เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ฝีมือสะท้านปฐพี

บทที่ 24 ฝีมือสะท้านปฐพี

บทที่ 24 ฝีมือสะท้านปฐพี


บทที่ 24 ฝีมือสะท้านปฐพี

ทันทีที่เฉินเฟิงก้าวเท้าออกจากร้าน ก็สวนกับเหมินหวาเพื่อนบ้านร้านข้างๆ ที่กำลังจะมาเปิดร้านขายของชำพอดี เหมินหวาทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นเฉินเฟิง

"ทำไมนายมาเปิดร้านเช้าขนาดนี้?" เหมินหวาเอ่ยถาม

เฉินเฟิงตอบกลับไป "อยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำครับ เลยมาที่นี่ดีกว่า"

เหมินหวาแค่นเสียงหัวเราะ "มาก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงนายก็ทำกับข้าวแค่วันละมื้อ ดีไม่ดีอาจจะไม่ได้ทำสักมื้อด้วยซ้ำ สู้กลับไปนอนตีพุงที่บ้านไม่ดีกว่าหรอ!" จากนั้นเขาก็ถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เมื่อวานกลุ่มของฉินกวงอู่ที่มาจะกินข้าว นายไล่ตะเพิดพวกเขาไปจริงๆ เหรอ?"

เฉินเฟิงบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายคลายความเมื่อยล้าจากการวิ่งเมื่อเช้า แล้วตอบด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน "ก็ผมบอกพี่ไปเมื่อวานแล้วไง ว่าผมรับทำอาหารแค่วันละโต๊ะเดียว เลยต้องเชิญพวกเขากลับไป"

เหมินหวารู้สึกว่าไอ้เด็กที่ชื่อเฉินเฟิงคนนี้สมองต้องมีปัญหาแน่ๆ ราคาอาหารก็ตั้งไว้แพงระยับ พอมีลูกค้าหลงเข้ามาจริงๆ ดันไปไล่เขาหนีอีก ไม่เรียกว่าบ้าแล้วจะเรียกว่าอะไร? เขายังคงถามต่อด้วยความไม่เข้าใจ "ทำไมนายต้องจำกัดแค่วันละโต๊ะด้วย? ในเมื่อราคาแพงขนาดนี้ วันนึงคงมีลูกค้ามาไม่กี่โต๊ะหรอก น่าจะกอบโกยให้ได้มากที่สุดสิ"

คนคนนี้ช่างวุ่นวายเสียจริง จู้จี้จุกจิกชะมัด! เฉินเฟิงส่งยิ้มให้เหมินหวา แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน "เพราะผมขี้เกียจไงครับ!" พูดจบเขาก็หาวหวอดใหญ่ แล้วทำท่าจะเดินหนีไป ทิ้งให้เหมินหวายืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น

จู่ๆ เฉินเฟิงก็หันขวับกลับมาพูดกับเหมินหวาที่ยังยืนงงอยู่ "อ้อ จริงสิพี่ชาย ผมมีเรื่องจะรบกวนพี่สักเรื่อง"

'หึหึ ยังมีหน้ามาขอให้ช่วยอีกเรอะ ฝันไปเถอะ ไม่ช่วยหรอก' เหมินหวาคิดในใจ ใครใช้ให้ทำตัวน่าหมั่นไส้แบบนี้ ทุกคนเขาทำมาค้าขายแบบพอเพียงกันทั้งนั้น นายมีสิทธิ์อะไรมาขายจานละหลายร้อย โต๊ะละหลายพัน คนที่ทำลายกลไกตลาดแบบนาย สมควรแล้วที่จะเจ๊ง อย่าหวังว่าจะให้ช่วยเรียกลูกค้าให้เลย

ในขณะที่เหมินหวากำลังคิดหาคำปฏิเสธที่เจ็บแสบ และเตรียมจะเทศนาสั่งสอนหลักการทำธุรกิจที่ถูกต้องให้เฉินเฟิงฟังอยู่นั้น...

เฉินเฟิงก็พูดต่อ "ถ้ามีลูกค้ามา พี่ช่วยผม..."

เหมินหวารีบชิงพูดตัดบททันที "ไม่ได้! ฉันยุ่งจะตาย! ไม่มีเวลาว่างมาช่วยนายเรียกลูกค้าหรอกนะ อีกอย่างราคานายแพงบรรลัยขนาดนี้ ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปชวนคนมากินข้าวร้านนาย!"

เฉินเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง พี่แกนี่จินตนาการล้ำเลิศจริงๆ เขาแค่จะฝากให้ช่วยกันท่าลูกค้า บอกว่าวันนี้เต็มแล้วต่างหาก แต่เฉินเฟิงก็อธิบายต่อ "ผมหมายถึงว่า ถ้ามีลูกค้าจะเข้าร้านผม รบกวนพี่ช่วยกันไว้หน่อย แล้วบอกว่าผมรับแค่วันละโต๊ะ ซึ่งวันนี้มีคนจองเต็มแล้ว" พูดจบเฉินเฟิงก็เดินจากไปจริงๆ

กันท่า? นี่ถึงกับต้องจ้างคนมากันลูกค้าเชียวเรอะ? ตลกตายชัก! คนโง่ที่ไหนจะหลงมากินร้านนายกัน! เหมินหวาอดขำไม่ได้กับความคิดเพ้อเจ้อเกินเยียวยาของไอ้หนุ่มข้างบ้าน

พอเปิดร้าน เหมินหวาก็เริ่มปฏิบัติการนินทาเพื่อนบ้านสมองเพี้ยนให้ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาซื้อของฟัง ร้านขายของชำของเขามีลูกค้าขาประจำแวะเวียนมาไม่ขาดสาย และเหมินหวาก็เป็นคนช่างเจรจา คุยถูกคอกับทุกคน ดังนั้นด้วยความพยายามอันไม่ลดละของเหมินหวา เพียงครึ่งค่อนวัน คนเกือบครึ่งเมืองก็ได้รับรู้ข่าวลือว่า มีร้านอาหารเปิดใหม่ข้างร้านเหมินหวา ที่ราคาแพงหูฉี่แถมยังรับลูกค้าแค่วันละโต๊ะ ชาวเมืองที่ได้ยินข่าวต่างก็มีความเห็นตรงกันกับเหมินหวาว่า ร้านนี้คงไปไม่รอด และเตรียมรอดูวันที่มันเจ๊ง

เฉินเฟิงหารู้ไม่ว่า เพื่อนบ้านตัวดีได้สร้างชื่อเสียง (ในทางลบ) ให้ร้านเขาโด่งดังไปทั่วเมืองแล้ว เขายังคงเดินทอดน่องในเมืองเพื่อหาซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ราคาประมาณสองสามร้อยหยวนที่ดูดีมีระดับมาใส่สักชุด

ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ไม่มีร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมของแท้ มีแต่ร้านขายของก๊อปเกรดเอและร้านตัดเย็บเสื้อผ้าแบบเก่าๆ ที่ตัดแต่ชุดเชยๆ เฉินเฟิงเดินเข้าร้านหนึ่งแล้วเลือกซื้อชุดยี่ห้อโนเนมที่ดูเข้าท่ามาหนึ่งชุด จากนั้นจึงเดินกลับไปที่ร้านของตัวเอง

เมื่อกลับมาถึงร้าน เขานั่งเล่นมือถืออยู่หลังเคาน์เตอร์ แต่กลับรู้สึกเหมือนมีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าเขาเป็นสัตว์แปลกประหลาดในสวนสัตว์ พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่า ลูกค้าที่เดินออกมาจากร้านขายของชำมักจะหยุดยืนดูที่หน้าคูหาของเขา ชะโงกหน้ามองเข้ามาข้างใน แล้วชี้ชวนซุบซิบกับคนข้างๆ ราวกับวิจารณ์ของแปลก

วันทั้งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เป็นไปตามคาด วันนี้ไม่มีลูกค้าหลงเข้ามาสักคนเดียว ส่วนใหญ่มีแค่คนมายืนมุงดูหน้าประตู บางคนถึงขั้นเดินเข้ามาดูงานข้างในร้านก็มี มีกระทั่งคนมายืนถ่ายรูปคู่กับเมนูที่เขียนด้วยลายมือของเขาเพื่อเอาไปโพสต์ลงโซเชียล เฉินเฟิงไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด เพราะนี่คือการโฆษณาฟรี! ไม่ใช้ก็เสียของเปล่า!

เวลาล่วงเลยมาถึงหกโมงเย็น บรรดาไทยมุงเริ่มซาลง เฉินเฟิงเดินเข้าครัวเริ่มเตรียมวัตถุดิบ รอคอยลูกค้าวีไอพีหนึ่งเดียวของวันนี้

"มีคนอยู่ไหม?"

เฉินเฟิงรีบเดินออกมาจากครัว เห็นว่าเป็นกลุ่มลูกค้าเมื่อวานจริงๆ นำทีมโดยชายหนุ่มที่ได้ลิ้มรสหมูเส้นผัดรสปลาฝีมือเขาไปแล้ว

เฉินเฟิงรีบทักทาย "รอพวกพี่อยู่พอดีเลยครับ! วันนี้จะรับอะไรดีครับ?" เขาเชิญลูกค้าให้นั่งลง พร้อมเสิร์ฟน้ำชาและยื่นเมนูให้

ฉินกวงอู่ส่งเมนูให้ผู้จัดการอู๋ "หัวหน้าครับ เชิญสั่งก่อนเลย!"

ผู้จัดการอู๋มองเมนูแล้วบ่นอุบ "ถ้านายไม่คะยั้นคะยอให้มา พี่ไม่มาเด็ดขาด ร้านบ้าอะไรกับข้าวแพงขนาดนี้ ดูสิ ยำรวมมิตรจานเดียว 180 หยวน! งั้นพี่สั่งไอ้ยำนี่จานเดียวพอ จะได้ช่วยนายประหยัดตังค์"

ฉินกวงอู่หัวเราะ "ในเมื่อผมตั้งใจพาพวกพี่มาถึงนี่ ก็ไม่ได้คิดจะประหยัดงบอยู่แล้วครับ ผมพามาเพื่อลิ้มรสของอร่อยระดับเทพ สั่งได้เต็มที่เลยครับ ถ้าไม่อร่อยจริง ผมยอมให้ตัดหัวเลยเอ้า!"

เพื่อนร่วมงานพากันหัวเราะครื้นเครง "จะเอาหัวนายไปทำไมกัน?"

ฉินกวงอู่ตอบทีเล่นทีจริง "จะเอาไปเตะเล่นเป็นลูกบอล หรือจะเอาไปทำกระโถนฉี่ก็ได้ครับ แต่ต้องในกรณีที่มันไม่อร่อยจริงๆ นะ!"

ระหว่างที่พูดคุยหยอกล้อกัน แต่ละคนก็สั่งอาหารคนละหนึ่งอย่าง และแน่นอนว่าเมนูแนะนำที่ขาดไม่ได้คือหมูเส้นผัดรสปลา

เฉินเฟิงรับรายการอาหารแล้วเดินกลับเข้าครัวอย่างคล่องแคล่ว เมนูหมูเส้นผัดรสปลาเพิ่งทำไปเมื่อวาน วันนี้ยิ่งทำได้คล่องมือกว่าเดิม

ไม่นานนัก เฉินเฟิงก็นำยำรวมมิตรและหมูเส้นผัดรสปลาออกมาเสิร์ฟ แล้วกลับเข้าไปทำเมนูถัดไป

ขณะอยู่ในครัว เฉินเฟิงได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากโต๊ะข้างนอก เต็มไปด้วยเสียงชื่นชมและอุทานด้วยความประหลาดใจ แต่แน่นอนว่าทุกคนทันได้อุทานชมแค่คำเดียว พอรู้ตัวอีกทีหลังจากเอ่ยปากชม อาหารในจานก็ถูกคนอื่นคีบไปกินจนพร่องไปหลายคำแล้ว พวกเขาจึงรีบหยุดการสรรเสริญเยินยอ และรีบคว้าตะเกียบเข้าร่วมสงครามแย่งชิงอาหารทันที

ทันใดนั้น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เปลี่ยนจากเสียงชื่นชม กลายเป็นเสียงซู๊ดปากดูดลิ้นและเสียงครางฮือฮาด้วยความอร่อย

อาหารจานต่อๆ ไปที่เฉินเฟิงทยอยเสิร์ฟ ยิ่งสร้างความตื่นตะลึงและทำให้พวกเขาโซ้ยกันอย่างเมามัน

เวลานี้ในสมองของพวกเขา นอกจากคำว่า 'กิน' แล้ว ก็มีเหลือแค่คำนิยามสั้นๆ อีกสองคำคือ...

"โคตรอร่อย!"

จบบทที่ บทที่ 24 ฝีมือสะท้านปฐพี

คัดลอกลิงก์แล้ว