- หน้าแรก
- ผู้ครองดาวเคราะห์เพลิงสงคราม
- บทที่ 26 แผนการระยะยาว
บทที่ 26 แผนการระยะยาว
บทที่ 26 แผนการระยะยาว
ในระหว่างการเดินทางกลับสู่ค่าย ไม่มีเหตุการณ์อื่นใดเกิดขึ้น
มีเพียงท่านผู้ว่าการดาวเคราะห์ที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ทำหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้
จางเชา ผู้ติดตามของกู้หาง ได้มารออยู่ด้านนอกค่ายของผู้ว่าการดาวเคราะห์แล้ว เขาได้รับแจ้งล่วงหน้าจากกู้หาง และได้จัดเตรียมการสำหรับรับมอบวัตถุดิบภายในค่ายไว้เรียบร้อยแล้ว
กู้หางในตอนนี้ขาดแคลนกำลังคนอย่างหนัก ดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะสร้างเด็กหนุ่มอย่างจางเชาขึ้นมา เจ้าหนูคนนี้ดูแล้วไม่ใช่คนที่มีแววเป็นทหาร แต่หากให้จัดการงานด้านเอกสารหรืองานบริหาร ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรมากนัก ถึงจะมีปัญหาก็ช่วยไม่ได้ เพราะในมือของกู้หางมีคนที่อ่านออกเขียนได้ไม่มากนัก เขาไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว
อีกอย่าง จางเชาก็ทำผลงานออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แม้จะยังสร้างคลังสินค้าขนาดใหญ่ไม่ทัน แต่พวกเขาก็ได้จัดเตรียมบ้านพักบางส่วนไว้สำหรับเก็บวัตถุดิบ ส่วนของที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก ไม่หวั่นต่อลมฝน ก็หาพื้นที่ว่างวางกองไว้แล้วใช้ผ้าใบผืนใหญ่คลุมไว้ ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการใช้งานชั่วคราว
หลังจากนั้น จางเชาก็ยุ่งอยู่กับการตรวจนับวัตถุดิบ และต้องจัดเตรียมการแจกจ่าย รวมถึงต้องคำนวณว่าจะส่งไปให้ทางชุมชนถ้ำร้างเท่าไหร่
เมื่อเห็นว่าเขายังพอพึ่งพาได้ กู้หางก็เบาใจลง และสีหน้าก็ดูดีขึ้นมาเล็กน้อย ส่วนความหงุดหงิดจากการสุ่มการด์สองครั้งก่อนหน้านี้ ก็เริ่มหายไปเกือบหมดแล้ว
เทคโนโลยีเหล่านี้ อย่างไรเสียก็ต้องใช้ความโปรดปรานสุ่มออกมา ในเมื่ออัตราความสำเร็จมันวางไว้อยู่แบบนั้น สุ่มไม่โดนก็ช่วยไม่ได้ ได้แต่หวังว่าคราวหน้าโชคจะดีกว่านี้
กู้หางเข้าไปในห้องพักของตน หยิบกระดาษและปากกาออกมาเริ่มวางแผนสำหรับเรื่องที่จะทำต่อไป สำหรับเครื่องจักรกล่องดำ ปืนตระกูล G9 ที่ได้จากการสุ่มเทคโนโลยีครั้งนี้ เขาตั้งใจว่าจะยังไม่ดึงมันออกมาจากระบบในทันที
จากประสบการณ์ของกล่องดำผลิตโลหะก่อนหน้านี้ ขนาดของมันคงไม่เล็กนัก และเมื่อดึงออกมาแล้วก็ไม่สามารถเก็บกลับเข้าไปได้อีก
ตอนนี้จางเชากำลังจัดเตรียมคนเพื่อขุดบังเกอร์ใต้ดิน กู้หางวางแผนจะสร้างฐานทัพลับที่เป็นแกนหลัก เพื่อใช้เป็นศูนย์กลาง 'การวิจัย' ของค่ายในอนาคต ซึ่งต้องมีการรักษาความลับอย่างเข้มงวด ส่วนพวกกล่องดำเหล่านี้ หากเลี่ยงไม่ให้ปรากฏต่อสายตาผู้คนได้ก็ควรเลี่ยง
การสุ่มเทคโนโลยีถือเป็นเพียงบทแทรก สิ่งสำคัญคือขั้นตอนถัดไป วัตถุดิบที่ได้มา หรือจะเรียกว่าการบีบบังคับจากเมืองฟู่ซิง ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรในค่าย โดยเฉพาะปัญหาเรื่องอาหารในตอนนี้ เขตอำนาจของเขายังไม่สามารถผลิตอาหารให้เพียงพอต่อตนเองได้ คฤหาสน์ริมแม่น้ำสายเก่าสามารถผลิตธัญพืชได้ก็จริง แต่กว่าจะเก็บเกี่ยวได้ก็ต้องรอถึงฤดูใบไม้ร่วงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในช่วงเวลานี้ วัตถุดิบก้อนนี้จะช่วยให้ผ่านพ้นไปได้ โดยมีเงื่อนไขว่าจำนวนประชากรที่เขาต้องดูแลจะต้องไม่ขยายตัวไปมากกว่านี้
แต่นั่นเป็นไปไม่ได้ เป้าหมายต่อไปของกู้หางคือการขยายจำนวนประชากร
สายการผลิตโลหะผสมต้องการการขยายตัว สายการผลิตปืนตระกูล G9 ก็ต้องการคนงาน งานก่อสร้างก็ต้องการคนงาน และในอนาคตอาจจะสุ่มได้เทคโนโลยีอื่นเพื่อสร้างสายการผลิตใหม่ๆ อีก ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องการคน
คนจะมาจากไหน?
ปัญหานี้แก้ได้ง่ายมาก แม้ดาวนกฮูกพิโรธจะเป็นดาวร้างที่มีประชากรเบาบาง อย่างน้อยก็เทียบไม่ได้เลยกับพวกโลกนครรวงผึ้งที่มีประชากรนับหมื่นล้าน แต่ที่นี่ "คน" กลับไร้ค่าอย่างยิ่ง เผ่าพันธุ์ผู้รอดชีวิตที่เร่ร่อน กลุ่มคนยากจนที่อาศัยอยู่รอบๆ เมืองฟู่ซิงเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันๆ... คนเหล่านี้คือบ่อน้ำพุ ในการดึงดูดประชากรของกู้หาง
แต่เขาไม่สามารถเกณฑ์คนอย่างไม่เลือกหน้าได้
เมื่อคนมาแล้ว กู้หางต้องจัดหางาน อาหาร และสิ่งจำเป็นอื่นๆ ให้พวกเขา กล่าว พูดง่ายๆ คือต้องเลี้ยงไหว และต้องทำให้คนเหล่านั้นสร้างมูลค่าที่มากกว่าออกมาได้ ซึ่งนั่นต้องการวัตถุดิบและกำลังการผลิตที่มากขึ้น
เมื่อมองถึงความจริงในตอนนี้ ขั้นตอนแรกคือเขาต้องขาย 'โลหะผสม' ซึ่งเป็นผลผลิตที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันและอนาคตของเขาออกไปให้ได้ เมื่อขายได้ จึงจะพูดถึงการขยายกำลังการผลิต เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้หางจึงเบนสายตาไปที่เมืองฟู่ซิงอีกครั้ง
ไม่ใช่ว่าเขาจ้องจะถอนขนจากแกะตัวเดิมเสมอไป แต่มันเป็นเพราะเมืองนี้อยู่ใกล้เกินไป แถมฐานะของเขาก็เหมาะสม การจะถอนขนจึงทำได้สะดวกมือมาก อีกอย่าง เขามองว่าเมืองฟู่ซิงเป็นของในกำมือเขาตั้งนานแล้ว ของของท่านก็คือของของข้า เอามาใช้ก่อนจะเป็นอะไรไป? อย่างไรเสีย ท้ายที่สุดเขาก็ต้องเข้าควบคุมเมืองนั้นให้ได้อยู่ดี
เขามีเวลาเพียงสองปี เขาไม่มีทางที่จะเริ่มจากศูนย์ด้วยมือเปล่าแล้วสร้างความมั่งคั่งให้เพียงพอสำหรับการจ่ายภาษีของทั้งดาวในอีกสองปีข้างหน้าได้ การออกมาสร้างฐานที่มั่นใหม่ภายนอกนี้ โดยพื้นฐานแล้วคือการทดลองอีกเส้นทางหนึ่งเพื่อเข้าควบคุมทั้งดวงดาว
หากเขาต้องการควบคุมเมืองฟู่ซิงอย่างสมบรูณ์ และเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในการต่อสู้ทางการเมืองกับทรราชท้องถิ่นในเมืองนั้นมีแต่ทางตาย แต่ถ้าเขามีกองกำลังที่เป็นของตัวเอง แล้วค่อยเข้าไปรับช่วงต่ออำนาจการบริหารของเมืองฟู่ซิง หรือแม้แต่รัฐบาลสหพันธรัฐ นั่นจะเป็นอีกสถานการณ์หนึ่งทันที
ในอนาคตอันใกล้ เมื่อเขาเตรียมการพร้อม ที่จะรับช่วงต่อ นั่นต้องเป็นตอนที่เขามั่นใจว่าสามารถกวาดล้างชนชั้นอำนาจในเมืองฟู่ซิงตั้งแต่บนลงล่าง เพื่อให้พลังของทั้งเมืองถูกนำมาใช้เพื่อเขาได้อย่างแท้จริง พลังอำนาจเช่นนี้ จะหวังพึ่งพาเพียงความน่าเกรงขามของยาน 'ควิลเท็ต' บนฟ้าไม่ได้ เพราะหากต้องตายตกตามกันไปเขาก็จบเหี้ยนเหมือนกัน ซึ่งพวกสมาชิกรัฐสภาในเมืองฟู่ซิงก็รู้เรื่องนี้ดี
ลำพังแค่ 'การข่มขู่ด้วยนิวเคลียร์' นั้นไม่เพียงพอ กู้หางต้องการเสบียงหนึ่งร้อยตัน พวกเขาให้ได้ แต่ถ้ากู้หางจะกวาดล้างหรือเอาชีวิตพวกเขา ต่อให้ต้องเผชิญกับการระดมยิงจากวงโคจร พวกเขาก็ต้องสู้กับกู้หาง อย่างมากก็แค่ตายไปพร้อมกัน ดังนั้น เขาต้องมีกองกำลังที่ใช้งานได้จริง เป็นกองกำลังในระบบ เพื่อสนับสนุนสิ่งที่เขาต้องการจะทำ
"ยังไงก็ต้องขยายกองทัพ" กู้หางสรุป
การขยายนั้นง่ายมาก เขาคัดเลือกคน 200 คนจากบรรดาคนรับใช้ที่พาลงมาจากยานอวกาศ 100 คนให้ใช้ปืนไรเฟิล G7 'เรดเดอร์ ที่ยังเหลืออยู่ ส่วนอีก 100 คนให้ใช้ปืนอื่นๆที่ยึดมาได้ไปก่อนถูไถ
เขาใช้แต้มในระบบไป 2 แต้ม เมื่อรวมกับอีก 100 คนจากชุมชนถ้ำร้าง ก็จะได้เป็นกองพันทหารราบเบาอีกหนึ่งกองพันพอดี งานเกณฑ์ทหารใหม่จากคนทหารสามพันคนนั้น กู้หางมอบหมายให้เหยียนฟางสวี่เป็นผู้ดูแล
ร้อยเอกเหยียนฟางสวี่เริ่มจะชินชาเสียแล้ว เขารู้ว่าท่านผู้ว่าการดาวเคราะห์กำลังจะแสดงปาฏิหาริย์อีกครั้ง โดยการฝึกเพียงไม่กี่วันก็สามารถสร้างกองทัพประจำการที่ปกติต้องใช้เวลาฝึกฝนถึงหนึ่งหรือสองปีออกมาได้ เขาไม่เข้าใจเรื่องนี้เลยจริงๆ สุดท้ายจึงได้แต่คิดว่านี่คือความสามารถของผู้ว่าการดาวเคราะห์ ท่านผู้ว่าการดาวเคราะห์คืออัจฉริยะในการฝึกทหาร แม้คำอธิบายนี้จะดูไร้สาระ แต่เขาก็คิดอย่างอื่นไม่ออกแล้ว
แน่นอนว่าแม้เขาจะรู้ว่าในมือของผู้ว่าการดาวเคราะห์ ต่อให้เป็นเหล่าทหารที่แย่แค่ไหน ฝึกเพียงไม่กี่วันก็จะดูเข้าที่เข้าทาง แต่ในการคัดเลือกทหาร เขาก็ยังทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ โดยเลือกคนที่ดีที่สุด 200 คนจากทหารสามพันคนนั้นออกมา
หลังจากแจกจ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ กู้หางก็เปิดหน้าจอ【การ์ดทหาร】แล้วใช้แต้มค 2 แต้มเพื่อจัดแพ็กเกจการฝึกให้คนพวกนี้ จากนั้นก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรมากนัก เพียงแค่ปรากฏตัวให้เห็นในแต่ละวันตามพิธีเท่านั้น
ไม่นานนัก ข้อมูลชุดใหม่ก็ปรากฏขึ้น
【กองพันทหารราบที่ 2: ทหารราบเบา ระดับรวม - ไม่สามารถอัปเกรดได้】
【จำนวน: 300 คน】
【ยุทโธปกรณ์: T5 การฝึก: T5 ประสบการณ์: -】
ผู้บัญชาการของหน่วยนี้คือ "โปบอฟ " ที่มาจากชุมชนถ้ำร้าง เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้บังคับกองพัน