- หน้าแรก
- สามก๊ก ยอดจิตรกรเจ้าสำราญแห่งตระกูลเจิน
- บทที่ 755 - การจากไปของกาสิ้ว
บทที่ 755 - การจากไปของกาสิ้ว
บทที่ 755 - การจากไปของกาสิ้ว
โจโฉได้ยินเคาทูพูดเช่นนั้น ก็พยักหน้าด้วยความปลื้มใจ
แม้สถานการณ์ตอนนี้ ขุนนางฝ่ายบู๊ฝ่ายบุ๋นของตนต่างก็เริ่มตีตัวออกห่าง
แต่ทว่า มีเคาทูเชื่อใจตนเช่นนี้ ก็เพียงพอแล้ว
โจโฉตบไหล่เคาทูพลางกล่าวว่า "ไปเถอะ ข้าอนุญาตเจ้าแล้ว"
เคาทูสีหน้าดีใจสุดขีด
ประสานมือคารวะโจโฉอย่างหนักแน่น แล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
โจโฉมองเคาทูที่วิ่งกระโดดโลดเต้นออกไปราวกับเด็ก ก็หลุดหัวเราะออกมา
เจ้าเคาทูนี่ ช่างซื่อบื้อจนพูดไม่ออกจริงๆ
หัวเราะไปหัวเราะมา สีหน้าของโจโฉก็ค่อยๆ เคร่งขรึมลง
เขานึกถึงฉากที่พบกับจางซุ่ยครั้งแรกที่ท่าเรือหงหนง
นึกถึงฉากที่จางซุ่ยฆ่าขุนพลคู่ใจอย่างเตียนอุยต่อหน้าต่อตา
ตอนนั้น เขาไม่ได้กลัวจางซุ่ย
แค่กลัวอ้วนเสี้ยวอ้วนเปิ่นชูที่ยืนอยู่ข้างหลังมันต่างหาก
แต่ตอนนี้ อ้วนเสี้ยวตายไปแล้ว ไอ้เด็กนั่นยังคิดจะขี่คอข้า คิดจะเหยียบข้าเพื่อไต่เต้าขึ้นไป
ดวงตาของโจโฉเต็มไปด้วยจิตสังหาร
งั้นก็มาดูกัน ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ!
ข้าโจโฉทำศึกเหนือใต้มาหลายสิบปี พิชิตศัตรูแกร่งมานับไม่ถ้วน
ไม่เชื่อหรอกว่า จะมาพลาดท่าเสียทีให้เจ้า!
จนกระทั่งเที่ยงวัน โจโฉจึงได้รับรายงานจากซุนฮิวอีกครั้ง: ข่าวกรองที่ได้จากสายสืบก่อนหน้านี้ น่าจะไม่มีปัญหา
ข้อแรก ฮูชูเฉวียนท่านข่านซยงหนู และเว่ยกู้ผู้นำตระกูลเว่ยแห่งเมืองเหอตง ล้วนปรากฏตัวที่กัวต๋อ ในค่ายทหารเดิมของจางซุ่ย
แถมยังมีทหารม้าซยงหนูฝึกซ้อมอยู่เป็นจำนวนมาก
สายสืบในกองทัพยังเห็นเชลยศึกชาวฮั่นจำนวนไม่น้อย
ข้อสอง จางซุ่ยย้ายค่ายทหารใหม่จริงๆ ไปอยู่ทางทิศตะวันตกของค่ายเดิมที่กัวต๋อสามสิบลี้
สายสืบเห็นจางซุ่ยอารมณ์ไม่ดีมาหลายวัน แม้แต่โกซุ่น สวีหรง และเฉินเต้าที่เขาให้ความสำคัญ ก็ยังถูกด่าเปิง
จางซุ่ยถึงขั้นอาละวาดในกระโจมบัญชาการ
ตอนนี้ แทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้กระโจมบัญชาการแล้ว
ข้อสาม เตียนห้อง ตันต๋ง ตันก๋ง และคนอื่นๆ ตอนนี้ต่างก็เร่งฝึกซ้อมทหาร ท่าทางเหมือนพร้อมจะรบกับพวกซยงหนูอีกครั้งได้ทุกเมื่อ
แถมยังมีทหารซยงหนูกับทหารเหอเป่ยกระทบกระทั่งกันอยู่เรื่อยๆ
ข้อสี่ ทางทิศออเจ๋า การลอบโจมตีก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะมีคนตายไม่น้อย
ทุกวันสายสืบเห็นการฝังศพจำนวนมาก เพื่อป้องกันโรคระบาด
หลังจากซุนฮิวรายงานจบ ก็มองโจโฉ สูดหายใจลึกหลายเฮือก ในที่สุดก็ตัดสินใจเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่า "ท่านซือคง"
"พิชัยสงครามกล่าวไว้ ลวงลวงจริงจริง"
"แม้หลักฐานทุกอย่างจะชี้ว่าแม่ทัพใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก"
"ทุกอย่างดูสมเหตุสมผล"
"แต่ทว่า ในสนามรบ สิ่งที่ใช้กันคือเล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย"
"พวกเตียนห้อง ตันก๋ง ฮีจีไฉ พวกเขารู้จักนิสัยท่านซือคงดี"
"คนที่วางแผน พวกนี้จิตใจสกปรกทั้งนั้น"
"พวกเขารู้นิสัยท่านซือคง รู้ว่าท่านซือคงระมัดระวังตัวแต่ขี้ระแวง ดังนั้น การที่พวกเขาสร้างสถานการณ์ที่ดูสมเหตุสมผลเช่นนี้ขึ้นมา ก็มีความเป็นไปได้สูง"
โจโฉไม่ได้โต้แย้ง แต่ก็ไม่ได้คุยหัวข้อนี้ต่อ กลับถามว่า "ทางด้านซือลี่เสี้ยวเว่ยจงฮิว มีข่าวอะไรบ้างไหม?"
ซุนฮิวเห็นโจโฉไม่อยากฟังคำเตือนของตนอย่างชัดเจน ก็แอบยิ้มขมขื่นในใจ
นั่นสินะ พอถึงเวลาสำคัญ เขาก็เชื่อตัวเองมากกว่า
ช่างเถอะ
สิ่งที่ข้าทำได้ ก็ทำไปจนสุดความสามารถแล้ว
ภาพความตายอันน่าอนาถของซุนฮกผุดขึ้นมาในหัว ซุนฮิวข่มความกังวลสุดท้ายในใจลงไป กล่าวกับโจโฉว่า "ไม่มี"
"ทุกอย่างเรียบร้อยดี"
"ตามรายงานเมื่อสิบวันที่แล้ว ซือลี่เสี้ยวเว่ยจงฮิวนำทัพหนึ่งหมื่นกำลังเดินทางมาช่วย"
"ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนนี้น่าจะเหลือระยะทางไม่ถึงหนึ่งวันแล้ว"
"ข้าได้ส่งหน่วยลาดตระเวนไปประสานงานแล้ว"
"ก่อนพลบค่ำน่าจะมีข่าวที่แน่นอน"
โจโฉจึงกล่าวว่า "ลำบากเจ้าแล้ว กงต๋า เจ้ายุ่งมาทั้งวัน ไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะ"
"คืนนี้ข้าจะไปลอบโจมตีออเจ๋า เมืองสิงหยางคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว"
ซุนฮิวรับคำ แล้วถอยออกไป
โจโฉมองซุนฮิวเดินจากไป ก็ยิ้มเยาะตัวเอง
ตั้งแต่ซุนฮกตาย ซุนฮิวก็เปลี่ยนไปมาก
ถ้าเป็นตอนที่ซุนฮกยังไม่ตาย ซุนฮิวคงจะโต้เถียงกับเขาไม่หยุด พยายามเกลี้ยกล่อมเขา
แต่ตอนนี้ พูดแค่ไม่กี่ครั้ง เขาก็รู้งานหุบปากไปเอง
แต่ทว่า ต่อให้เขาเกลี้ยกล่อมอีก ตนเองก็คงไม่เลิกราแค่นี้หรอก
แฮหัวเอี๋ยนตายแล้ว
แฮหัวเอี๋ยนเป็นขุนพลตระกูลเดียวกับเขาเชียวนะ
เขาตาย แต่ตนเองกลับไม่แก้แค้น เอาแต่อดทน หดหัวอยู่ในกระดอง
ไม่ใช่แค่ในใจตัวเองที่ผ่านไปไม่ได้ แม้แต่ในหมู่เครือญาติก็คงให้คำตอบไม่ได้
ไอ้เด็กจางซุ่ยนั่น ฆ่าทั้งโจหอง โจหยิน
ตอนนี้ยังฆ่าแฮหัวเอี๋ยนอีก
พวกเครือญาติเต็มไปด้วยความแค้นเคืองนานแล้ว
ขืนอดทนต่อไป เกรงว่าเครือญาติคงจะแตกแยกกันหมด
โจโฉมองไปที่ขอบฟ้า อธิษฐานในใจว่า "เหวินรั่วเอ๋ยเหวินรั่ว จื่อซิวเอ๋ยจื่อซิว"
"หากพวกเจ้ามีญาณวิเศษ จงคุ้มครองข้าให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยเถิด"
โจโฉอธิษฐานเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก็คุกเข่าลง โขกศีรษะไปทางขอบฟ้า
จากนั้น โจโฉจึงไปหาอิกิ๋ม
อิกิ๋มได้คัดเลือกทหารยอดฝีมือหนึ่งหมื่นนายไว้แล้ว
ทหารทุกคนผูกหญ้าหนาๆ ไว้ที่ฝ่าเท้า เพื่อลดเสียงฝีเท้าขณะเดินทัพให้เบาที่สุด
โจโฉเดินผ่านหน้าทหารทีละคน ให้สัญญากับพวกเขาว่า: หากยึดออเจ๋าได้ ทุกคนจะได้กินข้าวอิ่มท้อง แถมยังมีเนื้อสัตว์ให้กินเพิ่ม
ใกล้พลบค่ำ หน่วยลาดตระเวนก็มารายงานจริงๆ ว่าพวกเขาพบกองทัพของซือลี่เสี้ยวเว่ยจงฮิวแล้ว มีจำนวนกว่าหมื่นนาย
เที่ยงวันพรุ่งนี้ พวกเขาจะมาถึงจุดนัดพบอย่างเป็นทางการ
โจโฉรีบสั่งให้ทูตเร่งรุดไปหาซือลี่เสี้ยวเว่ยจงฮิว ให้พวกเขาตั้งค่ายพักแรมอยู่กับที่ อย่าเพิ่งเข้ามา
แต่ทว่า ให้เตรียมพร้อมทำศึกใหญ่
ในใจโจโฉที่จริงก็กังวลอยู่บ้าง
เขาก็รู้สึกว่าการลอบโจมตีออเจ๋าครั้งนี้อาจเป็นกับดัก
แต่ทว่า ตอนนี้ รู้ทั้งรู้ว่ามีเสือบนเขา เขาก็ต้องเดินขึ้นเขา
เสี่ยงลอบโจมตี ยังพอมีโอกาส
หากนิ่งเฉย ตั้งรับอย่างเดียว ภายใต้สถานการณ์ที่ไอ้เด็กจางซุ่ยยึดอำเภอจงมู่ไปแล้ว เขาคงถูกกัดกินทีละน้อยจนหมด
นอกเหนือจากนั้น เขาจะผิดใจกับพวกเครือญาติจริงๆ
หลายปีมานี้ ที่เขาสามารถทำศึกเหนือใต้ รบชนะมาตลอด ส่วนใหญ่ก็พึ่งพาความสามัคคีของเครือญาติ ที่ช่วยกันรบพุ่งสุดชีวิต
เขาจะสูญเสียความไว้วางใจจากเครือญาติไม่ได้เด็ดขาด
ยังมีพวกลูกหลานตระกูลใหญ่ใต้บังคับบัญชา ที่จ้องจะไปสวามิภักดิ์ไอ้เด็กจางซุ่ยตั้งนานแล้ว
ถ้าเขายังไม่ชนะ คนพวกนั้นต้องเริ่มก่อกบฏแน่
เขารับมือการก่อกบฏมากมายขนาดนั้นไม่ไหวหรอก
โดยเฉพาะเมื่อเครือญาติกับตระกูลใหญ่ร่วมมือกัน
ได้แต่หวังว่าการลอบโจมตีครั้งนี้ จะสร้างสถานการณ์ที่ได้เปรียบขึ้นมา
เพียงแต่ ครั้งนี้ก็ต้องเตรียมป้องกันไว้ด้วย
ถ้าหาก
ถ้าหากเกิดเหตุสุดวิสัย สถานการณ์เลวร้ายลงถึงขีดสุดจริงๆ
เขายังมีทางถอยคือซือลี่เสี้ยวเว่ยจงฮิว และยังสามารถรักษาเมืองสิงหยางไว้ได้
สั่งการทูตให้ไปพบซือลี่เสี้ยวเว่ยจงฮิวเรียบร้อยแล้ว โจโฉและอิกิ๋มก็นั่งทานอาหารมื้อสุดท้ายร่วมกับทหารยอดฝีมือหนึ่งหมื่นนาย
หลังราตรีมาเยือน โจโฉในฐานะแม่ทัพ และอิกิ๋มเป็นรองแม่ทัพ นำทหารยอดฝีมือหนึ่งหมื่นนายโดยไม่จุดคบเพลิง
พวกเขามุ่งหน้าสู่ออเจ๋าภายใต้แสงจันทร์นวลและม่านราตรี
ซุนฮิว กาสิ้ว โจผี เปียนเปิ่ง โจฮิว จูลิง โจซุน และคนอื่นๆ ยืนอยู่บนกำแพงเมือง มองดูโจโฉนำทหารหนึ่งหมื่นนายหายลับไปในความมืด ไม่มีใครพูดจา
มีเพียงซุนฮิวที่สั่งการให้กองทัพเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกัน เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
กาสิ้วอ้างว่าแก่แล้ว ขออนุญาตซุนฮิวและโจผีกลับไปพักผ่อนที่คฤหาสน์
ปกติกาสิ้วก็เป็นเช่นนี้
ซุนฮิวและโจผีไม่ได้สงสัย จึงอนุญาตให้กาสิ้วกลับไป
กาสิ้วนั่งรถม้ากลับถึงคฤหาสน์
เปลี่ยนชุดเป็นชายชราธรรมดา ทำผมเผ้ายุ่งเหยิง ปลอมตัวเป็นชายชราชาวบ้าน ภายใต้การพยุงของบ่าวชราคนหนึ่ง กาสิ้วเดินตรงไปยังประตูทิศใต้ของเมืองสิงหยาง
ยื่นใบอนุญาตออกนอกเมืองของโจโฉให้แก่แม่ทัพรักษาการณ์ กาสิ้วและบ่าวชราก็เดินออกจากเมืองสิงหยางไป
(จบแล้ว)