- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นบอสลับฉบับรับจบ
- บทที่ 26 คุณหยวน รอผมด้วย!
บทที่ 26 คุณหยวน รอผมด้วย!
บทที่ 26 คุณหยวน รอผมด้วย!
บทที่ 26 คุณหยวน รอผมด้วย!
หัวข้อ: คุณคิดว่าใครคือเบอร์หนึ่งในบรรดารุ่นใหม่?
ชิงเฟิงซานเหริน (คนว่างงานชิงเฟิง): ต้องเถียงกันด้วยเหรอ? แน่นอนว่าต้องเป็นท่านนักพรตหลิงอวี้อยู่แล้ว!
ไร้เทียมทานใต้หล้า: หืม? จางหลิงอวี้? ไอ้หนุ่มหน้ามนคนนั้นมีคุณสมบัติพอเหรอ?
กินเยอะเพื่อเธอ?: 【รูปภาพ】 【รูปภาพ】 【รูปภาพ】 สยบแก๊งสามแสบสวนท้อจินเฉิงจากระยะไกล พวกนายคิดว่าไง?
ดาวตกไร้เงา: จัดการแก๊งสามแสบสวนท้อจินเฉิงได้ในพริบตา? จริงดิ? คนนี้ใครเนี่ย? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน?
ชิงเฟิงซานเหริน (คนว่างงานชิงเฟิง): ว้าว! หล่อจัง!
กินเยอะเพื่อเธอ?: ฉันก็ไม่เคยได้ยินชื่อเหมือนกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสังกัดสำนักไหน ใครเป็นอาจารย์ อยู่ดีๆ ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้... การที่ฉินโซ่วสยบสามแสบสวนท้อจินเฉิงได้คาที่ พร้อมทั้งภาพถ่ายและคำอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมด กลายเป็นไวรัลในหัวข้อ 'เปี้ยนอี้' ในวงการคนเหนือโลกทันที ชื่อเสียงของฉินเฟิงก็พุ่งกระฉูดในหมู่คนเหนือโลก
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้พวกสามแสบสวนท้อจินเฉิง ปกติกร่างไปทั่วเมืองจินเฉิง ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะมาเจอของจริงที่อื่น!"
"ดูสกิลเปลี่ยนสีหน้าของพวกมันสิ ตลกชะมัด น่าสมเพชจริงๆ"
"ยอมแพ้เร็วจัง อยากเห็นจังว่าเขาใช้วิธีไหนจัดการพวกมัน"
"..."
ภายในล็อบบี้โรงแรมหลงจูเทียนเซี่ย
ไทยมุงต่างพากันชี้ชวนซุบซิบ รปภ. ของโรงแรมรีบออกมาดูสถานการณ์ ส่วนพนักงานทำความสะอาดก็ก้มหน้าก้มตาเช็ดคราบเลือดกลางวงอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ไม่มีอะไร! ไม่มีอะไรครับ! พวกเราแค่หยอกกันเล่น!"
เหมือนคนใบ้กินบอระเพ็ด มีความทุกข์แต่พูดไม่ออก
แก๊งสามแสบสวนท้อจินเฉิงหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ นอกจากจะเจ็บตัวแถมโดนชาวบ้านนินทาแล้ว กระเป๋าตังค์แฟบๆ ของพวกเขายังตกเป็นเป้าหมายอีกด้วย
สามพี่น้องยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าจะไปได้หรือยัง คิดในใจว่า 'พี่ชาย อย่างน้อยก็ปล่อยพวกเราไปเถอะ!'
ราวกับได้ยินคำคร่ำครวญ ฉินโซ่วเหลือบมองราคาห้องสวีทสุดหรูที่แปะอยู่บนสุด ไอเดียบรรเจิดก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที
"พวกนายสามคน ไม่คิดจะขอโทษท่านนักพรตหวังหน่อยเหรอ?"
พอเห็นทั้งสามคนหันมามอง หวังเย่ก็เกาหัวแกรกๆ ด้วยความกระอักกระอ่วน 'ขอโทษฉัน? ขอโทษเรื่องอะไร? เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?'
"ท่านนักพรตหวัง เมื่อกี้สามคนนี้ใส่ร้ายป้ายสีพวกเราทั้งคู่นะครับ!"
"ท่านเทียนจุนผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้กล่าวไว้เหรอว่า 'คนเราอยู่ได้ด้วยศักดิ์ศรี พระพุทธรูปอยู่ได้ด้วยเครื่องเซ่นไหว้'"
คำพูดอ้างมั่วซั่วของฉินโซ่วทำให้หวังเย่หน้าดำคร่ำเครียด 'สังคมมันไปไกลขนาดนี้แล้วเหรอ? แค่อ้างหลู่ซวิ่นยังไม่พอ นี่เล่นอ้างท่านเทียนจุนเลยเรอะ?'
"เฮะๆๆ ท่านนักพรตหวังใช่ไหมครับ? ผมดูปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งท่านและอาจารย์ฉินเป็นยอดคนผู้รู้แจ้ง!"
"ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ วันนี้พวกเราสามพี่น้องตาถั่วไปหน่อยที่ล่วงเกินท่านนักพรตหวังกับอาจารย์ฉิน"
"พี่ชาย ถ้าวันหน้ามีปัญหาอะไร เรียกใช้พวกเราสามพี่น้องได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!"
หลิวฟาง กวนหลิงเอ๋อร์ และจางไฉ เปลี่ยนบุคลิกได้เนียนกริบ เมื่อกี้ยังทำตัวเป็นนักเลงโต ตอนนี้กลายเป็นลูกสมุนประจบสอพลอ อ่อนน้อมถ่อมตนผิดกับความกร่างเมื่อครู่ลิบลับ
"เอาล่ะ จ่ายค่าห้องให้ท่านนักพรตหวัง แล้วเรื่องนี้ก็ถือว่าแล้วกันไป"
ฉินโซ่วโบกมืออย่างใจป้ำ ยอมปล่อยหลิว กวน จาง ไปอย่างผู้มีเมตตา
"โอ้โฮ! สมกับเป็นอาจารย์ฉิน ใจกว้างจริงๆ!"
"พวกเราพี่น้องรู้สึกละอายใจเหลือเกิน!"
"..."
หลิวฟางเดินไปจ่ายเงิน พนักงานต้อนรับสาวพูดเสียงอ่อยๆ ว่า "18,888 ค่ะ"
"อะไรนะ! นี่กะจะปล้นกันหรือไง?!"
เสียงของหลิวฟางดังขึ้นทันที ก่อนจะโดนเตะเข้าที่ก้นจนตัวงอเป็นรูปตัว C กลับหัว
"ตะโกนหาอะไร? อย่าจ่ายแค่ของฉันสิ!"
"จ่ายค่าห้องให้ท่านนักพรตหวังด้วย คนละห้อง เข้าใจไหม?!"
ได้ยินคำพูดของฉินโซ่ว หลิวฟางน้ำตาแทบไหล!
ตระกูลบ้าอะไรเนี่ย?! พักห้องสวีทคืนละหมื่นแปดพันแปดร้อยแปดสิบแปด? แถมคนละห้องอีกต่างหาก?
"เอ่อ พี่ฉิน บัตรประชาชน..."
"ใช้ของแกนั่นแหละ!"
กวนหลิงเอ๋อร์กับจางไฉรีบเข้ามาสมทบ ทั้งสามคนแคะเศษตังค์ในกระเป๋ามารวมกันจนครบ
"เอาล่ะ เรื่องวันนี้จบแค่นี้ ต่อไปก็ระวังปากหน่อย ไม่อย่างนั้นถ้าไปเจอของแข็งเข้า ครั้งหน้าอาจจะไม่ใช่คนคุยง่ายแบบผมกับท่านนักพรตหวังก็ได้นะ"
ฉินโซ่วยิ้มละมุน ดูเป็นคนใจดีคุยง่ายสุดๆ
หวังเย่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ข้างๆ วันนี้เขาได้เห็น 'เสือซ่อนเล็บ' ตัวจริงเสียงจริงเข้าแล้ว
เมื่อเห็นสายตาแปลกๆ จากไทยมุงรอบข้าง หวังเย่ก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าว คนซื่อๆ อย่างเขาต้องมาตกกระไดพลอยโจนหลอกต้มตุ๋นชาวบ้านเนี่ยนะ มันช่าง... "ครับๆๆ..."
"ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เมตตา..."
"อาจารย์ฉิน งั้นพวกเราสามพี่น้องขอตัวก่อนนะครับ!"
หลิวฟาง กวนหลิงเอ๋อร์ และจางไฉ รู้ตัวว่าหลังจากจ่ายเงินไปแล้ว ก็ไม่มีปัญญาพักโรงแรมนี้ต่อ แถมยังไม่อยากพักที่เดียวกับฉินโซ่วด้วย จึงฝืนยิ้มแล้วรีบชิ่งหนีไป
เนื่องจากพวกเขาจองห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท พนักงานที่มานำทางจึงเป็นสาวสวยวัยขบเผาะ
ฉินโซ่วขยิบตาทำท่าทาง
"ฮี่ๆ! ท่านนักพรตหวัง เชิญครับ"
หลังจากฉินโซ่วและหวังเย่จากไป ไทยมุงในล็อบบี้โรงแรมก็ยังคงฮือฮากันไม่หยุด
"ดูท่าจะมีคู่แข่งน่ากลัวโผล่มาแย่งยันต์ทงเทียนอีกคนแล้วสิ!"
"ที่แท้เขาชื่อฉินเฟิงนี่เอง"
"..."
เหล่าคนเหนือโลกที่เดินทางมาไกลต่างทยอยกลับเข้าห้องพัก พรุ่งนี้เป็นวันแรกของงานชุมนุมหลัวเทียนต้าเจี้ยว ต้องรีบพักผ่อนเอาแรง
VIP 001
ภายในห้อง แสงไฟสลัวบรรยากาศเป็นใจ
ฉินโซ่วที่อาบน้ำเสร็จแล้วนอนแผ่อยู่บนเตียง มีผ้าขนหนูผืนหนึ่งคลุมตัว
ดูเหมือนเขากำลังรับบริการนวดจากพนักงานสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่ทางโรงแรมจัดให้
แต่ในความเป็นจริง จิตใจของเขาเข้าสู่สมาธิไปนานแล้ว ความคิดฟุ้งซ่านสงบนิ่งลง
เขารู้สึกเพียงพลังชี่ธรรมชาติที่ค่อยๆ ไหลเวียนไปตามแขนขาและลำตัวเข้าสู่จุดตันเถียน
หลังจากผ่านหลุมดำอันมืดมิด มันก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
การโคจรและควบแน่นพลังชี่เกือบจะถึงจุดสูงสุด ทำงานเป็นวงจรสมบูรณ์ราวกับสายน้ำไหลจากยอดเขา โดยไม่ต้องใช้จิตควบคุม
"หลิวหม่าน ฝีมือไม่เลวนี่ มาทำอาชีพนี้แล้วเหรอ?"
"ดีๆ ใช้ฝีมือหากินมีอนาคตกว่าไปขลุกอยู่กับพวกเฉวียนซิงตั้งเยอะ"
ฉินโซ่วถอนหายใจด้วยความรู้สึกหลากหลาย
หลิวหม่าน
หนึ่งในสมาชิกเฉวียนซิงที่เขาเจอตอนข้ามมิติมาใหม่ๆ กลุ่มที่วางเพลิงเผาภูเขานั่นแหละ
สาวผมฟ้า อายุยี่สิบต้นๆ หน้าตาจัดว่าเด็ด โดยเฉพาะขาเรียวยาวคู่นั้น... แต่น่าเสียดายที่จุดจบในการ์ตูนของเธอค่อนข้างน่าอนาถ
จะอธิบายคำว่าตายอนาถยังไงดี?
ไม่ต้องบรรยายวิธีตายหรอก
แค่รู้ว่า...
เธอเป็นแค่ตัวประกอบฉากเปิดตัวของ ''เซียวจื้อไจ'' ลูกจ้างชั่วคราวเขตตะวันออกของนาตูชง ฉายา "มหาเมตตามหากรุณา" ตายด้วยน้ำมือของเซียวจื้อไจ ที่อ้างตัวว่าเป็นนักฆ่าโดยกำเนิด แค่นี้ก็อธิบายทุกอย่างได้แล้ว
หลิวหม่านสะดุ้งเฮือกกับคำทักทายนั้น หยุดมือทันที
"พี่ฉิน จำฉันได้ยังไงคะ?"
ไม่น่าเชื่อ!
เธออยู่ในกลุ่มแรกที่หนีออกไป! ฉินโซ่วไม่เคยเห็นตอนเธอปลอมตัวมาก่อน ความสามารถของ 'อวี้ฮว่าตู' มนุษย์พันหน้า ถูกมองออกได้ยังไง? หรือเธอเผยพิรุธเอง?
"ตาแก่พันหน้านั่นมันไม่เข้าใจหรอก
เมื่อคนเราฝึกถึงระดับหนึ่ง การมองคนและสิ่งของไม่ได้ดูที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ดูที่พลังชี่ ความสามารถของมันเปลี่ยนรูปลักษณ์เธอได้ แต่เปลี่ยนพลังชี่ของเธอไม่ได้"
ฉินโซ่วพลิกตัวกลับมาทันที สายตาคมกริบจ้องมองคนตรงหน้า
"คำถามนั้นฉันควรถามเธอมากกว่า ว่าเธอจำฉันได้ยังไง?"
ถ้าคำตอบไม่เข้าหูละก็ หึ!
อารมณ์ของฉินโซ่วเปลี่ยนไปในพริบตา หลิวหม่านหัวสมองขาวโพลนด้วยความกลัว รู้สึกได้เลยว่าถ้าตอบไม่ดีมีสิทธิ์ได้ไปรายงานตัวกับยมบาล
"เมื่อกี้พวกเราอยู่ในล็อบบี้กันหมด พอเห็นคุณจองห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท ผู้เฒ่าหยวนเลยส่งฉันมา..."
เธอคายความลับออกมาหมดเปลือก บอกหมดว่าใครบงการ เล่าเหตุการณ์ตอนนั้นอย่างละเอียด แม้แต่สีหน้าท่าทางของพวกเฉวียนซิงก็ไม่เว้น
หลิวหม่านกระวนกระวาย เธอเป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อยที่หลงเข้ามาในเฉวียนซิง
ใจจริงเธอไม่กล้ามาหรอก แต่หยวนเทามันจับตาดูอยู่ และเธอก็กลัวตาย
ฉินโซ่วฟังจบก็พลิกตัวกลับไปนอนท่าเดิม
"หึ!"
"ตาแก่เจ้าเล่ห์หยวนเทา คอยดูเถอะฉันจะหลอกมันยังไง... แล้วพนักงานโรงแรมคนนั้นเป็นไรไหม?"
หลิวหม่านรู้ว่าเขาหมายถึงใคร คนที่ควรจะมาทำหน้าที่นี้จริงๆ
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่สลบไป ยาไม่แรงมาก อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ฟื้นเองค่ะ"
ฉินโซ่วพยักหน้าอย่างโล่งใจ ยัยหลิวหม่านนี่ยังไงก็คงหนีไม่พ้นเงื้อมมือเซียวจื้อไจอยู่ดี ไม่จำเป็นต้องไปหาเรื่องเธอให้มากความ
"โอเค งั้นก็แล้วไป"
หลิวหม่านตะลึงงัน จากนั้นใบหน้าก็ฉายแววดีใจ นึกว่าจะเจอเรื่องยุ่งยากซะแล้ว ไม่คิดว่าคนคนนี้จะคุยง่ายขนาดนี้!