เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - พี่ชายฉันดูไม่ค่อยปกติ

บทที่ 4 - พี่ชายฉันดูไม่ค่อยปกติ

บทที่ 4 - พี่ชายฉันดูไม่ค่อยปกติ


ต๊อกแต๊ก ต๊อกแต๊ก

ต๊อกแต๊ก ต๊อกแต๊ก

นิ้วมือพรมลงบนคีย์บอร์ดรัวเร็ว จ้าวข่ายที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง

สิบนาที สองพันคำ

"ฟีลกำลังมา"

หลินอี้ดึงเนื้อหาในหัวเรื่อง 'บ่าวรับใช้ผู้ไร้เทียมทาน' ออกมาแล้วกดเผยแพร่ทันที

งานง่าย เงินดี

ตอนนี้นิยายออนไลน์กำลังเริ่มเป็นกระแส บริษัทอวิ๋นเหลยถึงกับทุ่มเงินร้อยล้านเพื่อพัฒนาวงการ นี่คือช่วงกอบโกยของวงการนิยาย

หลินอี้คิดว่าออกไปทำอย่างอื่นก็มีความเสี่ยง จะเล่นหุ้นเขาก็เป็นแค่เม่าปีกอ่อน บิตคอยน์ก็เป็นแค่ฟองสบู่เดี๋ยวก็แตก ทำธุรกิจก็เหนื่อยแสนเข็ญ สู้ลอกนิยายเงียบๆ ไม่ดีกว่าเหรอ

ยังไงซะ เขาก็เป็นนักเขียนโค้ดแรงงานเก่าอยู่แล้ว

นิยายเรื่องนี้ถือเป็นตำนานของแนวนิยายฮาเร็ม มีคนยกย่องให้เป็น 'คัมภีร์จีบสาว' ถ้ามองจากมุมมองอีกสิบปีข้างหน้าเนื้อหาอาจจะดูแย่ไปหน่อย แต่สำหรับยุคนี้มันคือผลงานระดับเทพเจ้า

แต่ว่าเรื่องเดียวยังไม่พอ เขาคิดว่าจะเปิดไอดีสำรองอีกสักหน่อย

ไหนๆ ก็ลอกแล้ว ลอกเรื่องเดียวก็เรียกว่าลอก สองเรื่องก็เรียกว่าลอก ทำไมไม่ลอกมันหลายๆ เรื่องไปเลยล่ะ?

จ้าวข่ายถามอย่างไม่เชื่อสายตา "พี่อี้ นี่พี่เขียนนิยายเหรอ?"

"ใช่"

"เขียนไปทำไมวะ?" จ้าวข่ายไม่เข้าใจ

หลินอี้ปิดหน้าเว็บแล้วตอบ "ไม่มีอะไรอ่านแล้ว ก็เลยต้องเขียนเอง"

"เอ่อ คือ..."

เหตุผลนี้ทำเอาจ้าวข่ายเถียงไม่ออก "แล้วพี่กับซ้อเป็นไงบ้าง?"

"ใคร?"

"ซูเข่อเนี่ยนไง?"

"ยากจนข้นแค้นมิกล้าใฝ่สูง ครองตัวสมถะมิกล้ารั้งคนงาม"

หลินอี้ปิดคอมพ์แล้วพูดว่า "กลับละ พรุ่งนี้ต้องตื่นตีห้า ไปนะ"

"รอด้วยสิ เดี๋ยวเลี้ยงน้ำ"

"โฮ่ รวยแล้วเหรอ?"

จ้าวข่ายกระซิบเสียงเบา "จะบอกให้นะ ช่วงนี้ดึกๆ ดื่นๆ ชอบมีคนเอาสายไฟมาขายที่บ้านข้า แบบเส้นใหญ่ๆ สีๆ น่ะ พ่อบอกว่าแค่อันนี้วันหนึ่งก็ทำเงินได้หลายพัน พ่อเลยให้ค่าขนมข้าเยอะ..."

"เชี่ย ถนนซวงหูไฟดับคงไม่ใช่เพราะพวกมันไปขโมยมาหรอกนะ?"

วันนี้ตอนปั่นจักรยานกลับมา ไฟถนนดับสนิทตลอดทาง มืดตึ๊ดตื๋อ!!!

หลินอี้สีหน้าเคร่งเครียด ความทรงจำอันเลือนรางในสมองเริ่มชัดเจนขึ้น

บ้านของจ้าวข่ายทำธุรกิจรับซื้อของเก่า กิจการถือว่าดีทีเดียว

เขาจำได้ว่าตอนเข้ามหาวิทยาลัย พ่อของจ้าวข่ายโดนจับด้วยข้อหาอะไรสักอย่าง ติดคุกอยู่หลายปี หมดเงินไปเยอะ แต่เพราะทำตัวดีเลยได้ลดโทษออกมา

ดูท่าคงจะเกี่ยวกับเรื่องนี้แหละ

"ไอ้อ้วน เอ็งเชื่อใจข้าไหม?"

"เชื่อดิพี่อี้ พี่เป็นพี่น้องข้านะเว้ย"

หลินอี้เตือนสติ "กลับไปบอกพ่อเอ็งว่าให้เพลาๆ มือหน่อย ข้ามีญาติทำงานในโรงพัก ช่วงนี้ตำรวจกำลังกวาดล้างเรื่องนี้หนักมาก พวกหัวขโมยพวกนั้นอีกไม่นานคงโดนรวบ ถึงตอนนั้นพ่อเอ็งจะโดนหางเลขไปด้วย เอ็งคงไม่อยากให้พ่อติดคุกใช่ไหม?"

"หา! ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ! เดี๋ยวกลับไปข้าจะรีบบอกพ่อเลยว่าห้ามรับซื้อเด็ดขาด!!!"

พอได้ยินหลินอี้พูดแบบนี้ หน้าของจ้าวข่ายก็ซีดเผือด ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ทันที โดยไม่ได้สงสัยเรื่องญาติในโรงพักที่หลินอี้อ้างถึงเลยสักนิด

"พี่อี้ งั้นข้ากลับก่อนนะ"

"บาย"

หลินอี้ส่ายหน้า หวังว่าพ่อของจ้าวข่ายจะรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้นะ

ขโมยสายเคเบิล เรื่องใหญ่ไม่ใช่เล่น

สายเคเบิลม้วนหนึ่งราคาเป็นหมื่น สมัยนี้เงินเดือนเฉลี่ยแค่พันกว่าหยวน บ้านในอำเภอเล็กๆ ราคาแค่สองสามแสนหยวนต่อหลัง ไอ้พวกเวรนั่นขโมยเดือนเดียวก็ได้บ้านหนึ่งหลังแล้ว

หลินอี้ไม่ได้เกลียดสังคม แต่เขาแค่อยากให้คนรอบข้างอยู่รอดปลอดภัย

ส่วนเรื่องไกลตัวที่มองไม่เห็น เขาก็สุดปัญญาจะจัดการ

...............................................................

ดึกสงัดเดือนมืด กว่าจะถึงบ้านก็สามทุ่มกว่าแล้ว

ทีวียังเปิดอยู่ ฉายละครต่อต้านญี่ปุ่นเรื่อง 'เลี่ยงเจี้ยน' เสียงเปิดไว้ค่อนข้างเบา

มุมห้อง หลินเสี่ยวเว่ยกำลังนั่งทำการบ้านอยู่ใต้แสงโคมไฟ

"กลับมาแล้วเหรอ" เหลียงหย่าเซียงมองหลินอี้ด้วยความประหลาดใจ ยิ้มแล้วทักว่า "เปลี่ยนสีผมเปลี่ยนทรงผมแล้วดูหล่อขึ้นเป็นกองเลยนะพ่อหนุ่ม"

หลินเสี่ยวเว่ยสวมชุดนอนสีชมพู มัดผมทวินเทล

รูปร่างเล็กกะทัดรัด สูงร้อยห้าสิบแปดเซนติเมตร แต่กลับมีสัดส่วนเว้าโค้งเกินตัว

โลลิถูกกฎหมาย น่ารักน่าชัง

"ว้าว ไปศัลยกรรมมาเหรอ?"

"พูดกับพี่เขาดีๆ หน่อย เขียนข้อสอบไปเลยเรา"

เหลียงหย่าเซียงดุลูกสาว "น่องไก่เหลือเยอะเลย แม่จะไปอุ่นให้ เดี๋ยวพวกเราสองคนกินให้หมดนะ เก็บไว้กินพรุ่งนี้ไม่อร่อย"

"ครับ พ่อล่ะครับ?"

"พ่อเขาไปเข้ากะดึกจ้ะ"

หลินอี้พยักหน้า เดินเข้าไปดูข้อสอบของหลินเสี่ยวเว่ย แค่กวาดตามองแวบเดียวเขาก็รู้คำตอบรวมถึงวิธีทำทั้งหมด

"เจ้าเปี๊ยก แค่นี้ก็ทำไม่ได้?"

"ทำอย่างกับพี่ทำเป็นงั้นแหละ ข้อสอบโรงเรียนสือยั่นของเรายากกว่าโรงเรียนอื่นตั้งเยอะ..."

"จ้าๆ โรงเรียนอีจงของพวกเรามันกระจอก เอาปากกามา"

หลินอี้แย่งปากกากับกระดาษข้อสอบมา แล้วก้มลงเขียนโดยทิ้งน้ำหนักตัวกดทับจนหลินเสี่ยวเว่ยเงยหน้าไม่ขึ้น เธอโวยวายด้วยความอาย "ทำอะไรเนี่ย? แม่! หลินอี้แกล้งหนู!"

เหลียงหย่าเซียงกำลังยุ่งอยู่ในครัว

อี๋ มีกลิ่นเหงื่อด้วย

กลิ่นรักแร้ของหลินอี้ลอยมาเตะจมูก หลินเสี่ยวเว่ยห่อไหล่รู้สึกว่าตัวเองไม่สะอาดแล้ว ใบหน้าแดงก่ำพยายามขัดขืน

แกรกๆๆ...

ลายมือของหลินอี้ถือว่าสวยใช้ได้ เขาเขียนวิธีทำลงไปอย่างรวดเร็ว

หลินเสี่ยวเว่ยชำเลืองมองแล้วก็ต้องตาโต อ๋อ มันต้องแก้อย่างนี้นี่เอง เธอมองหลินอี้ด้วยความประหลาดใจ

เธอไม่เข้าใจว่าโจทย์ที่แม้แต่เธอยังทำไม่ได้ หลินอี้ทำได้ยังไง

ต้องบอกก่อนว่าเธอเป็นเด็กระดับหัวกะทิของโรงเรียนสือยั่น ส่วนหลินอี้เป็นแค่เด็กเรียนปานกลางในโรงเรียนอีจง คนละชั้นกันเห็นๆ

"พี่ทำได้ไงอะ?"

หลินอี้จิ้มหน้าผากหลินเสี่ยวเว่ย "สมองเรามันคนละระดับกัน"

"ขี้โม้! ฟลุ๊กละสิไม่ว่า หน้าด้านจริง เมื่อกี้หนูเพิ่งอาบน้ำมานะ..."

หลินเสี่ยวเว่ยปัดมือ ทำหน้าทำตารังเกียจ

หลินอี้ถาม "ใช้รีจอยส์เหรอ?"

"ไปไกลๆ เลย~"

หลินอี้นั่งลงข้างๆ เธอบนโซฟา "หน้าไปโดนอะไรมา?"

"หะ? อ้อ อันนี้เหรอ หกล้มอะ"

หลินเสี่ยวเวื่อยก้มหน้าก้มตาดูข้อสอบอย่างใจลอย แววตามีพิรุธ

หลินอี้แค่นหัวเราะ "หกล้มท่าไหนถึงมีรอยนิ้วมือบนหน้า ไหนลองล้มให้ดูอีกรอบซิ? เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อก่อนพี่ทำอะไร?"

"พี่ทำอะไร?" หลินเสี่ยวเว่ยเงยหน้าถามงงๆ

"พี่เป็นนักเลงนะเว้ย ต่อยสิบคนรวดก็ทำมาแล้ว!"

"ขี้โม้..."

หลินเสี่ยวเว่ยลืมไปเลยว่าหมอนี่มันเป็นเด็กเกเร ชอบมีเรื่องชกต่อยกับชาวบ้าน

แม่น่ะหลอกได้ แต่คงตบตาเขาไม่ได้

แต่ว่า ทำไมพี่ถึงพูดเรื่องเป็นนักเลงได้เต็มภาคภูมิขนาดนั้นล่ะ?

หลินอี้ตีหน้านิ่งถาม "ใครทำ เพื่อนผู้หญิงในห้องใช่ไหม? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกใช่ไหม?"

"ฉันก็ไม่ได้ยอมฝ่ายเดียวสักหน่อย ฉันก็สวนกลับไปเหมือนกันน่า โอ๊ย ไม่ต้องมายุ่งหรอก แล้วก็ห้ามบอกแม่ด้วย ไม่งั้นฉันไม่จบกับพี่แน่!"

หลินเสี่ยวเว่ยขู่ฟ่อ แล้วก้มหน้าทำโจทย์ต่อ

"ขอดูหน่อย"

หลินอี้ดึงแขนเธอมาดู บนแขนมีพลาสเตอร์ยาแปะอยู่ น่าจะเป็นแผลถลอก รอยตบบนหน้าไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ถ้าจ้องดีๆ ก็พอจะดูออก

"เจ็บไหม?"

หลินเสี่ยวเว่ยเบิกตากว้างมองหลินอี้ สมองว่างเปล่า ลืมขัดขืนไปชั่วขณะ

เธอรู้สึกว่าวันนี้หลินอี้ดูไม่ปกติ ผิดกับทุกทีลิบลับ

ตอนนั้นเอง เหลียงหย่าเซียงก็เดินออกมา เห็นภาพตรงหน้าก็ใจหายวาบ "ทำอะไรกันน่ะ?"

เหลียงหย่าเซียงมองหลินอี้ สลับกับมองลูกสาวตัวเอง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม

"หยุดทำโจทย์ก่อน มาทานน่องไก่ ทานเสร็จค่อยทำต่อ"

บนโต๊ะอาหาร หลินอี้ไม่ได้พูดเรื่องแผลอีก

เหลียงหย่าเซียงลอบสังเกตท่าทีของทั้งสองคน ในใจว้าวุ่น

หลินอี้... หรือว่าจะชอบเสี่ยวเว่ย?

แย่... แย่แน่ๆ ทำยังไงดีล่ะทีนี้?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - พี่ชายฉันดูไม่ค่อยปกติ

คัดลอกลิงก์แล้ว