- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 142: ทิศทางแห่งแผนที่ดารา!
ตอนที่ 142: ทิศทางแห่งแผนที่ดารา!
ตอนที่ 142: ทิศทางแห่งแผนที่ดารา!
ภายในห้องลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงแสงสลัวจากเศษชิ้นส่วนลึกลับที่กะพริบไหวเป็นจังหวะราวกับเสียงลมหายใจ แสงนั้นสาดกระทบใบหน้าของถังซานที่กำลังเคร่งเครียดและจดจ่อ
“ส่วนลึก... ของป่าซิงโต่ว...”
ถังฮ่าวทวนคำนั้นซ้ำๆ นิ้วมืออันหยาบกร้านเคาะลงบนเข่าเป็นจังหวะหนักแน่นจนเกิดเสียงดัง ตึก ตึก ชื่อนี้สำหรับเขามันช่างเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน
เพราะนั่นคือบ้านเกิดของอาอิ๋น เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าสัตว์วิญญาณ และยังเป็นหนึ่งในเขตหวงห้ามที่อันตรายที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์ของทวีปจะจารึกไว้
“แค่เขตทะเลสาบแห่งชีวิต ก็เป็นถิ่นของสัตว์วิญญาณแสนปี โดยมีวานรยักษ์ไททันและวัวอสรพิษมรกตคอยเฝ้าแหน แม้แต่ราชทินนามพรหมยุทธ์ทั่วไปยังไม่กล้าย่างกรายเข้าไปโดยพลการ” ถังฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“แต่พื้นที่ส่วนแกนกลางที่ลึกยิ่งกว่านั้น... มีตำนานเล่าว่ามีเพียงตัวตนระดับสัตว์อสูรหรือความลับที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มังกรเท่านั้นที่สถิตอยู่ หากเศษหินนี่ชี้ไปที่นั่น ความอันตรายคงจะเหนือกว่าทุ่งน้ำแข็งแดนเหนือหลายเท่าตัวนัก”
ใบหน้าหมดจดของเสี่ยวอู่ซีดลงเล็กน้อย ดวงตาสีชมพูของนางฉายแววทั้งโหยหาบ้านเกิดและหวาดหวั่นต่อสิ่งลี้ลับ “พื้นที่ส่วนแกนกลาง... ข้าเองก็ไม่เคยเข้าไปเหมือนกัน ตอนข้ายังเด็ก เคยได้ยินต้าหมิงและเอ้อหมิงพูดถึงที่นั่นว่าคือ หุบเหวมังกร มันคือเขตต้องห้ามที่สัตว์วิญญาณทุกตัวในป่าซิงโต่วต้องยำเกรง แม้แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะมีกลิ่นอายที่เก่าแก่และน่าหวาดกลัวอย่างยิ่งหลับใหลอยู่ข้างในนั้น”
“ราชามังกรเงิน...” ถังซานพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ
นี่คือหนึ่งในความลับที่ลึกที่สุดของป่าซิงโต่วที่เขาได้รับรู้จากความทรงจำดั้งเดิม กึ่งหนึ่งของเทพมังกรที่แยกตัวออกมา ตัวแทนแห่งธาตุและปัญญา ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเร้นกายรักษาตัวอยู่ที่นี่
เขาไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใคร แม้แต่ท่านพ่อหรือเสี่ยวอู่ แต่เมื่อเศษชิ้นส่วนนี้ชี้ไปยังดินแดนที่อาจเกี่ยวข้องกับนาง สถานการณ์ก็ยิ่งดูเปราะบางและละเอียดอ่อน
“ราชามังกรเงินงั้นหรือ?” ถังฮ่าวและเสี่ยวอู่หันมามองเขาพร้อมกันด้วยความสงสัย
“มันเป็นเพียงข้อสันนิษฐานน่ะครับ หรืออาจจะเป็นชื่อเรียกที่ข้าเคยเห็นผ่านตาจากบันทึกโบราณที่ขาดหาย” ถังซานเลี่ยงที่จะอธิบายเพิ่ม
“หากชิ้นส่วนนี้ชี้ไปยังซากปรักหักพังหรือบททดสอบที่เกี่ยวข้องกับนางจริง สิ่งที่เราต้องเผชิญอาจจะเป็นตัวตนบรรพกาลที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของสัตว์วิญญาณแสนปี และสัมผัสถึงระดับเทวะ... ทั้งความเสี่ยงและโอกาสครั้งนี้จะยิ่งใหญ่แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน”
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับมาเพิ่มเติม “นอกจากทิศทางแล้ว คำสาบานครึ่งประโยคนั้นก็น่าสนใจมาก...”
“ใช้ลมหายใจแห่งชีวิต... เคาะประตูสู่นิรันดร์...”
“มันฟังดูเหมือนเป็นกุญแจหรือหลักการในการเข้าสู่สถานที่แห่งนั้น สายเลือดจักรพรรดิหญ้าเงินครามของข้า รวมถึงเมล็ดพันธุ์พฤกษาโลกต่างก็มีกลิ่นอายแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์ที่สุด นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงสัมผัสถึงมันได้”
เสียงของหนอนไหมหิมะเทียนเหมิงดังขึ้นในหัวของถังซานอย่างเกียจคร้าน: “หืม... ประตูสู่นิรันดร์? ฟังดูโอ้อวดสมเป็นพวกมังกรจริงๆ... อย่างไรก็ตาม พิกัดในเศษหินนั่นมันแปลกมาก พื้นที่ตรงนั้นมันซ้อนทับกันหลายชั้น เหมือนมีผนึกหรือมิติแทรกสลับกันไปมา... ถ้าพลังจิตของข้าอยู่ในช่วงสมบูรณ์ ข้าคงลองแยงเข้าไปดูได้บ้าง แต่ตอนนี้... อยู่กับเจ้าเฉยๆ ปลอดภัยที่สุด”
ถังซานตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในใจ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องไปที่แกนกลางป่าซิงโต่วให้ได้
เพราะมันไม่ได้เกี่ยวแค่ทิศทางการฝึกฝนหลังจากได้รับแหวนวิญญาณวงที่เจ็ดของจักรพรรดิเงินครามเท่านั้น แต่มันยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่เมล็ดพันธุ์พฤกษาโลกต้องการ และอาจเป็นโอกาสเดียวที่จะกระตุ้นวิญญาณยุทธ์ที่สี่ที่ยังว่างเปล่าอยู่นั่นด้วย
“เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้” ถังซานสบตาพ่อ
“อย่างแรก ระดับพลังของข้าต้องสูงขึ้นกว่านี้ พลังวิญญาณของหญ้าเงินครามเพิ่งจะแตะระดับ 75 แม้จะบรรลุกายแท้วิญญาณยุทธ์แล้ว แต่ในสถานที่แบบนั้นมันยังไม่เพียงพอ”
“ข้าต้องไปให้ถึงระดับ 80 และได้รับวงแหวนวิญญาณที่แปดเสียก่อน พลังของข้าถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพ”
“อย่างที่สอง การฝึกฝนค้อนฮ่าวเทียนจะละเลยไม่ได้อีกต่อไป ถึงแม้จะยังไม่หลอมรวมวงแหวนวิญญาณ แต่การเข้าถึงเจตจำนงที่แท้จริงของวิถีค้อนและการควบคุมพลังที่ละเอียดอ่อน อาจจะเป็นไพ่ตายในยามวิกฤตได้”
ถังฮ่าวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “เจ้าคิดรอบคอบดีมาก อยู่ที่นี่นานไปไม่ดี แม้ความวุ่นวายในงานประมูลจะสงบลงชั่วคราว แต่พวกที่เก่งเรื่องการตามรอยอาจจะหาเบาะแสเจอในไม่ช้า”
“เราจะกลับไปที่ชานเมืองเทียนโต่ว หาที่ปลอดภัยเพื่อปิดด่านฝึกตน พ่อจะคอยดูแลการฝึกของเจ้าเอง... และถึงเวลาแล้วที่พ่อจะถ่ายทอดความลับขั้นลึกของวิถีค้อนฮ่าวเทียนให้กับเจ้าเสียที”
“แล้วข้าล่ะ ข้าล่ะ?” เสี่ยวอู่ยกมือขึ้นถามอย่างกระตือรือร้น
“เสี่ยวอู่ ภารกิจของเจ้าก็สำคัญไม่แพ้กัน” ถังซานยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ทักษะการเคลื่อนย้ายพริบตาและการต่อสู้ระยะประชิดของเจ้าคือขุมกำลังสำคัญของเรา เจ้าต้องหลอมรวมฤทธิ์ยาจากบ่อธาราสองขั้วและทุ่งน้ำแข็งแดนเหนือให้สมบูรณ์ เพื่อก้าวข้ามคอขวดของระดับจักรพรรดิวิญญาณให้ได้”
“อีกอย่าง ในฐานะที่เจ้าเป็นสัตว์วิญญาณแสนปีแปลงกาย เจ้าคุ้นเคยกับนิสัยและสภาพแวดล้อมในป่าซิงโต่วที่สุด เจ้าต้องพยายามนึกและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหุบเหวมังกรมาให้ได้มากที่สุด แม้จะเป็นแค่เรื่องเล่าปรัมปราก็ตาม”
เสี่ยวอู่พยักหน้าอย่างหนักแน่น แววตาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ “ไว้ใจข้าได้เลย!”
เมื่อตกลงแผนการได้ ทั้งสามก็เร้นกายออกจากที่ซ่อนในคืนนั้น กลืนหายไปกับความมืดมิดนอกเมืองเทียนโต่วประดุจหยดน้ำที่รวมเข้ากับมหาสมุทร
หลายวันต่อมา ณ เทือกเขาห่างไกลที่ติดกับป่าอาทิตย์อัสดงทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาณาจักร ถังฮ่าวได้ใช้พลังวิญญาณพรางถ้ำธรรมชาติแห่งหนึ่งให้กลายเป็นสถานที่ปิดด่านฝึกตนแห่งใหม่ ที่นี่เงียบสงบ สัตว์วิญญาณส่วนใหญ่มีระดับต่ำ และอยู่ไม่ไกลจากบ่อธาราสองขั้ว ทำให้สะดวกหากต้องกลับไปหาสมุนไพรเพิ่มเติม
ชีวิตแห่งการฝึกฝนเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้จังหวะและเป้าหมายชัดเจนกว่าเดิม
ถังซานทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกพลังวิญญาณและการทำความเข้าใจกฎ การฝึกตนในสภาวะกายแท้แห่งเขตแดนเงินครามนั้นทรงประสิทธิภาพอย่างยิ่ง พลังวิญญาณของเขาทะยานเข้าสู่ระดับ 76 อย่างมั่นคง
ในเวลาเดียวกัน เขาก็หยิบเศษหินลึกลับออกมาสื่อสารด้วยพลังชีวิตและพลังจิตทุกวัน เพื่อพยายามถอดรหัสข้อมูลและสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเมล็ดพันธุ์พฤกษาโลกในวิญญาณ แสงของเศษหินเริ่มอ่อนโยนขึ้น ข้อมูลทิศทางเริ่มแจ่มชัด จนถึงขั้นปรากฏเป็นภาพร่างแผนที่ดาราที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยเจตจำนงอันกว้างใหญ่ในห้วงสำนึกของเขา
ส่วนถังฮ่าวนั้นเน้นไปที่การเคี่ยวเข็ญวิถีค้อนฮ่าวเทียนให้กับลูกชาย มันไม่ใช่แค่พื้นฐานอีกต่อไป แต่เขาเริ่มสอนการเปลี่ยนแปลงของฮ่าวเทียนเก้าเคล้ดวิชาและแก่นแท้ของวิถีค้อนสุเมรุ
วิชาสุดยอดเหล่านี้ต้องการระดับพลังและการแบกรับทางร่างกายที่สูงล้ำ แม้ถังซานจะยังใช้ได้ไม่เต็มร้อย แต่การทำความเข้าใจเจตจำนงและการฝึกวิธีออกแรง ก็ถือเป็นการขัดเกลาการควบคุมพลังขั้นสูงสุด
ถังฮ่าวลงมือประลองกับเขาด้วยตัวเอง ประทับเจตจำนงอันโอหังของค้อนฮ่าวเทียนที่ว่า "หนึ่งความแกร่ง สยบหมื่นวิชา" ลงไปในจิตวิญญาณการต่อสู้ของถังซาน ทีละเล็กทีละน้อย ผ่านการปะทะที่ดูเรียบง่ายแต่หนักแน่นดุจขุนเขาพังทลาย...