เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 218 - ฉันมาหาเธอแล้ว (2) [18-10-2019]

บทที่ 218 - ฉันมาหาเธอแล้ว (2) [18-10-2019]

บทที่ 218 - ฉันมาหาเธอแล้ว (2) [18-10-2019]


บทที่ 218 - ฉันมาหาเธอแล้ว (2)”

"พ่อครับ พี่สาวเลียร่าดูเหมือนจะชอบพ่อมากเลยนะครับ"

"พ่อก็รู้เรื่องนี้เหมือนกัน"

เมื่อได้ยินยูมิลพูดออกมาตรงๆ ยูอิลฮานก็ถึงกับต้องลูบแก้มที่อยู่ๆก็แดงขึ้นมาทันที จากนั้นยูมิลก็พูดเพิ่มขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสดใส

"แล้วพ่อก็ชอบพี่สาวเลียร่าเหมือนกัน"

"ใช่ แต่ว่าในบางครั้งความรักของเธอมันก็ดูรุนแรงเกินไป"

"แล้วพ่อไม่ชอบหรอครับ?"

"ไม่หรอก พ่อก็ชอบเหมือนกัน แต่ว่าเรื่องนี้อย่าเอาไปบอกเลียร่านะ ถ้าเธอรู้เธอจะยิ่งหนักกว่าเดิมอีก"

"อ่า ครับผม"

สำหรับเลียร่าที่ถูกพูดถึงในตอนนี้เธอกำลังหลับอย่างสบายใจหลังจากทำการลงโทษ เธอดูคล้ายกับสัตว์ป่าที่มางีบหลับอย่างสบายใจหลังจากการออกล่า

"งั้นเรามาทำอุปกรณ์ของลูกก่อนดีกว่า"

"ครับ!"

ในตอนนี้ยูมิลได้อยู่คลาส 4 ทำให้กลายเป็นร่างมังกรได้แล้ว แต่แน่นอนว่าก็ยังเป็นร่างมังกรขนาดเล็กเท่านั้น ยิ่งมิลเลเวลสูงขึ้นก็จะยิ่งตัวใหญ่มากยิ่งขึ้นไป การที่จะสร้างอุปกรณ์ที่ยูมิลจะได้ใช้ในร่างมังกรด้วยทำให้เขาต้องครุ่นคิดอย่างหนัก

"ยังไงก็เถอะ โชคดีนะที่เรามีร่างของเจตจำนงแห่งความโกลาหล"

"ว้าว มันยืดได้เรื่อยๆเลยล่ะ!"

"จริงๆไม่ว่ามันจะยืดหรือหดยังไงก็ไม่สำคัญหรอก สิ่งที่สำคัญของเจ้านี่จริงๆก็เหมาะว่ามันไม่มีรูปร่างตายตัว แต่มันจะเป็นไปตามที่ลูกคิดและมานาภายใน ลูกแค่จะต้องจำเรื่องนี้เอาไว้"

ยูอิลฮานได้แบ่งศพของเจตจำนงแห่งความโกลาหลออกมาครึ่งหนึ่งและเก็บอีกครึ่งเข้าไปในช่องเก็บของ ภาพที่ยูอิลฮานได้ใช้มือจับเงาที่ไม่มีรูปร่างใดๆมันดูแล้วน่ามหัศจรรย์มาก

"วัตถุดิบนี่จะเป็นไปตามความคิดของผู้ใช้โดยที่มีมานาเป็นสื่อกลาง"

เงานี่ก็ยังคงสั่นไหวอยู่ราวกับมันยังมีชีวิตอยู่ และมันก็ได้เปลื่ยนแปลงรูปร่างไปอย่างต่อเนื่องตามที่ยูอิลฮานคิด ยูอิลฮานได้ใช้เงานี่ราวกับว่าเป็นความสามารถตั้งแต่เกิดของเขา หลังจากได้เห็นแบบนี้ยูมิลก็ยังพอจะเข้าใจวิธีใช้แล้ว

"ผมคิดว่าผมน่าจะใช้มันเหมือนกับร่างกายของผมได้เลยหากว่าผมชินกับัมนแล้ว"

"พ่อจะตั้งรูปแบบพื้นฐานของมันเอาไว้ให้ มันจะช่วยปกป้องร่างกายของลูกอย่างสมบูรณ์แบบต่อให้ลูกจะกลายเป็นร่างมังกรในทันทีก็ตาม"

"ว้าว"

ถ้าหากจะมีอะไรที่เป็นเรื่องที่ไม่ดีก็คงจะเป็นในตอนนี้เขาไม่มีหินพลังเวทย์คลาส 5 อยู่เลย ยังไงก็ตามด้วยความสามารถวิศวกรรมเวทย์ของยูอิลฮานจึงทำให้มันเป็นไปได้ที่เขาจะใช้หินพลังเวทย์คลาส 4 เสริมพลังเอาไว้ก่อน แล้วค่อยให้หินพลังเวทย์คลาส 5 มาอัพเกรดขึ้นทีหลัง ดังนั้นนี่ก็เลยไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนัก

"เพลิงนิรันดร์"

เพลิงที่หลับไหลอยู่ภายในเกราะของเขาได้ตื่นขึ้นมาทันที แม้ว่าเจตจำนงแห่งความโกลาหลจะไม่ใช่ทั้งโลหะหรือวัตถุดิบอะไรแบบนั้น แต่ว่าก็ยังจำเป็นจะต้องใช้ไฟในการสร้างมันใหม่ พูดให้ชัดเลยก็คือเขาจำเป็นต้องใช้เพลิงนิรันดร์ที่มีสตินึกคิดเป็นของตัวเอง

"นายจะต้องกำจัดสิ่งปนเปื้อนทั้งหมดในนี้ออกไป ทำได้ไหมเพลิงนิรันดร์"

เพลิงนิรันดร์ได้ลุกหือขึ้นมาราวกับว่ามันตอบรับ จากนั้นมันก็ได้ยืดขนาดเข้าปกคลุมเงา เงาได้ดิ้นรนสองสามครั้งราวกับจะต่อต้านแต่มันก็ต่อต้านไปได้ไม่นานนัก หลังจากนั้นครู่หนึ่งรอบๆตัวก็ได้ตกลงสู่ความเงียบ และเงาก็ได้หล่นลงพื้นอีกครั้งเหมือนกับปลาที่ตายแล้ว

"มันตายไปแล้วหรอ?"

"มันตายไปนานแล้วล่ะ พ่อก็แค่กำจัดพวกสิ่งปนเปื้อนออกไปเท่านั้นแหละ"

ถึงแม้ว่าเขาจะพูดเหมือนกับไม่มีอะไรเลย แต่ว่าจริงๆแล้วหากไม่ได้มีเพลิงนิรันดร์อยู่ด้วยการจะทำแบบนี้จะต้องเป็นขั้นตอนที่วุ่นวายมากแน่นอน

"นับจากนี้ดูเอาไว้นะ ถ้าพ่อให้บอกก็ยื่นมือออกมาโอเคนะ?"

"ครับ!"

บูอิฃฮานได้วางเงาลงไปบนทั่งตีเหล็กก่อนที่จะหยิบค้อนขึ้นมา เขาได้ทาผงหินพลังเวทย์คลาส 4 ลงไปบนค้อนของเขา จากนั้นก็เริ่มอัดมานาและตวามคิดลงไปในค้อนพร้อมฟาดลงไป

ในตอนนี้เองเงาก็ได้เริ่มเปลื่ยนแปลงไปทุกนาที และยูอิลฮานก็ได้ฟาดค้อนลงไปหลายต่อหลายครั้งทำให้รูปร่างและคุณสมบัติของเงาเปลื่ยนแปลงไปทีละนิด

หากว่ายูอิลฮานได้ใช้หัตถกรรมมานาในการเกราะร่างมังกรเพลิงล่ะก็ ในคราวนี้ก็คือสิงตรงข้ามกัน เขากำลังปรับการทำหัตถกรรมมานาไปสู่กระบวนการการตีเหล็ก

นี่คือกระบวนการที่ซับซ้อนและลึกซึ้งมากๆ แต่ว่าการเคลื่อนไหวของยูอิลฮานไม่มีอาการชะงักลังเลแม้แต่นิด ในไม่ช้าเขาก็ได้เข้าไปสู่โหมดตั้งสมาธิที่เลียร่าชอบ

"มือ"

"มือ"

ยูมิลได้ยื่นมือออกไปทันทีหลังจากยูอิลฮานพูดออกมา ยูอิลฮานได้จับมือของยูมิลเอาไว้ ยูมิลที่เข้าใจถึงความต้องการของพ่อของเขาได้ส่งมานาไหลไปสู่ยูอิลฮาน ซึ่งยูอิลฮานก็ได้ส่งต่อมันลงไปบนค้อนของเขา

"พ่อกำลังเชื่อมต่อลูกเข้ากับเจ้าสิ่งนี้ตรงๆ สำหรับขั้นตอนนี้ก็เรียกมันว่า 'การเชื่อมต่อ...' ก่อนแล้วกัน"

"การเชื่อมต่อ..."

ยูมิลดูจะชอบคำๆนี้มาก เขาได้พูดคำนี้ภายในหัวซ้ำๆและส่งมานาที่แข็งแกร่งและสว่างกว่าเดิมออกมา จริงๆแล้วขั้นตอนนี้้มันใกล้เคียงกับการลบผู้ใช้คนเก่าอกและเพิ่่มผู้ใช้ใหม่ลงไป แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

สีของเงาได้เริ่มเปลื่ยนไปอย่างช้าๆ จากสีดำมืดมิดที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแทรกแซงเข้ามาได้ ได้เปลื่ยนไปเป็นสีทองสว่าง

และรูปร่างที่เดิมเป็นกลุ่มหมอกควันก็ได้เริ่มที่จะเปลื่ยนไปตามที่ยูอิลฮานต้องการแล้ว

"แต่ว่ามันดูไม่เหมือนเกราะเลยนะครับ"

"ถ้าลูกอยากจะทำให้มันดูเหมือนเกราะ ลูกจะต้องผสมวัตถุคลาส 5 บางอย่างเข้าไปด้วย"

"ไม่หรอกนะ นี่ก็ดีแล้ว การที่ร่างกายเปล่งแสงสว่างออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะสว่างได้มันก็ดีแล้วครับ"

ความจริงแล้วลักษณะภายนอกไม่ได้สำคัญอีกต่อไปแล้ว อย่างเกราะร่างมังกรเพลิงนรกของยูอิลฮานที่กำลังใส่อยู่ก็บางจนแทบจะดูคล้ายกับแผ่นเล็กบางๆชิ้นเดียวแล้ว เกราะนี่ของเขาหากมีใครมาเห็นก็ต้องสงสัยในพลังป้องกันของมันแน่ แต่ยังไงก็ตามพลังปองกันจริงๆของมันแข็งแกร่งอย่างไม่น่าจะเชื่อเลยล่ะ

เกราะที่ยูอิลฮานได้ทำให้กับยูมิลก็เป็นแบบเดียวกัน ไม่สิ อาจจะมากยิ่งกว่าด้วยซ้ำ

แสงสีทองได้ส่องสว่างจ้าออกมาจนถึงขีดสุด และก็เริ่มลดลงไปทีละนิดเมื่อสว่างได้ถึงจุดหนึ่ง พอผ่านไปสักพักยูอิลฮานก็ได้ปล่อยค้อนของเขาและเริ่มทำการหัตถกรรมมานาด้วยการดึงมือของยูมิลเข้าไปในกองผงหินพลังเวทย์

"ตั้งสมาธิมากกว่านี้อีกนิด"

"เข้าใจแล้วครับ"

บางทรอาจจะเพราะยูมิลได้ทำตามที่พ่อของเขาได้บอกเป็นอย่างดีทำให้กระบวนการนี้ไม่ได้ใช้เวลานานนัก เงาในก่อนหน้านี้ได้กลายมาเป็นสิ่งที่อ่อนนุ่มเหมือนเส้นไหม เปล่งแสงจางๆออกมาและเหมือนจะหายใจอยู่บางเบาตามการหายใจของเจ้าของ

[ลมหายใจแห่งเทพได้เสร็จสมบูรณ์]

[ลมหายใจแห่งเทพ]

[ระดับ - โกลาหล]

[พลังป้องกัน - 18,500]

[ความทนทาน - 3,500,00/3,500,00]

[เงื่อนไขการใช้งาน - เกี่ยวข้องกับยูมิล]

[ออฟชั่น -

1.ความต้านทานธาตุลมและพลังโจมตีธาตุลมเพิ่มขึ้น 90%

2.เก็บมานาของผู้ใช้เข้ามาเสริมพลังตัวเองและเปลื่ยนแปลงรูปร่างอย่างอิสระ

-เมื่ออยู่ในรูปลักษณ์ของอาวุธ พลังป้องกันครึ่งหนึ่งจะถูกเปลื่ยนเปนพลังโจมตี

3.ป้องกันผู้ใช้จากการลอบโจมตีที่มองไม่เห็นด้วยการกลืนกินมานาจำนวนมหาศาล

4.เสริมพลังสกิลที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ทางกายภาพเพิ่มขึ้น 30%

5.สร้างมานาขึ้นมาห่อหุ้มผู้ใช้เอาไว้ มานานี้สามารถใช้ได้ทั้งในการโจมตีและป้องกัน]

[อุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นยังไม่สมบูรณ์ แต่ไม่ว่ายังไงความสามารถก็ยังคงน่าทึ่ง]

"หืมม ยังคงไม่พอสินะ?"

ด้วยพลังป้อมกันและความทนทานที่สูงจนมาเกินไปก็พิสูจน์แล้วว่านี่คือวัตถุดิบที่ดีที่สุดแล้วที่ยูอิลฮานเคยใช้มาก่อน

ยังไงก็ตามออฟชั่นพวกนี้ยังไม่เป็นไปตามที่เขาหวังเอาไว้ เขาได้ส่ายหัวออกมา นี่มันหมายความได้เลยว่าหินพลังเวทย์คลาส 4 ยังไม่ดีพอที่จะดึงศักยภาพของวัตถุดิบคลาส 6 ออกมา

"น่าทึ่งจัง! นี่มันเท่มาก!"

สำหรับยูอิลฮานแล้วเขาไม่ชอบของที่ดึงศักยภาพมาได้ไม่หมดแบบนี้ แต่กับยูมิลแล้วเขาตกใจมากๆ ต่อให้มาตราฐานของอุปกรณ์ของเขาจะสูงยังไง แต่อาร์ติแฟคที่สามารถจะยกระดับความต้านทานธาตุลมและพลังโจมตีธาตุลมเพิ่มขึ้นได้ถึง 90% มันไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน

"แต่ว่าแค่นี้ยังไม่พอหรอกนะมิล พ่อจะอัพเกรดมันให้ในทันทีที่เขาฆ่าคลาส 5 อีกตัวเลย ดังนั้นช่วยรอก่อนนะ"

"ครับผม!"

ยูมิลได้ใส่ลมหายใจแห่งเทพลงไปในทันที แม้ว่าภายนอกมันจะดูเป็นแค่ชั้นเสื้อพิเศษบางๆเท่านั้น แต่ว่าความเป็นจริงแล้วมันกลับเพิ่มพลังให้เขามากกว่า 2 เท่าโดยที่ไม่ต้องเป็นเกราะเลย

"ผมรู้สึกตัวเบาจัง!"

ยูมิลได้กระโดดอย่างกับที่สองสามครั้งและออกไปเปลื่ยนร่างเป็นมังกรที่ด้านนอกในทันที ลมหายใจแห่งเทพก็ยังเปลื่ยนรูปร่างไปในทันทีที่ยูมิลได้เปลื่ยนร่าง มันได้ปกคลุมตัวเขาโดยที่ไม่ขัดขวางการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่นิดเดียว แถมมันยังช่วยป้องกันการโจมตีที่เจ้าเข้ามาหาเขาอีกด้วย

[พ่อครับ ขอบคุณนะครับ!]

"ดีแล้วที่ลูกชอบมัน"

ต่อให้มิลจะอยู่ในร่างมังกรแต่แค่ฟังเสียงเขาก็พอจะรู้แล้วว่ายูมิลจะแสดงสีหน้ายังไง ลูกของเขากำลังส่งรอยยิ้มใสซื่อย์บริสุทธิมาให้เขาแน่นอน

แค่นี้อาจจะยังไม่พอที่จะชดเชยในความเหงาเปล่าเปลี่ยวของเขา

แต่ว่านับจากนี้ไปสิ่งต่างๆได้เปลื่ยนไปแล้ว เขาเหนื่อยและเบื่อกับพวกกับดักอะไรพวกนี้ที่ส่งคนออกไปแล้ว เขาจะไปหาค้นพวกนั้นด้วยตัวเอง เขาจะเอาสิ่งที่เขาเคยมีกลับคืนมา เอาชนะคนที่แย่งมันไปจากเขา และแก้ไขทุกๆอย่างที่ทำได้

"ก่อนอื่นเลยก็"

เขาจำเป็นต้องสร้างอุปกรณ์ให้กับเลียร่า

เรื่องอาวุธเขาไม่จำเป็นต้องทำแล้วเพราะว่าเธอมีอาวุธที่จะแกร่งขึ้นได้เรื่อยๆ ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำก็คือเสื้อผ้าที่เป็นได้ทั้งอาวุธและเกราะในชิ้นเดียวแบบที่เขาทำให้มิล และตอนนี้เขาก็มีวัตถุดิบที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วด้วย

"เอาล่ะถ้างั้นก็"

ยูอิลฮานได้คิดหาวิธีการสร้างมากมาย แต่แล้วเขาก็เลือกวิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่ง เลียร่าเคยมีปีกอยู่คู่หนึ่งในตอนคลาส 6 และเพราะแบบนั้นทำให้เขาได้รับขกปีกมามากกว่าสามแสนอัน ด้วยจำนวนนี้เป็นพื้นฐานบวกเข้ากับเลือดและผิวหนังลงไป เขาจะต้องสร้างผลงานชิ้นเอกออกมาได้แน่

"นายกำลังจะทำจริงๆหรอ!?"

ยังไงก็ตามเพียงแค่ยูอิลฮานกำลงัที่จะเริ่มการสร้างก็ได้มีเสียงดังกังวาลออกมาจากด้านหลังของเขา คนๆนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเลียร่า

"เธอตื่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ?"

"ถ้ามีก้อนมานาขนาดยักษ์ลอยออกไปข้างนอกแล้วฉันยังหลับอยู่ก็คงจะแปลกแล้วล่ะ"

เลียร่าได้ชี้ไปที่ยูมิลที่ลอยอยู่ด้านนอก ลมหายใจแห่งเทพที่คลุมร่างของเขาอยู่ได้รับมานาของเขาไปและเปลื่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง แค่ได้เห็นแบบนี้ก็ทำให้เขาสงสัยแล้วว่าอุปกรณ์นั่นใชของระดับโกลาหลแน่หรอ

"บางทีด้วยมันอาจจะยกระดับขึ้นด้วยมานาของมิลโดยที่ไม่ต้องใช้หินพลังเวทย์ก็ได้ มังกรนี่น่าทึ่งจริงๆเลย"

"แต่ไม่ใช่ว่านายหรอกหรอที่ไล่จัดการกวาดล้างมังกรไปเกือบหมดโลกโลกหนึ่งนะ... แล้วนี่นายกำลังจะทำจริงๆงั้นหรอ?"

"แน่นอนสิ ฉันจะทำให้มันสวยที่สุดเพื่อที่จะได้ช่วยให้ฉันเลี่ยงจากการลงโทษของเธอได้ไงล่ะ"

จริงๆแล้วการลงโทษนั่นก็นับเป็นรางวัลได้เช่นเดียวกัน แต่แน่นอนว่าหากเขาพูดออกไปตรงๆ เลียร่าได้พุ่งเข้ามาหาเขาแน่ดังนั้นเขาเลยเลือกไม่พูดอะไรออกไป

"ฉันคิดว่านายจะเพิ่มวัตถุดิบคลาส 5 อันอื่นลงไปด้วยซะอีก"

"ด้วยความที่เป็นคลาส 6 อยู่แล้วการที่จะเพิ่มของอื่นลงไปอีกจะทำให้คุณภาพมันลดลงแทน มิลก็เหมือนกัน และเธอก็ด้วย"

แล้วเขาจะเอาขนปีก เลือดแล้วก็หนังมาทำอะไรได้ยังไงกัน? เลียร่าสงสัยในเรื่องนี้มาก แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว อย่างแรกเขาได้เขาได้เส้นขนออกมาจากก้านขนปีก และวางเอาไว้กับเนื้อที่แห้งแล้ว จากนั้นก็ทำการเปลื่ยนเส้นขนให้กลายเป็นด้าย

"โอ้ว? นายทำได้ยังไงกันน่ะ!?"

ยูอิลฮานเริ่มขั้นตอนต่อไปโดยที่ไม่สนใจเลียร่าที่มองฉากที่ไม่น่าเชื่อนี้อย่างตกใจเลยสักนิด เขาได้เอาหินพลังเวทย์หลายต่อหลายก้อนไปใช้กับเส้นด้ายและเริ่มใช้มานาสร้างเป็นเสื้อขึ้นมา

"ถึงในท้ายที่สุดระดับของมันจะลดลงเล็กๆจากการที่นี่ไม่ใช่การตีเหล็กก็เถอะ แต่ฉันคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นอะไร วิศวกรรมเวทย์น่าจะจัดการอะไรกับเรื่องนี้ได้"

"อ๊าาา มานากำลังถูกเสริมพลังขึ้น! นี่นายกำลังทำบ้าอะไรกันเนี้ย!"

เส้นด้ายจำนวนยาวไม่สิ้นสุดได้เปลื่ยนมาเป็นเสื้อที่ใหม่สะอาดอย่างสมบูรณ์แล้ว เนื่องจากยูอิลฮานรู้ถึงรูปร่างของเลียร่าเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ทำให้ใช้เวลาไม่นานเขาก็ได้สร้างชุดเดรสสำหรับต่อสู้สีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมา นี่เป็นชุดเดรสที่งามสง่าที่ไม่ได้ขัดขวางการเคลื่อนไหวต่อสู้เลยแม้แต่นิดเดียว

"ว้าว ว้าวววววววววว"

นัยน์ตาเลียร่าที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความตกตะลึงและสับสนได้เปลื่ยนกลายเป็นเต็มไปด้วยประกาย สองมือเธอกำลังสั่นกระตุกอยู่ราวกับว่าเธอพร้อมจะเข้าไปโจมตียูอิลฮานได้ตลอดเวลา

"รอก่อน"

แม้ว่าเขาจะมีความสุขที่เธอชอบในไอเทมที่เขาทำขึ้นมา และอยากจะแสดงการขอบคุณผ่านการกระทำ... แต่ยูอิลฮานได้ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม

"ไม่ต้องรีบหรอก นี่มันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น"

ต่อจากนั้นเขาได้เอาก้านขนและหนังที่ตายแล้วมาทำให้เป็นผงละเอียดแล้วผสมเข้ากันกับผงหินพลังเวทย์กับเลือด เมื่อมองไปแล้วมันจะดูเหมือนเกล็ดอัญมณีที่เป็นประกายอยู่ในเลือดสีขาวบริสุทธิ์ เขาได้เปลื่ยนส่วนผสมทั้งหมดให้กลายมาเป็นสี

"อ๊า นี่มันรู้สึกแปลกๆนะ..."

"ดูให้อีก อีกไม่นานเดี๋ยวเธอก็จะเปลื่ยนความคิดแน่"

เขาได้หยิบแปรงขึ้นมาระบายสีลงไปบนชุด และสีที่แต้มลงไปนี้ได้ผสมเป็นเนื้อเดียวกับชุดราวกับเป็นสิ่งเดียวกันแต่แรกแล้ว ด้วยการแต้มสีลงไปเรื่อยๆได้ทำให้ชุดเดรสได้กลายมาเป็นสีชมพูอ่อนและเริ่มส่องแสงออกมา

"ฉันกำลังจะเริ่มการเชื่อมต่อแล้วนะ"

"อ่า โอเค"

เลียร่าที่ถูกออร่าการทำงานของยูอิลฮานกดดันทำให้เธอยอมยื่นมือออกไปแต่โดยดี แม้ว่าเธอจะตกมาอยู่ในคลาส 4 แล้ว แต่เลเวลของเธอก็ยังอยู่ในจุดสูงสุดที่เลเวล 299 มานาที่มหาศาลของเธอได้ไหลผ่านมือเธอไปสู่ยูอิลฮาน และเข้าไปอยู่ภายในชุดเดรสตามการควบคุมของเขา

แต่ในตอนนี้เองสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น

[ของนั่น... พระ... สิ่งศักสิทธิ์...]

ดวงตาสีแดงทั้งสองข้างของเลียร่าดูเหมือนจะเปล่งแสงสีชมพูจางๆออกาทั่วทั้งพื้นที่แห่งนี้

จบบทที่ บทที่ 218 - ฉันมาหาเธอแล้ว (2) [18-10-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว