เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 อดีตไร้จุดเริ่ม อนาคตไร้จุดจบ

บทที่ 4 อดีตไร้จุดเริ่ม อนาคตไร้จุดจบ

บทที่ 4 อดีตไร้จุดเริ่ม อนาคตไร้จุดจบ


บทที่ 4 อดีตไร้จุดเริ่ม อนาคตไร้จุดจบ

สวีซานและสวีซื่อส่งคนออกไปสืบข่าวเรียบร้อยแล้ว

ทว่าผ่านไปหนึ่งคืนกลับไม่พบเบาะแสใดๆ แม้แต่น้อย

อย่าว่าแต่ภูมิหลังของฉินโซ่วเลย แม้แต่ร่องรอยการมีอยู่ของเขาบนโลกใบนี้ก็หาไม่เจอ ราวกับว่าเขาโผล่ออกมาจากอากาศธาตุ

“นายเป็นใครกันแน่?”

เมื่อเผชิญกับคำถามเชิงปรัชชานี้ จู่ๆ ฉินโซ่วก็เกิดปัญญาญาณขึ้นมา

“ผมเป็นใคร?”

“ถามได้ดี”

เขาค่อยๆ ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ปัดเศษเชือกที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้า แล้วชี้นิ้วไปที่เฝิงเป่าเป่า

“ผมก็มีคำถามจะถามพวกคุณเหมือนกัน”

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?”

สวีซานขมวดคิ้ว รู้สึกว่าคำพูดของฉินโซ่วมีนัยยะแอบแฝง

ส่วนสวีซื่อสีหน้าเปลี่ยนเป็นอำมหิตทันที ก้นบุหรี่ร่วงจากปาก เขาใช้รองเท้าหนังขยี้มันอย่างแรง

น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นจนน่าขนลุก “หมายความว่าไง!”

เฝิงเป่าเป่ายังคงจ้องมองตาแป๋ว ดูไม่ออกว่าเธอกำลังเหม่อลอยจริงๆ หรือกำลังครุ่นคิดตามคำถามนั้น

ฉินโซ่วคำนวณเวลาในใจ

ตอนนี้ปี 2012 ตามเนื้อเรื่องสวีซานกับสวีซื่อยังไม่รู้เรื่องความเป็นมาของเฝิงเป่าเป่าจากปากสวีเสียง

ถ้าไม่ใช่เพราะมีระบบแพะรับบาปค้ำคออยู่

เขาคงปั่นหัวพวกนี้ให้สนุกไปแล้ว

แต่... ไม่ได้!

เขาควรพยายามไม่เข้าไปแทรกแซงเนื้อเรื่องหลัก ความวุ่นวายครั้งใหญ่หลายครั้งเกิดขึ้นเพราะเฝิงเป่าเป่าต้องการสืบหาความจริง เรื่องพวกนี้จะให้พังไม่ได้ เขายังต้องคอยรับหน้าเสื่อแทนอยู่

หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน

เขาตัดสินใจที่จะให้ข้อมูลที่ดูเหมือนไม่มีอะไรสำคัญ

มันไม่ใช่เบาะแสที่ใช้งานได้จริง แต่มันจะทำให้พวกเขารู้ว่า เขาฉินโซ่วรู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางจริงๆ เพียงแต่พวกเขายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรู้

“หึๆ สวีเสียงไม่ได้บอกพวกคุณเหรอว่าเขาได้พลังปราณมายังไง?”

“รู้ไหมว่าพวกเขาเจอกันได้ยังไง?”

“และรู้ไหมว่าทำไมสวีเสียงถึงเข้าร่วมกับบริษัทตั้งแต่แรก?”

เฝิงเป่าเป่าผู้เป็นสาวน้อย 'สามไร้' — ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก ไร้การแสดงออก — มาโดยตลอด ทว่าสิ่งที่ทำให้สวีซานและสวีซื่อต้องประหลาดใจคือ ในเวลานี้เธอกลับมีอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด นี่มันผิดปกติมาก!

ทันใดนั้น เงาสีขาวเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายฟ้า มือของเธอกดลงบนไหล่ของฉินโซ่วอย่างแรง

“แกรู้จักฉัน?”

“แกรู้จักครอบครัวฉัน?”

“อะไรก็ได้”

“บอกฉันที”

...

ฉินโซ่วยิ้มกว้าง วาร์ปหายตัวไปพร้อมกับเก้าอี้ไปโผล่ที่หน้าประตู แล้วปิดประตูอย่างใจเย็น

เชี่ยเอ๊ย!

เจ็บชะมัด!

ถ้าเมื่อกี้ขยับหนีไม่ทัน มีหวังไหล่หลุดแน่

ฉินโซ่วไม่ตอบคำถามของเฝิงเป่าเป่า แต่กลับพูดถึงเรื่องของตัวเองแทน

“รู้แจ้งแต่กำเนิด ไร้จุดเริ่ม ไร้จุดจบ”

“จะเรียกฉันว่าฉินโซ่ว หรือฉินฉางเซิงก็ได้ ไม่สำคัญหรอก มันก็แค่รหัสเรียกขาน สิ่งสำคัญคือจำตัวตนของฉันคนนี้ไว้ก็พอ”

สีหน้าท่าทางที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความหยิ่งยโสและบ้าคลั่งของฉินโซ่ว ทำให้สวีซื่อรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างรุนแรง

“แกต้องการจะทำอะไรกันแน่?”

ฉินโซ่วทำท่าครุ่นคิด

“ฉันเหรอ?”

“ตอนนี้ยังไม่มีแผนการใหญ่อะไร หลักๆ ก็คือใช้พวกฉวนซิ่งไปสร้างความวุ่นวายให้บริษัทพวกคุณและพวกสำนักฝ่ายธรรมะที่มีชื่อเสียงพวกนั้น ถ้าพวกคุณมีคดีคนเหนือมนุษย์ที่ปิดไม่ลง? ก็ลงชื่อฉันเป็นคนทำได้เลย ฉันรับจบเองทุกคดี”

ฉินโซ่วยกนิ้วโป้งให้ตัวเองในใจ ช่างฉลาดล้ำเลิศจริงๆ

เวลานี้เฝิงเป่าเป่าพุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง ความสนใจของเธอไม่ได้อยู่ที่ว่าฉินโซ่วเป็นใคร และไม่สนด้วยว่าเขาต้องการจะทำอะไร เธอเพียงต้องการค้นหาตัวตนของตัวเอง

“แกรู้จักฉัน? แกรู้จักครอบครัวฉันใช่ไหม?”

ฉินโซ่วเองก็งุนงง

ไม่นะ ฉันยังไม่ได้พูดเนื้อหาสำคัญอะไรเลย ทำไมเธอถึงมั่นใจขนาดนั้น?

นี่มันอารมณ์คนจมน้ำที่คว้าฟางเส้นสุดท้ายงั้นเหรอ?

หรือว่าวิชา 'มองปราณ' จะสามารถบอกอะไรได้จริงๆ?

“เป่าเป่า! อย่าไปเชื่อมัน”

สวีซานก้าวเข้ามาคว้าข้อมือเฝิงเป่าเป่าพยายามดึงเธอกลับไป แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าเฝิงเป่าเป่าไม่ขยับเลยแม้แต่นิ้วเดียว

“ซานเอ๋อร์... เขารู้ เขาต้องรู้แน่ๆ”

เป็นไปได้ยังไง?

ในขณะที่สวีซานกำลังสงสัย

ฉินโซ่วก็หัวเราะในลำคอ

“ฉันรู้จริงๆ นั่นแหละ แต่ทว่า...”

“เมื่อเทียบกับการไขข้อข้องใจให้คนอื่น ฉันชอบเห็นคนคลุ้มคลั่งเพราะไขว่คว้าสิ่งที่เอื้อมไม่ถึงมากกว่า”

ฉินโซ่วยกมือขึ้นโบกเบาๆ

“ขุนเขาตระหง่าน หนทางยาวไกล แล้วพบกันใหม่ในยุทธภพ”

เฝิงเป่าเป่าสะบัดมือสวีซานออก แล้วพุ่งเข้าตะปบไหล่ฉินโซ่วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หวังจะรั้งตัวเขาไว้

แต่ก็ไร้ประโยชน์

เขายังคงหายวับไปกับตา

สวีซานและสวีซื่อมีสีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด

หายตัวไปในอากาศ? นี่มันวิชาเคลื่อนย้ายพริบตาหรือพลังเกี่ยวกับมิติ?

เฝิงเป่าเป่าไม่สามารถสัมผัสถึงพลังปราณของฉินโซ่วได้อีกต่อไป เธอทรุดตัวลงกับพื้นราวกับคนเสียสติ

“หายไปแล้ว”

“หายไปแล้ว...”

สวีซานและสวีซื่อรีบเข้ามาล้อมเฝิงเป่าเป่าและประคองเธอขึ้น พวกเขาสบตากัน สวีซื่อจุดบุหรี่มวนใหม่อีกครั้ง

“ดูเหมือนพ่อจะปิดบังอะไรพวกเราอยู่จริงๆ”

สวีซานตบไหล่ปลอบเฝิงเป่าเป่าที่กำลังเสียขวัญ ขยับแว่นตาแล้วกล่าวว่า

“เดี๋ยวฉันจะไปถามพ่อเอง”

...

ณ ถนนคนเดินเมืองจิน

ฉินโซ่วรู้สึกว่าชาวเมืองจินนี่นิสัยดีจริงๆ

นอกจากจะมีอารมณ์ขันแล้วยังกระตือรือร้นมาก ซื้อของทีก็ตามมาส่งกันเป็นสิบๆ ลี้

ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขามีความอึดเป็นเลิศ

ฉินโซ่วรู้สึกว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากหลังจากได้รับพลังปราณ

แต่เขาก็ยังรู้สึกกดดันอยู่ดี

“ไอ้เด็กบ้า กล้ากินแล้วชักดาบในถิ่นข้าเหรอ!”

“ขโมยเสื้อผ้า!”

“จับขโมย!”

“อย่าให้มันหนีไปได้!”

ฉินโซ่วมุมปากกระตุก 'ช้อปปิ้งศูนย์บาท' นี่นับเป็นขโมยด้วยเหรอ? แถมเลือกแต่ของถูกๆ ด้วยนะ คุณป้าคุณลุงพวกนี้จะใจเย็นๆ กันหน่อยไม่ได้หรือไง?

หลังจากเปลี่ยนมาใส่ชุดใหม่

ฉินโซ่วก็อาศัยจังหวะชุลมุนวาร์ปหนีไป

กลุ่มคนที่ไล่ตามมาอย่างบ้าคลั่งมารวมตัวกันที่สี่แยก ต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง

มันหายไปไหนแล้ว?

เมื่อกี้ยังเห็นอยู่ชัดๆ!

คุณป้าผู้เกรี้ยวกราดกระชากคอเสื้อชายหนุ่มคนหนึ่ง

“เมื่อกี้เห็นคนบ้าใส่ชุดนอนผ่านมาทางนี้ไหม?”

น้ำลายของคุณป้ากระเด็นว่อน ชายหนุ่มแต่งตัวจัดจ้านพยายามส่ายหน้าหนีแต่ก็ยังโดนพ่นใส่หน้าเต็มๆ ดูเหมือนจะปลงตกกับชะตากรรมแล้ว

“พูดสิ!”

“แกเป็นพวกเดียวกับมันใช่ไหม?”

ความดุดันของคุณป้าและคุณลุงทำให้เขาตกใจจนขาสั่นพับ

“เปล่าครับ ผมไม่เห็น!”

“ผมยืนอยู่ตรงนี้ตลอด กล้องวงจรปิดก็มี!”

คุณป้าหรี่ตามองเขาอย่างจับผิดครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมปล่อยเขาไป

“ไปกันเถอะ!”

หลังจากเหล่าคุณป้าคุณลุงจากไป ชายหนุ่มแต่งตัวจัดจ้านที่เคยดูขี้ขลาดก็เปลี่ยนสีหน้า หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจ้องมองไปยังจุดที่ฉินโซ่วหายตัวไป

“เป้าหมายปรากฏตัวแล้ว หายตัวไปที่ XXXX”

สมาชิกกลุ่มฉวนซิ่งที่เคยปะทะกับฉินโซ่วในป่าคืนนั้น

ในฉบับการ์ตูน เขาคือคนที่ลอบกัดจางหลิงอวี้ร่วมกับย่วนเถาบนเขาหลงหู่

เขาใช้วิชาฝ่ามือซชาลอบโจมตีหลังจากฝึกฝนมากว่าสิบปี แต่ข้อมือกลับถูกทำลายด้วยฤทธิ์กัดกร่อนของสายฟ้าหยิน

เบื้องหลังชายหนุ่มแต่งตัวจัดจ้าน

ฉินโซ่วยืนกอดอก มองดูเขาอย่างใช้ความคิด

“ฝ่ามือซชา ต้องเว้นระยะห่างหน่อย ไม่อยากโดนลอบกัด”

“พวกฉวนซิ่งนี่มีแต่คนบ้า จะเอาเกณฑ์คนปกติมาตัดสินไม่ได้”

ชายหนุ่มกำลังคุยโทรศัพท์ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองมาจากในเงามืด เขาหันขวับไปมองทันที

และสบเข้ากับสายตาของฉินโซ่วจากระยะหลายสิบเมตร

“ฮัลโหล!”

“เกิดอะไรขึ้น?”

ปลายสายถามด้วยความร้อนรน แต่ชายหนุ่มไม่ตอบ ได้แต่จ้องมองไปยังมุมมืดด้วยความหวาดกลัว

“ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“มันจ้องฉันอยู่ตลอดเลยเหรอ?”

เดิมทีฉินโซ่วตั้งใจจะถามเขาว่าที่ซ่อนของพวกฉวนซิ่งอยู่ที่ไหน แต่คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจว่ายังไม่ต้องรีบ พัฒนาความสามารถตัวเองก่อนดีกว่า

“บ๊ายบาย ไว้เจอกันใหม่นะ”

ว่าแล้ว

ภายใต้สายตาของชายหนุ่มแต่งตัวจัดจ้าน ฉินโซ่วก็เลือนหายเข้าไปในความมืดของมุมตึก

จบบทที่ บทที่ 4 อดีตไร้จุดเริ่ม อนาคตไร้จุดจบ

คัดลอกลิงก์แล้ว