- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นบอสลับฉบับรับจบ
- บทที่ 25 สามสวะแห่งเทียนจิน
บทที่ 25 สามสวะแห่งเทียนจิน
บทที่ 25 สามสวะแห่งเทียนจิน
บทที่ 25 สามสวะแห่งเทียนจิน
โรงแรมหลงจูเทียนเซี่ย
"นี่มันโรงแรมที่ร่วมมือกับเขาหลงหู่งั้นเหรอ?"
"ไม่เห็นจะมีกลิ่นอายเต๋าอะไรเลย มีแต่ความหรูหราราคาถูกแบบพวกเศรษฐีใหม่"
ฉินโซ่วบ่นอย่างไม่พอใจ โลกนี้มันเป็นอะไรไปแล้ว?
"เฮ้ย!"
"มันก็แค่โรงแรม จะเอาอะไรมากล่ะ เขาก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นแหละ"
หวังเย่เกาหัว ถึงแม้การที่โรงแรมจะมาทำโปรเจกต์ร่วมกับเขาหลงหู่มันจะดูพิลึกก็เถอะ แต่ยุคเศรษฐกิจแบบนี้ เงินทองต้องมาก่อนไม่ใช่เหรอ?
"อ้อ หวังเย่ นายเข้าใจผิดแล้ว จริงๆ ฉันชอบความหรูหราราคาถูกแบบนี้จะตาย!"
ฉินโซ่วตบไหล่หวังเย่ที่ยืนอึ้งจนพูดไม่ออก ยังไม่ทันที่หวังเย่จะโต้ตอบ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางก็ลอยมาจากไม่ไกล บาดหูเป็นที่สุด
"ฮ่าๆๆๆ!!!"
"ก๊าก ฮ่าๆๆๆ!"
"โธ่เอ๊ย ไอ้เด็กน้อยไม่เคยเห็นโลกกว้าง"
"ท่าทางจะมาแข่งประลองเหมือนกัน คิดว่าสำนักเทียนซือจะเบิกค่าโรงแรมให้พักที่นี่หรือไง?"
"ก๊าก ฮ่าๆๆ!"
หืม?
ฉินโซ่วหันขวับไปมอง อยากเห็นหน้านักว่าใครมันเบื่อหน่ายการมีชีวิตอยู่ เดี๋ยวเขาจะสงเคราะห์ให้ไปสบายเร็วๆ นี้
พอเห็นหน้าพวกมัน เขาก็หลุดขำออกมา ที่แท้ก็คนกันเอง
จะพูดให้ถูกคือ เขาเคยเห็นพวกมันในการ์ตูน... 'สามสวะแห่งเทียนจิน' พี่น้องหลิว กวน และจาง
หลิวฟาง หัวเกรียน หน้าทรงไข่ เจาะหูใส่ห่วง คีบบุหรี่ไว้ที่นิ้วยกขึ้นปิดปาก เวลาพูดจะเห็นฟันหลอแวบๆ
กวนหลิงเอ๋อร์ หน้าตอบยาว กรามใหญ่ ตัวผอมสูง เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทางเหมือนพวกจิ๊กโก๋ไม่มีงานทำ
จางไฉ ตัวเตี้ยม่อต้อเหมือนมันฝรั่ง คิ้วตกเป็นรูปตัววีกลับหัว หนวดโค้งลง หัวทรงหัวหอมที่ดูเหมือนจะไม่มีคอ ทั้งตัวดูเหมือนหัวหอมเดินได้
พวกมันคือเพื่อนซี้ที่โตมาด้วยกันตั้งแต่น้อย
เข้าสำนักเดียวกันพร้อมกัน และก็โดนไล่ออกพร้อมกัน
ไม่ได้เลวชาติโดยสันดาน แต่ก็ทำเรื่องระยำมาไม่น้อย
ไม่อย่างนั้นเฟิงเป่าเป่ากับสวีซื่อคงไม่ลงมือจัดการด้วยตัวเอง ถึงขั้นจับยัดตู้คอนเทนเนอร์แล้วถีบลงทะเล
แต่พวกมันก็ดวงแข็ง ปีนออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์แล้วกลับมาได้อีก
สถานการณ์ตอนนี้ชัดเจนแจ่มแจ้ง
ไอ้สามตัวนี้มันจงใจหาเรื่อง และเป้าหมายก็คือฉินโซ่วกับหวังเย่
จางไฉถูมือไปมา ยิ้มกว้างโชว์ฟัน ถึงจะอยู่ไกลและต้องเงยหน้ามอง แต่ก็ไม่ได้เจียมตัวเลยสักนิด ใบหน้าเต็มไปด้วยความหื่นกาม "โอ้โฮ! ดูสิ พ่อหนุ่มรูปหล่อดูท่าทางหงุดหงิดนะจ๊ะ!"
กวนหลิงเอ๋อร์ยืดคอยาวๆ มองฉินโซ่ว
"ดู! ดูมันมอง! รู้ใช่ไหมว่าพวกพี่สามคนคิดค่าธรรมเนียมนะน้อง?"
หลิวฟางยิงฟัน
"ไอ้หนู ขอโทษพวกลุงซะ แล้วเรื่องนี้จะจบๆ กันไป"
ฉินโซ่วถอนหายใจด้วยความโล่งอกในใจ
เอาสิ!
ดีแล้วที่พวกแกยั่วโมโหฉันไม่หยุด
ไม่อย่างนั้นฉันคงหาเรื่องลงมือลำบาก
อุตส่าห์สร้างภาพลักษณ์มาตั้งนาน
เป็น "ผู้ใหญ่" จะไปโกรธเคือง "เด็ก" ได้ยังไงกัน?
ในสายตาของฉินโซ่ว วรยุทธของสามพี่น้องนรกนี่ไม่ได้ต่างอะไรกับคนธรรมดาเลย
"ขอโทษเหรอ?"
ฉินโซ่วยิ้มมุมปาก
ไอ้สวะสามตัวนี้แค่เห็นเฟิงเป่าเป่าก็กลัวจนหัวหด แล้วฉันจะดูน่าเกรงขามน้อยกว่าเฟิงเป่าเป่าเชียวหรือ?
ไม่มีทาง
เพียงแต่สามพี่น้องนี้ขาดการอบรมสั่งสอนด้วยความรักเท่านั้นเอง
เขาหันไปสั่งความ:
"รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไป 'ขอโทษ' สามคนนี้ให้สาสมก่อน"
หวังเย่มองหน้าเขา แต่ดูยังไงฉินโซ่วก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะไปขอโทษเลยสักนิด ไม่รู้จริงๆ ว่าหมอนี่กับไอ้สวะสามตัวนั่นจะเล่นละครอะไรกัน
ตอนนั้น ในล็อบบี้โรงแรมหลงจูเทียนเซี่ยมีคนมุงดูอยู่มากมาย รวมถึงผู้เข้าแข่งขันจากสำนักดังๆ และพวกคนของฉวนซิ่งที่แฝงตัวมาด้วย
"ว้าว! ฮวาเอ๋อร์ นั่นใครน่ะ! ผู้เข้าแข่งขันเหรอ? หล่อจังเลย!"
"ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ยังไม่รู้ฝีมือ แต่หน้าตากับบุคลิกนี่กินขาดจางหลิงอวี้ไปเลยนะเนี่ย"
"คู่กรณีคือสามสวะแห่งเทียนจิน ท่าประสานของพวกมันร้ายกาจไม่ใช่เล่น ไม่ใช่แค่เอาสามคนมารวมกันง่ายๆ พ่อหนุ่มหน้ามนคงลำบากแน่!"
"..."
พวกไทยมุงต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ไม่ว่าจะคนธรรมดาหรือผู้ฝึกยุทธ สัญชาตญาณความขี้เสือกมันฝังอยู่ในกระดูก แก้ยังไงก็ไม่หาย
"งั้นพวกแกก็คือสามสวะแห่งเทียนจินสินะ?"
ฉินโซ่วกดมือลงบนไหล่ของหลิวฟาง
"เฮ้ยๆๆ! ทำบ้าอะไรวะ!"
"โอ้! พ่อหนุ่มรู้จักพวกเราด้วยเหรอ? ห้าวไม่เบานี่หว่า!"
"ฮะๆ! มามะ เดี๋ยวพวกพี่จะเล่นด้วย"
"ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ พวกพี่ให้โอกาสน้องเลือก: แขนขาห้าข้าง อยากจะเก็บข้างไหนไว้?"
"..."
ตอนแรกกวนหลิงเอ๋อร์กับจางไฉยังหัวเราะร่าเริง จนกระทั่งเห็นหลิวฟางยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาแดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้ม เหงื่อแตกพลั่ก ถึงได้รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น
หลิวฟางโดนพ่อหนุ่มหน้ามนสยบในพริบตา!
"อึก..."
"อึก..."
กวนหลิงเอ๋อร์กับจางไฉกำลังจะขยับตัว แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเหมือนมีภูเขาทับอยู่บนหลัง แถมยังหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับหลิวฟาง ดวงตาของพวกมันค่อยๆ แดงก่ำ ขบกรามแน่นจนแทบแตกละเอียด
"เชี่ยเอ๊ย!"
"หมอนี่ใช้วิชาอะไรวะ? สามสวะโดนเก็บเรียบในวิเดียวเลยเหรอ?"
"ดูไม่ออกเลยว่ะ"
"..."
วงการผู้ฝึกยุทธก็มีสังคมของเขา คนธรรมดาก็มีสังคมของตัวเอง
"พวกมันทำอะไรกันน่ะ?"
"ไอ้กุ๊ยสามตัวนั่นทำไมถึงกลัวจนตัวสั่น? เมื่อกี้ยังปากดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"
"..."
ฉินโซ่วไม่ได้ใช้วิธีพิเศษอะไรซับซ้อน เขาแค่แผ่พุ่งลมปราณอันแก่กล้าออกมาโดยไร้รูปร่าง กดดันทั้งสามคนเอาไว้ มันคือวิธีกร่างใส่คนที่อ่อนแอกว่า ซึ่งไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงในการต่อสู้ระดับเดียวกัน
หวังเย่มองดูจากระยะไกล แต่กลับเห็นชัดแจ้งยิ่งกว่าใคร ด้วยวิชาญาณทัศนะของผู้ใช้มนตราฉีเหมินที่มองทะลุสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
"คุณพระช่วย"
"อายุเพิ่งจะยี่สิบกว่าๆ ฝึกปราณจนก่อรูปร่างได้ขนาดนี้ก็น่าทึ่งแล้ว นี่เล่นแผ่พุ่งปราณออกนอกร่างกาย แถมยังควบคุมได้ดั่งแขนขาแบบนี้"
"งานเข้าแล้วสิเรา..."
ถ้าหวังเย่รู้ว่าฉินโซ่วทำได้ขนาดนี้โดยไม่ต้องพึ่งเคล็ดวิชาอะไรเลย เขาคงจะช็อกยิ่งกว่านี้
ฉินโซ่วเห็นว่าน่าจะพอหอมปากหอมคอแล้ว จึงคลายแรงกดดันออกจากทั้งสามคน ขืนกดต่อ สามพี่น้องคงพิการแน่ ซึ่งเขาก็ลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียสนิท
ตอนกดดัน เขาค่อยๆ เพิ่มแรง แต่ตอนคลาย จะปล่อยพรวดเดียวเลยได้ไง? ไม่ระเบิดตูมตามกันพอดีเหรอ?
และแล้ว!
สามพี่น้องแห่งเทียนจินก็ทรุดฮวบลงกับพื้นดังตุ้บ พร้อมใจกันกระอักเลือดเก่าออกมาคำโต
"อ๊าก!!!!!"
"ฆ่าคน!"
"..."
สาวๆ ที่ยืนดูอยู่เห็นภาพนั้นถึงกับสมองโล่ง ทำอะไรไม่ถูกได้แต่กรีดร้อง
ฉินโซ่วได้ยินเข้าก็รีบกระโดดถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ยกมือขึ้นสองข้าง
"เฮ้ย!"
"ฉันไม่ได้ทำอะไรนะเว้ย!"
"อย่ามาใส่ความกันนะ!"
"ทุกคนก็เห็นกันอยู่!"
เนื่องจากฉินโซ่วแค่แตะตัวหลิวฟางในตอนแรก และไม่ได้สัมผัสตัวทั้งสามคนอีกเลย ทุกคนจึงเป็นพยานได้ ยิ่งบวกกับการแสดงและสีหน้าที่สมบทบาทของเขา ใครที่ไม่ได้อยู่วงการยุทธภพต่างก็เชื่อสนิทใจว่าพ่อหนุ่มรูปงามคนนี้ต้องถูกใส่ร้ายแน่ๆ
ไอ้สามพี่น้องหน้าตาบอกยี่ห้อโจรชัดๆ คงแอบอมซอสมะเขือเทศไว้เตรียมแบล็กเมล์ชัวร์
"ลูกพี่ ยังไม่ตายก็ลุกขึ้นมา การกรรโชกทรัพย์มีโทษหนักนะ"
สามพี่น้องได้ยินดังนั้นก็รีบตะกายลุกขึ้นขอโทษขอโพย
"ฮ่าๆๆๆ ไม่มีอะไรครับ! ไม่มีอะไร! พวกเราสามพี่น้องแค่ล้อเล่นกับพี่ชายเฉยๆ ล้อเล่นน่ะครับ!"
"ฮ่าๆ แยกย้ายกันเถอะครับ อย่าเข้าใจพี่ชายผมผิด!"
"พี่ชาย ฝีมือเฉียบขาดเหมือนเดิมเลยนะครับ!"
"..."
สามพี่น้องพยายามกลั้นความเจ็บปวดในปอด พลางปั้นหน้าประจบสอพลอสุดฤทธิ์
ในใจพวกมันคิดว่า "เชี่ยเอ๊ย!"
"โชคดีที่มีคนนอกอยู่ด้วย"
"ไม่งั้นคงโดนจับโยนลงทะเลอีกรอบแน่..."
ท่ามกลางฝูงชน 'เจ้าอ้วน' ชางหลง ที่กำลังเคี้ยวไก่ทอดกับแฮมเบอร์เกอร์ตุ้ยๆ แอบจดชื่อฉินโซ่วลงในสมุดบันทึกอย่างเงียบๆ