- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 161: หวนคืนสู่โต้วหลัว ไออุ่น และข่าวคราวจากแดนไกล
ตอนที่ 161: หวนคืนสู่โต้วหลัว ไออุ่น และข่าวคราวจากแดนไกล
ตอนที่ 161: หวนคืนสู่โต้วหลัว ไออุ่น และข่าวคราวจากแดนไกล
ในเช้าวันนั้น เมื่อม่านหมอกจาง ๆ เริ่มสลายตัว แสงอาทิตย์ยามอรุณรุ่งพุ่งทะลุหมู่เมฆเหนือหุบเขา ทอดตัวลงมาเป็นลำแสงสีทองอร่ามตา
ที่หน้าบ้านไม้ไผ่ ครอบครัวถังได้เตรียมสัมภาระพร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว ตู๋กูป๋อเดินมาส่งพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขามองไปยังครอบครัวนี้ โดยเฉพาะถังซาน ที่บัดนี้มีกลิ่นอายพลังลึกล้ำดุจมหาสมุทร และอาอิ๋นผู้มีท่วงท่าอ่อนโยนทว่าแฝงไปด้วยความสูงส่งดุจราชินี
"เจ้าหนู... และท่านผู้หญิง... ถัง" ตู๋กูป๋อแสดงท่าทีนอบน้อมต่ออาอิ๋นอย่างเห็นได้ชัด
"เดินทางไปป่าซิงโต่วครั้งนี้ ระวังตัวด้วยล่ะ"
"ที่นั่นอย่างไรเสียก็เป็นถิ่นของเหล่าสัตว์วิญญาณ ต่อให้พวกเจ้าจะมีพลังกล้าแกร่งเพียงใด ก็อย่าได้บุ่มบ่ามเข้าไปในเขตต้องห้ามชั้นในสุดล่ะ หากมีเรื่องเดือดร้อนอะไร ที่นี่ต้อนรับพวกเจ้าเสมอ"
ถังซานยิ้มบางๆ พร้อมประสานมือคารวะ "ขอบคุณท่านป้าวุโสที่ช่วยดูแลและเป็นผู้พิทักษ์ให้พวกเราตลอดเวลาที่ผ่านมา หุบเขาแห่งนี้ขอมอบให้ท่านดูแลต่อ หากวันหน้าท่านมีสิ่งใดให้ช่วย ผู้น้อยย่อมทุ่มเทสุดกำลัง"
หลังบอกลาตู๋กูป๋อ ทั้งสี่ก็ไม่รอช้า ถังซานปลดปล่อยเขตแดนจักรพรรดิเงินครามออกมา ม่านพลังสีฟ้าอ่อนโอบอุ้มทุกคนไว้อย่างนุ่มนวล ผสานกับทักษะปีกวายุเงินคราม จากกระดูกวิญญาณขาขวา ร่างของเขากลายเป็นลำแสงพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า หายลับไปสุดขอบฟ้าในพริบตา โดยมีถังฮ่าวทะยานตามไปติด ๆ ด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและทรงพลัง ความเร็วของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าลูกชายเลยแม้แต่น้อย
การเดินทางขากลับรวดเร็วกว่าขาไปมาก เพียงสองวันถัดมา ผืนป่าสีเขียวมรกตอันกว้างใหญ่ไพศาลดุจมหาสมุทรก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา ป่าใหญ่งซิงโต่ว
พวกเขาทะยานข้ามเขตชั้นนอกโดยไม่หยุดพัก มุ่งตรงไปยังรอยต่อระหว่างเขตผสมและเขตแกนกลาง ณ สถานที่ที่ถูกขนานนามว่า ลำธารแห่งความเงียบสงบ
ก่อนที่เท้าจะสัมผัสพื้น กลิ่นอายพลังมหาศาลที่คุ้นเคยสองสายก็พุ่งพล่านมาจากส่วนลึกของพงไพร เต็มไปด้วยความประหลาดใจและร้อนรน
"พี่เสี่ยวอู่!"
เสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวมาพร้อมกับร่างกำยำดุจขุนเขาของมหาวานรยักษ์ เอ้อหมิง ที่แหวกพุ่มไม้พุ่งออกมาดวงตาสีเหลืองอำพันขนาดเท่าโคมไฟจ้องมองเสี่ยวอู่อย่างตื่นเต้น จากนั้นละอองน้ำมหาศาลก็ควบแน่นกลางอากาศ ปรากฏเป็นเงาร่างของวัวอสรพิษมรกต ต้าหมิง
มันจ้องมองเสี่ยวอู่เพื่อยืนยันว่าเธอปลอดภัยและแข็งแกร่งขึ้น ก่อนจะเลื่อนสายตาที่เปี่ยมด้วยปัญญาไปที่หญิงสาวข้างกายถังซาน ผู้มีเส้นผมสีน้ำเงินยาวสลวยดุจน้ำตกและมีกลิ่นอายอันสูงส่ง
"นี่คือ..." เสียงของต้าหมิงสั่นเครือด้วยความไม่เชื่อสายตา
กลิ่นอายจักรพรรดิเงินครามที่บริสุทธิ์และทรงพลังบนตัวอาอิ๋น ผสานกับระดับพลังชีวิตที่ดูจะก้าวข้ามขีดจำกัดของราชทินนามพรหมยุทธ์ทั่วไป ทำให้มันรู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกประหลาดในเวลาเดียวกัน
"ต้าหมิง เอ้อหมิง! ข้ากลับมาแล้ว!" เสี่ยวอู่กระโดดลงข้างกายเอ้อหมิงอย่างร่าเริง เธอตบไปที่ผิวหนังสากๆ ของมันก่อนจะเงยหน้าบอกต้าหมิง
"ดูสิ นี่คือท่านป้าอาอิ๋น แม่ของถังซาน... เธอถูกชุบชีวิตกลับมาได้แล้ว!"
"ชุบชีวิต?!" ต้าหมิงและเอ้อหมิงตะลึงงันไปพร้อมกัน สัตว์วิญญาณที่สังเวยชีวิตไปแล้ว จะสามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้จริงๆ หรือ? นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์!
ถังซานร่อนลงแตะพื้นพร้อมมารดา อาอิ๋นก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยและพยักหน้าให้สองราชาแห่งป่าอย่างนุ่มนวล ท่านผู้อาวุโสวัวอสรพิษมรกต ท่านป้าวุโสมหาวานรยักษ์ ข้าได้ยินเรื่องของพวกท่านมานานแล้ว ข้าคืออาอิ๋น ขอบคุณพวกท่านมากที่ช่วยดูแลเสี่ยวอู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทว่าแฝงด้วยอำนาจการดึงดูดของพลังชีวิต ทำให้ความระแวดระวังของต้าหมิงและเอ้อหมิงมลายหายไปโดยไม่รู้ตัว
หลังจากเสี่ยวอู่อธิบายเรื่องราวทั้งหมดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ โดยเฉพาะตอนที่ถังซานแสดงพลังดุจเทพเจ้า สยบกฎแห่งสวรรค์และปฐพี จนสร้างปาฏิหาริย์ชุบชีวิตมารดาได้สำเร็จ สายตาที่ทั้งสองมองถังซานก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่มองมนุษย์ที่แข็งแกร่ง แต่ดูราวกับมองตัวตนแห่งปาฏิหาริย์
"เหลือเชื่อ... ไม่คิดเลยว่ากฎแห่งชีวิตจะถูกนำมาใช้ได้ถึงระดับนี้" ต้าหมิงทอดถอนใจ ก่อนจะสัมผัสพลังของอาอิ๋นอย่างละเอียด
"กลิ่นอายชีวิตของท่านผู้หญิงช่างบริสุทธิ์และสูงส่ง... ราวกับ... สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับต้นกำเนิดของผืนป่าแห่งนี้ ยินดีด้วยที่ท่านได้เกิดใหม่ และยินดีกับน้องถังที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้า"
เอ้อหมิงเกาหัวแกรก ๆ พลางพึมพำเสียงต่ำ "มิน่าล่ะ พี่เสี่ยวอู่ถึงชอบเจ้าหนูถังซานนัก หมอนี่มันเก่งกาจขนาดชุบชีวิตแม่ตัวเองได้เลยเชียวหรือ..."
เมื่อความยินดีผ่านพ้นไป เสี่ยวอู่ก็ได้บอกเล่าแผนการที่จะควบแน่นวงแหวนวิญญาณที่หกของเธอ ต้าหมิงและเอ้อหมิงต่างเห็นดีเห็นงามและพร้อมจะเป็นผู้พิทักษ์ให้ทันที โดยเลือกชัยภูมิที่มีพลังชีวิตหนาแน่นที่สุดริมทะเลสาบใจกลางป่า
ในวันต่อมา ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบริมทะเลสาบใสกระจ่าง เสี่ยวอู่เริ่มเข้าสู่กระบวนการเลื่อนระดับ
ขั้นตอนนั้นราบรื่นกว่าที่คิดไว้มาก รากฐานของสัตว์วิญญาณแสนปีในร่างมนุษย์ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่เธอนั่งสมาธิอย่างสงบนิ่ง โคจรพลังวิญญาณให้สอดประสานกับธรรมชาติรอบตัว เงาร่างของกระต่ายอรชรด้านหลังค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
วงแหวนสีเหลืองวงที่หนึ่งเริ่มก่อตัว... ตามด้วยวงที่สอง... วงที่สามสีม่วง... ทุกอย่างไหลลื่นดุจสายน้ำไร้ซึ่งคอขวดใดๆ จนกระทั่งวงแหวนสีดำวงที่ห้าควบแน่นสำเร็จ กลิ่นอายของเสี่ยวอู่ก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด!
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาสีชมพูทอประกายเจิดจ้า วงแหวนที่หกเริ่มปรากฏ!
คราวนี้ความผันผวนของพลังรุนแรงกว่าเดิม เงาวงแหวนสีดำสนิทค่อยๆ เปลี่ยนจากภาพลวงตาเป็นความจริง สีของมันเข้มจัดจนน่ากลัว บ่งบอกถึงอายุที่สูงถึงห้าหมื่นปี! ซึ่งเป็นวงแหวนที่ควบแน่นจากรากฐานของเธอเองโดยสมบูรณ์ จึงเข้ากับวิญญาณยุทธ์และสไตล์การต่อสู้ของเธออย่างไร้ที่ติ
เมื่อวงแหวนเสถียร เสี่ยวอู่ลืมตาขึ้นพร้อมกลิ่นอายระดับจักรพรรดิวิญญาณที่แผ่ซ่าน!
ระดับ 60! วงแหวน: เหลือง, เหลือง, ม่วง, ดำ, ดำ, ดำ!
"ข้าทำสำเร็จแล้ว!" เสี่ยวอู่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เธอสัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะทักษะวิญญาณใหม่ที่ได้รับมา ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เธออย่างมาก
ขณะที่ทุกคนกำลังยินดี ถังซานก็ได้เอ่ยถึงจุดประสงค์สำคัญอีกประการของการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือการตามหาสัตว์วิญญาณระดับแสนปีที่เหมาะสมจะมาเป็นวงแหวนให้แก่ค้อนฮ่าวเทียน
เมื่อได้ยินคำว่า "แสนปี" สีหน้าของต้าหมิงและเอ้อหมิงก็เคร่งขรึมลงทันที
"ในส่วนลึกของป่าซิงโต่ว มีตัวตนระดับแสนปีอยู่ไม่กี่ตน" ต้าหมิงกล่าวช้าๆ
"แต่ส่วนใหญ่มักมีนิสัยดุร้ายและหวงถิ่น หากน้องถังต้องการประเภทที่เน้นพละกำลัง การเจาะเกราะ หรือการทำลายล้าง..."
มันหันไปมองเอ้อหมิง "เอ้อหมิง เจ้าคิดว่าเจ้านั่นเป็นอย่างไร?"
เอ้อหมิงกลอกตาโตๆ ของมันก่อนจะตอบเสียงทุ้ม "พี่ใหญ่หมายถึง... มหาวานรเคลื่อนภูผา เหล่าจินงั้นหรือ?"
"เจ้านั่นมันสัตว์ประหลาดจอมพลังของจริง ข้าคาดว่ามันน่าจะมีตบะราว ๆ แสนสองหมื่นถึงแสนสามหมื่นปี พละกำลังดิบของมันเผลอๆ จะดุดันกว่าข้าเสียอีก แถมยังเข้าใจพื้นฐานของเขตแดนแรงโน้มถ่วงด้วย วันๆ มันเอาแต่นอนกอดเศษหินอยู่ในหุบเขาอุกกาบาตไม่ยอมไปไหนเลย"