือไม่?”

อย่าเอาข้าไปเหมารวมกับเจ้า!

บรรพชนอสูรวิญญาณสีหน้าปลงตก แม้ตนจะอยู่ฝ่ายมาร แต่ชั่วชีวิตทำการใดก็ล้วนเปิดเผยตรงไปตรงมา มิใช่พวกเจ้าเล่ห์เพทุบายไร้ยางอายเช่นนี้

“แดนลับออกแบบไว้ดี แต่ยังตื้นเกินไป หยาบมาก”

“โอบอุ้มบรรพตของเจ้าแม้แปรเป็นของจริงได้ แต่โดยแก่นแล้วก็ยังเป็นเพียงวิชา”

บรรพชนอสูรวิญญาณส่ายหน้า “เพราะเช่นนี้ รอยรั่วใหญ่ที่สุดของมันคือทนการโจมตีไม่ไหว หากถูกทำลายเมื่อใด ความจริงก็จะเผยเมื่อนั้น”

“บางทีอาจหลอกคนให้เข้าไปได้ แต่ไม่อาจหลอกคนที่มองออกจริง ๆ ได้หรอก อย่างน้อยก็ไม่รอดสายตาของกระบี่หยกแห่งนิกายกระบี่หยกผู้นั้นแน่ เขาเป็นเจินเหรินวางรากฐานขั้นกลาง หากใช้กระบี่ฟาดเจ้าไม่เลือก เจ้าคิดว่าโอบอุ้มบรรพตของเจ้าจะทานได้หรือ? หลอกลวงที่เจ้าสร้างจะไม่ถูกเจาะทะลุในกระบวนเดียวหรือ?”

“บรรพชนว่าชอบแล้ว” ลวี่หยางรับฟังด้วยความอดทน “เช่นนั้นมีหนทางใดกู้สถานการณ์หรือไม่?”

“.มิใช่ว่าจะไม่มี”

บรรพชนอสูรวิญญาณพยักหน้า สมัยก่อนแดนลับของนิกายอสูรวิญญาณก็เขาเป็นคนสร้าง เรื่องนี้เขาถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีวิธีอยู่แล้ว

“ใช้พลังศพมาร!”

ลวี่หยางพลันนึกขึ้นได้ว่า พลังศพมารทั้งสองสายของนิกายอสูรวิญญาณ ในตอนนั้นสายหนึ่งให้เจินเหรินอิ๋นซานไปแล้ว อีกสายยังอยู่ในมือเขาไม่ได้ใช้งาน

ตอนนั้นเขาเพียงสั่งให้จ้าวซวีเหอระเบิดเส้นชีพจร มิได้ทำลายพลังศพมารเลย

ยังไงเสีย นั่นก็เป็นพลังมารแห่งพิภพสายหนึ่ง ที่เก็บไว้ย่อมมีประโยชน์ในภายหลัง คราวนี้เองที่พิสูจน์ว่าคิดไม่ผิด!

บรรพชนอสูรวิญญาณกล่าวต่อ “นิกายอสูรวิญญาณของข้ามีเคล็ดลับหนึ่ง ใช้พลังศพมารกระตุ้นให้ก่อเกิดกระแสชีพจรดินแดน แม้ไม่ถึงขั้นเป็นเส้นชีพจรดินแดนจริง ๆ แต่ก็ผูกโยงกับฟ้าดิน หากใครทำลายก็ยังต้องถูกฟ้าลงทัณฑ์ หากผสานเข้าในโอบอุ้มบรรพตก็พอทำให้คนไม่กล้าแตะต้อง”

ไม่มีผู้ใดยินดีรับโทษจากฟ้า

หากทำลายโอบอุ้มบรรพตแล้วต้องรับฟ้าลงทัณฑ์ แม้แต่เยี่ยซิงเฟิง*(ชื่อเก่า เย่ว์เสวียนเฟิง) ก็ต้องระวังตัว ไม่กล้าใช้อำนาจสังหารอย่างเอาแต่ใจอีก

ด้วยเหตุนี้ โอกาสที่ความจริงจะถูกเปิดเผยก็ลดลงอย่างมหาศาล

“ส่วนสมบัติที่วางในโอบอุ้มบรรพตก็ไม่ต้องใช้ของจริง เอาพวกวิญญาณธงในธงหมื่นวิญญาณของเจ้ามาหลอกก็พอแล้ว”

“เพราะของวิเศษของเจ้าถึงแม้จะพรางเหตุกรรมแค่ไหน ก็ยังมีโอกาสถูกสืบย้อน กลายเป็นปัญหาเปล่า ๆ”

“ตรงกันข้าม พวกวิญญาณธงพวกนี้ของเจ้า ไม่รู้เพราะเหตุใด ต่างไม่มีเหตุกรรมใด ๆ ผูกติดเลย เหมือนสิ่งไร้เจ้าของ จึงง่ายต่อการทำให้คนเชื่อถือ”

“เรื่องรูปลักษณ์ของวิญญาณธงก็ง่ายนิดเดียว ภายนอกเป็นมนุษย์ก็ใช่ แต่แท้จริงล้วนประกอบจากปราณดั้งเดิม หากเจ้าคิดจะแปลงโฉมก็แสนง่าย อีกอย่าง ส่วนหนึ่งในนั้นก็เป็นภูตอสูรวิญญาณของนิกายข้าเดิมอยู่แล้ว ซึ่งภูตอสูรวิญญาณก็เป็นของวิเศษเฉพาะของนิกายอสูรวิญญาณอยู่แล้ว...”

พูดถึงตรงนี้ บรรพชนอสูรวิญญาณก็เปิดปากไม่หยุด

ด้วยความรู้ในระดับวางรากฐานขั้นสมบูรณ์ของเขา ลวี่หยางจึงสามารถปรับแต่งโอบอุ้มบรรพตให้สมบูรณ์ กลายเป็นแดนลับใหญ่ที่ดูสมจริงโดยแท้

“เอาตามนี้แหละ!”

ลวี่หยางนับนิ้วกำหนดเหตุกรรม “อีกสามวัน เกาะมารโลหิตจะตกสู่โลกจริง ลงยังทะเลดวงดาว...แต่จุดตกกลับไม่ดีนัก”

ต้องเปลี่ยน เปลี่ยนให้ไปตกในดินแดนบำเพ็ญปี้หยาง!

เพราะหากไม่ทำเช่นนี้ จะลวงพวกจอมยุทธ์แห่งพันธมิตรเซียน กับผู้ผสานวิถีตลอดจนกว่างหมิง และบรรดาบรรพชนแห่งเต๋าดั้งเดิมทั้งหมดให้เข้ามาติดหลุมได้อย่างไรกัน?

คิดได้ดังนั้น นิ้วมือของลวี่หยางก็เรืองแสงขึ้นในทันใด

ตัดสินสงสัย!

เคล็ดลับนี้ล้ำลึกนัก สามารถชี้นำเส้นทางของเหตุกรรมให้เป็นไปในทางที่เอื้อตนเองได้ โดยปกติไม่มีโอกาสใช้ ทว่าวันนี้กลับช่วยให้ความปรารถนาของลวี่หยางกลายเป็นจริง

ภายใต้อิทธิพลของเคล็ดวิชา ทิศทางการร่วงหล่นของเกาะมารโลหิตก็พลันเปลี่ยนไป หากเจินเหรินมารโลหิตยังมีชีวิตอยู่ อาจรั้งเอาไว้ได้ ทว่าน่าเสียดาย บัดนี้เขากำลังหลับใหล และลวี่หยางเองก็ทะลวงถึงวางรากฐานขั้นกลางแล้ว พลังจากตำแหน่งอันสูงส่งหนุนเสริม การชักนำจุดตกย่อมไม่เป็นปัญหา

คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็เริ่มลูบมือเตรียมพร้อม

“หากเป็นแดนลับธรรมดา เกรงว่าคนพวกนั้นยังไม่เคลื่อนไหว”

“แต่ในเมื่อบัดนี้มีแรงฆ่าฟ้าดินผลักดัน ตราบใดที่ข้าอยู่ตรงนี้ พวกมันจะต้องมา!”

และเมื่อนั้น… ไม่มีผู้ใดหนีรอดได้สักคนเดียว!

จบบทที่ บทที่ 187 เกาะมารโลหิตจริงและปลอม

คัดลอกลิงก์แล้ว