- หน้าแรก
- วิญญาณยุทธ์ร่มวิถีสวรรค์ เจ็ดสังหารดับสูญ
- ตอนที่ 6 ปรากฏการณ์สวรรค์ จิงเจ๋อ!
ตอนที่ 6 ปรากฏการณ์สวรรค์ จิงเจ๋อ!
ตอนที่ 6 ปรากฏการณ์สวรรค์ จิงเจ๋อ!
ตอนที่ 6 ปรากฏการณ์สวรรค์ จิงเจ๋อ!
เจียงเนี่ยนเคยขบคิดเรื่องนี้อยู่หลายครั้ง
แม้ว่าร่างกายและพลังจิตของเขาจะไม่ได้แย่
แต่การจะดูดซับวงแหวนวิญญาณพันปีตั้งแต่วงแรกนั้น มันต่างอะไรกับการรนหาที่ตายกัน?
เว้นแต่ว่าเขาจะมีกาววาฬ
แต่ในสายตาของคนบนโลกนี้ ของสิ่งนั้นมันมีไว้สำหรับเรื่อง 'นั้น'
ขืนเขาเอ่ยปากขอ มีหวังโดนปี๋ปี่ตงตีก้นจนลายพร้อยแน่
อีกอย่าง กาววาฬหมื่นปีก็ไม่ใช่ของที่จะหามาได้ง่ายๆ
"ศิษย์ไตร่ตรองดูแล้ว รู้สึกว่าระหว่างห้าร้อยถึงเจ็ดร้อยปีน่าจะเหมาะสมที่สุดขอรับ!"
แววตาของปี๋ปี่ตงฉายแววชื่นชมวูบหนึ่ง
นี่สมเป็นศิษย์ของนาง ต้องกล้าหาญที่จะฉีกกฎเกณฑ์ทฤษฎีเดิมๆ
ขนาดนางยังมองวิญญาณยุทธ์ของเขาไม่ออก ดังนั้นเขาย่อมมีความแข็งแกร่งพอที่จะไล่ล่าวงแหวนวิญญาณที่มีอายุสูงกว่าปกติได้แน่
"แล้วเรื่องธาตุล่ะ"
เจียงเนี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ร่มวิถีสวรรค์ของเขาสามารถรุกและรับได้ ทั้งยังใช้พลังธาตุแห่งดินฟ้าอากาศได้อีกด้วย
ยังรักษาได้ แถมยัง... ฟื้นฟูสภาพได้... ด้วยวิญญาณยุทธ์ที่ครบเครื่องขนาดนี้ เขาชักสงสัยว่าจะมีสัตว์วิญญาณตัวไหนที่เข้ากับเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงหรือ?
อย่างไรก็ตาม เขายังคงวางแผนที่จะติดตั้งวงแหวนวิญญาณสัตว์วิญญาณธาตุน้ำให้ตัวเอง
ไม่มีเหตุผลอื่นใด
ยี่สิบสี่ฤดูกาลนั้น โดยพื้นฐานแล้วหลายฤดูกาลล้วนเกี่ยวข้องกับไอน้ำ
ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็ง หิมะ หรือความร้อนระอุ
โดยเนื้อแท้แล้ว มันก็ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไอน้ำอยู่ดี
การเลือกวงแหวนวิญญาณธาตุน้ำเป็นวงแรก ย่อมไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน
ส่วนวงอื่นๆ หากในอนาคตเจอที่ดีกว่า ค่อยว่ากันอีกที
"ท่านอาจารย์ ข้าต้องการสัตว์วิญญาณธาตุน้ำขอรับ"
ปี๋ปี่ตงเลิกคิ้วเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า
"ดี"
"ความสามารถที่ทรงพลังที่สุดของวิญญาณยุทธ์เจ้าคือการเรียกใช้การโจมตีด้วยธาตุเหล่านั้น การเลือกวงแหวนวิญญาณธาตุน้ำก็นับว่าเข้าใจได้"
"ทว่า... หากเจ้าสามารถหาสัตว์วิญญาณที่มีความสามารถครอบคลุมกว่านี้ได้ ก็จะยิ่งดีเยี่ยม"
เจียงเนี่ยนเออออห่อหมกอยู่ข้างๆ
มันย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
แต่เขาไม่ขออะไรมากไปกว่านี้หรอก
ปล่อยให้โชคชะตาทำหน้าที่ของมันไป
เกิดว่าทุกครั้งเขาต้องทอยให้ได้ เจ็ดสังหาร หรือ หกแต้ม ขึ้นมาล่ะ
ต่อให้เป็นวงแหวนวิญญาณที่ไร้ประโยชน์ที่สุด เขาก็ยังสามารถสังหารศัตรูข้ามระดับได้อย่างง่ายดาย
น่าเสียดายที่เขาเป็นคนดวงซวย
ในชาติที่แล้ว ทุกครั้งที่สุ่มกาชา เขามักจะได้แต่เกลือ โดยเฉพาะในเกมมือถือแนวต่อสู้ 1 ต่อ 1 ที่อ้างว่ายุติธรรมเกมหนึ่ง
เขามักจะถูกจับคู่เจอกับคู่ต่อสู้ที่เก่งพอๆ กัน แต่คู่ต่อสู้ทั้งสามคนกลับตาแดงก่ำ (เก่งเทพ) แล้วจะให้เขาเล่นยังไงไหว?
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ปี๋ปี่ตงและเจียงเนี่ยนเดินทางมาถึงเขตชายป่าซิงโต้ว
สารถีหยุดรถม้าอย่างนิ่มนวล ลดแรงกระแทกให้น้อยที่สุด
เจียงเนี่ยนรวบรวมสติ มองดูหญิงสาวพราวเสน่ห์ที่นั่งอยู่ตรงข้าม
เพียงแต่ตอนนี้เขายังเด็กนัก
เขาจึงไม่ได้รู้สึกอะไร
มิฉะนั้น การต้องอยู่กับนางมารยั่วสวาทผู้นี้คงเป็นเรื่องทรมานใจอย่างแท้จริง
ปี๋ปี่ตงกำลังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง แต่เนื่องจากผ่านการมีบุตรมาแล้ว นางจึงสลัดคราบความไร้เดียงสาของวัยสาวทิ้งไป กลายเป็นความงดงามแบบผู้ใหญ่ที่เซ็กซี่เย้ายวน
"ไปกันเถอะ"
เจียงเนี่ยนเดินตามหลังนาง สะโพกกลมกลึงของนางอยู่ตรงหน้าเขาพอดิบพอดี เขาเกือบจะเดินชนมันเข้าให้แล้ว
ด้านหลังพวกเขา นอกจากหงเย่แล้ว ยังมีหญิงสาวชุดดำอีกเก้านางติดตามมาด้วย
มองดูต้นไม้เขียวชอุ่มสองข้างทาง ยังมีดอกไม้ ใบหญ้า และพืชพรรณงดงามอื่นๆ บนพื้นดิน
ในโลกใบนี้ สิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามล้วนสามารถดูดซับแก่นแท้แห่งสุริยันจันทราเพื่อบำเพ็ญเพียรได้
ยกตัวอย่างเช่น อ้อยอายุสิบปีที่อยู่ตรงหน้าเจียงเนี่ยน ชาวนาแข็งแรงสักคนถือจอบมาก็คงโค่นมันลงได้สบายๆ
"เสี่ยวเนี่ยน เจ้าแน่ใจนะว่าจะเอาสัตว์วิญญาณอย่างมังกรวารีคะนึงหา?"
"ขอรับ" เจียงเนี่ยนตอบอย่างมั่นใจ ก่อนจะเริ่มร่ายข้อมูลที่เขาเคยอ่านเจอในสารานุกรมสัตว์วิญญาณ "สัตว์วิญญาณมังกรวารีคะนึงหาสามารถควบคุมธาตุลมและน้ำได้ตามธรรมชาติ อีกทั้งรูปแบบการโจมตีของมันก็ยอดเยี่ยม เหมาะสมกับวิญญาณยุทธ์ของข้าที่สุดขอรับ"
ปี๋ปี่ตงไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งให้หงเย่และคนอื่นๆ ออกตามหาสัตว์วิญญาณมังกรวารีคะนึงหาที่มีอายุระหว่างห้าร้อยถึงเจ็ดร้อยปีทันที
ส่วนพวกเขาก็ยืนรออยู่ตรงนั้น
"เสี่ยวเนี่ยน ตอนอยู่ที่สำนักวิญญาณยุทธ์ ข้ายังดูรูปแบบการโจมตีของวิญญาณยุทธ์เจ้าได้ไม่ชัดเจนนัก"
"เดี๋ยวข้าจะให้คนไปหาสัตว์วิญญาณร้อยปีมาให้เจ้าลองเชิงดู"
เจียงเนี่ยนเองก็มีความตั้งใจเช่นนั้นพอดี
เด็กผู้ชายจะมายอมแพ้ทุกวันได้ยังไง
ทุ่มสุดตัว!
ไม่กี่นาทีต่อมา หงเย่ก็จับหมาป่าอัคคีขนาดตัวประมาณสองเมตรกลับมาได้ตัวหนึ่ง
ปี๋ปี่ตงชำเลืองมองมันแล้วเอ่ยว่า "นี่คือสัตว์วิญญาณอายุประมาณร้อยห้าสิบปี วิญญาณจารย์หนึ่งวงแหวนทั่วไปคงฆ่ามันได้ยาก"
"ใส่ให้เต็มที่ หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นไม่ต้องกังวล"
"อาจารย์ของเจ้าอยู่นี่แล้ว"
เจียงเนี่ยนพยักหน้า สีหน้าเริ่มจริงจังขึ้น
มีปี๋ปี่ตงระดับวิญญาณพรหมยุทธ์อยู่ข้างกาย สัตว์วิญญาณร้อยปีตัวแค่นี้คงสร้างปัญหาอะไรไม่ได้
ได้เวลาทดสอบดวงพอดี!
หงเย่ตบเรียกสติหมาป่าอัคคี จากนั้นก็วูบกายหลบไปเฝ้าดูอยู่ในเงามืด
"โฮก!"
สัตว์วิญญาณตัวนี้มองหญิงสาวตาสีม่วงด้านหลังเจียงเนี่ยนด้วยความหวาดกลัว มันอยากจะหนีแต่ถูกกระตุ้นด้วยจิตสังหารสายหนึ่ง ทำให้จำใจต้องพุ่งเข้าใส่เพื่อโจมตี
ร่มวิถีสวรรค์ปรากฏขึ้นในมือ เจียงเนี่ยนระลึกถึงเพลงกระบี่ที่ปี๋ปี่ตงสอน และเป็นฝ่ายพุ่งเข้าแทงมันก่อน
เคร้ง!
กรงเล็บแหลมคมของหมาป่าอัคคีกระแทกเข้ากับผืนร่ม เกิดเสียงโลหะเสียดสีแสบแก้วหู
ประกายไฟแลบแปลบปลาบ เจียงเนี่ยนระแวดระวังตัวเต็มที่
ความเร็วของมันเพิ่มขึ้น และพุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว ในจังหวะคับขัน เขาจึงกระตุ้นการทำงานของร่มวิถีสวรรค์
ปี๋ปี่ตงมองดูเจียงเนี่ยนถูกต้อนจนถอยหลังไปสองสามก้าว สีหน้ายังคงเรียบเฉย
สิ่งที่นางอยากเห็นที่สุดคือพลังอำนาจที่สั่งการธรรมชาติได้นั่นต่างหาก
แม้สัตว์วิญญาณร้อยปีจะไร้ค่าในสายตานาง แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยอย่างเจียงเนี่ยนที่ยังไม่มีวงแหวนวิญญาณสักวงจะต่อกรด้วยได้ง่ายๆ
"แรงเยอะชะมัด..." เจียงเนี่ยนลอบตื่นตระหนกในใจ
เขาตัดสินใจเลิกดูเชิง
"หกวิถีสังสารวัฏ..."
หินหลากสีบนร่มวิถีสวรรค์เปล่งแสงเจิดจ้า และผืนร่มทั้งหมดก็เริ่มหมุนวนอย่างรุนแรง
ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
ท้องฟ้าที่เคยโปร่งใสไร้เมฆกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทมึนในพริบตา
ผลึกแก้วที่ด้ามร่มหยุดหมุน
"ปรากฏการณ์สวรรค์ สามแต้ม..."
คิ้วของเจียงเนี่ยนฉายแววยินดี เพียงแค่คิด เขาก็ควบคุมเมฆฝนฟ้าคะนองที่ก่อตัวขึ้น แล้วค่อยๆ เดินหน้าไปพร้อมกับร่มในมือ
รูม่านตาของหมาป่าอัคคีหดเกร็งเล็กน้อย มันสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งจากเด็กหนุ่มผู้นี้
ถ้าไม่หนี มันต้องตายแน่!
ครึ่งวินาทีต่อมา จู่ๆ มันก็ขยับขาทั้งสี่ เตรียมจะดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
เจียงเนี่ยนมองดูเงียบๆ ริมฝีปากขยับเบาๆ "ปรากฏการณ์สวรรค์ จิงเจ๋อ! (ตื่นจากจำศีล)"
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีม่วงขนาดครึ่งเมตรฟาดผ่าลงมาใส่ร่างของหมาป่าอัคคีทันที
ตูม ตูม ตูม!
เสียงฟ้าร้องกึกก้องไปทั่วท้องนภา ภายในรัศมีสิบเมตรรอบตัวเจียงเนี่ยน พื้นดินถูกเผาไหม้จนเกรียม และเจ้าหมาป่าอัคคีผู้โชคร้ายตัวนั้นก็นอนตายคาที่
มันไม่เข้าใจเลย
ทำไมเด็กเหลือขอที่ไม่มีวงแหวนวิญญาณสักวงถึงได้ปล่อยพลังที่น่ากลัวขนาดนี้ออกมาได้?
แค้นนัก!
หมาป่าอัคคีสิ้นใจตายด้วยความงุนงงเต็มอก วงแหวนวิญญาณสีเหลืองลอยออกมาจากซากศพของมัน
"แปะ แปะ แปะ!"
"ดี ดีมาก~"
"เสี่ยวเนี่ยน เจ้าทำได้ดีมาก"
ริมฝีปากของปี๋ปี่ตงยกยิ้ม นางปรบมือและเดินเข้ามาหาเจียงเนี่ยน
"เป็นเพราะท่านอาจารย์สอนสั่งมาดีขอรับ"
"เหอะ~ นี่เป็นสิ่งที่เจ้าฝึกฝนมาด้วยตนเองทั้งนั้น ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก"
ปี๋ปี่ตงยื่นฝ่ามือออกไปขยี้ผมเขา ราวกับกำลังลูบหัวแมว
เจียงเนี่ยนทำได้เพียงยืนนิ่งยอมรับชะตากรรม หากเขาแสดงท่าทีขัดขืนในตอนนี้ ส้นสูงของนางคงได้ประทับลงบนตัวเขาเป็นแน่
จบตอน