- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 162: ตามหาวงแหวนวิญญาณแรกให้ค้อนฮ่าวเทียน!
ตอนที่ 162: ตามหาวงแหวนวิญญาณแรกให้ค้อนฮ่าวเทียน!
ตอนที่ 162: ตามหาวงแหวนวิญญาณแรกให้ค้อนฮ่าวเทียน!
"มหาวานรเคลื่อนภูผา? เขตแดนแรงโน้มถ่วง?"
ดวงตาของถังซานทอประกายวาบขึ้นมาทันที นี่คือหนึ่งในคุณสมบัติที่เขาต้องการมากที่สุด! พลังทำลายล้างอันบริสุทธิ์ผสานกับการควบคุมแรงโน้มถ่วง จะช่วยยกระดับความน่าเกรงขามให้กับค้อนฮ่าวเทียนได้อย่างมหาศาล
"แต่เจ้าหมอนั่นอารมณ์ร้อนเป็นไฟ แถมยังหัวแข็งสุดๆ วันๆ ถ้าไม่นอนก็นั่งรอหาเรื่องตีกับชาวบ้าน การจะเจรจาด้วยน่ะรึ? ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก" เอ้อหมิงเสริมพร้อมกับส่ายหัวขนาดมหึมาของมันไปมา
"นอกจากมหาวานรเคลื่อนภูผาแล้ว ยังมีตัวเลือกอื่นอีกไหม?" อาอิ๋นถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอหวังลึกๆ ให้ลูกชายพบกับเป้าหมายที่ปลอดภัยกว่านี้เล็กน้อย
ต้าหมิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "ในส่วนลึกของพงไพร ยังมีทายาทกลายพันธุ์ของเทพปีศาจพยัคฆ์ทมิฬที่ครอบครองพลังแห่งความมืดและความชั่วร้าย พลังโจมตีของมันแฝงไปด้วยการกัดกร่อนและทำลายวิญญาณ อายุตบะราวหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นปี แต่มันลึกลับและเจ้าเล่ห์มาก การจะล่ามันจึงยากลำบากยิ่งนัก อีกอย่าง พลังของมันค่อนข้างชั่วร้าย ข้าไม่แน่ใจว่ามันจะเข้ากับความดุดันเที่ยงธรรมของค้อนฮ่าวเทียนหรือไม่"
"นอกจากนี้ ใกล้กับหุบเหวมังกรในเขตลึกสุดหยั่ง มีข่าวลือว่ามีสัตว์วิญญาณโบราณที่มีสายเลือดมังกรปรากฏตัวขึ้น แต่ที่นั่น... มันอันตรายเกินไป แม้แต่พวกเราเองก็ยังไม่กล้าเหยียบย่างเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า"
แม้ข้อมูลจะยังมีไม่มากนัก แต่ในที่สุดพวกเขาก็มีทิศทางที่ชัดเจน "มหาวานรเคลื่อนภูผา เหล่าจิน" คือเป้าหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการของถังซานในตอนนี้ได้ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
"หุบเขาอุกกาบาต... อย่างไรเสียลองไปสำรวจดูสถานการณ์ก่อนก็ไม่เสียหาย" ถังซานตัดสินใจเด็ดขาด เขาไม่ได้หวังว่าจะสำเร็จในคราวเดียว การสำรวจและลองพยายามสื่อสารดูถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็น
ขณะที่พวกเขากำลังปรึกษาหารือกัน ต้าหมิงดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง หัวโคถึกขนาดใหญ่หันไปมองทิศทางหนึ่งในป่า แววตาแฝงความเคร่งเครียด
"มีอะไรหรือพี่ใหญ่?" เอ้อหมิงถาม
"เส้นชีพจรวิญญาณทางทิศใต้ดูเหมือนจะมีความผันผวนผิดปกติ..." เสียงของต้าหมิงทุ้มต่ำลง
"แม้จะเบาบางมาก แต่ความรู้สึกนั้น... มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ แต่มันเหมือนกับบางสิ่งกำลัง... ดูดซับ หรืออาจจะรบกวนต้นกำเนิดชีวิตในแถบนั้น แม้วงจะไม่กว้าง แต่มันเกิดขึ้นต่อเนื่องมาสักพักแล้ว"
ชีพจรวิญญาณผิดปกติ? การแทรกแซงต้นกำเนิดชีวิต?
ถังซานและอาอิ๋นสบตากัน ทั้งคู่ต่างมองเห็นความระแวดระวังในดวงตาของกันและกัน โดยเฉพาะถังซาน เมล็ดพันธุ์พฤกษาโลกภายในร่างกายของเขาดูเหมือนจะส่งแรงสั่นสะเทือนจางๆ ราวกับกำลังแสดงความรังเกียจต่อสิ่งนี้
การหวนคืนสู่ป่าซิงโต่วครั้งนี้ นอกจากเรื่องการกลับมาพร้อมหน้าและการเลื่อนระดับของเสี่ยวอู่แล้ว ดูเหมือนจะมีปริศนาใหม่โผล่ขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด มันเป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ หรือมีบางอย่างแอบซ่อนอยู่กันแน่?
แต่ก่อนจะไปสะสางความผิดปกตินั้น เป้าหมายสำคัญที่สุดคือวงแหวนวิญญาณของค้อนฮ่าวเทียน... ท่ามกลางสายลมที่หอบเอาพรรณไม้และพลังชีวิตอันหนาแน่นพัดผ่านร่างของคนทั้งสี่ เสี่ยวอู่ผู้เพิ่งเลื่อนระดับสู่ระดับจักรพรรดิวิญญาณ ยังคงมีกลิ่นอายพลังวิญญาณที่พุ่งพล่าน ดวงตาสีชมพูของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่เธอก็ยังคงเดินเคียงข้างถังซานอย่างว่าง่าย
อาอิ๋นเดินอยู่ตรงกลาง เส้นผมสีน้ำเงินสลวยพริ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน กลิ่นอายชีวิตที่อ่อนโยนรอบตัวเธอทำให้เหล่ามวลบุปผาและต้นหญ้าตามทางต่างโน้มกิ่งเข้าหา ราวกับกำลังทำความเคารพต่อจักรพรรดิเงินครามผู้สูงศักดิ์
ถังฮ่าวเดินปิดท้ายด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ทุกย่างก้าวดูราวกับจะผสานเข้ากับชีพจรของผืนแผ่นดิน สายตาของอัครพรหมยุทธ์ระดับ 96 คอยสแกนไปทั่วบริเวณ ไม่มีกลิ่นอายสัตว์วิญญาณตัวใดที่เกินหมื่นปีจะรอดพ้นประสาทสัมผัสของเขาไปได้
"อีกนานไหมคะกว่าจะถึงหุบเขาอุกกาบาต?" เสี่ยวอู่กระโดดเหยาะๆ มาถามถังซานอย่างสงสัย แม้จะโตมาในป่านี้ แต่เธอก็ไม่เคยย่างกรายเข้าไปในส่วนลึกอย่างหุบเขาอุกกาบาตเลย
ถังซานเปิดใช้งานเนตรปีศาจสีม่วง สายตาทะลุทะลวงผ่านหมู่มวลพฤกษาไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้
"อีกไม่ไกลแล้ว ตามเส้นทางที่ต้าหมิงบอก หลังจากพ้นป่าใบเหล็กข้างหน้านี้และข้ามภูเขาเตี้ยๆ ไป ก็จะเข้าสู่เขตหุบเขาอุกกาบาต" เขาหยุดเล็กน้อยก่อนสำทับ
"แต่หลังจากนี้ เราต้องสะกดกลิ่นอายพลังให้มิดชิด มหาวานรเคลื่อนภูผาเหล่าจินมีนิสัยดุร้ายและหวงถิ่นมาก หากมันจับสัมผัสพวกเราได้ก่อน อาจเกิดการปะทะโดยไม่ทันตั้งตัว"
อาอิ๋นพยักหน้าเบาๆ พลางรวบรวมกลิ่นอายชีวิตของเธอให้สงบนิ่งที่สุด เช่นเดียวกับถังฮ่าวที่ซ่อนแรงกดดันวิญญาณไว้จนดูเหมือนนักเดินทางวัยกลางคนธรรมดา แต่ดวงตาคู่นั้นกลับแฝงไปด้วยความคมปราบที่ยากจะหยั่งถึง
คนทั้งสี่ลดความเร็วลงและเคลื่อนผ่านป่าใบเหล็กอย่างระมัดระวัง ต้นไม้ในป่านี้น่าพิศวงนัก ใบของมันแข็งดุจเหล็กกล้าและมีขอบคมกริบสะท้อนแสงแดดเป็นเงามันวาว เมื่อลมพัดจะเกิดเสียง "แกร่ง...แกร่ง" ราวกับเสียงอาวุธกระทบกัน
"แข็งจัง เกือบบาดมือข้าแน่ะ" เสี่ยวอู่แลบลิ้นหลังจากลองแตะใบไม้ดู
ถังซานยิ้มแล้วอธิบาย "นี่คือต้นลวดเหล็ก ส่วนใหญ่มีอายุเกินห้าพันปี ใบของมันไม่เพียงแต่แข็ง แต่ยังสามารถดูดซับพลังวิญญาณได้ด้วย หากวิญญาณจารย์ทั่วไปบุ่มบ่ามเข้ามา คงถูกใบไม้พวกนี้บาดจนตัวเหวอะไปแล้ว"
เขาโบกมือเบาๆ เถาวัลย์จักรพรรดิเงินครามก็เลื้อยออกไปพันรอบกิ่งก้านเพื่อแหวกเป็นทางเดินที่ปลอดภัย
เมื่อพ้นแนวป่า ภูเขาเตี้ยๆ ที่ดูชันเป็นพิเศษก็ปรากฏขึ้น ตัวภูเขาประกอบด้วยหินสีเทาเข้มที่มีร่องรอยแตกร้าวลึกราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบตี ที่เชิงเขามีเศษหินสีดำขนาดเท่ากำปั้นกระจายอยู่ทั่วไป พวกมันมีผิวเรียบเนียนสะท้อนแสงโลหะจางๆ และแผ่พลังงานบางอย่างออกมา
"นี่คือเศษหินอุกกาบาต" ถังฮ่าวก้มลงหยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่ง พลางกะน้ำหนักด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"หุบเขาอุกกาบาตได้ชื่อนี้เพราะในอดีตกาลเคยมีอุกกาบาตตกลงมาที่นี่ พลังงานพิเศษจากมันช่วยหล่อเลี้ยงผืนดิน และทำให้สัตว์วิญญาณแถวนี้มีพละกำลังมหาศาลผิดปกติ"
ถังซานรับเศษหินมาสัมผัส ความรู้สึกเย็นเฉียบและแข็งกระด้างส่งผ่านมาถึงปลายนิ้ว เขาจับสัมผัสถึงพลังธาตุดินที่รุนแรงและความผันผวนของแรงโน้มถ่วงที่แผ่ออกมา
"การที่มหาวานรเคลื่อนภูผาสามารถเข้าใจเขตแดนแรงโน้มถ่วงได้ คงเกี่ยวข้องกับหินอุกกาบาตพวกนี้แน่ๆ" เขาเก็บเศษหินนั้นไว้
"ของสิ่งนี้น่าจะมีประโยชน์ในการวิจัยเรื่องคุณสมบัติแรงโน้มถ่วง ไว้วันหลังค่อยมาเก็บเพิ่มนะครับ"
ทั้งสี่ปีนขึ้นไปตามทางลาดชัน ยิ่งสูงขึ้น เศษหินอุกกาบาตก็ยิ่งหนาตา และแรงโน้มถ่วงก็เริ่มแสดงผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พอถึงครึ่งทาง เสี่ยวอู่ก็เริ่มหายใจแรงขึ้นและก้าวขาช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
"แรงโน้มถ่วงที่นี่... มันหนักกว่าที่อื่นเยอะเลย"
"ประมาณ 1.5 เท่าของปกติ" ถังซานวิเคราะห์
"ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางหุบเขา แรงโน้มถ่วงจะยิ่งทวีคูณ การที่มหาวานรเคลื่อนภูผาอาศัยอยู่ที่นี่มานาน ร่างกายและพละกำลังของมันย่อมถูกเคี่ยวกรำจนถึงขีดสุด มิน่าล่ะมันถึงได้กลายเป็นสัตว์วิญญาณสายพละกำลังที่บริสุทธิ์ที่สุด"
อาอิ๋นหยุดเดินและหันมามองเสี่ยวอู่ แสงสีฟ้าทองอ่อนโยนผุดขึ้นจากฝ่ามือของเธอ ก่อนจะวางลงบนไหล่ของเด็กสาวเบาๆ
พลังชีวิตที่บริสุทธิ์ไหลเข้าสู่ร่างของเสี่ยวอู่ ช่วยขจัดความเหนื่อยล้าและผ่อนคลายแรงกดดันจากแรงโน้มถ่วงลงในทันที
"แบบนี้คงจะช่วยให้เจ้าเดินสบายขึ้นนะ" อาอิ๋นยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู
เสี่ยวอู่กะพริบตาปริบๆ อย่างซาบซึ้ง "ขอบคุณค่ะ ท่านป้าอาอิ๋น!"