- หน้าแรก
- สามก๊ก ยอดจิตรกรเจ้าสำราญแห่งตระกูลเจิน
- บทที่ 752 - การตัดสินใจของโจโฉ
บทที่ 752 - การตัดสินใจของโจโฉ
บทที่ 752 - การตัดสินใจของโจโฉ
โจโฉกลับไม่ยื่นมือไปรับห่อผ้า
เขาถูกจางซุ่ยหลอกจนเข็ดขยาดจริงๆ
ไอ้เด็กนี่ ทุกครั้งที่มีเรื่องข้องเกี่ยวกับมัน ไม่เคยมีเรื่องดีเลยสักครั้ง
ใครจะรู้ว่าข้างในนี้มันใส่อันตรายอะไรมาบ้าง?
เคาทูเห็นดังนั้น ก็รู้หน้าที่ รีบก้าวเข้าไปรับห่อผ้า ใช้ร่างกายบังทางโจโฉไว้ แล้วรีบเปิดห่อผ้าออก
วินาทีถัดมา ของในห่อผ้าก็ร่วงหล่นลงพื้น
ส่วนเคาทูยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อน
โจโฉมองเคาทูด้วยความสงสัยพลางเรียก "จ้งคัง?"
คนอื่นๆ ก็พากันชะเง้อคอมอง
เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ร่วงลงพื้นคือศีรษะคน สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
โจผีถึงกับเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัย แล้วใช้มือเขี่ยศีรษะนั้นเบาๆ
เพราะตอนนั้นใบหน้าของศีรษะคว่ำอยู่กับพื้น
ทันทีที่พลิกศีรษะขึ้นมา โจผีก็กรีดร้องเสียงหลง ทรุดฮวบลงกับพื้น ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ปากก็พึมพำว่า "นี่ นี่มันศีรษะของท่านอาแฮหัว!"
คำพูดของโจผี ทำให้หัวใจของโจโฉหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เขารีบลุกขึ้นเดินเข้าไปดู
ก็เห็นว่าเป็นศีรษะของแฮหัวเอี๋ยนจริงๆ
ร่างกายของโจโฉเซถลาไปเล็กน้อย
ในหัวพลันปรากฏภาพแฮหัวเอี๋ยนคุกเข่าร้องไห้ฟ้องว่าถูกฆ่าตาย
วินาทีถัดมา โจโฉก็ร้อง "อ้า!!" ออกมาคำหนึ่ง ตาเหลือก แล้วล้มตึงลงไปทันที
ภายในห้องโถงเกิดความโกลาหลวุ่นวาย
บ้างก็ตะโกนเรียกหา "หมอ" ไปทางด้านนอก
บ้างก็ตะโกนเรียก "นายท่าน" ไม่ขาดปาก
โจโฉล้มอยู่ในอ้อมแขนของเคาทู ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ยังไม่ตอบสนอง
จนกระทั่งโจผีวิ่งหน้าตื่นออกไป หูของเขาถึงค่อยๆ ได้ยินเสียงกลับมา ได้ยินเสียงเรียกอันร้อนรนของทุกคน
เขาถึงมองเห็นใบหน้าของแต่ละคนที่อยู่ตรงหน้าชัดเจนขึ้น
ทว่า แม้จะเป็นเช่นนั้น โจโฉก็ยังไม่ตอบสนอง
เขารู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั่วร่างเหือดหาย ราวกับถูกใครสูบเอากระดูกสันหลังออกไป
หมอวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ตรวจร่างกายโจโฉ แล้วกล่าวกับทุกคนว่า "ท่านซือคงต้องการการพักผ่อนอย่างสงบ"
ทุกคนมองหน้ากัน สีหน้าย่ำแย่หนัก
พักผ่อนอย่างสงบ?
เวลานี้ จะเอาเวลาที่ไหนมาพักผ่อน?
ตอนนี้มันช่วงเวลาความเป็นความตาย!
โจโฉไล่หมอออกไป จากนั้นจึงกลั้นเสียงสะอื้นหลั่งน้ำตาต่อหน้าทุกคน พลางคร่ำครวญว่า "เมี่ยวไฉของข้า!"
"เขาติดตามข้าทำศึกมาสิบกว่าปี"
"สมัยก่อนตอนข้าถูกสวีหรงตีจนเกือบละลายทั้งกองทัพ ก็ได้เขาขายทรัพย์สินทั้งหมดมาสนับสนุนข้า"
"ด้วยเหตุนี้ ลูกคนเล็กของเขาต้องอดตาย ภรรยาของเขาก็ตรอมใจจนป่วยตายในที่สุด"
"บัดนี้ กำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์ที่จะสร้างชื่อสร้างผลงาน เขากลับมาด่วนตายไปก่อนข้า"
"ข้าจะตอบแทนบุญคุณของเขาอย่างไร?"
"ข้าจะมองหน้าลูกเมียที่ตายไปแล้วของเขาได้อย่างไร?"
ทุกคนได้ฟังคำรำพันของโจโฉ ต่างก็เงียบกริบลง
ตำแหน่งของแฮหัวเอี๋ยนในใจโจโฉ ใครบ้างจะไม่รู้
ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แต่ยิ่งกว่าพี่น้องแท้ๆ
บัดนี้ กลับต้องมาตายในสนามรบ
โจโฉจะเสียใจก็ไม่แปลก
ฝ่ายเทียหยกที่อยู่ด้านข้างเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า "ท่านหมิงกง เรื่องเร่งด่วนตอนนี้ คือต้องสืบให้รู้ว่าแม่ทัพแฮหัวเสียชีวิตได้อย่างไร"
"อีกอย่าง แม่ทัพแฮหัวเสียชีวิต พวกเรากลับไม่ได้รับข่าว แต่เป็นแม่ทัพใหญ่ที่มาแจ้งข่าวการตายของแม่ทัพแฮหัวแก่เรา"
"นี่แสดงว่า อำเภอจงมู่น่าจะแตกแล้ว"
"อำเภอจงมู่ถูกแม่ทัพใหญ่ยึดครอง ไม่เพียงแต่พวกเราจะเสียชัยภูมิที่คอยหนุนช่วยกัน แต่แม่ทัพใหญ่ยังสามารถตั้งทัพที่อำเภอจงมู่ คอยจ้องมองเมืองเซียงเสียได้ตลอดเวลา"
"เมืองเซียงเสียคือประตูสู่ฮูโต๋"
"หากเมืองเซียงเสียถูกยึด ฮูโต๋ก็อันตรายแล้ว"
"พวกเราต้องรีบชิงอำเภอจงมู่กลับมา หรือไม่ ก็ต้องหาทางอื่น ทำลายเสบียงของแม่ทัพใหญ่ให้สิ้นซาก"
"เมื่อเสบียงหมด แม่ทัพใหญ่ก็ทำได้แต่ถอยทัพ"
พูดถึงตรงนี้ เทียหยกก็ถอนหายใจ "คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าแม่ทัพใหญ่รับช่วงต่อจากอ้วนเสี้ยว ทั้งศึกในศึกนอก ผ่านไปไม่กี่ปี กลับเข้มแข็งได้ถึงเพียงนี้"
ซุนฮิวได้ยินเทียหยกพูดเช่นนั้น ก็ก้าวเท้าออกมา เตรียมจะคัดค้าน
แต่พอเห็นแววตาหมองหม่นและคราบน้ำตาของโจโฉ ซุนฮิวนึกถึงคำพูดของกาสิ้วก่อนหน้านี้ ก็ชักเท้ากลับไปดื้อๆ
หลังจากเทียหยกพูดจบ ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก
โจโฉร้องไห้อยู่พักใหญ่ จึงเงยหน้ามองซุนฮิวพลางเรียก "กงต๋า"
ซุนฮิวรีบก้าวออกมา "ท่านซือคง!"
โจโฉกล่าวว่า "เจ้าไปตรวจสอบความถูกต้องของข่าวกรองเหล่านั้นอีกที"
ซุนฮิวเงยหน้าขึ้น มองโจโฉแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ท้ายที่สุด เขาก็รับคำว่า "ขอรับ!"
พูดจบ ก็รีบถอยออกไป
โจโฉหันไปมองอิกิ๋มพลางสั่งว่า "เกณฑ์ทหารยอดฝีมือหนึ่งหมื่นนาย ข้าจะนำทัพเอง เจ้าเป็นรองแม่ทัพ คืนนี้ เราจะอาศัยความมืดมุ่งหน้าไปออเจ๋า"
อิกิ๋มรับคำสั่ง แล้วหันหลังเดินออกไป
โจโฉกวักมือเรียกโจผีและขุนพลข้างกาย "พวกเจ้าเข้ามานี่"
โจผีและขุนพลมายืนอยู่ข้างกายโจโฉ
โจโฉกุมมือขุนพลผู้นั้นไว้พลางกล่าวว่า "เจ้าเป็นน้องชายของนางเปียน ข้าเคยกลัวว่าคนอื่นจะนินทาเจ้า หาว่าเจ้ามีวันนี้ได้เพราะพี่สาวเจ้า ดังนั้น ข้าจึงไม่กล้าเลื่อนขั้นให้เจ้า"
"เจ้า โกรธข้าหรือไม่?"
ขุนพลผู้นี้มีนามว่าเปียนเปิ่ง เป็นน้องชายคนเดียวของเปียนฮูหยินอนุภรรยาของโจโฉ และเป็นหนึ่งในขุนพลที่ติดตามโจโฉรบพุ่งมาตั้งแต่แรกเริ่ม
ทว่า แตกต่างจากคนอื่นๆ ที่ได้รับปูนบำเหน็จตามความชอบ เปียนเปิ่งในฐานะน้องชายคนเดียวของนางเปียน โจโฉกลับไม่เคยประทานรางวัลให้
อย่างมากก็ให้นางเปียนส่งของขวัญไปให้บ้าง
จนทำให้ลูกน้องที่เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเปียนเปิ่ง หลายคนได้เลื่อนยศเป็นจงหลางเจียงกันหมดแล้ว เปียนเปิ่งก็ยังคงเป็นแค่เสี้ยวเว่ย และไม่มีอำนาจทหารในมือ
เปียนเปิ่งเคยบ่นน้อยใจเหมือนกัน เพียงแต่ถูกพี่สาวนางเปียนกดเอาไว้
โดยเฉพาะตอนนี้ที่นางติงภรรยาเอกของโจโฉหย่าขาดจากโจโฉ และออกจากจวนซือคงไปแล้ว หลังบ้านจวนซือคงก็กลายเป็นโลกของนางเปียน
เวลานี้ เผชิญหน้ากับคำถามของโจโฉ ใบหน้าของเปียนเปิ่งเผยความขมขื่นออกมาเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบว่า "พี่เขยจัดวางตำแหน่งข้าอย่างไร ย่อมมีเหตุผลของท่าน ข้าจะมีอะไรน่าบ่นเล่า?"
โจโฉพยักหน้า จึงกล่าวว่า "คืนนี้ข้าจะไปลอบโจมตีออเจ๋า เจ้าช่วยเจ้าผีเฝ้ารักษาเมืองสิงหยาง"
เปียนเปิ่งพยักหน้าอย่างหนักแน่น
สุดท้ายโจโฉหันไปมองจูลิง โจฮิว โจซุน และคนอื่นๆ พลางสั่งว่า "พวกเจ้านำทหารแยกย้ายกันไปรักษาการณ์ ต้องเฝ้าระวังให้ดี ห้ามประมาทเด็ดขาด"
"ข้าเองก็ตัดสินไม่ได้ว่าการลอบโจมตีออเจ๋าครั้งนี้จะเป็นดีหรือร้าย"
"บางที นี่อาจจะเป็นแผนของไอ้เด็กนั่น"
"ดังนั้น หากข้าพลาดท่า พวกเจ้าอย่าเปิดประตูเมือง"
"เป็นไปได้ว่า ไอ้เด็กนั่นจะใช้ธงทหารของข้า หลอกให้เปิดประตูเมือง"
"ข้าจะหนีไปทางทิศตะวันตก ไปสมทบกับซือลี่เสี้ยวเว่ยจงฮิวที่เมืองเตียงฮัน"
"ถึงเวลานั้น พวกเราค่อยนำทัพกลับมาช่วย"
"สถานการณ์ตอนนี้ นอกจากเสี่ยงตาย ก็ยากจะมีแผนอื่น"
"โดยเฉพาะการตายของเมี่ยวไฉ ทำให้แฮหัวตุ้นต้องเผชิญหน้ากับไอ้เด็กนั่นโดยตรง"
"แฮหัวตุ้นเป็นขุนพลที่ข้าให้ความสำคัญที่สุด และภักดีที่สุดก็จริง"
"แต่ทว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกเขยจอมเจ้าเล่ห์ของข้า เขาคงรับมือไม่ไหว"
"ไม่ช้าก็เร็ว เมืองเซียงเสียคงจะเสียที"
ทุกคนต่างก้มหน้าลง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทัพใหญ่เหอเป่ยที่จางซุ่ยนำทัพด้วยตัวเอง พวกเขาไม่มีความมั่นใจว่าจะรักษาเมืองไว้ได้เลย
คนที่พวกเขานึกออกว่าพอจะรักษาเมืองได้ ก็มีแค่โจหยิน
ทว่า โจหยินถูกจางซุ่ยฆ่าตายไปนานแล้ว
โจโฉเห็นสีหน้าท่าทางของเหล่าขุนพล ก็รู้สึกเศร้าใจ
เดิมทีคำพูดนี้ของเขา ตั้งใจจะยั่วให้มีขุนพลสักคนเสนอตัวยอมตายเพื่อรักษาเมืองเซียงเสียแทนแฮหัวตุ้น
คิดไม่ถึงว่า จางซุ่ยจะทำให้พวกเขาหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้
ดูท่า คงมีแต่ต้องเสี่ยงด้วยตัวเองแล้ว
โจโฉโบกมือไล่ "เอาล่ะ ไปทำงานกันเถอะ ขอข้าอยู่เงียบๆ คนเดียว"
(จบแล้ว)