เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 216 - ฉันก็ด้วย (8) [14-10-2019]

บทที่ 216 - ฉันก็ด้วย (8) [14-10-2019]

บทที่ 216 - ฉันก็ด้วย (8) [14-10-2019]


บทที่ 216 - ฉันก็ด้วย (8)”

ยูอิลฮานได้ให้กองทัพเด็กขึ้นมาบนป้อมปราการลอยฟ้าของเขา พวกเด็กๆต่างก็เข้ามาหายูอิลฮานกับเลียร่าอย่างระมัดระวังซึ่งขัดกับอายุพวกเขามากๆ แต่ในอีกด้านหนึ่งเด็กพวกนี้ก็ดูจะฝึกมาเป็นอย่างดี

และในเรื่องการฝึกนี้ กองทัพเด็กนี้ฝึกมาดีกว่ากองทัพใดๆในโลก

"...เพราะแบบนั้นผมก็เลยทำให้พวกนี้มาเป็นลูกน้องผม"

"แบบนี้นี่เอง"

ยูมิลได้เราทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นมาภายในดันเจี้ยนที่เขาไปติดอยู่ให้ยูอิลฮานฟัง นับจากตอนแรกที่เขาไปเจอเด็กๆได้ยังไง และเอกลักษณ์ของเด็กๆที่แค่กินเนื้อปีศาจก็เพิ่มเลเวลขึ้นได้ รวมไปถึงว่ายูมิลได้ดูแลเด็กพวกนี้ยังไงหลังจากได้รับสกิลปกครองมา

เรื่องที่เล่าออกมานี้เป็นเรื่องที่บ้าไร้สาระมากๆตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องโกหกแน่นอน ดูได้จากเด็กๆที่อยู่ตรงนี้เป็นคนพิสูจน์เป็นอย่างดี ยูอิลฮานได้หันไปหาเลียร่าที่มีสีหน้าไม่อย่างจะเชื่อเล็กน้อยเพราะตัวเธอคือคนที่ดูจะมีความรู้ที่สุดแล้ว

"เธอคิดยังไงล่ะ?"

"ถึงมันจะมีไม่บ่อยนัก แต่ว่าก็มีการกลายพันธ์อยู่ทุกที่ ด้วยสภาพแวดล้อมของโลกใบนี้ที่เปลื่ยนไปอย่างต่อเนื่องเกินไป มันก็คงไม่แปลกหรอกกับการที่เด็กๆจะได้รับผลกระทบไปด้วย นอกจากนี้ด้วยการถูกวาปไปในนรกนั้นก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ร่างกายของเด็กๆได้ถูกปรับโครงสร้างไปด้วย"

"จริงดิ?"

"ใช่แล้ว แต่อย่างน้อยที่สุดเด็กๆพวกนี้ก็ไม่ใช่มอนสเตอร์ เด็กๆพวกนี้ยังมีความบริสุทธิ์และไร้เดียงสาของมนุษย์อยู่"

เลียร่าได้ประกาศออกมาราวกับว่าเธออ่านความคิดของยูอิลฮานออก เขาได้ยิ้มแห้งๆและหยักหน้ารับ

"ฉันคิดเรื่องนั้นอยู่แว๊บหนึ่งเหมือนกัน นอกไปจากนี้ฉันก็มีวิธีตรวจสอบด้วย"

แค่เส้นผมเส้นหนึ่งก็มากพอจะเอามาตรวจสอบตัวตนของสมาชิกกองทัพนีได้แล้ว เขาได้เปิดใช้งานสกิลบันทึกและมองดูใกล้ๆ จากนั้นเขาก็ได้รับการยืนยันว่าเด็กพวกนี้เป็นมนุษย์ที่เกิดขึ้นมาจากชาวโลกสองคน

ถึงแม้ว่าเขาจะคิดเอาไว้แล้ว แต่มันมีปัญหาอยู่ที่สิ่งที่ทำให้เกิดการเปลื่ยนแปลงกับเด็กๆ

"...ไม่มีทางน่า"

"ทำไมงั้นหรอ? เพราะเลเวลสกิลต่ำเกินไปเลยทำความเข้าใจไม่ได้งั้นหรอ?"

"ไม่หรอก ฉันเข้าใจเป็นอย่างดีเลยต่างหาก ถึงแม้ว่าฉันจะอยากเชื่อว่าสกิลนี้ผิดพลาดเพราะเลเวลยังต่ำอยู่ก็ตาม..."

ตาของเลียร่าได้หรี่ลงมา ยูอิลฮานได้ตัดสินใจไม่รออีกต่อไป เขาได้พูดความจริงออกมา

"เจตจำนงแห่งความโกลาหล เป็นเพราะเจ้านั่นแหละ"

"หา?"

เลียร่าได้ถามกลับไป มันไม่ใช่เพราะว่าเธอได้ยินไม่ชัด แต่เพราะว่าเธอไม่อยากจะเชื่อคำๆนั้น ยูอิลฮานก็ยังยืนยันคำเดิมของเขาออกมา

"เป็นเพราะเจตจำนงแห่งความโกลาหลคลาส 6 นั่นแหละ เจ้าคนที่เกือบจะฆ่าเราทั้งสองคน เจ้านั่นได้เปลื่ยนยีนของเด็กๆให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยทำให้การหายใจของเด็กๆสามารถดูดซับมานาเข้าาได้ มิลเพียงแค่ช่วยยกระดับความเร็วในการพัฒนาของเด็กๆเท่านั้นเอง"

"มันไม่มีทางเป็นจริงได้สิ เจ้านั่นมันไม่ชอบมนุษย์ไม่ใช่หรอกหรอ?"

มันคงไม่มีคนบ้าที่ไหนจะไปมอบพลังให้กับคนที่ไม่ชอบนี่นา คำพูดของเลียร่าฟังดูแล้วเป็นเหตุเป็นผลที่สุดแต่ยูอิลฮานได้ส่ายหัวออกมา

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้านั่นกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ว่าที่เด็กๆเป็นแบบนี้เพราะเจ้านั่นแน่นอน เจ้านั่นได้เพิ่มพลังให้กับเด็กๆด้วยพลังของโลกใบนี้เหมือนกับที่สร้างสิ่งมีชีวิตคลาส 5 ขึ้นมา นอกจากนี้ก็ยังแบ่งบันทึกของมันออกไปเสี้ยวหนึ่งด้วย... แม้ว่าการให้พลังจะต่างกัน แต่วิธีการเหมือนกันแน่นอน เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลย"

"ไม่มีทางน่า"

ในจุดๆนี้แล้วสีหน้าของยูอิลฮานได้แปลกไป เขาได้ย้อนนึกไปถึงคำพูดที่เจ้านั่นได้พูดออกมากับตัวเองและเลียร่า ซึ่งทำให้เขารู้ได้ถึงเรื่องหนึ่ง

"จริงๆแล้วเจ้านั่นไม่ได้ปฏิเสธในการเอาชีวิตรอดระหว่างมนุษยชาติกับมอนสเตอร์ คนที่เจ้านั่นเกลียดจริงๆแล้วมีแค่ฉัน"

"นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยนะอิลฮาน นายก็แค่อยากจะเอาชีวิตรอดเหมือนกันนี่!"

ยูอิลฮานเมื่อหนึ่งพันปีก่อนก็ยังเหมือนกันกับมนุษย์คนอื่นๆ มอนสเตอร์ตัวอื่นๆและเจตจำนงแห่งความโกลาหล เขาก็เพียงแค่ดิ้นรนเอาชีวิตรอด ดังนั้นหากว่าเจตจำนงแห่งความโกลาหลอยากที่จะยอมรับในตัวมนุษย์ ถ้างั้นเจ้านั่นก็ต้องยอมรับในยูอิลฮานด้วยสิ ไม่เช่นนั้นมันก็ดูจะขัดแย้งในตัวเองไปหน่อยไม่ใช่หรอ?

"ไม่หรอก มันไม่ใช่แบบนั้น ปัญหาที่เจ้านั่นไม่ชอบฉันมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นหรอก"

คำพูดของเลียร่าก็ยังสมเหตุสมผลเหมือนอย่างเคย แต่ยูอิลฮานที่มั่นใจในความคิดแล้วได้ตอบกลับมาด้วยคำอธิบายง่ายๆ

"ในวงจรชีวิตน่ะการที่สิ่งโตกินกวางคือเรื่องปกติใช่ไหมล่ะ แต่ว่าหากว่าเพื่อนที่เป็นกวางถูกสิงโตนั่นฆ่าไปเธอก็ต้องโกรธอยู่แล้วใช่ไหม นี่มันก็น่าจะคล้ายๆกันนั่นแหละ บางทีเมื่อหนึ่งพันปีก่อนเจ้านั่นก็อาจจะเป็นสัตว์อะไรซักตัวที่เกือบจะถูกฉันทำร้ายไปก็ได้! จริงๆแล้วในท้ายที่สุดมันก็เป็นเรื่องที่ปกติมาก ฉันทำร้ายเจ้านั่น เจ้านั่นก็แก้แค้นฉันแค่นั้นเอง"

"...ใช่ นี่มันคือเรื่องปกติมาก ถึงฉันจะไม่อยากเข้าใจก็ยังต้องเข้าใจ"

ใช่แล้ว เป้าหมายของความไม่พอใจของเจ้านั่นไม่ใช่มนุษยชาติแต่เป็นตัวยูอิลฮานเพียงคนเดียว มันไม่ได้เป็นเรื่องอุดมคติหรืออะไรยิ่งใหญ่ขนาดนั้น มันก็เป็นแค่ความแค้นส่วนตัวเพียงเท่านั้นเอง!

"แล้วถ้างั้น?"

เลียร่าได้สรุปเรื่องราวออกมาได้ด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

"ดังนั้นในท้ายที่สุดเป้าหมายที่จะกำจัดของเจ้านั่นก็มีแค่นาย อิลฮานและไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนอื่นเลย? ทีนี้พอคิดย้อนกลับไปแล้วคนที่ขับไล่มนุษย์ออกไปก็คงจะเป็นตัวโลกเองไม่ใช่เจ้านั่นสิ..."

"มันก็อาจจะไม่ใช่แบบนั้นหรอก บางทีเจ้านั่นอาจจะอยากกลายเป็นจ้าวแห่งโลกนี้ พัฒนาโลกขึ้นมาตามที่ตัวเองชอบและชุบเลี้ยงกองทัพจากภายในนั้นล่ะมั้ง?"

หากว่าไม่ได้มียูอิลอัตราการรอดชีวิตของเด็กๆก็คงจะน้อยจนน่าเศร้าได้เลย

แต่ยังไงก็ตามเด็กที่พัฒนาด้วยตัวเองเพียงลำพังภายในนรกนั่นก็จะกลายเป็นตัวตนที่แกร่งเหมาะสมกับโลกนี้ นอกไปจากนี้เด็กๆก็ยังถูกมันแบ่งเสี้ยวของบันทึกออกไปทำให้เด็กๆก็มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเช่นเดียวกัน...

"เรื่องก็คงเป็นแบบนี้แหละ"

ในนาทีนี้แล้วเรื่องราวที่คลุมเครือมาตลอดก็ได้ชัดเจนขึ้น

"เจ้านั่นกำลังเตรียมตัวสำหรับโลกที่จะกลายเป็นโลกระดับสูงในแบบของตัวเอง"

"...นั่นก็คงจะจริงนั่นแหละ ทั้งเรื่องการสร้างมอนสเตอร์คลาส 5 ที่ข้อบกพร่องลดลงเรื่อยๆ และยังมีเรื่องของเด็กๆที่ถูกส่งไปในดันเจี้ยนนรกอีกด้วย..."

ยังไงก็ตามได้มีตัวแปลกที่ไม่อาจจะคำนวนได้อยู่สองตัวแปรซึ่งนั่นก็คือยูอิลฮานกับยูมิล ยูอิลฮานได้สร้างป้อมปราการลอยฟ้าขึ้นมากวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งหมดบนโลกใบนี้ด้วยตัวเอง และยูมิลก็ได้กวาดล้างดันเจี้ยนนรกไปพร้อมๆกับการพัฒนาเด็กๆให้แข็งแกร่งขึ้น

ทั้งสองวิธีของสองคนนี้ได้ทำลายแผนของเจ้านั่นจนพังพินาศไปเป็นชิ้นๆ

"จ้าวแห่งโลกงั้นสินะ? ถ้าพูดถึงเรื่องตำแหน่งนั้นไม่ใช่ตอนนี้กลายมาเป็นของนาบกับมิลแล้วหรอ? นายได้นั่งบนบัลลังก์อย่างสวยงามเลยนี่นา"

"อะไรล่ะนั่น? ฉันไม่ต้องการล่ะ เอาคืนไปเลยไป"

ยูอิลฮานได้ส่ายหัวออกมาและมองไปที่เด็กๆอีกครั้ง เด็กๆที่อาจจะกลายไปเป็นกองกำลังของมอนสเตอร์ได้เปลื่ยนมาเป็นกองทัพของยูมิลแล้ว อย่างน้อยนี่ก็เป็นเรื่องดีกับลูกของเขา

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ไม่อาจจะยิ้มได้ตลอดเวลา

"แล้วถ้างั้น จำนวนของเด็กๆที่นี่รวมแล้วกี่คน...?"

"ครับ รวมก็ 9,300 คนครับ"

ที่เขายิ้มไม่ออกแล้วนั่นก็เพราะว่าจำนวนเด็กๆที่ยูมิลได้ช่วยเอาไว้มีน้อยมากๆ จำนวนของเด็กที่เกิดหลังจากมหาภัยพิบัติมันควรจะมีเยอะกว่านี้มากๆ แต่แล้วกลับมีคนรอดกลับมาได้แค่ 9,300 คนเท่านั้นเอง

นี่ขนาดว่ายูมิลได้เดินตระเวนไปทั่วดันเจี้ยนเพื่อช่วยเด็กๆแล้วด้วยนะ หากว่าสิ่งต่างๆเป็นไปตามที่เจตจำนงแห่งความโกลาหลคาดเดาไว้ล่ะก็ จำนวนของเด็กๆที่รอดกลับมาก็คงน้อยกว่านี้เป็นสิบเท่า

จำนวนของคนที่ล้มตายไปมีอยู่เหลือกว่าที่ยูอิลฮานคิดเอาไว้จนทำให้เขาเลิกที่จะคิดเรื่องนี้ในทันที มนุษย์ไม่อาจจะย้อนเวลากลับไปได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงได้แต่เดินหน้าต่อเท่าที่มีเท่านั้น

"...ดีแล้วมิล ทำได้ดีมาก"

"ครับ"

ในตอนยูอิลฮานชมมิลและลูบหัวเขา มิลชอบเป็นอย่างมาก

ด้วยมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลที่มีเลเวลกว่า 230 กับกองทัพขนาดใหญ่ 9,300 คน ตัวมิลที่มีอายุแค่ 6 ขวบกับจัดการเรื่องพวกนี้มาได้ก็สมแล้วที่เขาจะได้รับคำชมจากพ่อของเขา การที่ผลลัพธ์ออกมาได้ขนาดนี้เป็นเพราะความสามารถของมิลล้วนๆ

"ถ้างั้นนั่นคือครอบครัวของฮีโร่จริงๆดิ?"

"แต่ว่า 'ครอบครัว' คืออะไรอะ?"

"ฮืออ ผมก็อยากจะเจอแม่อะ"

เด็กๆทั้ง 9,300 คนได้วุ่นวายในทันทีเมื่อได้เห็นว่ายูอิลฮานกับเลียร่าไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ และยังได้เห็นมิลกำลังกอดกับยูอิลฮานอย่างยินดีอีกด้วย

"อิลฮาน จะปล่อยเด็กๆไว้แบบนั้นงั้นหรอ?"

"ไม่หรอก... ฉันคิดไว้แล้วล่ะว่าจะทำยังไง"

ยูอิลฮานได้ยิ้มออกมาแห้งๆเมื่อมองไปที่เด็กๆที่มีเลเวลสูงแต่ว่าก็ยังคงมีความเป็นเด็กอยู่ดี

เด็กๆพวกนี้ไม่อาจจะเอาแต่ระแวดระวังตัวเขาไปตลอดได้ เขาได้คิดถึงสิ่งที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้ทันที...

"เอาล่ะ"

ยูอิลฮานได้พูดดังออกมาเพื่อให้ทุกๆคนได้ยินเสียง

"มากินข้าวกันก่อนดีกว่า"

ยูอิลฮานได้จัดการใช้ทุกๆอย่างที่นำมาทำอาหารได้เพื่อทำอาหารให้กับเด็กๆทั้ง 9,300 คน เขาได้จัดการกวาดล้างทุ่งไร่ที่ไร้เจ้าของมาทำสลัด ใช้ป้อมปราการยักษ์นี่เหวี่ยงแหลงไปจับปลา ใช้ถังยักษ์เป็นหม้อต้นซุปและย่างเนื้อ

เรื่องทั้งหมดนี้ได้เกิดขึ้นภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ระหว่างเด็กๆกำลังเฝ้าดูปาฏิหาริย์นี้น้ำลายก็ไหลออกมาหลังจากเห็นของบนมือยูอิลฮาน นี่มันไม่ต้องสงสัยเลยในเมื่อเด็กๆทุกคนได้แต่กินเนื้อของปีศาจเป็นอาหารมาตลอด 3 ปี

[สกิลทำอาหารได้กลายเป็นเลเวล 98 อาหารที่ทำจะมีรสชาติดียิ่งขึ้น]

บางทีอาจจะเหมาะการทำอาหารชุดใหญ่นี้จึงทำให้เลเวลสกิลของเขาก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ยูอิลฮานได้ตั้งโต๊ะจำนวนนับไม่ถ้วนบนสวนในคฤหาสน์ของเขาอย่างพึงพอใจ

"เยี่ยม ในวันเดียวนี้ฉันก็น่าจะเชี่ยวชาญสกิลทำอาหารได้"

"งั่ม งั่ม... บันทึกนภานี่มันไม่ยุติธรรมเลยนะ แต่ก็ช่างเถอะ เนื้อนี่มันอร่อยมากฉันไม่สนแล้ว"

เลียร่าได้บ่นออกมาทั้งๆที่เนื้อเต็มปากของเธออยู่ อาจจะเพราะการที่เธอกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำก็ได้ถึงทำให้เธอหิวง่ายขึ้น ยูอิลฮานก็ดีดหน้าผากเธอไปทีหนึ่งทันที

"อย่ากินก่อนสิ ฉันยังตั้งโต๊ะไม่เสร็จเลยนะ"

"แต่ว่าถ้าเนื้อมันเย็นก็เสียดายแย่เลยนะ! นี่เป็นอาหารที่อิลฮานที่รักของฉันทำขึ้นมาเชียวนะ"

"ถ้างั้นก็หยุดกินแล้วก็มาช่วยฉันตั้งโต๊ะซะสิ"

"ค่ะท่าน"

แม้ว่าทั้งสองคนจะทะเลาะกันเหมือนอย่างปกติ แต่ว่าก็มีความรู้สึกเหมือนกับกำลังมีดอกไม้ฝุ้งกระจายอยู่รอบตัวทั้งสองคน สภาพบรรยากาศที่หวานชื่นนี้ไม่มีพื้นที่ให้มิสทิคเข้ามาล้อได้เลยแม้แต่นิด ยูมิลที่ได้ก่อนหน้านี้เอาแต่สนใจพ่อมาตลอดก็ยังสังเกตุเห็นถึงเลียร่าและตะโกนออกมา

"พี่สาวเลียร่าอ่อนแอลงล่ะ!"

"ไม่หรอก ฉันน่ะแกร่งขึ้นนะมิล ในด้านความรักน่ะ... โอ้ แล้วก็เรียกฉันว่าแม่สิ"

"แต่ว่าเรื่องพลังของพี่สาว..."

"ฉันแกร่งขึ้น! แล้วก็เรียกฉันว่าแม่สิ!"

เลียร่าได้กัดสลัดลงไปและพูดออกมาด้วยเสียงที่ทรงพลัง ยูมิลก็อยากจะพูดกลับไปเนื่องจากเขารู้ถึงพลังในคลาส 6 ของเลียร่าเมื่อก่อน แต่แล้วหลังจากได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยดวงดาวของเลียร่าเขาก็ต้องยอมแพ้ แต่ในตอนนี้เองยูอิลฮานก็มาจัดการลงโทษเธอที่ขู่ยูมิล

"ฉันบอกให้ทำงาน"

"โอ๊ย"

พื้นที่ขนาดใหญ่ของคฤหาสน์มีกว้างพอที่จะตั้งโต๊ะไว้ให้สำหรับเด็กทั้ง 9,300 คน ในตอนแรกๆเด็กๆก็ยังลังเลไม่กล้ากิน แต่แล้วหลังจากได้เห็นยูมิลกินลงไปพวกเขาก็ไม่ห้ามใจอีกต่อไป

"ว้าว"

"ไมเห็นแข็งเลย"

"นี่มันอะไรอะ?"

"อร่อย!"

"เยี่ยมเลย กินกันให้จุใจเลยนะ"

มันใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่มื้ออาหารที่เงียบสงบจะกลายมาเป็นงานปาร์ตี้ที่วุนวาย ยูอิลฮานที่คาดเอาไว้ว่าเรื่องนีจะต้องเกิดขึ้นได้เสิร์ฟอาหารให้เด็กๆ พร้อมๆกับต้มสตรูเนื้อด้วยหม้อยักษ์ต่อไป

การกินของเด็กๆที่กินทุกๆอย่างที่มองเห็น และเจตจำนงของยูอิลฮานที่ต้องการจะทำให้เด็กๆต้องอิ่มจนจุกได้เกิดเป็นเหมือนการต่อสู้ขึ้นมา

[เด็กพวกนั้นดูเหมือนพวกอดอยากมาหลายวันเลยนะ]

[ถ้าเธอได้เห็นสภาพแวดล้อมภายในดันเจี้ยนนรกนั่นเธอก็คงจะไม่พูดแบบนี้หรอก]

"โอโรจิพูดถูก การที่พวกเขารอดมาได้จนถึงตอนนี้ก็น่าทึ่งแล้ว..."

หลังจากผ่านไปสามชั่วโมงอาหารมื้อนี้ก็ได้ยุติลง เด็กๆที่ทั้งกินและดื่มอย่างเต็มที่ทุกคนได้แต่ล้มลงไปนอนอยู่บนพื้นโดยที่ส่วนผสมทั้งหมดของคฤหาสน์นี้หายโล่งไปถึงครึ่ง

"มีความสุขจัง"

"ถ้าไม่ได้กินอะไรอร่อยๆ ฉันก็คงจะรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไปในชีวิต"

"ชีวิตคืออะไรอะ?"

"การมีชีวิตอยู่ไงล่ะ"

"แล้วเราจะมีชีวิตอยู่กันได้นานแค่ไหน?"

"พ่อของฮีโร่เป็นคนดี"

"พ่อคืออะไรอะ?"

เสียงพูดคุยที่ดังออกมานี้ได้ทำให้ผู้คนสงสัยว่าเด็กๆพวกนี้ฉลาดหรือโง่กันแน่ แต่ไม่ว่ายังไงน้ำเสียงของทุกๆคนต่างก็ออกมาอย่างผ่อนคลาย

ยูอิลฮานได้ปล่อยให้เด็กได้พักและเข้าไปหายูมิล

"แล้วมิล ลูกอยากจะทำยังไงกับเด็กพวกนั้นล่ะ?"

"ผมจะปล่อยให้พวกเขาทำตามสิ่งที่พวกเขาต้องการ"

แต่ปัญหาก็คือเด็กๆทุกคนต่างก็อยากจะติดตามเขา มิลได้พูดเสริมเรื่องนี้ขึ้นมา

เมื่อได้ยินเรื่องนี้ยูอิลฮานก็ได้มองหน้ามิลและยิ้มแห้งๆออกมา จากนั้นเขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดออกมา

"ถ้างั้นก็ให้เด็กๆอยู่กับพวกเราซักพักเป็นไงล่ะ? จริงๆแล้วพ่อก็ได้คิดวิธีหนึ่งที่โลกจะกลับไปเป็นปกติอยู่..."

ยูอิลฮานได้อธิบายแผนออกมาและยูมิลได้หยักหน้ารับ แน่นอนว่าเด็กๆที่ได้ยินคำพูดเขาก็ยังเลือกติดตามเขาโดยไม่บ่นอะไร แน่นอนว่าในด้านความไว้ใจที่ยูอิลฮานได้มานี้ก็เพราะอาหารส่วนหนึ่ง

เพราะแบบนี้ป้อมปราการลอยฟ้ากับกองทัพเด็กก็ได้ผสานรวมเข้าด้วย

นี่คือการเกิดขึ้นขององค์กรที่แกร่งที่สุดและย่ำแย่ที่สุดในโลกใบนี้

จบบทที่ บทที่ 216 - ฉันก็ด้วย (8) [14-10-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว