เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ร่มวิถีสวรรค์ของเจ้า ใช้เป็นกระบี่และโล่ได้ด้วยรึ?

ตอนที่ 5 ร่มวิถีสวรรค์ของเจ้า ใช้เป็นกระบี่และโล่ได้ด้วยรึ?

ตอนที่ 5 ร่มวิถีสวรรค์ของเจ้า ใช้เป็นกระบี่และโล่ได้ด้วยรึ?


ตอนที่ 5 ร่มวิถีสวรรค์ของเจ้า ใช้เป็นกระบี่และโล่ได้ด้วยรึ?

เชียนเต้าหลิวตะลึงงัน มองดูหลานสาวผู้ว่านอนสอนง่ายวิ่งจากไป แววตาฉายความรู้สึกซับซ้อนวูบหนึ่ง

ไม่รู้ทำไม จู่ๆ หัวใจของเขาก็รู้สึกเปรี้ยวปร่าขึ้นมาเล็กน้อย

"พี่ใหญ่ วันนี้เสี่ยวเสวี่ยไปที่ตำหนักธิดาศักดิ์สิทธิ์เพื่อหานาง และได้พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง"

"หืม? แล้วทั้งสองคนคุยอะไรกันบ้าง"

พรหมยุทธ์จระเข้ทองคำโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเชียนเต้าหลิว

ครู่ต่อมา

มุมปากของชายวัยกลางคนผมทองกระตุกเล็กน้อย พยายามข่มความรู้สึกอยากจะลากตัวเจียงเนี่ยนมาสั่งสอนสักยกอย่างรุนแรง

"เด็กคนนั้นคือศิษย์คนใหม่ที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์รับไว้งั้นรึ"

"ฟังดูเหมือนจะมีลูกล่อลูกชนไม่เบา..."

เชียนเต้าหลิวถอนหายใจ แม้เขาจะไม่ได้ชอบพอปี๋ปี่ตงเป็นพิเศษ

แต่หากเขาสามารถสมานรอยร้าวความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกคู่นี้ได้ ก็ถือว่ายกภูเขาออกจากอกไปเปราะหนึ่ง

อย่างน้อยเสี่ยวเสวี่ยจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆ วัน

"จับตาดูเด็กคนนั้นต่อไป ดูซิว่ามันมีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือไม่"

"รับทราบ..."

เมื่อกลับมาถึงห้องนอน เชียนเหรินเสวี่ยนั่งลงบนเตียง ครุ่นคิดว่าท่านแม่ชอบสิ่งใด

เห็นทีคงต้องเป็นของทำมือเท่านั้นจึงจะสื่อความรู้สึกได้ดีกว่า

หลังเสร็จสิ้นการบำเพ็ญเพียรมาทั้งวัน เจียงเนี่ยนค่อยๆ ลุกขึ้น พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา

อาศัยแสงจันทร์สาดส่อง เขาจึงวางแผนที่จะฝึกฝนร่มวิถีสวรรค์ของเขา

ร่มที่แปรเปลี่ยนได้ดั่งใจนึก

รุก รับ เวทมนตร์ มีครบทุกกระบวนท่า!

จะใช้เป็นกระบี่หรือโล่ก็ได้ทั้งนั้น

หากเขาอารมณ์ดี ก็จะประมือด้วยสักกระบวนท่า

หากอารมณ์ไม่ดี ก็ไปคุยกับลูกเต๋าของเขาซะ!

วูบ วูบ วูบ!

ร่มวิถีสวรรค์ที่ยังไม่กางออกช่างทรงพลังในมือเจียงเนี่ยน การหวดแต่ละครั้งก่อให้เกิดเสียงลมหวีดหวิว

ราวกับว่าเขากำลังฝึกเพลงกระบี่

ปี๋ปี่ตงที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในเงามืด รู้สึกถึงระลอกคลื่นในจิตใจ

อะไรกัน?

เขาทำอะไรอยู่?

ดูเหมือนเขากำลังฝึกเพลงกระบี่?

ร่องรอยความสงสัยปรากฏบนใบหน้าหญิงงาม ขณะที่นางยังคงเฝ้าดูเจียงเนี่ยนกวัดแกว่งร่มวิถีสวรรค์ในมือ

ความแข็งแกร่งน่ะมีแน่

แต่มันขาดเทคนิคและท่วงท่า

ปี๋ปี่ตงลูบคาง จากนั้นร่างของนางก็วูบไหว ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเจียงเนี่ยน

เมื่อเห็นนางมาถึง เขารีบเก็บร่มวิถีสวรรค์ทันที

"ท่านอาจารย์"

"อื้ม"

ตึก ตึก ตึก~

ปี๋ปี่ตงก้าวเข้ามาหาเขาทีละก้าวด้วยเรียวขายาวได้รูป

"วิญญาณยุทธ์ของเจ้า ใช้เป็นกระบี่ได้ด้วยรึ?"

"ขอรับ! นอกจากจะเป็นกระบี่แล้ว ยามกางร่มออกยังใช้เป็นโล่ได้อีกด้วย"

เจียงเนี่ยนอธิบายทุกอย่างโดยละเอียด

จากนั้นเขาก็เสริมว่า "นี่เป็นสิ่งที่ศิษย์เพิ่งคิดค้นได้ในวันนี้ขอรับ"

ปี๋ปี่ตงพยักหน้าเล็กน้อย หาเหตุผลที่จะตีเจ้าเด็กนี่ไม่เจอ

"ไม่เลว วิญญาณยุทธ์ของเจ้าพลิกแพลงได้หลากหลายดีแท้"

กล่าวจบ นางก็ยื่นมือออกไปเชยคางเจียงเนี่ยน เอ่ยอย่างเย่อหยิ่งด้วยสีหน้าที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ใช้กระบี่ของเจ้าโจมตีข้าซะ"

เจียงเนี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง เข้าใจความหมายของนาง

"ท่านอาจารย์ ระวังตัวด้วย"

สิ้นคำ เขากระชับร่มวิถีสวรรค์และแทงใส่ปี๋ปี่ตง

เคร้ง!

ประกายไฟสว่างวาบ เจียงเนี่ยนเห็นชัดเจนว่าปลายร่มของเขาปะทะเข้ากับกริช

สบัดข้อมือวูบหนึ่ง เขาโจมตีต่อเนื่องโดยเล็งไปที่ช่วงล่างของปี๋ปี่ตง

ช่วยไม่ได้ ด้วยส่วนสูงที่ต่างกัน เขาทำได้แค่นี้แหละ

หลังจากปะทะกันไม่กี่กระบวนท่า เจียงเนี่ยนก็ตกอยู่ในสภาพเหมือนสุนัขจนตรอก ปี๋ปี่ตงปัดป้องทุกกระบวนท่าของเขาได้อย่างง่ายดาย

"เจ้าหนู มีดีแค่นี้เองรึ?"

เมื่อเห็นสีหน้าดูแคลนของนาง เจียงเนี่ยนยังคงนิ่งเงียบ เพียงแค่ระดมแทงต่อไป

สักวันหนึ่งเถอะน่า

เขาจะต้องแทงให้ทะลุให้ได้!

ปี๋ปี่ตงรับมือการโจมตีของเจียงเนี่ยนอย่างใจเย็น หลังจากผ่านไปสิบกว่ากระบวนท่า จู่ๆ นางก็วาดกริช ตวัดฟันใส่ศีรษะของเจียงเนี่ยนอย่างรวดเร็ว

แกร๊ก!

ผืนร่มกางออกในพริบตา!

เจียงเนี่ยนรับการโจมตีไว้ได้ แต่แขนของเขายังคงปวดหนึบจากแรงสะเทือน

"ไม่เลว"

ปี๋ปี่ตงเอ่ยชม ค่อยๆ เก็บกริชของนาง

"เพลงกระบี่ของเจ้ายังต้องขัดเกลาอีกหน่อย แต่ข้ามีเคล็ดวิชากระบี่ชั้นยอดอยู่ที่นี่ วันนี้ข้าจะมอบให้เจ้า"

กล่าวจบ นางก็ยกมือขึ้นและนำตำราโบราณออกมาเล่มหนึ่ง

"จงตั้งใจฝึกฝน พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปล่าสัตว์วิญญาณที่ป่าซิงโต้ว"

"ท่านอาจารย์ ท่านช่างใจดีเหลือเกิน!"

ฝีเท้าของปี๋ปี่ตงชะงัก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย แต่นางก็รีบระงับมันไว้ทันที

นางเดินเงียบๆ กลับไปยังห้องส่วนตัว ทิ้งเพียงเงาหลังอันงดงามไว้ให้เจียงเนี่ยน

สะโพกกลมกลึงส่ายไหว ก่อนจะหายไปจากสายตาของเขา

"นึกไม่ถึงว่าท่านอาจารย์จะดรอปเหรียญทองให้อีกแล้ว"

"เฮ้อ~ ชีวิตหนอชีวิต"

ภายในห้องส่วนตัว ปี๋ปี่ตงนั่งลงบนเตียง สีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย

นางยกมือขึ้นมองฝ่ามือตนเอง ความสับสนฉายวาบในดวงตา

"ดูเหมือนว่ายามที่ข้าเข้าใกล้วิญญาณยุทธ์ของเจ้าตัวเล็กนั่น จิตสังหารในกายข้าจะถูกกดข่มลงไปบ้าง"

"นี่มันเพราะเหตุใดกันแน่?"

ปี๋ปี่ตงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจว่าจะหาเวลาเรียกเจียงเนี่ยนมาฝึกฝนข้างกาย

บางที ในอนาคต นางอาจจะไม่ได้รับผลกระทบจากจิตสังหารอีกต่อไป

ทางด้านนี้

เจียงเนี่ยนนอนเอกเขนกอยู่บนเตียง อ่านเคล็ดวิชากระบี่ที่ปี๋ปี่ตงมอบให้อย่างตั้งอกตั้งใจ

ลูกผู้ชายคนไหนบ้างไม่ใฝ่ฝันที่จะท่องยุทธภพด้วยกระบี่เล่มเดียว?

วิถีสวรรค์ วิถีสวรรค์ ครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง

การฝึกเพลงกระบี่ก็นับว่าสมเหตุสมผลยิ่งนัก!

"เฮ้อ~ ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวนางคลุ้มคลั่งขึ้นมา ข้าคงสวมแหวนวงนี้ไว้ที่นิ้วแล้ว"

เจียงเนี่ยนเล่นอุปกรณ์วิญญาณเก็บของที่เซียนซวินจี๋ให้มา พื้นที่ด้านในกว้างตั้งห้าสิบลูกบาศก์เมตรเชียวนะ!

ตอนนี้ข้างในมีแค่เสื้อผ้า เสบียงแห้ง และเหรียญทอง... เขาจนกรอบจริงๆ

ช่างเถอะ นอนดีกว่า

พรุ่งนี้ค่อยไปล่าสัตว์วิญญาณกับอาจารย์พี่สาวคนสวยอย่างจริงจัง

เช้าวันรุ่งขึ้น

เจียงเนี่ยนถูกปี๋ปี่ตงลากลงจากเตียงแต่เช้าตรู่

ทั้งสองเข้าไปในเมืองเพื่อทานมื้อเช้า เติมท้องให้เต็มก่อนทำสิ่งอื่น

ด้านข้าง

พี่สาวคนงามผมสีแดงยืนอารักขาอยู่ สายตาเฉียบคม ท่วงท่าองอาจห้าวหาญ

นามของนางคือ หงเย่ หนึ่งในคนสนิทที่ปี๋ปี่ตงไว้ใจ

นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงเนี่ยนได้พบนาง

"เย่เอ๋อ เรื่องที่ข้าไหว้วานเจ้า คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว"

"ทูลองค์ธิดา พบม้าตะวันเพลิงสามตัวแล้วเพคะ พร้อมด้วยสารถีระดับราชาวิญญาณ"

ปี๋ปี่ตงพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นเหลือบมองเจียงเนี่ยน

"อิ่มหรือยัง"

เขากลืนนมคำสุดท้ายลงคอ รีบเช็ดปาก

"อิ่มแล้วขอรับ"

ปี๋ปี่ตงหรี่ตาลงเล็กน้อย กลิ่นอายกดดันแผ่ออกมา

"อยู่ต่อหน้าข้า ไม่จำเป็นต้องโกหก"

"เจ้ากำลังอยู่ในวัยกำลังโต ต้องกินให้อิ่ม"

เจียงเนี่ยนกลืนน้ำลาย รู้สึกว่าความต้องการครอบครองของนางออกจะรุนแรงไปหน่อย... นี่คือลักษณะของอาจารย์ที่เป็นเหมือนแม่อย่างนั้นหรือ?

ฮือฮือฮือ ข้ากิน ข้ากินก็ได้!

เห็นดังนั้น ใบหน้างามของปี๋ปี่ตงก็ปรากฏแววพึงพอใจ

นางหลับตาลง แสร้งทำเป็นงีบหลับ

หงเย่ยังคงยืนตัวตรงแหนว์ ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย

องค์ธิดาศักดิ์สิทธิ์เคยมีความอดทนต่อบุรุษเพศถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน

แถมยังถึงขั้นรอเขาโดยเฉพาะอีกด้วย?

ดูท่าศิษย์ขององค์ธิดาผู้นี้ต้องมีพรสวรรค์ล้ำเลิศเป็นแน่!

สองนาทีต่อมา

เจียงเนี่ยนอิ่มจนพุงกาง ลูบท้องด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

ปี๋ปี่ตงชำเลืองมองเขา เขารีบยืดตัวตรงทันที

"ถ้าอิ่มแล้ว ก็ไปกันเถอะ"

"ขอรับ!"

ไม่นานนัก

ทั้งสองก็นั่งอยู่บนรถม้าที่วิ่งไปอย่างนิ่มนวล

ปี๋ปี่ตงคอยซักถามความรู้เกี่ยวกับสัตว์วิญญาณของเจียงเนี่ยนเป็นระยะ

"เสี่ยวเนี่ยน ข้าจะทดสอบเจ้า"

"บนทวีปนี้ ขีดจำกัดอายุของวงแหวนวิญญาณวงแรกที่สามารถดูดซับได้คือเท่าไหร่"

เจียงเนี่ยนตอบโพล่งออกไปโดยไม่ต้องคิด "423 ปีขอรับ!"

"อื้ม... แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าต้องดูดซับวงแหวนอายุสักกี่ปี?"

"และ ธาตุอะไร?"

จบตอน

จบบทที่ ตอนที่ 5 ร่มวิถีสวรรค์ของเจ้า ใช้เป็นกระบี่และโล่ได้ด้วยรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว