เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 205 - เห็นฉันไหมล่ะ? (6) [22-09-2019]

บทที่ 205 - เห็นฉันไหมล่ะ? (6) [22-09-2019]

บทที่ 205 - เห็นฉันไหมล่ะ? (6) [22-09-2019]


บทที่ 205 - เห็นฉันไหมล่ะ? (6)”

จิตวิญญาณดวงใหม่นี้ที่ยูอิลฮานได้รับมาก็ยังน่ารำคาญมากด้วย

[นายฆ่าฉันโดยที่ไม่คิดจะแยกแยะว่าเป็นมิตรหรือศัตรูได้ยังไงกัน หา!?]

"แล้วถ้างั้นเธอมีความคิดที่จะเป็นมิตรกับคนอื่นไหมล่ะ?"

[ฉันจะฆ่าให้หมดนั่นแหละ]

เรื่องนี้มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่ามันไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่เกิดขึ้นมาเองบนโลกใบนี้จะเป็นมิตรกับเขา ในเมื่อโลกนี้คือโลกที่ทุกๆสิ่งที่กำเนิดขึ้นมาต่างก็มีเจตนาร้ายกับยูอิลฮาน ยูอิลฮานได้เผชิญหน้ากับจิตวิญญาณที่ไม่ได้โกหกและถอนหายใจพูดออกมา

"แยะแยกเรียบร้อย เธอเป็นศัตรู"

[นายมาเช็คหลังจากฆ่าไปแล้วได้ยังไงกัน!]

"ในสงครามเราจะฆ่าทุกๆอย่างที่เจอก่อนเสมอ แล้วก็ชีวิตของฉันน่ะคือสงครามอยู่เสมอ"

[อิลฮานเท่มาก...]

[เท่!? เท่ตรงไหนล่ะนั่น!?]

เสียงของจิตวิญญาณฟังดูโมหามากๆ นี่มันไม่น่าแปลกใจเลยเนื่องจากว่าเธอได้ตายไปก่อนที่จะได้ทำอะไรซะอีกทั้งๆที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมาในฐานะสิ่งมีชีวิตชั้นสูง

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่เขาทำเลยสักนิด พูดให้ชัดเลยก็คือเขามั่นใจว่าเขาจะไม่หวั่นไหวไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไงก็ตาม

เธอคือศัตรู เหตุผลที่เขาพูดได้อย่างสบายใจกับเธอในตอนนี้ก็เพราะว่าเขาได้ฆ่าเธอทำให้เธอกลายมาเป็นจิตวิญญาณ แต่หากว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ถ้างั้นก็คงไม่มีเวลาให้มาคุยแบบนี้แน่

[ขี้ขลาด นายมาแอบโจมตีฆ่าฉันได้ยังไงกัน!!!]

"ฮ่าๆ หมาขี้แพ้กำลังหอนล่ะ"

ยูอิลฮานก็ยังเอกลักษณ์ของคนไม่เข้าสังคมทำให้เขายั่วโมโหคนอื่นได้เป็นอย่างดี

[อ๊าาา นายด่าฉันว่าหมาขี้แพ้งั้นหรอ ไม่มีโอกาสสู้เลยด้วยซ้ำ]

"ฉันบอกแล้วไงว่าชีวิตคือสงคราม ทำไมเธอไม่เตรียมตัวไว้นับตั้งแต่เกิดล่ะ? อ่อ เธอมองผ่านการซ่อนตัวของฉันไม่ได้สินะ"

[อ๊ากกกกกกก!]

[อิลฮาน นายนี่น่ากลัว...]

ระหว่างที่ยูอิลฮานกำลังคิดหาวิธีรีดข้อมูลจากจิตวิญญาณที่น่ารำคาญดวงนี้ เธอก็ได้ตะโกนต่อออกมา

[แต่คนขี้ขลาดก็ยังขี้ขลาดอยู่ดี! ระหว่างฉันกำลังสูดหายใจหลังจากเกิดขึ้นมาก็มีลำแสงเจาะร่างฉันแล้ว แล้วก็ขนาดฉันฝืนทนไว้ได้ก็ยังมีปราสาทยักษ์ตกมาทับฉันอีก! นี่แหละคือเหตุผลที่โลกใบนี้พยายามจะฆ่านาย!]

"การเชี่ยวชาญสกิลสั่งสมความตายนี้ก็น่ารำคาญเหมือนกันแหะ อยู่ๆฉันก็ได้รับจิตวิญญาณแปลๆมาทั้งๆที่ไม่มีสิทธิเลือก"

ยูอิลฮานได้ให้ป้อมปราการลอยตัวขึ้นและพึมพัมเบาๆ แน่นอนว่าเขาก็พูดเล่นไปเท่านั้น ตัวเธอคือจิตวิญญาณที่มีประโยชน์แน่นอน ไม่ใช่แค่เป็นจิตวิญญาณคลาส 5 ที่มีสติปัญญาเท่านั้น แต่ในตอนที่เธอเกิดขึ้นมาจากบันทึกของโลกมันก็เป็นไปได้แน่ที่เธอจะมีข้อมูลหลายๆอย่างที่เขาไม่เคยรับรู้มาก่อน

[กรอดดด น่าผิดหวังจริงๆให้ตายสิ!] (โอโรจิ)

"ไม่เป็นไรโอโรจิ นายทำดีที่สุดแล้ว"

หากเป็นจิตวิญญาณปกติอื่นๆเขาก็คงจะยืมพลังโอโรจิไปสอบปากคำ แต่ว่าเธอคือสิ่งมีชีวิตคลาส 5 - เธอไม่ใช่คนที่โอโรจิในตอนนี้จะทำอะไรได้เลย วิธีที่ทำได้ในตอนนี้คือการเจรจาอย่างสันติ

จากคำพูดที่เธอพูดออกมาแม้ว่าเธอจะมีความรู้มากมาย แต่เธอก็ยังดูเหมือนเด็กที่ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย บางทีนี่อาจจะเป็นเพราะเธอเพิ่งจะเกิดขึ้นมา

[ไม่ว่ายังไงเถอะปล่อยฉันนะ! ฉันยังมีร่างกายอยู่แล้ววิญญาณของฉันก็อยู่ที่นี่ด้วย]

"ฉันเสียใจด้วยนะแต่ในตอนนี้วิญญาณของเธอน่ะได้ไปที่ไหนก็ไม่รู้แล้ว ที่อยู่ที่นี่น่ะมีแค่เศษเสี้ยงวิญญาณดั้งเดิมเท่านั้นแหละ"

[อะไรน่ะ...!?]

โอ้? เธอกำลังจะคิดทบทวนย้อนหลังงั้นหรอ? เรื่องของชีวิตและความตายเป็นเรื่องยากสำหรับทุกๆชีวิตเสมอ สำหรับเธอแล้วการจะยอมรับมันทั้งๆที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมามันเป็นเรื่องหนักหนาสำหรับเธอมาก

[อิลฮาน นายกำลังทำอะไรกับคนที่เพิ่งเกิดนั่น]

"อ่อ เธอเป็นศัตรูน่ะ"

[โอ้ จริงด้วย เห็นนายทำตัวสบายๆฉันก็เลยลืมไปเลย]

ยูอิลฮานได้หันไปตรวจสอบดูบาเรียของป้อมปราการลอยฟ้าระหว่างที่รอคำตอบ และในที่สุดจิตวิญญาณก็ได้พูดออกมาหลังจากเงียบไปครุ่นคิดถึงตัวตนของเธอในตอนนี้

[ถะ ถ้างั้น...]

"ถ้างั้น?"

[ถ้างั้นมันก็เหมือนกับว่าฉันได้เกิดใหม่อีกครั้เพราะนายงั้นน่ะสิ?]

เขาไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะยอมรับมันและมองในแง่ดีแบบนี้

[นายนี่น่าทึ่งมากเลย! อืม จริงด้วย ในตอนที่ฉันเกิดขึ่้นมาฉันก็มีแต่ความคิดเรื่องการฆ่ามนุษย์ทั้งหมดบนโลก แต่ในตอนนี้แล้วกระบวนการคิดของฉันค่อนข้างจะอิสระเลยล่ะ! ที่เปนแบบนี้มันก็เพราะฉันได้เกิดใหม่อีกรอบแน่ๆ!]

"อืม นั่นแหละ ฉันค่อนข้างทึ่งเลย"

[ใช่แล้ว ฉันไม่ได้ตาย ฉันเกิดใหม่ต่างหาก!]

การเปลื่ยนแปลงความคิดของจิตวิญญาณตนนี้เร็วจนน่าทึ่ง แม้แต่ยูอิลฮานก็ยังไม่มองโลกในแง่ดีแบบเธอ

ยังไงก็ตามในเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องแย่ที่จะยอมรับความจริงและคิดในแง่บวก ไม่ว่าจะเป็นสำหรับเธอหรือสำหรับยูอิลฮานนี่ก็มีแต่จำทำให้เธอก้าวไปต่อได้

และอย่างที่เขาคิดเอาไว้เมื่อเธอได้ละทิ้งความคิดด้านลบไปแล้ว เธอก็ได้คิดได้กว้างมากขึ้น

[แต่ว่าสำหรับฉันแล้วนี่มันอึดอัดอะ ฉันไม่ยอมความรู้สึกที่ติดอยู่ในที่มืดแบบนี้เลย ให้ฉันมีร่างกายเหมือนกับงูนั่นหน่อยสิ]

[กรรรรร ข้าไม่ใช่งู ข้าคือยามาตะ โนะ โอโรจิ]

"หืมมม"

[ร่างกายของฉันยังสมบูรณ์อยู่ใช่ไหม? ถ้าเป็นนาย นายจะย้ายร่างฉันกลับไปได้แน่!]

"ฉันเสียใจด้วยนะ แต่นั่นมันไม่ง่ายแบบนั้นสิ"

ยูอิลฮานได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ว่ามันน่าเสียดายจริงๆและเขาได้เอาศพของเธอออกมา 'ร่างกาย' ที่ถูกลำแสงเจาะหน้าอกและถูกกระแทกด้วยป้อมปราการลอยฟ้าได้ทำให้คนเห็นยังต้องสงสัยว่านี่ยังจะนับว่าเป็นร่างกายอยู่อีกไหม

[...]

จิตวิญญาณได้ทรุดลงกับความจริงที่โหดร้ายตรงหน้า หลังจากได้เห็นสภาพศพนี้เลียร่าก็ได้พูดออกมา

[บางทีหากโอเกอร์กินมนุษย์ลงไปแล้วคายก็มาก็น่าจะเป็นแบบนี้แหละ]

[ฮือออออออออออออออ!]

จิตวิญญาณได้ระเบิดเสียงร้องไห้ออกมา นี่คือการร้อยจริงๆไม่ใช่การหลอกที่คิดจะทำให้ยูอิลฮานลังเลก่อนหน้านี้

[ร่างสวยๆของฉันมันเหลวไปแล้ว! ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ร่างของฉันในตอนนี้แต่มันก็! ฮืออออออออออออออออ]

ยูอิลฮานได้มองไปที่เลียร่าราวกับว่าเขาเป็นคนบริสุทธิ์ทั้งๆที่เขาเป็นคนที่ทำให้ร่างเป็นแบบนี้ก็ตาม จากนั้นเขาก็พูดอย่างสงบกับจิตวิญญาณที่กำลังร้องลั่นในหัวขอเขา

"ยังไงก็ตาม ฉันให้ร่างกายที่ต่างจากร่างนี้กับเธอได้นะ"

[...ร่างกายที่ต่างจากร่างนี้?]

ในวินาทีที่เธอได้ยินเสียงของเขา เสียงของเธอก็ลอยขึ้นมาทันทีราวกับว่าเธอไม่เคยร้องมาก่อน สำเร็จ - ยูอิลฮานได้ยิ้มออกมาหลังจากเขามั่นใจในเรื่องนี้

"เธอก็น่าจะรู้นะว่าทุกๆอย่างในโลกใบนี้น่ะมันอยู่ในรูปแบบของการแลกเปลื่ยนนะ"

[แต่นายเป็นคนฆ่าฉันนะ! ไม่สิ นายแยกเอาสตินึกขึ้นของวิญญาณฉันออกมาต่างหาก!]

"ถ้าเธอไม่อยากแลกเปลื่ยนกันงั้นเธอจะอยู่แบบนี้ก็ได้นะ ไว้เดี๋ยวฉันจะกลับมาหาอีกรอบหลังจากทำให้โอโรจิพัฒนาขึ้น ตอนนั้นฉันก็จะพูดแบบตอนนี้แหละแต่เงื่อนไขน่ะอาจจะไม่ดีเท่าตอนนี้แล้วนะ"

[อ๊า...!]

ยูอิลฮานไม่จำเป็นต้องยั่วยุเธออีกต่อไปแล้ว สติปัญญาของเธอแจ่มชัดมากพอที่เธอจะตัดสินใจได้ว่าในสถานการณ์แบบนี้เธอเสียเปรียบมากเกินกว่าจะเล่นตัวได้

ยิ่งไปกว่านั้นมื่อเธอคิดไปถึงความตายของเธอในฐานะสิ่งมีชีวิตชั้นสูงและที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้ก็ต่างไปจากเดิมแล้วด้วยทำให้ในที่สุดเธอก็ยอมตอบกลับยูอิลฮานแต่โดยดี

[ฉัน ช่วยไม่ได้แหะ... แล้วงั้นเงื่อนไขคืออะไรล่ะ?]

"ง่ายมากเลย เธอก็แค่ต้องกลายมาเป็นลูกน้องที่มีฉันปกครอง นี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่เราทั้งคู่จะเชื่อใจกันได้"

[อ่อ แบบเจ้างูสินะ...?]

[ข้าไม่ใช่งู!]

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมากับการทะเลาะของทั้งสองคน ถึงแม้จะน่าเศร้าที่เขาไม่ได้หินพลังเวทย์คลาส 5 มาจากร่างของเธอ แต่ดูๆไปแล้วเขาก็โชคดีอยู่เหมือนกัน

[????? ได้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ]

[อ่าา นี่มันไม่สบายใจเลยแหะ ฉันรู้สึกได้เลยถึงการเชื่อมต่อกับสิ่งมีชีวิตอื่น]

"ทนหน่อยน่า มันไม่ใช่แค่เธอที่รู้สึกอึดอัด"

แม้ว่าเธอจะเป็นแค่จิตวิญญาณเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งของเธอก็คือสิ่งมีชีวิตชั้นสูง การรับเธอมาเป็นลูกน้องของเขามันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก

เขายังไม่ได้เชี่ยวชาญสกิลปกครองเลยอีกด้วย หรือต่อให้เขาเชี่ยวชาญสกิลการปกครองมันก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี แต่ด้วยความสามารถของยมทูตที่ช่วยเขา บวกกับเธอได้ให้ความร่วมมือแต่โดยดีทำให้เขาทำได้สำเร็จอย่างปลอกภัย และเป็นเรื่องปกติที่สกิลของเขาจะยกระดับขึ้นอย่างมาก!

[สกิลปกครองได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 97 การยอมรับสิ่งมีชีวิตที่มีเลเวลได้ง่ายยิ่งขึ้น ความเร็วในการพัฒนาของผู้อยู่ใต้การปกครองจะเพิ่มขึ้น และคุณจะได้รับความภักดีจากพวกเขาโดยธรรมชาติ คุณยังสามารถจะฝืนบังคับศัตรูได้เล็กน้อยอีกด้วย แต่จะใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตที่ระดับต่างกับคุณมากๆเท่านั้น]

"หืม สกิลนี่เริ่มน่ากลัวแล้วเหมือนกันแหะ การบังคับนี่มันกวนใจฉันแหะ...."

หากเขาสามารถจะบังคังใครคนใดคนหนึ่งได้นั่นมันก็หมายความว่าใครคนที่แข็งแกร่งกว่าเขามากๆก็สามารถทำแบบเดียวกันกับเขาได้ ยูอิลฮานก็เป็นกังวลในเรื่องนี้ แต่แล้วเลียร่าก็ตอบเขาราวกับจะบอกให้เขาไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น

[เมื่อไหร่ที่มีช่องว่างความห่างชั้นกันมันเป็นเรื่องปกติที่จะทำให้คนอื่นฝืนยอมรับโดยไม่ต้องมีสกิลปกครองเลยด้วยซ้ำ นายไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องนี้เลย สิ่งที่มันสำคัญไปกว่านั้นกคือความเร็วในการเพิ่มเลเวลสกิลปกครองของนายต่างหาก]

"หืม นั่นก็จริงแหะ แต่ฉันกำลังคิดว่ามันจะส่งผลกับจิตใจของศัตรูยังไงเนี้ยสิ..."

[ชู่วว ข้อมูลมีน้อยมาก มีไม่กี่คนหรอกนะที่จะยกระดับเลเวลสกิลปกครองได้มากเท่านาย!]

สกิลปกครองเป็นสกิลที่ได้มายากมากๆและมันยิ่งยากที่จะเพิ่มเลเวลขึ้นไปอีก ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่เพียงแต่ได้สกิลนี้จากเควสสวรรค์เท่านั้น แต่เขาก็ยังใช้การทำให้เอลฟ์และกระทั่งมาเป็นลูกน้องเพื่อทำให้สกิลพัฒนาขึ้น...

ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วในการพัฒนาของลูกน้องของเขาที่อยู่ในที่ที่เขาไม่รู้จักกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเข้ามาอีกยิ่งทำให้เลเวลพุ่งพรวดไปถึง 97

[อ๊า นี่มันไม่สบายใจเลย ถึงฉันจะอยากเกลียดนายท่านก็ทำไม่ได้! เอ๋ ฉันเรียกเขาว่านายท่าน ไม่ถูกสิ ทำไมฉันถึงเรียกว่าเขาว่านายท่านกันล่ะ?]

"เธอพูดอะไรของเธอน่ะ"

[ฉันเรียกนายท่านว่านายท่านได้ยังไงกัน!?]

ดูเหมอนว่ารูปแบบคำพูดของลูกน้องเขาก็ยังได้รับผลกระทบจากเลเวลสกิลที่เพิ่มขึ้นไปด้วย ยูอิลฮานได้รูสึกกลัวสกิลของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง แต่จากนั้นเนื่องจากเขาไม่ได้เป็นอะไรเขาก็เลยคิดว่ามันโอโค

"เอาเถอะ ถ้าฉันแข็งแกร่งเร็วขึ้นมันก็ดีแล้ว"

[แค่ในตอนนายซุ่มโจมตีฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงมาได้นายก็ก้าวหน้ามากแล้ว]

[นายท่าน ร่างกาย! ร่างกายของฉันอยู่ไหนล่ะ?]

จิตวิญญาณที่เพิ่งจะทำพันธะสัญญาเสร็จได้ตะโกนออกมาอย่างร่าเริง ยูอิลฮานได้หยุดคิดเรื่องสกิลเขาไว้แค่นี้และตอบเธอกลับไป

"ก่อนอื่นมาตั้งชื่อให้เธอกันก่อน มีบางเรื่องที่ฉันอยากจะถามเธอด้วย"

[ถึงฉันจะอยากได้ร่างกาย แต่ฉันคิดว่ามันไม่เป็นไรหรอก... ชื่อฉันคืออะไรล่ะ]

"เอาล่ะถ้างั้นเอาเป็นมิสทิคเป็นไงล่ะ"

[...มิสทิคที่แปลว่าลึกลับน่ะหรอ? ฉันชอบมัน! นายท่านดีมากเลยนะเนี้ย!]

"หืม"

จริงๆแล้วที่เขาจะบอกก็คือชื่อที่เป็นคำส่วนหนึ่งของคำว่า 'optimistic' ที่แปลว่ามองโลกในแง่ดี แต่ว่าเธอกลับได้ยินเป็นคำว่า ‘mystic’ ที่แปลว่าลึกลับซะได้ แต่ในเมื่อเธอชอบมัน ยูอิลฮานก็เลยตัดสินใจไม่พูดถึงเรื่องนี้

[แล้วนายท่านอยากจะถามอะไรล่ะ?]

"สภาพปัจจุบันองโลก เธอพูดเรื่องนี้ใช่ไหมล่ะ? เธอคิดที่จะฆ่าฉันนับตั้งแต่เกิดมา ถ้ามันเป็นสัญชาตญาณของมอนสเตอร์ก็ดี แต่จากที่ฉันได้คุยกับเธอแล้วดูท่ามันจะไม่ใช่แบบนั้น"

[ฉันไม่ใช่มอนสเตอร์!]

"นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันถามเธอไงมิสทิค"

ยูอิลฮานได้ลดเสียงของเขาลงมา บางทีนี่ก็คือวินาทีที่สำคัญที่สุดหลังจากเกิดมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3

"ฉันมีคำถามเยอะเลยนะ แต่ว่าฉันขอถามเรื่องนี้ก่อนเลย เธอ... เกิดมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ยังไงกัน?"

[นั่นมัน...]

มิสทิคลังเลอยู่แวบหนึ่งแต่ไม่นานเธอก็ตอบกลับมา

[อาจจะเป็นเพราะว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มก้อนแห่งบันทึกขนาดใหญ่ก่อนที่จะเกิดมาก็ได้]

"หืม?"

ยูอิลฮานไม่อาจจะเข้าใจได้ในทันทีและถามกลับไป แต่เลียร่าเข้าใจในคำพูดของเธอได้ในทันที

[ถ้างั้นแสดงว่าเธอไม่ได้เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเองโดยธรรมชาติสินะ?]

"ใช่แล้ว"

มิสทิคได้ยอมรับออกมา

[ฉันเกิดขึ้นมาจากการช่วยของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงคนอื่นที่แบ่งบันทึกของตัวเองออกมาพร้อมคำสั่งให้ฆ่านายท่าน]

"..."

ในจุดนี้ยูอิลฮานได้เข้าใจในคำพูดของเธอแล้ว

มันดูเหมือนว่าในโลกตอนนี้จะมีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอยู่อีกนอกจากเธอคนนี้

จบบทที่ บทที่ 205 - เห็นฉันไหมล่ะ? (6) [22-09-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว